法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2559

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
121
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติ

พ.ศ. ๒๕๕๙

อาศัยอำนาจตามความในประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๒๔/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗ มาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๕๐ และมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๙ ประกอบมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในการประชุมครั้งที่ ๑๗/๒๕๕๙ เมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๙ คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงออกระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ๒๕๕๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“ร่างรัฐธรรมนูญ” หมายความว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจัดทำขึ้นและต้องจัดให้มีการออกเสียง

“การออกเสียง” หมายความว่า การออกเสียงประชามติตามมาตรา ๓๙/๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๕๕๙

“ผู้มีสิทธิออกเสียง” หมายความว่า ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๕๕๙ และตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๙

“วันออกเสียง” หมายความว่า วันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกำหนดให้เป็นวันออกเสียงประชามติ

“เขตออกเสียง” หมายความว่า ท้องที่ที่กำหนดเป็นเขตออกเสียงประชามติ

“หน่วยออกเสียง” หมายความว่า ท้องถิ่นที่กำหนดให้ทำการลงคะแนนออกเสียงประชามติ

“ที่ออกเสียง” หมายความว่า สถานที่ที่กำหนดให้ทำการลงคะแนนออกเสียงประชามติและให้หมายความรวมถึงบริเวณที่กำหนดขึ้นโดยรอบที่ออกเสียงประชามติ

“ที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัด” หมายความว่า สถานที่ที่กำหนดให้ทำการลงคะแนนออกเสียงประชามติสำหรับผู้มีสิทธิออกเสียงที่ลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตจังหวัด และให้หมายความรวมถึงบริเวณที่กำหนดขึ้นโดยรอบที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัด

“หีบบัตรออกเสียง” หมายความรวมถึง สิ่งที่ใช้แทนหีบบัตรออกเสียง

“บัตรออกเสียง” หมายความว่า บัตรออกเสียงประชามติ

“เครื่องอ่านบัตรประจำตัวประชาชน” หมายความว่า เครื่องอ่านข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนที่ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์แบบอเนกประสงค์

“จังหวัด” หมายความรวมถึง กรุงเทพมหานคร

“อำเภอ” หมายความรวมถึง เขต

“ตำบล” หมายความรวมถึง แขวง

“ที่ว่าการอำเภอ” หมายความรวมถึง สำนักงานเขต

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งรักษาการตามระเบียบนี้

เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการออกเสียง

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้คณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงมีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลและดำเนินการจัดการออกเสียงในเขตจังหวัดตามประกาศ ระเบียบ คำสั่ง มติคณะกรรมการการเลือกตั้งและตามที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้การออกเสียงในเขตจังหวัดเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และให้มีอำนาจเข้าไปในที่ออกเสียงและที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัด

เพื่อประโยชน์ในการจัดการออกเสียง ให้คณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะบุคคล หรือบุคคลใดเป็นผู้ช่วยเหลือการปฏิบัติงานการออกเสียง รวมทั้งมอบหมายให้คณะอนุกรรมการ หรือคณะบุคคล หรือบุคคลใดดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการออกเสียงในเขตจังหวัดได้ภายในกรอบเงินงบประมาณหรือตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนดจนกว่าภารกิจการออกเสียงจะเสร็จสิ้น

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ผู้อำนวยการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการเพื่อการสนับสนุนการปฏิบัติการออกเสียงในเขตจังหวัด ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการออกเสียงและปฏิบัติตามประกาศ ระเบียบ คำสั่ง มติคณะกรรมการการเลือกตั้ง และมติคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การใดในพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๙ กำหนดให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง หรือผู้อำนวยการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง ซึ่งในระเบียบนี้กำหนดให้บุคคล หรือคณะบุคคลเป็นผู้ดำเนินการแทน ให้ถือว่าคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง หรือผู้อำนวยการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงได้มอบหมายให้บุคคล หรือคณะบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ดำเนินการแทน แล้วแต่กรณี และให้คณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง หรือผู้อำนวยการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง มีหน้าที่ควบคุมติดตามการดำเนินงานให้เป็นไปตามระเบียบ

คณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง

และผู้อำนวยการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ คณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง ประกอบด้วย ประธานกรรมการหนึ่งคนและกรรมการอีกสี่คน โดยให้แต่งตั้งจากประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเป็นประธานกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง และกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเป็นกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง

กรณีจังหวัดใดไม่มีคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปฏิบัติหน้าที่อยู่ ให้ดำเนินการสรรหาคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงให้ครบจำนวนห้าคน สำหรับจังหวัดใดที่มีคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปฏิบัติหน้าที่ไม่ครบห้าคน ให้ปฏิบัติหน้าที่เท่าที่มีอยู่แต่ต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง

ในกรณีที่มีการสรรหากรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงทั้งคณะ ให้คณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงประชุมและเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงและแจ้งผลให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเป็นผู้อำนวยการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงและเป็นเลขานุการคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การประชุมของคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

ให้ประธานกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

มติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งย่อมมีเสียงหนึ่งในการออกเสียงลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้คณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงพ้นจากตำแหน่งภายในเจ็ดวันนับแต่วันลงคะแนนออกเสียง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามข้อ ๑๑ กรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๑๔ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๑๕

(๔) คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติให้พ้นจากตำแหน่งโดยเห็นว่าขาดความเป็นกลางทางการเมืองมีความประพฤติส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อประกาศ ระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ละเลยต่อหน้าที่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

การพ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่งย่อมไม่กระทบการใดที่กรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงกระทำไปในหน้าที่ รวมทั้งการได้รับค่าตอบแทนก่อนวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติและให้ถือว่ามติการให้พ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่ไม่มีกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงหรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดหรือพนักงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมอบหมายปฏิบัติหน้าที่แทนไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงคนใหม่แทน และแจ้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบภายในสองวันนับแต่วันที่มีกรณีดังกล่าว

เมื่อมีกรณีตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจไม่แต่งตั้งกรรมการประจำเขตออกเสียงคนใหม่แทนก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ กรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์ในวันสมัครหรือทาบทาม

(๓) มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตจังหวัดนั้น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ กรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

(๒) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวช

(๓) ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย

(๔) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

(๕) ติดยาเสพติดให้โทษ

(๖) เป็นบุคคลล้มละลายซึ่งศาลยังไม่สั่งให้พ้นจากคดี

(๗) เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไปโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปี เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

(๘) เคยถูกไล่ออก ปลดออกหรือให้ออกจากราชการจากหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ

(๙) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

(๑๐) อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

(๑๑) เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น

(๑๒) เป็นสมาชิกหรือผู้ดำรงตำแหน่งอื่นของพรรคการเมือง

(๑๓) เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลปกครอง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ภายใต้บังคับข้อ ๑๓ กรณีที่กรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุอื่นนอกจากเสร็จสิ้นภารกิจและกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนวันออกเสียงไม่น้อยกว่าสามวัน ให้กรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงปฏิบัติหน้าที่เท่าที่มีอยู่ เว้นแต่การพ้นจากตำแหน่งดังกล่าวทำให้มีจำนวนกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงเหลือน้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้งกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงเพิ่มจนครบห้าคนโดยพิจารณาจากบัญชีรายชื่อตามข้อ ๑๘ หรือผู้ที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๑๔ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๑๕ แต่หากกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นในจังหวัดที่ไม่ได้มีการสรรหาคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง เนื่องจากมีคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้ว ก็ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาแต่งตั้งบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามระเบียบนี้เป็นกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง

กรณีตามวรรคหนึ่ง เกิดขึ้นภายในสามวันก่อนวันออกเสียงหรือในวันออกเสียงให้กรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงเท่าที่มีอยู่ปฏิบัติหน้าที่จนเสร็จสิ้นการออกเสียง

กรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงเพิ่มตามวรรคหนึ่งแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นว่าผู้ได้รับแต่งตั้งมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมหรือปฏิบัติหน้าที่ไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่มีความเป็นกลางทางการเมืองอาจมีมติให้แต่งตั้งคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงใหม่ได้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ภายใต้บังคับข้อ ๘ วรรคสอง การดำเนินการสรรหาคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศรับสมัครบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเป็นกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงภายในห้าวันนับแต่วันที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับ โดยผู้สมัครต้องยื่นใบสมัครตามแบบ กอส. เขต และต้องกำหนดวันรับสมัครไม่น้อยกว่าห้าวัน

เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการรับสมัครตามวรรคหนึ่งและมีผู้สมัครไม่ครบจำนวนตามข้อ ๑๙ ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทาบทามบุคคลที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๑๔ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๑๕ เป็นกรรมการการออกเสียงประจำประจำเขตออกเสียงให้ครบจำนวนตามข้อ ๑๙ ภายในสามวันนับแต่วันสิ้นสุดการรับสมัคร ตามแบบ กอส. เขต/ท

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครตามข้อ ๑๗ วรรคหนึ่ง หรือผู้ได้รับการทาบทามตามข้อ ๑๗ วรรคสอง และจัดทำบัญชีรายชื่อของผู้สมัครหรือผู้ได้รับการทาบทามเป็นกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง พร้อมทั้งปิดประกาศบัญชีรายชื่อดังกล่าว ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเขตเผยแพร่ประชาสัมพันธ์รายชื่อผู้สมัครให้ประชาชนในเขตออกเสียงทราบและมีส่วนร่วมในการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามและประวัติพฤติกรรมของผู้สมัครดังกล่าว ส่งให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดภายในสิบวันนับแต่วันที่ประกาศ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ภายในสามวันนับแต่วันพ้นระยะเวลาตามข้อ ๑๘ ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิจารณาคัดเลือกบุคคลจากบัญชีรายชื่อตามข้อ ๑๘ ให้เหลือจำนวนสองเท่าของจำนวนที่จะต้องแต่งตั้งกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงและจัดทำบัญชีรายชื่อของผู้ได้รับการคัดเลือกดังกล่าวโดยเรียงลำดับตามตัวอักษรพร้อมทั้งประวัติและเหตุผลในการคัดเลือก

ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดจัดส่งทำบัญชีรายชื่อตามข้อ ๑๘ และข้อ ๑๙ วรรคหนึ่ง ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งภายในวันถัดจากการดำเนินการตามข้อ ๑๙ วรรคหนึ่ง แล้วเสร็จ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในการพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่มีสิทธิได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงตามข้อ ๑๙ ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถอันเป็นประโยชน์ต่อการอำนวยการและรับผิดชอบการจัดการออกเสียงในเขตออกเสียงโดยคำนึงถึงความหลากหลายของอาชีพการมีส่วนร่วมของสตรีและความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับบัญชีรายชื่อและประวัติของบุคคลซึ่งได้รับการคัดเลือกเพื่อเสนอให้พิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง ตามข้อ ๑๙ ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเสนอบัญชีรายชื่อดังกล่าวต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณาคัดเลือกแต่งตั้งเป็นกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง

ในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งไม่เห็นชอบด้วยกับบุคคลที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้คัดเลือกไว้หรือเห็นว่าบุคคลใดหรือทั้งหมดที่ได้รับการคัดเลือกมาไม่เหมาะสมเพียงพอ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทาบทามบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงให้ครบจำนวน

คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในการออกเสียงให้คณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงแต่งตั้งข้าราชการ พนักงาน หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ หรือบุคคลที่เหมาะสมในเขตพื้นที่เป็นคณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอภายในเจ็ดวันนับแต่คณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงได้รับการแต่งตั้งตามแบบ อ.ส. ๑ อำเภอละหนึ่งคณะ โดยให้มีจำนวนอำเภอละไม่น้อยกว่าสามคน ส่วนจะเป็นจำนวนเท่าใดให้คณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงพิจารณาแต่งตั้งตามความเหมาะสม โดยอยู่ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณเฉลี่ยอำเภอละห้าคน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอตามข้อ ๒๒ มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) อำนวยการและรับผิดชอบการออกเสียงในเขตท้องที่อำเภอ

(๒) การกำหนดหน่วยออกเสียง และที่ออกเสียง

(๓) จัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง การเพิ่มชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง หรือถอนชื่อผู้ไม่มีสิทธิออกเสียง

(๔) แต่งตั้งและจัดการอบรมผู้อำนวยการประจำหน่วยออกเสียง คณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียงและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

(๕) แต่งตั้งบุคคล หรือคณะบุคคลเพื่อช่วยเหลือในการปฏิบัติหน้าที่

(๖) กำกับดูแลการลงคะแนนออกเสียง การนับคะแนนออกเสียง และการรายงานผลการนับคะแนนออกเสียง

(๗) ปฏิบัติการอื่นตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอพ้นจากหน้าที่เมื่อได้ดำเนินการส่งมอบเอกสารหลักฐาน ตามข้อ ๑๐๓ วรรคสาม

ผู้อำนวยการประจำหน่วยออกเสียงและ

ผู้อำนวยการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การแต่งตั้งผู้อำนวยการประจำหน่วยออกเสียงและผู้อำนวยการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัดให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) ให้คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอ แต่งตั้งบุคคลผู้มีสิทธิออกเสียงในจังหวัด หรือข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นผู้อำนวยการประจำหน่วยออกเสียงก่อนวันออกเสียงไม่น้อยกว่ายี่สิบวัน ตามแบบ อ.ส. ๒ หน่วยออกเสียงละหนึ่งคน

(๒) ให้คณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง แต่งตั้งผู้อำนวยการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัด ก่อนวันออกเสียงไม่น้อยกว่ายี่สิบวัน ตามแบบ อ.ส. ๒/น ชุดละหนึ่งคน ตามจำนวนคณะกรรมการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัดในข้อ ๒๘ (๒)

กรณีที่ไม่สามารถแต่งตั้งผู้อำนวยการประจำหน่วยออกเสียงหรือผู้อำนวยการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัดได้ครบจำนวน ให้ผู้อำนวยการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงร้องขอต่อนายอำเภอหรือหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ซึ่งหน่วยออกเสียงหรือที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัดอยู่ในเขตพื้นที่เสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรเพื่อให้คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอหรือคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงพิจารณาแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ให้ผู้อำนวยการประจำหน่วยออกเสียง และผู้อำนวยการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัดมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้

(๑) จัดทำและตรวจสอบเอกสาร อำนวยความสะดวก ให้คำแนะนำและให้การช่วยเหลือในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียง หรือคณะกรรมการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัด แล้วแต่กรณี รวมทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

(๒) ปฏิบัติตามคำสั่งหรือที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง ผู้อำนวยการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง หรือคณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอ

ให้ผู้อำนวยการประจำหน่วยออกเสียง ผู้อำนวยการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัดพ้นจากตำแหน่งพร้อมกับคณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียง หรือคณะกรรมการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัด

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ก่อนวันออกเสียงไม่น้อยกว่าห้าวันหรือในวันออกเสียง หากผู้อำนวยการประจำหน่วยออกเสียงผู้อำนวยการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัดผู้ใดไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือการปฏิบัติหน้าที่นั้นอาจก่อให้เกิดความเสียหาย ให้คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอหรือคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง แล้วแต่กรณี สั่งให้ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งและแต่งตั้งบุคคลอื่นทำหน้าที่แทนทันที

คณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียงและ

คณะกรรมการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัด

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การแต่งตั้งคณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียงและคณะกรรมการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัดให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) ให้คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอ แต่งตั้งผู้มีสิทธิออกเสียงในเขตจังหวัดเป็นคณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียงก่อนวันออกเสียงไม่น้อยกว่ายี่สิบวัน ตามแบบ อ.ส. ๒ หน่วยออกเสียงละไม่น้อยกว่าห้าคน ประกอบด้วย ประธานกรรมการประจำหน่วยออกเสียงหนึ่งคนและกรรมการอีกไม่น้อยกว่าสี่คน แล้วให้ปิดประกาศ ณ ที่ว่าการอำเภอ และที่ออกเสียงในวันออกเสียง พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งทราบโดยเร็ว ตามแบบ อ.ส. ๓

(๒) ให้คณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง แต่งตั้งคณะกรรมการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัดก่อนวันออกเสียงไม่น้อยกว่ายี่สิบวัน ตามแบบ อ.ส. ๒/น ชุดละไม่น้อยกว่าห้าคนต่อผู้ลงทะเบียนทุกแปดร้อยคน กรณีมีเศษเกินสี่ร้อยคนให้เพิ่มคณะกรรมการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัดได้อีกหนึ่งชุด และแจ้งให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งทราบโดยเร็ว ตามแบบ อ.ส. ๓/น

ก่อนวันออกเสียงถ้ากรรมการตามวรรคหนึ่ง (๑) หรือ (๒) มีไม่ครบจำนวนให้คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอ หรือคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง แล้วแต่กรณี แต่งตั้งผู้มีสิทธิออกเสียงในเขตจังหวัดเป็นกรรมการตาม (๑) หรือ (๒) จนครบตามจำนวนที่กำหนด

ในวันออกเสียง ถ้าถึงเวลาเปิดการลงคะแนนออกเสียงแล้วมีกรรมการตามวรรคหนึ่ง (๑) หรือ (๒) มาปฏิบัติหน้าที่ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งก็ให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ และให้แต่งตั้งเพิ่มเติมให้ครบจำนวนก่อนการนับคะแนนออกเสียง หากมีจำนวนไม่ถึงกึ่งหนึ่งให้กรรมการที่อยู่ในขณะนั้นแต่งตั้งผู้มีสิทธิออกเสียงในเขตออกเสียงเป็นกรรมการให้มีจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง และแต่งตั้งเพิ่มเติมให้ครบจำนวนก่อนการนับคะแนนออกเสียง

ในวันออกเสียงถ้าไม่มีกรรมการตามวรรคหนึ่ง (๑) หรือ (๒) มาปฏิบัติหน้าที่เลย ให้คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอ หรือคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง แล้วแต่กรณี แต่งตั้งบุคคลอื่นเป็นกรรมการเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยออกเสียงหรือที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัด โดยให้มีจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งและแต่งตั้งเพิ่มเติมให้ครบจำนวนก่อนการนับคะแนนออกเสียง

ในการแต่งตั้งคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง (๑) และ (๒) ให้คำนึงถึงนิสิต นักศึกษาที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามในการออกเสียงเป็นกรรมการด้วย

คณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียงและคณะกรรมการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัดพ้นจากหน้าที่เมื่อเสร็จสิ้นการนับคะแนนออกเสียง และนำส่งผลการนับคะแนนออกเสียงพร้อมส่งมอบบัตรออกเสียง หีบบัตรออกเสียง และวัสดุอุปกรณ์ในการออกเสียงให้แก่คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอ หรือคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ กรณีที่ต้องวินิจฉัยการขอใช้สิทธิออกเสียงหรือการทักท้วงเกี่ยวกับการดำเนินการออกเสียง ให้ประธานกรรมการประจำหน่วยออกเสียง หรือประธานกรรมการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัดและกรรมการประจำหน่วยออกเสียงหรือกรรมการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัดสองคนเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการประจำหน่วยออกเสียงหรือประธานกรรมการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัดไม่มาปฏิบัติหน้าที่หรือมาแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการประจำหน่วยออกเสียง หรือกรรมการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัดที่เหลืออยู่เลือกกรรมการคนหนึ่งดำเนินการแทน

การวินิจฉัยของคณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียง หรือคณะกรรมการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัดตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามเสียงข้างมาก

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำสถานที่ ดังต่อไปนี้

(๑) ที่ออกเสียง อย่างน้อยแห่งละหนึ่งคน

(๒) ที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัด อย่างน้อยชุดละหนึ่งคน

กรณีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เพียงพอให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประสานกับอธิบดีกรมการปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอหรือผู้บังคับหน่วยทหารในพื้นที่ จัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามวรรคหนึ่ง โดยคัดเลือกจากข้าราชการพลเรือน หรือข้าราชการทหาร หรือพนักงานฝ่ายปกครอง หรือสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนหรือเจ้าหน้าที่อื่นของหน่วยงานรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ เมื่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการตามข้อ ๓๐ แล้ว ให้แจ้งรายชื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแก่คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอ หรือคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาประกาศแต่งตั้งก่อนวันออกเสียงไม่น้อยกว่ายี่สิบวัน ตามแบบ อ.ส. ๒ หรือแบบ อ.ส. ๒/น

ในกรณีจำเป็นตามสภาพที่อาจมีผลต่อความปลอดภัย คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอหรือคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง อาจแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำสถานที่ตามข้อ ๓๐ วรรคหนึ่ง (๑) และ (๒) ได้ตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามข้อ ๓๑ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยบริเวณที่ออกเสียง หรือบริเวณที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัด แล้วแต่กรณี

(๒) สนับสนุนและช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการประจำหน่วยออกเสียง ผู้อำนวยการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัด คณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียง คณะกรรมการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัด แล้วแต่กรณี

(๓) รักษาความปลอดภัยบัตรออกเสียง หีบบัตรออกเสียง เอกสารและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องตลอดระยะเวลาจนเสร็จสิ้นภารกิจ

ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำหน่วยออกเสียง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัด พ้นจากตำแหน่งพร้อมกับคณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียงหรือคณะกรรมการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัด

การอบรมเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการออกเสียง

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ก่อนวันออกเสียง ให้มีการอบรมเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการออกเสียงให้เข้าใจบทบาทและหน้าที่ตามประกาศ ระเบียบ และคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ดังนี้

(๑) คณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงจัดให้มีการอบรม คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอ ผู้อำนวยการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัด คณะกรรมการประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัด และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำที่ออกเสียงนอกเขตจังหวัด

(๒) คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอ จัดให้มีการอบรมผู้อำนวยการประจำหน่วยออกเสียง คณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียง และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำที่ออกเสียง

ค่าตอบแทนการปฏิบัติหน้าที่

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ให้เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการออกเสียง ได้รับค่าตอบแทนตามบัญชีอัตราค่าตอบแทนแนบท้ายระเบียบนี้ ยกเว้นคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงที่แต่งตั้งมาจากคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ไม่ให้ได้รับค่าตอบแทน

เขตออกเสียง หน่วยออกเสียง และที่ออกเสียง

เขตออกเสียง

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ การออกเสียงให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตออกเสียง

หน่วยออกเสียง และที่ออกเสียง

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ เมื่อได้มีประกาศกำหนดวันออกเสียง ให้นายทะเบียนอำเภอและนายทะเบียนท้องถิ่นจัดทำร่างประกาศกำหนดหน่วยออกเสียงและที่ออกเสียงให้แก่คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอเพื่อพิจารณาก่อนวันออกเสียงไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าวัน และให้คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอประกาศกำหนดหน่วยออกเสียงและที่ออกเสียงที่จะพึงมีในเขตท้องที่อำเภอนั้นก่อนวันออกเสียงไม่น้อยกว่ายี่สิบวัน ตามแบบ อ.ส. ๔ จำนวนสี่ชุด

(๑) ชุดที่ ๑ ปิดประกาศไว้ ณ ที่ออกเสียงหรือบริเวณใกล้เคียงกับที่ออกเสียงของแต่ละหน่วยออกเสียง

(๒) ชุดที่ ๒ ส่งให้ผู้อำนวยการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง เพื่อเก็บรักษาไว้ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด

(๓) ชุดที่ ๓ มอบให้คณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียงปิดประกาศ ณ ที่ออกเสียงในวันออกเสียง

(๔) ชุดที่ ๔ มอบให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นเก็บรักษาไว้เป็นชุดสำรอง

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ในการกำหนดหน่วยออกเสียงที่จะพึงมีในแต่ละเขตท้องที่ของอำเภอตามข้อ ๓๖ คำนึงถึงความสะดวกในการเดินทางมาใช้สิทธิออกเสียงของผู้มีสิทธิออกเสียง ตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

(๑) ให้ใช้เขตหมู่บ้านเป็นเขตของหน่วยออกเสียงโดยให้ถือเกณฑ์จำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงหน่วยละแปดร้อยคนเป็นประมาณ

(๒) เพื่อให้ได้เกณฑ์ตาม (๑) ในกรณีที่ผู้มีสิทธิออกเสียงในหมู่บ้านมีจำนวนน้อยจะรวมหมู่บ้านที่ติดกันตั้งแต่สองหมู่บ้านขึ้นไปเป็นหน่วยออกเสียงเดียวกันก็ได้

(๓) สำหรับในเขตเทศบาล ในเขตเมืองพัทยา ในเขตกรุงเทพมหานคร หรือในเขตชุมชนหนาแน่นอาจกำหนดให้ใช้เขตชุมชน แนวถนน ตรอก ซอย คลอง หรือแม่น้ำเป็นเขตของหน่วยออกเสียงก็ได้

(๔) ในกรณีที่เห็นว่าไม่เป็นการสะดวกหรือไม่ปลอดภัยในการไปลงคะแนนออกเสียงของผู้มีสิทธิออกเสียง อาจกำหนดจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงมากกว่าแปดร้อยคนหรือจะกำหนดหน่วยออกเสียงเพิ่มขึ้นโดยให้มีจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงน้อยกว่าแปดร้อยคนก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ การกำหนดหมายเลขหน่วยออกเสียงของแต่ละเขตออกเสียงให้กำหนดหมายเลขหน่วยออกเสียงแยกเป็นรายเทศบาลหรือรายตำบล โดยให้ใช้หมายเลขเรียงตั้งแต่หมายเลข ๑ ตามลำดับจนครบทุกหน่วยออกเสียง ในแต่ละเทศบาลหรือตำบลแล้วแต่กรณี

ในกรณีเทศบาลใดแบ่งพื้นที่ปกครองออกเป็นแขวง ให้กำหนดหมายเลขหน่วยออกเสียงเป็นรายแขวง

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ให้นายทะเบียนอำเภอและนายทะเบียนท้องถิ่นจัดทำร่างกำหนดที่ออกเสียงของหน่วยออกเสียงให้แก่คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอเพื่อพิจารณาก่อนวันออกเสียงไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าวันและให้คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอประกาศกำหนดที่ออกเสียงของแต่ละหน่วยออกเสียงก่อนวันออกเสียงไม่น้อยกว่ายี่สิบวันตามแบบ อ.ส. ๔ ที่ออกเสียงต้องเป็นสถานที่ซึ่งประชาชนเข้าออกได้ง่าย มีขนาดและความเหมาะสมที่จะทำการออกเสียงได้โดยสะดวก และไปใช้สิทธิได้ง่ายและควรกำหนดสถานที่ที่เป็นอาคารที่มีแสงสว่างเพียงพอ ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงความสะดวกในการออกเสียงของคนพิการหรือทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุด้วย

เพื่อประโยชน์ในการอำนวยความสะดวกหรือเพื่อความปลอดภัยของผู้มีสิทธิออกเสียงอาจกำหนดที่ออกเสียงนอกเขตของหน่วยออกเสียงก็ได้ แต่ต้องอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับหน่วยออกเสียงนั้น

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ก่อนวันออกเสียงหากเกิดเหตุจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย เหตุสุดวิสัย หรือเหตุจำเป็นอย่างอื่นทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่ออกเสียง ให้คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอประกาศการเปลี่ยนแปลงที่ออกเสียง ตามแบบ อ.ส. ๕ เมื่อประกาศเปลี่ยนแปลงแล้วให้ปิดประกาศดังกล่าวไว้ ณ ที่เดียวกับประกาศกำหนดหน่วยออกเสียงตามข้อ ๓๖ หากถึงวันออกเสียงเหตุดังกล่าวยังไม่ยุติลง ให้นำความในข้อ ๘๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ที่ออกเสียงให้มีป้ายหรือเครื่องหมายแสดงขอบเขตบริเวณโดยรอบที่ออกเสียง รวมทั้งป้ายบอกที่ออกเสียง และจัดภายในบริเวณที่ออกเสียงตามตัวอย่างแผนผังที่ออกเสียงท้ายระเบียบนี้โดยอนุโลม

สำหรับป้ายบอกที่ออกเสียงให้มีข้อความอย่างน้อย ดังนี้

“การออกเสียงประชามติ

ที่ออกเสียงสำหรับหน่วยออกเสียงที่ ... หมู่ที่ ... ตำบล/แขวง ........... (เทศบาล........) อำเภอ/เขต ............. จังหวัด ............... สถานที่ออกเสียง (ระบุสถานที่) ..........................”

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ในวันออกเสียงก่อนการลงคะแนนออกเสียงให้มีการเชิญธงชาติขึ้นบริเวณด้านหน้าของที่ออกเสียงเช่นเดียวกับสถานที่ราชการ และเมื่อเสร็จสิ้นการออกเสียงแล้วให้เชิญธงชาติลง เว้นแต่หน่วยออกเสียงหรือที่ออกเสียงนั้นที่ไม่อยู่ในสถานที่ที่มีลักษณะที่สามารถเชิญธงชาติขึ้นลงบริเวณด้านหน้าของที่ออกเสียงได้

ผู้มีสิทธิออกเสียง และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง

ผู้มีสิทธิออกเสียง

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ผู้มีสิทธิออกเสียงต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๙

บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ให้ผู้อำนวยการทะเบียนกลางตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร หรือผู้ที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางมอบหมาย มีหน้าที่จัดทำร่างประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง ตามแบบ อ.ส. ๖ จำนวนสี่ชุด ให้แก่คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอหรือผู้ที่คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอมอบหมาย พิจารณาก่อนวันออกเสียงไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าวันและให้คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอหรือผู้ที่คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอมอบหมายปิดประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงก่อนวันออกเสียงไม่น้อยกว่ายี่สิบวัน

บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงตามวรรคหนึ่ง ให้จัดทำเป็นรายหน่วยออกเสียงโดยเรียงตามลำดับเลขหมายประจำบ้านรวมทั้งให้จัดเรียงลำดับตามตัวอักษรของผู้มีสิทธิออกเสียงในแต่ละบ้าน สำหรับหน่วยออกเสียงซึ่งอยู่ในเขตเทศบาล เมืองพัทยา กรุงเทพมหานคร หรือในเขตชุมชนหนาแน่นอาจแยกออกตามชื่อ ถนน ตรอก ซอย คลอง หรือแม่น้ำ

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง อย่างน้อยต้องมีรายการ ดังนี้

(๑) เลขหมายประจำบ้าน

(๒) เลขประจำตัวประชาชน

(๓) ชื่อตัว ชื่อสกุล

(๔) เพศ

บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงให้มีชื่อ สกุล และตำแหน่งของผู้พิมพ์และผู้ทานที่สามารถตรวจสอบได้

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับ ให้เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งแจ้งรายชื่อผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนับถึงวันออกเสียงให้ผู้อำนวยการทะเบียนกลางหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายบันทึกเหตุการถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไว้ในช่องหมายเหตุของบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง

ภายหลังการประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง แต่ก่อนวันออกเสียงหากมีการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ให้เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งแจ้งรายชื่อผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งแก่ผู้อำนวยการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง เพื่อแจ้งให้คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอหมายเหตุการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในช่องหมายเหตุในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง พร้อมทั้งบันทึกสาเหตุการเพิกถอนชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงไว้ท้ายบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงและลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี กำกับไว้

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ให้ประธานอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอ หรืออนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอที่คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอมอบหมายลงลายมือชื่อแทนคณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอในประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง

เพื่อความสะดวกในการแก้ไขรายการผิดพลาดเกี่ยวกับบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง การเพิ่มชื่อ การถอนชื่อ และการแจ้งรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงไปยังเจ้าบ้าน ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นปฏิบัติหน้าที่แทนคณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอ

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง (อ.ส. ๖) ให้จัดทำจำนวนสี่ชุด และให้คณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอดำเนินการ ดังนี้

(๑) ชุดที่ ๑ ปิดประกาศไว้ ณ ที่ออกเสียง

(๒) ชุดที่ ๒ สำหรับนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น ใช้แก้ไขปรับปรุงในกรณีการเพิ่มชื่อ การถอนชื่อ หรือการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง แล้วเก็บรักษาไว้

(๓) ชุดที่ ๓ ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น แก้ไขปรับปรุงให้ตรงกับชุดที่ ๒ แล้วมอบให้คณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียงปิดประกาศ ณ ที่ออกเสียง ในวันออกเสียง

(๔) ชุดที่ ๔ ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น แก้ไขปรับปรุงให้ตรงกับชุดที่ ๒ แล้วจัดทำปกให้มีความแตกต่างจากชุดอื่น เพื่อส่งมอบให้คณะกรรมการประจำหน่วยออกเสียงไว้ใช้ตรวจสอบการใช้สิทธิออกเสียงและให้ผู้มีสิทธิออกเสียงลงลายมือชื่อในการลงคะแนนออกเสียง

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ กรณีนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น หรือคณะอนุกรรมการการออกเสียงประจำอำเภอ พบว่าบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงมีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนไม่ว่าจะพบเหตุดังกล่าวก่อนหรือหลังการประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง ให้รายงานต่อคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงโดยเร็ว

เมื่อคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง ได้รับรายงานตามวรรคหนึ่งแล้วให้รีบพิจารณาโดยเร็ว หากเห็นว่าบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงของหน่วยออกเสียงใดมีชื่อตกหล่นหรือปรากฏชื่อบุคคลผู้ไม่มีสิทธิออกเสียง ให้คณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงมีคำสั่งให้เพิ่มชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงที่มีชื่อตกหล่นหรือมีคำสั่งให้ถอนชื่อผู้ไม่มีสิทธิออกเสียง แล้วแต่กรณี และแจ้งคำสั่งไปยังนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นพร้อมด้วยเหตุผลภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับรายงาน

กรณีคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงมีคำสั่งให้เพิ่มชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงที่มีชื่อตกหล่น ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นปฏิบัติตามคำสั่งคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงด้วยวิธีการพิมพ์ชื่อและรายการเพิ่มเติมต่อใบสุดท้ายของบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงในหน่วยนั้น พร้อมทั้งบันทึกสาเหตุของการเพิ่มชื่อไว้ในช่องหมายเหตุและลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี กำกับไว้ และให้แจ้งเจ้าบ้านพร้อมด้วยเหตุผลภายในสามวันนับแต่วันที่คณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงมีคำสั่ง

กรณีคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงมีคำสั่งให้ถอนชื่อผู้ไม่มีสิทธิออกเสียง ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นปฏิบัติตามคำสั่งคณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงโดยให้ดำเนินการขีดฆ่าชื่อออกจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียง พร้อมทั้งบันทึกสาเหตุของการถอนชื่อไว้ในช่องหมายเหตุและลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี กำกับไว้และให้แจ้งเจ้าบ้านพร้อมด้วยเหตุผลภายในสามวันนับแต่วันที่คณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียงมีคำสั่ง

121 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2559 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0b7d10592626c0b6

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com