法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 393/2549 เรื่อง การปฏิบัติงานคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

คําสั่งกรมบังคับคดี

ที่ 393/2549

เรื่อง การปฏิบัติงานคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้

เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาศัยอํานาจตามความในข้อ 3 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ พ.ศ. 2541 จึงมีคําสั่งดังต่อไป

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกคําสั่งกรมบังคับคดี ดังต่อไปนี้

1.1 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 198/2541 ลงวันที่ 3 มิถุนายน 2541 เรื่อง ขั้นตอนการรายงานคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้

1.2 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 533/2542 ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2542 เรื่อง ค่าใช้จ่ายในสํานวนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้

1.3 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 94/2543 ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2543 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าพนักงานบังคับคดี และเจ้าพนักงานวางทรัพย์ในการบังคับคดีแพ่งและการวางทรัพย์ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดี ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้

1.4 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 117/2543 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2543 เรื่อง มอบอํานาจให้ ผู้อํานวยการสํานักฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เป็นผู้อนุมัติการเดินทางไปราชการในราชอาณาจักรของข้าราชการ และลูกจ้างในสํานักฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้

1.5 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 251/2546 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2546 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในสํานวนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เกี่ยวกับการทําคําสั่งหรือความเห็น

1.6 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 97/2547 ลงวันที่ 18 มีนาคม 2547 เรื่อง การประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาเลือกผู้ทําแผน

1.7 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 569/2547 ลงวันที่ 15 รับวาคม 2547 เรื่อง การออกเสียงลงคะแนน เพื่อพิจารณาเลือกผู้ทําแผน

1.8 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 194/2548 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2548 เรื่อง การดําเนินการ ตามแผนของผู้บริหารแผน

1.9 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 140/2549 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2549 เรื่อง การสวมสิทธิเป็น เจ้าหนี้แทนเจ้าหนี้ในสํานวนคําขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ

1.10 คําสั่งกรมบังคับคดีที่ 240/2549 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2549 เรื่อง การกํากับดูแล การฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภายในสํานักฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ให้ปฏิบัติดังนี้

2.1 เพื่อให้การกํากับดูแลการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มอบหมายให้ข้าราชการในตําแหน่งดังต่อไปนี้เป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

2.1.1 ผู้อํานวยการส่วนจัดกิจการทรัพย์สินและกํากับดูแลการฟื้นฟู

2.1.2 หัวหน้ากลุ่มงานกิจการทรัพย์สิน

2.1.3 หัวหน้ากลุ่มงานกํากับดูแลการฟื้นฟู

2.2 ค่าใช้จ่ายในส่วนวนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ดําเนินการไป เกี่ยวเนื่องกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้นับตั้งแต่วันที่ศาลมีคําสั่งรับคําร้องขอฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้จนถึงวัน ที่ศาลมีคําสั่งให้ยกคําร้องขอ หรือจําหน่ายคดี หรือยกเลิกคําสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ หรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ หรือพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาด เช่น ค่าใช้จ่ายในการจัดการประชุมเจ้าหนี้ ค่าใช้จ่ายในการประกาศโฆษณา คําสั่ง เป็นต้น ให้ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สามารถเบิกจากเงินในคดีได้

ค่าใช้จ่ายดังกล่าวข้างต้นให้ใช้จ่ายโดยคํานึงถึงเหตุจําเป็นและเหมาะสมตามภาวะการณ์ และให้ผู้อํานวยการสํานักฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้หรือผู้ได้รับมอบหมายพิจารณาสั่งจ่ายได้ตามควรแก่กรณี

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การปฏิบัติเกี่ยวกับขั้นตอนการรายงานคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ให้ปฏิบัติดังนี้

3.1 ให้สํานักฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เป็นผู้รับผิดชอบจัดเก็บ รวบรวมข้อมูลคดีฟื้นฟูกิจการของ ลูกหนี้ไว้ในระบบคอมพิวเตอร์เพื่อให้หน่วยราชการต่างๆ ในสังกัดกรมบังคับคดีตรวจสอบ

3.2 เมื่อสํานักฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ได้รับแจ้งว่าศาลมีคําสั่งรับคําร้องขอฟื้นฟูกิจการไว้ พิจารณา หรือยกคําร้องขอ หรือจําหน่ายคดี หรือยกเลิกคําสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ หรือยกเลิกการฟื้นฟูกิจการ หรือคําสั่งอื่นที่มีผลยกเลิกข้อจํากัดสิทธิ์ตามกฎหมาย ให้สํานักฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้รับรายงานคําสั่งของ ศาลนั้นให้อธิบดีกรมบังคับคดีทราบภายในวันที่ได้รับแจ้งคําสั่งของศาลหรือโดยเร็วที่สุดพร้อมทั้งแจ้งให้ กองขีดทรัพย์สิน กองจําหน่ายทรัพย์สิน กองอายัดทรัพย์สิน กองบังคดีล้มละลาย 1-5 สํานักงาน วางทรัพย์กลางและสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคทราบ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ให้ปฏิบัติดังนี้

4.1 เมื่อสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาค ได้รับแจ้งคําสั่งของศาลในคดีฟื้นฟูกิจการ ของลูกหนี้ตามข้อ 3.2 แก้วให้บันทึกลงในระบบข้อมูลของสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาค และ แจ้งคําสั่งดังกล่าวโดยทางโทรสารไปยังสํานักงานบังคับคดีจังหวัดภายในเขตรับผิดชอบทราบภายในวันที่ ได้รับแจ้งหรือโดยเร็วที่สุด

4.2 เมื่อสํานักงานบังคับคดีจังหวัด ได้รับแจ้ง สั่งตามข้อ 4.1 แล้ว ให้บันทึกลงสารบบไว้ เพื่อตรวจสอบการบังคับคดีแพ่ง หรือการบังคับคดีล้มละลายที่เกี่ยวข้องกับลูกหนี้

4.3 หน่วยราชการต่างๆ ในสังกัดกรมบังคับคดีเมื่อได้รับแจ้งคําสั่งศาลในคดีฟื้นฟูกิจการของ ลูกหนี้แล้ว ให้เจ้าหน้าที่ธุรการของหน่วยงานราชการนั้นลงทะเบียนรับและนําเสนอต่อผู้บังคับบัญชาภายใน วันที่ได้รับหนังสือหรือรับโทรสารหรืออย่างช้าภายในเช้าวันทําการถัดไป

4.4 เมื่อได้รับแจ้งข้อมูลคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับลูกหนี้หรือเจ้าหนี้ แล้วแต่กรณี ให้หน่วยราชการต่างๆ ในสังกัดกรมบังคับคดีแจ้งข้อมูลดังกล่าวไปยังสํานักฟื้นฟูกิจการของ ลูกหนี้ทราบโดยเร็วที่สุด โดยทางโทรสาร หากเป็นกรณีของสํานักงานบังคับคดีจังหวัด ให้สํานักงานบังคับคดี จังหวัดแจ้งสํานักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคทราบด้วย ในกรณีที่ได้รับแจ้งว่าศาลได้มีคําสั่งรับคําร้องขอ ให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ไว้พิจารณาแล้วให้เจ้าพนักงานบังคับคดีและเจ้าพนักงานผู้รับวางทรัพย์ตรวจสอบว่า ลูกหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เกี่ยวข้องเป็นคู่ความ หรือเป็นผู้มีส่วนได้เสียในสํานวนบังคับคดีแพ่ง หรือ สํานวนวางทรัพย์ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบหรือไม่ หากมี ให้แจ้งรายละเอียดแห่งคดีพร้อมส่งเอกสารที่จําเป็น และเกี่ยวข้องให้สํานักฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ทราบโดยเร็วที่สุด โดยให้ส่งทางโทรสารก่อนและให้ปฏิบัติ ตามคําขอของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สํานักฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้

4.5 ในสํานวนบังคับคดีแพ่ง ก่อนที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะออกไปทําการยืด อายัด ขาย ทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคําพิพากษา ถอนการยึด ถอนการอายัด ถอนการบังคับคดี หรือจ่ายเงิน ให้แก่เจ้าหนี้ตามคําพิพากษา หรือผู้มีส่วนได้เสียในคดีแล้วแต่กรณี หรือในกรณีการวางทรัพย์หรือจ่ายเงิน ในสํานวนวางทรัพย์ นอกจากจะต้องตรวจว่าผู้ที่เกี่ยวข้องดังกล่าวถูกพิทักษ์ทรัพย์หรือไม่แล้ว ให้ตรวจดูด้วย ว่าผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นลูกหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้หรือไม่ด้วย หากมีให้เจ้าพนักงานบังคับคดีหรือ เจ้าพนักงานผู้รับวางทรัพย์ปฏิบัติตามข้อ 4.4

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การปฏิบัติเกี่ยวกับสํานวนทวงหนี้ การเพิกถอนการฉ้อฉล การเพิกถอนการกระทําอันเป็นการให้เปรียบเจ้าหนี้อื่น การรายงานศาลเพื่อมีคําสั่งให้ผู้บริหารแผนพ้นจากตําแหน่งและการร้องขอให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนความผิดในทางอาญาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ให้ปฏิบัติดังนี้

5.1 เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รับคําร้องขอให้ดําเนินการทวงหนี้ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 90/39 คําร้องขอให้ดําเนินการเพิกถอนการฉ้อฉล ตามมาตรา 90/40 คําร้องขอให้ดําเนินการเพิกถอนการกระทําอันเป็นการให้เปรียบเจ้าหนี้อื่นตามมาตรา 90/41 คําร้องขอให้ รายงานศาลเพื่อมีคําสั่งให้ผู้บริหารแผนพ้นจากตําแหน่งหรือมีคําสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา 90/67 และ คําร้องขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนความผิดในทางอาญาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดําเนินการมีหนังสือทวงหนี้ หมายนัดสอบสวน หมายเรียก ตรวจสอบ หรือดําเนินการ อื่นใดตามกฎหมายภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับคําร้องหรือสํานวนแล้วแต่กรณี

5.2 ในการสอบสวนพยานหลักฐานในสํานวนทวงหนี้ จํานวนเพิกถอนการฉ้อฉล สํานวน เห็ดถอนการกระทําอันเป็นการให้เปรียบเจ้าหนี้อื่น สํานวนร้องขอให้ถอนผู้บริหารแผน และสํานวน สอบสวนความผิดทางอาญา ตามข้อ 5.1 ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เนินการสอบสวน ติดต่อกันไปโดย ไม่เลื่อนการสอบสวนจนกว่าจะเสร็จการสอบสวนและมีความเห็น หรือคําสั่ง เว้นแต่มีเหตุจําเป็นที่จะต้องเลื่อนการสอบสวน แต่เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีคําสั่งอนุญาตให้เลื่อนการสอบสวนไปแล้วตามคําขอ ของคู่ความฝ่ายใด คู่ความฝ่ายนั้นจะขอเลื่อนการสอบสวนอีกไม่ได้ เว้นแต่มีเหตุจําเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ และความที่ขอเลื่อนแสดงให้เป็นที่พอใจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ว่าถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ไม่อนุญาตให้เลื่อนการสอบสวนต่อไปอีกจะทําให้เสียความยุติธรรม เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจ อนุญาตให้เลื่อนการสอบสวนต่อไปได้เท่าที่จําเป็น โดยการเลื่อนการสอบสวนแต่ละครั้งให้เลื่อนไปได้ ไม่เกินกว่าครั้งละ 7 วัน เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัย

5.3 เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้ดําเนินการสอบสวน หรือตรวจสอบ หรือดําเนินการ อื่นใดตามข้อ 5.1 เสร็จให้ดําเนินการทําคําสั่งหรือความเห็นให้เสร็จภายใน 15 วัน นับแต่วันเสร็จการสอบสวน หรือการตรวจสอบ หรือการดําเนินการอื่นใดแล้วแต่กรณี ในกรณีจําเป็นหรือมีเหตุขัดข้องที่ไม่อาจทําคําสั่ง หรือความเห็นให้แล้วเสร็จภายในกําหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานตามลําดับ ชั้นขออนุญาตขยายระยะเวลาต่ออธิบดีกรมบังคับคดีหรือรองอธิบดีที่ได้รับมอบหมายเพื่อพิจารณามีคําสั่ง ตามที่เห็นสมควรต่อไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ก่อนที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะลงนามหรือมีคําสั่งในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้จะ ต้องเสนออธิบดีกรมบังคับคดีหรือรองอธิบดีที่ได้รับมอบหมายเพื่อขอความเห็นชอบหรือมีคําสั่งก่อนจึงจะดําเนินการต่อไปได้

6.1 คําสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เจ้าหนี้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมเจ้าหนี้เพื่อ พิจารณาแผนตามมาตรา 90/30 ในสํานวนคําขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการที่มูลหนี้ไม่อาจกําหนดจํานวน ได้แน่นอน หนี้ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต (Contingent liability) หนี้ที่มีเงื่อนไข (Condition precedent) มูลหนี้ที่ มีพยานหลักฐานน่าเชื่อว่าหรือมีการโต้แย้งกล่าวอ้างว่าเป็นมูลหนี้ที่เกิดจากการฉ้อฉล หรือจากการสมยอม ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ หรือมีมูลหนี้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของหนี้ที่อาจขอรับชําระหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการ ของลูกหนีนั้นๆ

6.2 คําสั่งในสํานวนคําขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ ดังต่อไปนี้

6.2.1 คําขอรับชําระหนี้มีจํานวนหนี้ที่ขอมาตั้งแต่ 100,000,000.- บาท (หนึ่งร้อยล้านบาท)ขึ้นไป

6.2.2 คําขอรับชําระหนี้ที่มีการโต้แย้งและมีจํานวนหนี้ที่ขอมาตั้งแต่ 10,000,000.- บาท(สิบล้านบาท) ขึ้นไป

6.2.3 กรณีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคําสั่งยกคําขอรับชําระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วน อันมิใช่การคํานวณหนผิดพลาดและจํานวนหนี้ที่ถูกยกคําขอมีจํานวนที่ขอมาตั้งแต่ 10,000,000.- บาท (สิบล้าน บาท) ขึ้นไป

6.3 ความเห็นในสํานวนทวงหนี้ไม่ว่าจะเป็นการยืนยันหนี้ ลดยอดหนี้ หรือจําหน่ายชื่อ ลูกหนี้ซึ่งมีจํานวนทุนทรัพย์ตั้งแต่ 5,000,000.- บาท (ห้าล้านบาท ขึ้นไป

6.4 กรณีการทําความเป็นหรือคําสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ซึ่งมีกรณีขัดหรือแย้งกับเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในคดีล้มละลาย

6.5 ความเห็นควรดําเนินการร้องขอให้เพิกถอนหรือไม่เพิกถอนการฉ้อฉล หรือการกระทํา อื่นใดเป็นการให้เปรียบเจ้าหนี้อื่นในสํานวนเกลอน ตามมาตรา 90/40 และมาตรา 9041

6.6 ความเห็นควรรายงานหรือไม่ควรรายงานศาลให้ผู้บริหารแผนพ้นจากตําแหน่งหรือมี คําสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา 90/57

6.7 ความเห็นควรรายงานหรือไม่ควรรายงานศาลให้มีคําสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการหรือ คําสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามมาตรา 90/70 ยกเว้นเป็นกรณีที่ผู้บริหารของลูกหนี้หรือผู้บริหารแผนเป็นผู้อื่น คําร้องขอต่อศาลเพื่อขอให้ศาลมีคําสั่งยกเลิกการฟื้นฟูกิจการหรือมีคําสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด

6.8 ความเห็นควรหรือไม่ควรร้องทุกข์หรือกล่าวโทษบุคคลใดต่อพนักงานสอบสวนให้ดําเนิน คดีอาญาในความผิดทางอาญาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้

6.9 คําสั่งหรือความเห็นไม่ดําเนินการตามมาตรา 90/39 มาตรา 90/40 มาตรา 90/41 มาตรา 90/57 และมาตรา 90/70

6.10 อุทธรณ์หรือไม่อุทธรณ์คําสั่งศาลในสํานวนทวงหนี้ สํานวนเพิกถอนการฉ้อฉลและ สํานวนเพิกถอนการให้เปรียบเจ้าหนี้อื่น

เมื่ออธิบดีกรมบังคับคดีหรือรองอธิบดีผู้ที่ได้รับมอบหมายมีคําสั่งประการใด ให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ดําเนินการตามคําสั่งนั้นตามกฎหมายโดยเร็วต่อไปอย่างช้าไม่เกิน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับทราบ คําสั่ง ส่วนคําสั่งตามข้อ 6.1 ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่กําลังเสนอต่ออธิบดีกรมบังคับคดีหรือรองอธิบดี ผู้ที่ได้รับมอบหมายภายใน 3 วันนับแต่สอบสวนในเรื่องการโต้แย้งสิทธิออกเสียงลงคะแนนเสร็จและเมื่อได้รับ ความเห็นชอบจากอธิบดีกรมบังคับคดีแล้วให้ทําการประกาศคําสั่งดังกล่าวก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การปฏิบัติเกี่ยวกับการประชุมเจ้าหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ให้ปฏิบัติดังนี้

7.1 ในการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาเลือกผู้ทําแผน เมื่อเจ้าหนี้ได้ยื่นคําขอแสดงความประสงค์ จะเข้าประชุมเจ้าหนี้ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตรวจหลักฐานแห่งความเป็นเจ้าหนี้ว่าเป็นเจ้าหนี้ที่อาจขอ รับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการและลูกหนี้ได้ก่อนิติสัมพันธ์ดังกล่าวนั้นขึ้นก่อนศาลมีคําสั่งให้ฟื้นฟูกิจการหรือ ไม่ เพื่อเป็นข้อมูลสําหรับประกอบการมีคําสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ออกเสียงลงคะแนนในจํานวน หนีเท่าใดในคําขอแสดงความประสงค์จะเข้าประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาเลือกผู้ทําแผน ในกรณีที่มีการคัดค้านการ ออกเสียงลงคะแนนของเจ้าหนี้ที่ถูกคัดค้านนั้น แต่ถ้าไม่มีการคัดค้านการออกเสียงลงคะแนนของเจ้าหนี้รายได้ ให้เจ้าหนี้นั้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนได้เต็มตามจํานวนหนี้ตามที่เจ้าหนี้ระบุมาในคําขอดังกล่าว

7.2 ในการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาเลือกผู้ทําแผน ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ถามลูกหนี้ และเจ้าหนี้ที่มาประชุมว่าจะคัดค้านการออกเสียงของเจ้าหนี้รายได้หรือไม่ ถ้ามีผู้คัดค้านการออกเสียงของ เจ้าหนี้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ซึ่งเป็นประธานในการประชุมเจ้าหนี้นั้นดําเนินการให้เจ้าหนี้ออกเสียงลง คะแนนเลือกผู้นําแผนในบัตรลงมติแต่ยังไม่ให้มีการรวมคะแนน โดยให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดําเนินการตามข้อ 7.3 เสียก่อน สําหรับบัตรลงมติให้เก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัยและให้มีคําสั่งพักการประชุมเจ้าหนี้ และนัดฟังคําสั่งว่าจะอนุญาตให้เจ้าหนี้ที่ถูกคัดค้านการออกเสียงมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในจํานวนหนี้ หรือไม่จํานวนเท่าใด และให้ดําเนินการรวมคะแนนในบัตรลงมติพร้อมแจ้งผลการลงมติดังกล่าวให้ ประชุมเจ้าหนี้ทราบในการประชุมเจ้าหนี้คราวต่อไป ทั้งนี้ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กําหนดวันนัดประชุม เจ้าหนี้ภายใน 15 วันนับแต่วันประชุม

7.3 สํานวนคําขอแสดงความประสงค์จะเข้าประชุมเจ้าหนี้เพื่อเลือกผู้นําแผนของเจ้าหนี้ที่ถูก คัดค้าน ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดําเนินการสอบถามหรือสอบสวนผู้คัดค้าน เจ้าหนี้ผู้ถูกคัดค้านและลูกหนี้ เกี่ยวกับเรื่องที่คัดค้าน ถ้าบุคคลดังกล่าวมาประชุม จากนั้นให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ส่งสํานวนคําขอแสดง ความประสงค์จะเข้าประชุมเจ้าหนี้เพื่อเลือกผู้ทําแผนของเจ้าหนี้ดังกล่าวพร้อมเสนอคําสั่งว่าจะให้เจ้าหนี้ดังกล่าว ออกเสียงลงคะแนนได้หรือไม่ จํานวนเท่าใด ตามลําดับชั้นต่ออธิบดีกรมบังคับคดีหรือ รองอธิบดีผู้ที่ได้ รับมอบหมายเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบโดยเร็วก่อนจึงจะดําเนินการต่อไปได้

7.4 ในการออกเสียงลงคะแนนเพื่อพิจารณาเลือกผู้ทําแผน กรณีที่มีผู้ถูกเสนอชื่อเป็นผู้ทําแผน หลายราย ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งให้เจ้าหนี้ที่มาในการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาเลือกผู้ทําแผน ทราบและให้ออกเสียงลงคะแนนว่าจะเลือกบุคคลใดเป็นผู้ทําแผน

7.5 ในกรณีที่มีผู้ถูกเสนอชื่อเป็นผู้ทําแผนเพียงรายเดียว ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งให้ เจ้าหนี้ที่มาในการประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาเลือกผู้ทําแผนทราบและให้ออกเสียงลงคะแนนว่าจะเลือกหรือ ไม่เลือกบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ทําแผน

7.6 ในกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดําเนินการประชุมเจ้าหนี้ในคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ไม่ว่าจะเป็นการประชุมเพื่อพิจารณาหรือปรึกษาหารือในหัวข้อใดก็ตาม ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงาน ผลการประชุมให้ศาลทราบภายในวันรุ่งขึ้น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การกํากับดูแลการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ให้ปฏิบัติดังนี้

8.1 กรณีที่ผู้บริหารแผนมิได้ส่งรายงานผลการปฏิบัติงานตามแผนภายในกําหนดให้ส่วนจัด กิจการทรัพย์สินและกํากับดูแลการฟื้นฟูมีหนังสือภายใน 7 วันนับแต่วันครบกําหนดส่งรายงานผลการ ปฏิบัติงานตามแผนถึงผู้บริหารแผนให้ส่งรายงานผลการปฏิบัติงานตามแผนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้ รับหนังสือ โดยให้ระบุในหนังสือด้วยว่า “ หากผู้บริหารแผน ไม่ส่งรายงานผลการปฏิบัติงานตามแผนตาม กําหนดนัดจะถือว่าผู้บริหารแผนไม่สามารถดําเนินการตามแผนได้ " ถ้าผู้บริหารแผนได้รับหนังสือดังกล่าว โดยชอบ แต่มิได้ส่งรายงานผลการปฏิบัติงานตามแผนตามกําหนดนัด และมิได้ขอขยายระยะเวลาส่งรายงาน ผลการปฏิบัติงานตามแผน ให้มีหนังสืออีกครั้งภายใน 7 วัน นับแต่วันครบกําหนดส่งตามหนังสือครั้งแรก ให้ผู้บริหารแผนส่งรายงานผลการปฏิบัติงานตามแผนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ โดยให้ระบุใน หนังสือด้วยว่า “หากผู้บริหารแผนไม่ส่งรายงานผลการปฏิบัติงานตามแผนตามกําหนดนัด เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์จะพิจารณาดําเนินการหรือรายงานขอให้ศาลมีคําสั่งตามที่เห็นสมควรต่อไป

8.2 ถ้าผู้บริหารแผนได้รับหนังสือครั้งหลังดังกล่าวโดยชอบ แต่มิได้ส่งรายงานผลการ ปฏิบัติงานตามแผนตามกําหนดนัด และมิได้ขอขยายระยะเวลาส่งรายงานผลการปฏิบัติงานตามแผน ให้ส่วน จัดกิจการทรัพย์สินและกํากับดูแลการฟื้นฟูรายงานส่วนกฎหมายภายใน 7 วันนับแต่วันครบกําหนด เพื่อรายงาน ขอให้ศาลมีคําสั่งตามที่เห็นสมควรตามมาตรา 90/67 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483

8.3 ในกรณีที่ผู้บริหารแผนขอขยายระยะเวลาการส่งรายงานผลการปฏิบัติงานตามแผน ให้ ผู้อํานวยการส่วนจัดกิจการทรัพย์สินและกํากับดูแลการฟื้นฟู เป็นผู้พิจารณาอนุญาตขยายระยะเวลาตามที่ เห็นสมควรแต่ต้องไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 15 วัน เว้นแต่มีพฤติการณ์พิเศษให้ผู้อํานวยการสํานัก ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เป็นผู้พิจารณาอนุญาต

8.4 ในกรณีที่ผู้บริหารแผนส่งรายงานผลการปฏิบัติงานตามแผน หากปรากฏว่าผู้บริหารแผน ไม่ได้ดําเนินการตามแผนหรือไม่เป็นไปตามแผน ให้ส่วนจัดกิจการทรัพย์สินและกํากับดูแลการฟื้นฟูตรวจสอบ หรือสอบถามผู้บริหารแผนถึงเหตุที่ผู้บริหารแผนไม่ดําเนินการตามแผน หรือไม่เป็นไปตามแผน ตลอดจน แนวทางในการดําเนินการแก้ไข ถ้าเห็นว่าผู้บริหารแผนมีเหตุผลเพียงพอในเชิงพาณิชย์ หรือธุรกิจของลูกหนี้ และมีแนวทางในการดําเนินการแก้ไขได้ให้รายงานส่วนกฎหมายเพื่อรายงานศาลทราบและพิจารณาต่อไป แต่ถ้าเห็นว่าผู้บริหารแผน ไม่มีเหตุผลเพียงพอในเชิงพาณิชย์หรือธุรกิจของลูกหนี้และไม่มีแนวทางแก้ไข หรือผู้บริหารแผนปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริต หรือผู้บริหารแผนก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าหนี้หรือลูกหนี้ ให้รายงานส่วนกฎหมาย โดยเร็ว เพื่อรายงานตามลําดับชั้นต่ออธิบดีกรมบังคับคดีหรือรองอธิบดีที่ได้รับ มอบหมายเพื่อพิจารณาดําเนินการตามที่เห็นสมควรต่อไป

8.5 หากปรากฏจากรายงานผลการปฏิบัติงานตามแผนของผู้บริหารแผน หรือคําร้อง - ของเจ้าหนี้หรือผู้บริหารของลูกหนี้ที่ยื่นต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่า ผู้บริหารแผนไม่สามารถชําระหนี้ให้ แก่เจ้าหนี้ได้ตามกําหนดระยะเวลาที่กําหนดไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการหรือข้อเสนอขอแก้ไขแผนฟื้นฟูกิจการ สองไตรมาสติดต่อกัน ให้ส่วนจัดกิจการทรัพย์สินและกํากับดูแลการฟื้นฟูตรวจสอบและพิจารณาว่า ภาพรวมผลการดําเนินงานทางการเงินว่าลูกหนี้มีรายได้จากการขายหรือบริการ กําไรขั้นต้น กําไร (ขาดทุน) สุทธิก่อนรายการพิเศษ กําไร (ขาดทุน) สุทธิหลังหักรายการพิเศษ เป็นอย่างไร ลูกหนี้ยังคงประกอบ กิจการอยู่หรือไม่ สาเหตุหรือพฤติการณ์ที่ทําให้ผู้บริหารแผนไม่สามารถชําระหนี้หรือดําเนินการตามแผนได้ ผู้บริหารแผนชําระหนี้หรือดําเนินการตามแผนไปได้มากน้อยเพียงใด ผู้บริหารแผนยังคงมีความสามารถ ชําระหนี้ หรือดําเนินการตามแผนต่อไปได้หรือไม่ และผู้บริหารแผนจะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ หรือไม่อย่างไร ภายในกําหนดระยะเวลาเท่าใด รายงานและเสนอความเห็นต่อส่วนกฎหมายว่าสมควรจะ ดําเนินการประการใด เมื่อส่วนกฎหมาย ได้รับรายงานและความเห็นจากส่วนจัดกิจการทรัพย์สินและกํากับ ดูแลการฟื้นฟู ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณาและเสนอความเห็นตามลําดับชั้นต่อผู้อํานวยการสํานัก ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้พิจารณาดําเนินการ เว้นแต่เป็นคดีที่มีทุนทรัพย์สูงเกินกว่าท่าพันล้านบาท คดีสําคัญ ที่อยู่ในความสนใจของประชาชน คดีที่ผู้บริหารแผนปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตหรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ เจ้าหนี้หรือลูกหนี้หรือกระทําผิดทางอาญาเกี่ยวกับการฟื้นฟูกิจการ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์พิจารณาและเสนอความเห็นตามลําดับชั้นต่ออธิบดีกรมบังคับคดีหรือรองอธิบดีกรมบังคับคดีที่ได้รับมอบหมายเพื่อ พิจารณาค่าเนินการตามที่เห็นสมควรต่อไป

8.6 เมื่ออธิบดีกรมบังคับคดี หรือรองอธิบดีกรมบังคับคดีที่ได้รับมอบหมายหรือผู้อํานวยการ สํานักฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ แล้วแต่กรณี มีคําสั่งตาม 8.4 และ 8.5 ประการใด ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ดําเนินการตามคําสั่งนั้นโดยเร็วต่อไป อย่างช้าไม่เกิน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคําสั่ง ในกรณีจําเป็นหรือ มีเหตุขัดข้องที่ไม่อาจ ดําเนินการได้ภายในกําหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์รายงานขอ อนุญาตขยายระยะเวลาต่อผู้อํานวยการสํานักฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้เพื่อพิจารณามีคําสั่งตามที่เห็นสมควร ต่อไป

8.7 เมื่อระยะเวลาดําเนินการตามแผนสิ้นสุดลง ไม่ว่าการฟื้นฟูกิจการจะได้ดําเนินการเป็น ผลสําเร็จตามแผนหรือไม่ ให้ส่วนจัดกิจการทรัพย์สินและกํากับดูแลการฟื้นฟูรายงานส่วนกฎหมายโดยเร็วเพื่อ รายงานศาลทราบและพิจารณาภายใน 14 วัน นับแต่ระยะเวลาดําเนินการตามแผนสิ้นสุด ตามมาตรา 90/70 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การสวมสิทธิ์เป็นเจ้าหนี้แทนเจ้าหนี้ในสํานวนคําขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ให้ปฏิบัติดังนี้

9.1 ในกรณีที่สํานวนคําขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการของเจ้าหนี้รายที่ถูกสวมสิทธิ์มีผู้ร้อง คัดค้านคําสั่งคําขอรับชําระหนี้ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือมีการอุทธรณ์คําสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาต ให้เจ้าหนี้ได้รับชําระหนี้ของศาลล้มละลายกลาง ผู้ร้องขอสามสิทธิชอบที่จะต้องยื่นคําร้องต่อศาลที่คดีค้าง พิจารณาอยู่ จึงให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคําสั่งยกคําร้องของผู้ร้องขอสวมสิทธิ

9.2 ในกรณีที่สํานวนคําขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการของเจ้าหนี้รายที่ถูกสวมสิทธิ อยู่ระหว่างการพิจารณาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคําสั่งอนุญาตให้ได้รับ ชําระหนี้ คดีถึงที่สุดแล้ว โดยไม่มีกระบวนพิจารณาขั้นคําขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการค้างพิจารณา อยู่ในศาล ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคําสั่งรับคําร้อง นัดพิจารณาคําร้อง สําเนาคําร้องให้เจ้าหนี้ที่ถูกสวมสิทธิ และผู้ทําแผนหรือผู้บริหารแผนแล้วแต่กรณี หากจะคัดค้านประการใด ให้คัดค้านก่อนวันนัด หรือในวันนัด พิจารณา หากไม่คัดค้านภายในกําหนด ถือว่าไม่ติดใจคัดค้าน โดยให้ผู้ร้องขอสวมสิทธินําส่งหมายนัดและ สําเนาคําร้องภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีคําสั่ง และแถลงผลการส่งภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหมายนัดและ สําเนาคําร้อง หากไม่ดําเนินการ จะถือว่าผู้ร้องไม่ติดใจยื่นคําร้องดังกล่าว

9.3 ถ้าไม่มีผู้คัดค้านคําร้องขอสวมสิทธิของผู้ร้อง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคําสั่ง อนุญาตให้ผู้ร้องสวมสิทธิแทนเจ้าหนี้ในสํานวนคําขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ตามจํานวนหนี้ที่ผู้ร้อง ขอสวมสิทธิ์ เว้นแต่จะมีเหตุผลสมควรประการอื่น หรือปรากฏว่าแผนที่ศาลมีคําสั่งเห็นชอบแล้วกําหนดวิธี ปฏิบัติ เรื่องการโอนสิทธิเรียกร้อง หรือโอนหนี้ไว้เป็นอย่างอื่น

9.4 ถ้ามีผู้คัดค้านคําร้องขอสวมสิทธิของผู้ร้อง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนและ พิจารณามีคําสั่ง เมื่อเสร็จการสอบสวนให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งกําหนดวันนัดฟังคําสั่งให้ผู้ที่ เกี่ยวข้องทราบในรายงานการสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

9.5 ความในข้อ 9.2 มิให้ใช้บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้

9.5.1 การควบรวม และการโอนกิจการโดยผลของกฎหมาย เช่น ตามพระราชบัญญัติ การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 เป็นต้น

9.5.2 การโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ หรือการโอนสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ตามกฎหมาย เช่น ตามพระราชกําหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน พ.ศ. 2540 พระราชกําหนด บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ. 2544 พระราชกําหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 เป็นต้น

9.5.3 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายสิทธิเรียกร้องของผู้ล้มละลาย ซึ่งผู้ซื้อได้ชําระราคา ครบถ้วนและได้บอกกล่าวการโอนสิทธิไปยังลูกหนี้แห่งสิทธิเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

9.5.4 การรับช่วงสิทธิ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

9.5.5 การโอนสิทธิเรียกร้อง หรือการโอนหนี้ซึ่งปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าได้ทําเป็น หนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอนและได้มีหนังสือบอกกล่าวการโอนไปยังผู้ที่มีอํานาจกระทําการแทน ลูกหนี้ หรือผู้ที่มีอํานาจกระทําการแทนลูกหนี้ได้ยินยอมด้วยในการโอนนั้นเป็นหนังสือโดยถูกต้องตาม กฎหมาย

ในกรณีดังกล่าวข้างต้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจมีคําสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องสวมสิทธิแทน เจ้าหนี้ในสํานวนคําขอรับชําระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการได้ โดยไม่ต้องนัดพิจารณาคําร้อง เว้นแต่จะมีเหตุผล - สมควรประการอื่น หรือปรากฏว่าแผนที่ศาลมีคําสั่งเห็นชอบแล้วกําหนดวิธีปฏิบัติ เรื่องการโอนสิทธิเรียกร้อง หรือ โอนหนี้ไว้เป็นอย่างอื่น เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคําสั่งประการใดให้แจ้งคําสั่งให้ ผู้ร้องขอสวมสิทธิ เจ้าหนี้ที่ถูกสวมสิทธิ และผู้ทําแผนหรือผู้บริหารแผนแล้วแต่กรณีทราบ

อนึ่ง หากคําสั่งหรือบันทึกข้อความใดที่ขัดหรือแย้งกับคําสั่งนี้ ให้ถือปฏิบัติตามคําสั่งนี้

ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - สั่ง ณ วันที่ 28 เดือน กันยายน พ.ศ. 2549

(ลงชื่อ) สิรวัต จันทรัฐ

(นายสิรวัต จันทรัฐ)

อธิบดีกรมบังคับคดี

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งกรมบังคับคดี ที่ 393/2549 เรื่อง การปฏิบัติงานคดีฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0b5e84cec34cad74

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com