法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2556

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ประกาศคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

เรื่อง

การแบ่งส่วนราชการภายในและกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ

ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

พ.ศ. ๒๕๕๖

โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๕๖ และมาตรา ๒๕๗

บัญญัติให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน

เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง

และฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหาย เสนอแนะนโยบาย

และข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย และกฎ

ต่อรัฐสภาหรือคณะรัฐมนตรีส่งเสริมการศึกษาวิจัย ส่งเสริมความร่วมมือและประสานงานระหว่างหน่วยราชการ

องค์การเอกชน และองค์การอื่น ในด้านสิทธิมนุษยชน

และจัดทำรายงานประจำปีเพื่อประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนภายในประเทศ โดยได้บัญญัติให้มีสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

เป็นหน่วยงานอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดำเนินการอื่น

ประกอบกับพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๘

บัญญัติให้สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับกิจการทั่วไปของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

และให้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

รับคำร้อง สืบสวนสอบสวน

หรือตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมอบหมาย

ศึกษาเผยแพร่ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ

เพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๕ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔ ประกอบกับมาตรา ๑๙

แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒

ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ ๓๒/๒๕๕๖

เมื่อวันพุธที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๖

จึงออกประกาศแบ่งส่วนราชการภายในและกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่อง

การแบ่งส่วนราชการภายในและกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

พ.ศ. ๒๕๕๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่อง

การแบ่งส่วนราชการภายในและกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

พ.ศ. ๒๕๕๓ ลงวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้แบ่งส่วนราชการภายในสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

โดยให้ขึ้นตรงต่อเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๑) สำนักบริหารกลาง

(๒) สำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

(๓) สำนักกฎหมายและคดี

(๔) สำนักวิจัยและวิชาการ

(๕) สำนักส่งเสริมและประสานงานเครือข่าย

(๖) สำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

(๗) กลุ่มงานอำนวยการกิจการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๘) หน่วยตรวจสอบภายใน

(๙) กลุ่มงานติดตามและสารบบสำนวน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ สำนักบริหารกลาง

มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณ งานบริหารทั่วไป

งานอาคารสถานที่และยานพาหนะ งานพิธีการ งานรักษาความปลอดภัย งานช่วยอำนวยการ

และปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๒) ดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ในฐานะองค์กรกลางการบริหารงานบุคคล (ก.ส.)

(๓)

จัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาระบบงานของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๔) จัดระบบงานและบริหารงานทรัพยากรบุคคล

รวมทั้งการเสริมสร้างวินัยและระบบคุณธรรม

(๕)

พัฒนาระบบและจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

รวมทั้งประเมินผลการปฏิบัติตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ

(๖) จัดทำแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการประจำปี

ประสานนโยบายและแผนไปสู่การปฏิบัติ รวมทั้งเร่งรัด ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานตามแผน

(๗) บริหารงบประมาณและแผนการเงิน ดำเนินการเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี

การงบประมาณ และการพัสดุ

(๘) จัดทำแผนการพัฒนาทรัพยากรบุคคล

(๙) จัดการฝึกอบรม พัฒนาศักยภาพบุคลากร

และติดตามประเมินผลการพัฒนาบุคลากร

(๑๐) ปฏิบัติงานที่มิได้กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการใดของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๑๑)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

ให้สำนักบริหารกลาง แบ่งออกเป็น ๖ กลุ่มงาน ดังนี้

(๑) กลุ่มงานบริหารทั่วไป มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณ งานบริหารทั่วไป

และงานช่วยอำนวยการ

(ข)

ปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และติดตามการดำเนินการตามนโยบาย

คำสั่ง หรือการมอบหมายของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและรายงานความก้าวหน้า

พร้อมทั้งจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน

(ค)

สนับสนุนงานเลขานุการของผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ง) สนับสนุนการดำเนินงานพระราชพิธี รัฐพิธี ศาสนพิธี และพิธีการต่าง

(จ)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๒) กลุ่มงานบริหารงานทรัพยากรบุคคล มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดระบบงานและบริหารงานทรัพยากรบุคคล

รวมทั้งการเสริมสร้างวินัยและระบบคุณธรรม

(ข) ดำเนินการเกี่ยวกับงานวินัย การอุทธรณ์และการร้องทุกข์

และการดำเนินการเกี่ยวกับประมวลจริยธรรมกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ค)

ดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ในฐานะองค์กรกลางการบริหารงานบุคคล (ก.ส.)

(ง) จัดทำโครงสร้าง อัตรากำลัง และมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง

(จ) ดำเนินการเกี่ยวกับการสรรหา การบรรจุแต่งตั้ง ย้าย โอน

งานทะเบียนประวัติ

(ฉ)

จัดทำบัญชีถือจ่ายเงินเดือนและค่าจ้างของข้าราชการและพนักงานราชการ

และการจ่ายเงินรางวัลประจำปี

(ช)

ดำเนินการเกี่ยวกับการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือน

(ซ)

ดำเนินการสอบแข่งขันหรือประเมินสมรรถภาพข้าราชการเพื่อเลื่อนตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้น

(ฌ) ดำเนินการเกี่ยวกับงานบำเหน็จบำนาญ

งานกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และงานประกันสังคม

(ญ) จัดระบบงานและบริหารงานด้านสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ฎ) ดำเนินการเกี่ยวกับการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

(ฏ)

ดำเนินการเกี่ยวกับการสรรหากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหรือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ฐ) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๓) กลุ่มงานพัฒนาระบบงานและพัฒนาบุคลากร มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก)

จัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาระบบงานของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ข)

พัฒนาระบบงานและจัดทำคำรับรองการปฏิบัติราชการของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

รวมทั้งประเมินผลการปฏิบัติตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ

(ค) ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำแผนการพัฒนาทรัพยากรบุคคล

(ง) สร้างและพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ด้านสิทธิมนุษยชน

(จ) ดำเนินการเกี่ยวกับการฝึกอบรม การพัฒนาศักยภาพบุคลากร

ปฐมนิเทศข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และพนักงานราชการ ที่บรรจุใหม่ และติดตามประเมินผล

(ฉ) จัดทำทะเบียน สถิติ และฐานข้อมูลการพัฒนาทรัพยากรบุคคล

(ช) เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากร

(ซ)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๔) กลุ่มงานคลัง มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ควบคุม กำกับ ตรวจสอบ

และจัดระบบงานการเงินทุกประเภทและการบัญชีของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ข) ดำเนินการรับ - เบิกจ่าย และนำส่งเงินทุกประเภท

(ค) ดำเนินการจัดทำบัญชีและทะเบียนคุมที่เกี่ยวข้อง

(ง) จัดทำแผนเบิกจ่ายเงินงบประมาณจากกระทรวงการคลัง

(จ) ดำเนินการขออนุมัติเงินประจำงวดและเปลี่ยนแปลงเงินงบประมาณ

รวมทั้งควบคุมและรายงานการใช้จ่ายงบประมาณ

(ฉ) จัดทำรายงานการเงินการบัญชีและฐานะเงินงบประมาณ

(ช) ดำเนินการเก็บรักษาและควบคุมเงินคงเหลือ

(ซ) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๕) กลุ่มงานพัสดุ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ควบคุม กำกับ ตรวจสอบ และจัดระบบงานพัสดุ

(ข) ดำเนินการจัดทำบัญชีและทะเบียนคุมเกี่ยวกับพัสดุ

(ค) ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานพัสดุ โดยวางแผนการจัดซื้อ จัดหา

จัดจ้าง จ้างเหมาบริการ ดำเนินการทำสัญญาซื้อ สัญญาจ้าง

รวมทั้งควบคุมเก็บรักษาเบิกจ่ายและจำหน่ายพัสดุ

(ง) ควบคุม ตรวจสอบ และดูแลรักษาอาคารสถานที่ ยานพาหนะ

ระบบสาธารณูปโภค และระบบรักษาความปลอดภัย

(จ) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๖) กลุ่มงานนโยบายและยุทธศาสตร์ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) จัดทำนโยบายยุทธศาสตร์ เป้าหมายการดำเนินงาน

กำหนดกรอบวงเงินงบประมาณ แผนงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ข) ศึกษา วิเคราะห์

และดำเนินการเกี่ยวกับการวางระบบการจัดทำคำของบประมาณ และจัดทำคำของบประมาณให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการประจำปี

ตลอดจนวิเคราะห์การใช้จ่ายเงินงบประมาณ

(ค) ควบคุม กำกับ ติดตาม

และรายงานผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณ

(ง)

ติดตามวิเคราะห์ประเมินผลและรายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายแผนปฏิบัติการประจำปี

ตลอดจนการใช้จ่ายเงินงบประมาณ

(จ)

วิเคราะห์และประเมินผลการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการประจำปี พร้อมทั้งเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงและพัฒนา

(ฉ) จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ช)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

สำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) จัดระบบงาน ระบบฐานข้อมูล และดำเนินการเกี่ยวกับการรับเรื่องร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชน

และจัดทำสารบบรายงานผลการพิจารณาหรือรายงานผลการตรวจสอบ

(๒)

ดำเนินการเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนเบื้องต้นระหว่างคู่กรณีที่เป็นบุคคล

หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(๓) ดำเนินการเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยเพื่อให้คู่กรณีทำความตกลงในการประนีประนอมและระงับข้อพิพาท

แก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือแก้ไขการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม

พร้อมจัดทำข้อตกลงระหว่างคู่กรณีไว้เป็นหนังสือ

(๔)

ดำเนินการแจ้งผู้ร้องเรียนหรือผู้ทำการแทนภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องและประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๘ (๔)

(๕) สืบสวน สอบสวน และตรวจสอบเพื่อหาข้อมูล

ข้อเท็จจริงและหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียน

และเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณารับเรื่องไว้ตรวจสอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๖)

ดำเนินการตามมติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการส่งเรื่องต่อไปให้องค์กรที่มีอำนาจหน้าที่เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนและติดตามผล

ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒

(๗) ดำเนินการแจ้งผู้ร้องเรียนหรือผู้ทำการแทนทราบโดยไม่ชักช้า

ในกรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่รับเรื่องร้องเรียนไว้ตรวจสอบ

(๘) ดำเนินการสืบสวน หรือตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องที่มีการยื่นคำร้อง

หรือเรื่องที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นสมควรให้มีการตรวจสอบที่มีการกล่าวอ้างว่ามีการกระทำหรือการละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

หรืออันไม่เป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน

เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหรือคณะอนุกรรมการที่ได้รับมอบหมาย

(๙) รับผิดชอบสำนวนคำร้อง เสนอความเห็นในเรื่องที่ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน

และเสนอมาตรการการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือแนวทางการแก้ไขการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม

เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหรือคณะอนุกรรมการที่ได้รับมอบหมาย

(๑๐) จัดทำร่างรายงานผลการพิจารณาหรือร่างรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามมติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

และแจ้งมาตรการหรือแนวทางการแก้ไขตามรายงานผลการพิจารณา

หรือรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนไปยังบุคคลหรือหน่วยงานที่มีหน้าที่ต้องดำเนินการตามมาตรการหรือแนวทางดังกล่าว

พร้อมกับแจ้งผลการพิจารณาหรือผลการตรวจสอบให้ผู้ร้องเรียน หรือผู้ทำการแทนทราบ

(๑๑)

สนับสนุนภารกิจในการปฏิบัติการยุทธศาสตร์ด้านสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๑๒)

จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

(๑๓) พัฒนาระบบงาน รูปแบบ

หลักเกณฑ์และวิธีการในการดำเนินงานด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

(๑๔) จัดระบบงานทะเบียน

และจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเพื่อประโยชน์ในการศึกษา

วิเคราะห์ และค้นคว้า

(๑๕)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

ให้สำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน แบ่งออกเป็น ๑ ฝ่าย ๘ กลุ่มงาน ดังนี้

(๑) ฝ่ายช่วยอำนวยการ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณ กลั่นกรองเรื่อง งานช่วยอำนวยการ

ร่างหนังสือโต้ตอบ ย่อเรื่อง ตรวจทานหนังสือ งานระเบียบแบบแผน ช่วยวางแผนและติดตามงาน

ติดต่อนัดหมาย ที่เป็นภารกิจของสำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

(ข) ดำเนินการเกี่ยวกับแผนงบประมาณ แผนปฏิบัติการ การพัสดุครุภัณฑ์

เก็บรักษาเอกสาร งานรวบรวม ประมวลข้อมูลสถิติในเรื่องต่าง ๆ

ของสำนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

(ค) กำหนดวาระการประชุม รวมทั้งจัดเตรียมการประชุมและจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง

จัดทำบันทึกรายงานการประชุมและรายงานอื่น ๆ ติดตามผลการดำเนินงานตามมติที่ประชุม

(ง)

จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

(จ) พัฒนาระบบงาน รูปแบบ หลักเกณฑ์และวิธีการในการดำเนินงานด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

(ฉ)

จัดระบบงานทะเบียนและจัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนเพื่อประโยชน์ในการศึกษา

วิเคราะห์ และค้นคว้า

(ช)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๒) กลุ่มงานประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) จัดระบบงาน ระบบฐานข้อมูล

และดำเนินการเกี่ยวกับการรับเรื่องร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชน

และจัดทำสารบบรายงานผลการพิจารณาหรือรายงานผลการตรวจสอบ

(ข) ดำเนินการแจ้งผู้ร้องเรียนหรือผู้ทำการแทนภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้อง

(ค)

ดำเนินการเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยเพื่อให้คู่กรณีทำความตกลงในการประนีประนอมและระงับข้อพิพาท

แก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือแก้ไขการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม

พร้อมจัดทำข้อตกลงระหว่างคู่กรณีไว้เป็นหนังสือ

(ง) ประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

ตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒

(จ) สืบสวน สอบสวน และตรวจสอบเพื่อหาข้อมูล

ข้อเท็จจริงและหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียน

และเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณารับเรื่องไว้ตรวจสอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ฉ) ดำเนินการตามมติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการส่งเรื่องต่อไปให้องค์กรที่มีอำนาจหน้าที่เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนและติดตามผลตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

พ.ศ. ๒๕๔๒

(ช) ดำเนินการแจ้งผู้ร้องเรียนหรือผู้ทำการแทนทราบโดยไม่ชักช้า

ในกรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่รับเรื่องร้องเรียนไว้ตรวจสอบ

(ซ)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๓) กลุ่มงานคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ๑ - ๗ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ดำเนินการสืบสวนหรือตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องที่มีการยื่นคำร้อง

หรือเรื่องที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นสมควรให้มีการตรวจสอบที่มีการกล่าวอ้างว่ามีการกระทำหรือการละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

หรืออันไม่เป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน

เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหรือคณะอนุกรรมการที่ได้รับมอบหมาย

(ข)

ดำเนินการเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยเพื่อให้คู่กรณีทำความตกลงในการประนีประนอมและระงับข้อพิพาท

แก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือแก้ไขการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม

พร้อมจัดทำข้อตกลงระหว่างคู่กรณีไว้เป็นหนังสือ

(ค) รับผิดชอบสำนวนคำร้อง

เสนอความเห็นในเรื่องที่ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน และเสนอมาตรการการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือแนวทางการแก้ไขการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม

เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหรือคณะอนุกรรมการที่ได้รับมอบหมาย

(ง)

จัดทำร่างรายงานผลการพิจารณาหรือร่างรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามมติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

และแจ้งมาตรการหรือแนวทางการแก้ไขตามรายงานผลการพิจารณาหรือรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนไปยังบุคคล

หรือหน่วยงานที่มีหน้าที่ต้องดำเนินการตามมาตรการหรือแนวทางดังกล่าว

พร้อมกับแจ้งผลการพิจารณาหรือผลการตรวจสอบให้ผู้ร้องเรียน หรือผู้ทำการแทนทราบ

(จ)

ดำเนินการตามมติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการส่งเรื่องต่อไปให้องค์กรเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนและติดตามผลตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

พ.ศ. ๒๕๔๒

(ฉ)

สนับสนุนภารกิจในการปฏิบัติการยุทธศาสตร์ด้านสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ช)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

สำนักกฎหมายและคดี มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑)

จัดระบบงานและดำเนินการเกี่ยวกับการรับคำร้องจากผู้ร้องเรียนหรือคำขอของผู้เสียหายกรณีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดกระทบต่อสิทธิมนุษยชนและมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

กรณีกฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใดในทางปกครองกระทบต่อสิทธิมนุษยชนและมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย

หรือกรณีการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นส่วนรวม เพื่อเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลปกครอง หรือฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหาย แล้วแต่กรณี

(๒) ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเกี่ยวกับคำร้องของผู้ร้องเรียนหรือคำขอของผู้เสียหายเพื่อวินิจฉัยเงื่อนไขการฟ้องคดีและมูลคดี

แล้วเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อประกอบการพิจารณารับเรื่องไว้เสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลปกครองหรือฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหาย

(๓) สืบสวน สอบสวน รวบรวม และประมวลข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน

ประกอบข้อกฎหมายเพื่อจัดทำสำนวนพร้อมความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

เพื่อพิจารณาเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง

หรือฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหาย

(๔) จัดทำสำนวนพร้อมด้วยความเห็นเพื่อเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลปกครอง หรือฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหาย

หรือประสานงานกับทนายความเพื่อดำเนินการแทน

และดำเนินการเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

(๕)

ดำเนินการเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยเพื่อประนีประนอมและระงับข้อพิพาทระหว่างคู่กรณีหรือคู่ความ

ก่อนเสนอเรื่องต่อศาลปกครองหรือฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมตามมติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

พร้อมทั้งจัดทำข้อตกลงระหว่างคู่กรณีหรือคู่ความ

(๖) ประสานการดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีตามคำพิพากษา

(๗) ดำเนินการเกี่ยวกับคดีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ข้าราชการ

หรือเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นคู่กรณีหรือคู่ความในคดีที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่

เว้นแต่กรณีเป็นข้อพิพาทระหว่างบุคคลภายในหน่วยงาน

(๘)

ดำเนินการเกี่ยวกับความช่วยเหลือและความร่วมมือทางวิชาการกับองค์การหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนางานคดีทั้งในและต่างประเทศ

(๙) ดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษา ค้นคว้า จัดทำเอกสาร วารสาร

บทความทางวิชาการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับงานคดีและอื่น ๆ

(๑๐) ศึกษา วิเคราะห์ เพื่อพัฒนาระบบ ระเบียบ หลักเกณฑ์

และมาตรฐานงานคดี รวมทั้งจัดทำแผนหลักและแผนพัฒนางานคดี

(๑๑)

ปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้านคดี

(๑๒) เสนอความเห็นด้านกฎหมายเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในเรื่องและปัญหาต่าง ๆ

เกี่ยวกับกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ และคำสั่งในการปฏิบัติหน้าที่

(๑๓) ดำเนินการเกี่ยวกับงานนิติกรรมสัญญา

(๑๔) ดำเนินการจัดทำร่างกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ และคำสั่งของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๑๕)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

ให้สำนักกฎหมายและคดี แบ่งออกเป็น ๑ ฝ่าย ๔ กลุ่มงาน ดังนี้

(๑) ฝ่ายช่วยอำนวยการ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณ กลั่นกรองเรื่อง งานช่วยอำนวยการ

ร่างหนังสือโต้ตอบ ย่อเรื่อง ตรวจทานหนังสือ งานระเบียบแบบแผน

ช่วยวางแผนและติดตามงาน ติดต่อนัดหมายที่เป็นภารกิจของสำนักกฎหมายและคดี

(ข) ดำเนินการเกี่ยวกับแผนงบประมาณ แผนปฏิบัติการ การพัสดุครุภัณฑ์

เก็บรักษาเอกสาร งานรวบรวม ประมวลข้อมูลสถิติในเรื่องต่าง ๆ ของสำนักกฎหมายและคดี

(ค) กำหนดวาระการประชุม จัดเตรียมการประชุม

และจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง จัดทำบันทึกรายงานการประชุมและรายงานอื่น ๆ

ติดตามผลการดำเนินงานตามมติที่ประชุม

(ง) จัดระบบงานและงานทะเบียนคดี รวบรวม ประมวลผล

จัดเก็บสำนวนคดีและเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเก็บรักษา

(จ)

ดูแลและศึกษาเพื่อเสนอให้มีการพัฒนาระบบเครือข่ายสารสนเทศด้านคดีเพื่อใช้ในการบริหารงานและให้บริการแก่ส่วนราชการในสังกัด

(ฉ) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๒) กลุ่มงานเสนอเรื่องและฟ้องคดีต่อศาล ๑ - ๓ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก)

ดำเนินการเกี่ยวกับการรับคำร้องจากผู้ร้องเรียนกรณีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดกระทบต่อสิทธิมนุษยชนและมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

และกรณีร้องเรียนว่ากฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใดในทางปกครองกระทบต่อสิทธิมนุษยชน

และมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย

และดำเนินการเกี่ยวกับการรับคำขอจากผู้เสียหายที่ร้องขอให้แก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นส่วนรวม

(ข) ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเกี่ยวกับคำร้องของผู้ร้องเรียนเพื่อพิจารณาเงื่อนไขการฟ้องคดีและมูลคดี

แล้วเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อประกอบการพิจารณารับเรื่องไว้เสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลปกครอง หรือฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหาย

(ค) สืบสวน สอบสวน รวบรวม และประมวลข้อเท็จจริง

พยานหลักฐานประกอบข้อกฎหมายเพื่อพิจารณาและจัดทำสำนวน

พร้อมความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อพิจารณาการเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลปกครอง หรือฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหาย

(ง) ดำเนินการเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยและระงับข้อพิพาทระหว่างคู่กรณีก่อนการเสนอเรื่องต่อศาลปกครอง

หรือฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรม ตามมติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

พร้อมทั้งจัดทำข้อตกลงระหว่างคู่กรณี

(จ) จัดทำสำนวนพร้อมด้วยความเห็นเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง

หรือประสานงานกับทนายความ เพื่อดำเนินการฟ้องคดีแทนผู้เสียหายต่อศาลยุติธรรม

ตามมติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

และพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

(ฉ)

ประสานการดำเนินการเกี่ยวกับการบังคับคดีตามคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาของศาล

(ช) ดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษา วิเคราะห์ เพื่อพัฒนาระบบ ระเบียบ

หลักเกณฑ์ และมาตรฐานงานคดี รวมทั้งการจัดทำแผนหลักและแผนพัฒนางานคดี

พัฒนาระบบการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและประนอมข้อพิพาท

(ซ)

ดำเนินการเกี่ยวกับความช่วยเหลือและความร่วมมือทางวิชาการกับองค์การหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนางานคดีทั้งในและต่างประเทศ

(ฌ) ดำเนินการเกี่ยวกับการศึกษา ค้นคว้า จัดทำเอกสาร วารสาร

บทความทางวิชาการ เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านคดีสิทธิมนุษยชนให้แก่หน่วยงานภาครัฐ

ภาคเอกชน ชุมชน ท้องถิ่น ภาคประชาสังคมและประชาชน ตลอดจนสื่อมวลชน

(ญ) ปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ด้านคดีรัฐธรรมนูญ คดีปกครอง และคดียุติธรรม

(ฎ)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๓) กลุ่มงานนิติการ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) เสนอความเห็นด้านกฎหมายเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในเรื่องและปัญหาต่าง

ๆ เกี่ยวกับกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ และคำสั่งในการปฏิบัติหน้าที่

(ข) รวบรวม ประมวลข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์

และกลั่นกรองในเรื่องและปัญหาต่าง ๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาดำเนินการของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ค)

ดำเนินการเกี่ยวกับงานนิติกรรมสัญญาและดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

(ง) ดำเนินการจัดทำร่างกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ

และคำสั่งของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(จ) วิเคราะห์กฎหมาย ให้คำปรึกษา ความเห็นทางกฎหมาย ตีความ

และวินิจฉัยข้อกฎหมาย

(ฉ) ให้คำปรึกษา คำแนะนำ ตอบข้อหารือทางกฎหมายแก่ส่วนราชการ

หน่วยงานอื่น และประชาชน

(ช) จัดระบบงาน พร้อมสารบัญกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ

คำสั่ง และมติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

พร้อมปรับปรุงแก้ไขให้ทันสมัย

(ซ) ดำเนินการเกี่ยวกับคดีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ข้าราชการ

หรือเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นคู่กรณีในคดีที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่และอยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครองและศาลยุติธรรม

(ฌ) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

สำนักวิจัยและวิชาการ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย เสนอแนะ

และพัฒนาองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน

รวมทั้งกำหนดโจทย์การศึกษาวิจัยให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์และข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

พร้อมจัดทำแผนงานการศึกษาวิจัยประจำปี

ตลอดจนบริหารจัดการงานศึกษาวิจัยให้มีประสิทธิภาพ

(๒) ค้นคว้า รวบรวม ประมวลข้อมูล

จัดหมวดหมู่สารสนเทศเป็นความรู้และนำความรู้ที่ได้ไปสื่อสารด้วยกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงาน

(๓) นำผลการศึกษาวิจัยไปขับเคลื่อนทางวิชาการและสังคม

เพื่อให้เกิดการพัฒนาวัฒนธรรมและวิถีชีวิตสิทธิมนุษยชน

รวมถึงจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

(๔)

จัดทำรายงานประจำปีเพื่อประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนภายในประเทศ และรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๕) ติดตาม ตรวจสอบ

และประเมินผลการศึกษาวิจัยตามแผนงานการศึกษาวิจัยประจำปีและแผนงานโครงการประจำปี

พร้อมจัดทำรายงานการศึกษาวิจัยและผลงานการศึกษาวิจัยประจำปี

(๖) ศึกษา ค้นคว้า และสังเคราะห์ ในการริเริ่มเสนอนโยบาย มาตรการ

กฎหมายและกลไกในการปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่ควรมีขึ้นใหม่

หรือเสนอแนะให้มีการปรับปรุง แก้ไข ให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน

(๗) รวบรวม ประมวลข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับงานสิทธิมนุษยชน ตำรา

รายงานการศึกษาวิจัย บทความ คำพิพากษาของศาล คำวินิจฉัยขององค์กรต่าง ๆ ตามกฎหมาย

และเอกสารอื่น ๆ เพื่อการค้นคว้าอ้างอิงและนำมาวิเคราะห์

และจัดทำเป็นฐานข้อมูลในระบบสารสนเทศให้เหมาะสมแก่สภาพการใช้ประโยชน์ทั้งภายในส่วนราชการและให้บริการ

(๘) ประมวลศึกษา วิเคราะห์

และติดตามประเมินผลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อเสนอแนะ นโยบาย มาตรการ กฎหมาย

กฎหรือข้อบังคับ และแนวปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐ พร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะ

เพื่อการปรับปรุงและพัฒนา

(๙) พัฒนาระบบและเครือข่ายข้อมูลและสารสนเทศ

เพื่อการบริหารงานและการบริการ

(๑๐) ดำเนินการเกี่ยวกับงานห้องสมุด หอจดหมายเหตุ และงานบริหารจัดการเอกสารต่าง

(๑๑)

ดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

(๑๒)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

ให้สำนักวิจัยและวิชาการ แบ่งออกเป็น ๑ ฝ่าย ๓ กลุ่มงาน ๑ ศูนย์

ดังนี้

(๑) ฝ่ายช่วยอำนวยการ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณ กลั่นกรองเรื่อง งานช่วยอำนวยการ

ร่างหนังสือโต้ตอบ ย่อเรื่อง ตรวจทานหนังสือ งานระเบียบแบบแผน

ช่วยวางแผนและติดตามงาน ติดต่อนัดหมาย

(ข) ดำเนินการเกี่ยวกับแผนงบประมาณ แผนปฏิบัติการ การพัสดุครุภัณฑ์

เก็บรักษาเอกสาร งานรวบรวม ประมวลข้อมูลสถิติในเรื่องต่าง ๆ

ของสำนักวิจัยและวิชาการ

(ค) กำหนดวาระการประชุม

รวมทั้งจัดเตรียมการประชุมและจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง จัดทำบันทึกรายงานการประชุมและรายงานอื่น

ๆ ติดตามผลการดำเนินงานตามมติที่ประชุม

(ง)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๒) กลุ่มงานวิจัยสิทธิมนุษยชน มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ศึกษา วิเคราะห์วิจัย และพัฒนาองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน

รวมทั้งกำหนดโจทย์การศึกษาวิจัยให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์และข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

พร้อมจัดทำแผนงานการศึกษาวิจัยประจำปี

ตลอดจนบริหารจัดการงานศึกษาวิจัยให้มีประสิทธิภาพ

(ข) ค้นคว้า รวบรวม ประมวลข้อมูล

จัดหมวดหมู่สารสนเทศเป็นความรู้และนำความรู้ที่ได้ไปสื่อสารด้วยกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติงาน

(ค) นำผลการศึกษาวิจัยไปขับเคลื่อนทางวิชาการและสังคม

เพื่อให้เกิดการพัฒนาวัฒนธรรมและวิถีชีวิตสิทธิมนุษยชน

(ง) ประสานความร่วมมือด้านการศึกษาวิจัยกับบุคคล องค์การ

หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเสนอแนะการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้อง

หาแหล่งเงินทุนและแหล่งศึกษาวิจัยทั้งในและต่างประเทศ

(จ) ติดตาม ตรวจสอบ

และประเมินผลการศึกษาวิจัยตามแผนงานการศึกษาวิจัยประจำปีและแผนงานโครงการประจำปี

พร้อมจัดทำรายงานการศึกษาวิจัยและผลงานการศึกษาวิจัยประจำปีหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(ฉ) ให้คำปรึกษาแนะนำ ช่วยเหลือ และสนับสนุนด้านการศึกษาวิจัย

(ช)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๓) กลุ่มงานประเมินและรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชน มีอำนาจหน้าที่

ดังนี้

(ก) รวบรวมข้อมูล ศึกษา และวิเคราะห์

เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการจัดทำรายงานประจำปีเพื่อประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนภายในประเทศเสนอต่อรัฐสภาและเปิดเผยต่อสาธารณชน

(ข)

จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ค) ติดตามข่าวสารและเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน

วิเคราะห์และจัดทำความเห็นเสนอคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ง) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๔) กลุ่มงานพัฒนากฎหมายและนโยบาย มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ศึกษา ค้นคว้า และวิเคราะห์

เพื่อมีข้อเสนอในการปรับปรุงร่างกฎหมายหรือกฎหมายต่อรัฐสภาและหรือคณะรัฐมนตรี

เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

(ข) ศึกษา ค้นคว้า และวิเคราะห์

เพื่อเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหรือข้อบังคับต่อคณะรัฐมนตรี

เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

(ค) ศึกษา ค้นคว้า และวิเคราะห์

ข้อมูลทางวิชาการเพื่อเสนอแนะให้มีกฎหมายอนุวัตรการตามพันธกรณีระหว่างประเทศเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี

(ง) ติดตามผลการดำเนินการของรัฐสภาและหรือคณะรัฐมนตรี ตามข้อ ๘ (๔)

(ก) (ข) หรือ (ค) และรายงานผลพร้อมความเห็นต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(จ)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๕) ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก)

วางแผนและกำหนดแนวทางเพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

(ข)

จัดทำแผนแม่บทและแผนปฏิบัติการประจำปีด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานกลาง

นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศ

(ค) จัดระบบการสำรวจ รวบรวม ประมวล

จัดเก็บและควบคุมดูแลการใช้ประโยชน์ข้อมูลและสารสนเทศ รวมถึงการให้บริการ

(ง) ดูแลและพัฒนาระบบเครือข่ายสารสนเทศ

เพื่อใช้ในการบริหารงานและให้บริการในสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติระหว่างส่วนราชการ

(จ) พัฒนาระบบฐานข้อมูล รวมทั้งเป็นศูนย์บริการข้อมูลและสารสนเทศด้านสิทธิมนุษยชน

(ฉ) ดำเนินการบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ข้อมูล สารสนเทศ

และระบบเครือข่ายสื่อสารสารสนเทศ

(ช) ดำเนินการเกี่ยวกับงานห้องสมุด หอจดหมายเหตุ

และงานอนุรักษ์เอกสารต่าง ๆ

(ซ) จัดระบบงานและให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการตามกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

(ฌ) ให้คำปรึกษา แนะนำ

และช่วยเหลืองานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศข้อมูลและสารสนเทศ รวมถึงการสื่อสาร

(ญ)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

สำนักส่งเสริมและประสานงานเครือข่าย มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) ส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้สิทธิมนุษยชนศึกษา

เพื่อสร้างความตระหนักและจิตสำนึกตามหลักสิทธิมนุษยชน

(๒) ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือ การเคารพ

และการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนของทุกภาคส่วนในสังคม

(๓) ส่งเสริม สนับสนุน

และผลักดันให้เกิดการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิมนุษยชน

รวมถึงส่งเสริมวัฒนธรรมและวิถีชีวิตสิทธิมนุษยชนในสังคมไทย

(๔) พัฒนามาตรการและกลไก เพื่อให้เป็นมาตรฐานในการปกป้อง คุ้มครอง

และพิทักษ์สิทธิมนุษยชนโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน

(๕) ประสานการพัฒนาระบบเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชนกับหน่วยงานภาครัฐ

ภาคเอกชน ชุมชน ท้องถิ่น และภาคประชาสังคม

และสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นเครือข่ายในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

(๖) ประสานการพัฒนาระบบและวิธีการทำงานในลักษณะการมีส่วนร่วมขององค์กรเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชน

ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

(๗)

เสริมสร้างและพัฒนาความเข้มแข็งร่วมกับองค์กรเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชนและการรวมกลุ่มของเครือข่ายเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

รวมทั้งกลไกเครือข่ายในการติดตาม เฝ้าระวัง และตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน

(๘) ส่งเสริมและสนับสนุนบทบาท ภารกิจ

และกิจกรรมขององค์กรเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชน

(๙) ดำเนินการเกี่ยวกับการสื่อสารสาธารณะเพื่อสร้างความรู้

ความเข้าใจ และเห็นคุณค่า การเคารพ และการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน

(๑๐) ติดตาม ประมวลและวิเคราะห์ข่าว บทความ และข่าวสารต่าง ๆ

ที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ต่อบทบาท ภารกิจ รวมถึงภาพลักษณ์องค์กร

ตลอดจนชี้แจงทำความเข้าใจและให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชน

(๑๑) เสริมสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีแก่สาธารณชนในบทบาท

ภารกิจ และกิจกรรมของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๑๒) พัฒนาองค์ความรู้ การปรับเปลี่ยนเจตคติ

เผยแพร่ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนให้แก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน ท้องถิ่น

ภาคประชาสังคมและประชาชน ตลอดจนสื่อมวลชน

(๑๓) ผลิตสื่อ รณรงค์ และเผยแพร่ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน

(๑๔) ดำเนินการเกี่ยวกับงานโฆษกของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

รวมทั้งประสานและอำนวยความสะดวกแก่สื่อมวลชนในการเผยแพร่ข่าว การแถลงข่าว

และการให้สัมภาษณ์ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๑๕) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

ให้สำนักส่งเสริมและประสานงานเครือข่าย แบ่งออกเป็น ๑ ฝ่าย ๓

กลุ่มงาน ดังนี้

(๑) ฝ่ายช่วยอำนวยการ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณ กลั่นกรองเรื่อง งานช่วยอำนวยการ

ร่างหนังสือโต้ตอบ ย่อเรื่องตรวจทานหนังสือ งานระเบียบแบบแผน

ช่วยวางแผนและติดตามงาน ติดต่อนัดหมาย

(ข) ดำเนินการเกี่ยวกับแผนงบประมาณ แผนปฏิบัติการ การพัสดุครุภัณฑ์

เก็บรักษาเอกสาร งานรวบรวม ประมวลข้อมูลสถิติในเรื่องต่าง ๆ

ของสำนักส่งเสริมและประสานงานเครือข่าย

(ค) กำหนดวาระการประชุม รวมทั้งจัดเตรียมการประชุมและจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง

จัดทำบันทึกรายงานการประชุมและรายงานอื่น ๆ ติดตามผลการดำเนินงานตามมติที่ประชุม

(ง)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๒) กลุ่มงานส่งเสริมสิทธิมนุษยชน มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านสิทธิมนุษยชนศึกษา

ทั้งในและนอกระบบการศึกษาและการศึกษาตามอัธยาศัย

ตลอดจนสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน

พัฒนาองค์ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนให้เกิดความตระหนัก เห็นคุณค่า

และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

(ข) ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือการเคารพและการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนในทุกภาคส่วนในสังคม

(ค) ส่งเสริม สนับสนุน

และผลักดันให้เกิดการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิมนุษยชน

รวมถึงส่งเสริมวัฒนธรรมและวิถีชีวิตสิทธิมนุษยชนในสังคมไทย

(ง) พัฒนามาตรการและกลไก เพื่อให้เป็นมาตรฐานในการปกป้องคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิมนุษยชนโดยมีส่วนร่วมของประชาชน

(จ)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๓) กลุ่มงานประสานงานเครือข่าย มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ประสานการพัฒนาระบบเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชนกับหน่วยงานภาครัฐ

ภาคเอกชน ชุมชน ท้องถิ่น

และภาคประชาสังคมและสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นเครือข่ายในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

(ข)

ประสานการพัฒนาระบบและวิธีการทำงานในลักษณะการมีส่วนร่วมขององค์กรเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชนในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

(ค)

เสริมสร้างและพัฒนาความเข้มแข็งร่วมกับองค์กรเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชน

และการรวมกลุ่มของเครือข่ายเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

รวมทั้งกลไกเครือข่ายในการติดตาม เฝ้าระวังและตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน

(ง) ส่งเสริมและสนับสนุนบทบาท ภารกิจ

และกิจกรรมขององค์กรเครือข่ายด้านสิทธิมนุษยชน

(จ) ดูแลและจัดการฐานข้อมูลเครือข่ายองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน

เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชน

(ฉ)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๔) กลุ่มงานสารนิเทศ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก)

ดำเนินการเกี่ยวกับการสื่อสารสาธารณะเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและเห็นคุณค่า การเคารพและการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน

(ข) ติดตามประมวลและวิเคราะห์ข่าว บทความ และข่าวสารต่าง ๆ

ที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ต่อบทบาทภารกิจรวมถึงภาพลักษณ์องค์กร

ตลอดจนชี้แจงทำความเข้าใจและให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชน

(ค)

เสริมสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจอันดีแก่สาธารณชนในบทบาทภารกิจ และกิจกรรม

รวมถึงคำกล่าวอื่น ๆ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ง) พัฒนาองค์ความรู้การปรับเปลี่ยนเจตคติ

เผยแพร่ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนให้แก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน ท้องถิ่น

ภาคประชาสังคม และประชาชน ตลอดจนสื่อมวลชน

(จ)

เผยแพร่มาตรการการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือแนวทางการแก้ไขการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมให้สาธารณชนทราบตามมติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ฉ) ผลิตสื่อรณรงค์และเผยแพร่ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน

(ช) ดำเนินการเกี่ยวกับงานโฆษกของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

รวมทั้งประสานและอำนวยความสะดวกแก่สื่อมวลชนในการเผยแพร่ข่าว การแถลงข่าว

และการให้สัมภาษณ์ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ซ)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

สำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) สนับสนุนบทบาทและภารกิจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในด้านการต่างประเทศ

(๒)

ศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะด้านนโยบายและมาตรการความร่วมมือระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน

(๓) ติดต่อประสานความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชนกับองค์การสหประชาชาติ

สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของประเทศต่าง ๆ องค์การระหว่างประเทศ

องค์กรภาครัฐและเอกชน ตลอดจนสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุล

องค์การระหว่างประเทศที่ประจำอยู่ในประเทศไทย

(๔) ศึกษา วิเคราะห์ และรายงานสถานการณ์

ตลอดจนความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่สำคัญหรือมีผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนในประเทศและภูมิภาค

(๕) ประสานและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ

ทั้งในระดับระหว่างประเทศและระดับภูมิภาค เช่น

ความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชนกับสหประชาชาติ

ความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในระดับระหว่างประเทศ

ระดับภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกลไกต่าง ๆ

ด้านสิทธิมนุษยชนของอาเซียน เป็นต้น

(๖) ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อประโยชน์ในการจัดทำรายงานสถานการณ์

พร้อมข้อเสนอแนะในการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี

(๗) ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล

เพื่อให้ข้อเสนอแนะในการเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชน

(๘) ศึกษาและเผยแพร่พันธกรณีและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศต่าง

ๆ ตลอดจนกลไกในการดำเนินงาน

เพื่อเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนภายในประเทศ

(๙) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

ให้สำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ แบ่งออกเป็น ๑ ฝ่าย ๓ กลุ่มงาน

ดังนี้

(๑) ฝ่ายช่วยอำนวยการ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก) ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานทั่วไปของสำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

งานสารบรรณ การรับ - ส่ง หนังสือ เก็บรักษาเอกสาร งานพัสดุ ครุภัณฑ์

กลั่นกรองเรื่อง งานช่วยอำนวยการ ติดต่อนัดหมาย จัดงานรับรอง และประสานงานพิธีต่าง

(ข)

ประสานงานเกี่ยวกับแผนงานและงบประมาณของสำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ การติดตามงาน

การรวบรวมประมวลข้อมูล สถิติในเรื่องต่าง ๆ งานเกี่ยวกับเว็บไซต์ของ

สำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

(ค) ดำเนินการเกี่ยวกับงานบุคลากรของสำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

ในเรื่องกรอบอัตรากำลัง การบริหารงานบุคลากร

และการประสานงานพัฒนาบุคลากรของสำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

(ง)

รวบรวมผลการประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ประสานการดำเนินการตามมติที่ประชุม

ประสานงานการประชุมของสำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

จัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องจัดทำรายงานการประชุมและรายงานอื่น ๆ ติดตามและรายงานผลการดำเนินงานตามมติที่ประชุมของสำนักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

(จ)

อำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการเดินทางไปปฏิบัติราชการในต่างประเทศของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

และบุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รวมทั้งประสานงานการทำหนังสือเดินทางและการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง

(ฉ)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๒) กลุ่มงานความร่วมมือสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ๑ มีอำนาจหน้าที่

ดังนี้

(ก) ประสานและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญทั้งในระดับระหว่างประเทศและภูมิภาค

ได้แก่ คณะกรรมการประสานงานระหว่างประเทศว่าด้วยสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ความร่วมมือระหว่างสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติระดับภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก และความร่วมมือในกรอบภูมิภาคอื่นที่เกิดขึ้นใหม่

(ข) ศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะด้านนโยบายและมาตรการความร่วมมือระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนในกรอบที่รับผิดชอบ

(ค) ศึกษา วิเคราะห์ และรายงานสถานการณ์

ตลอดจนความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่สำคัญหรือมีผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ

หรือมีผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนในประเทศและภูมิภาค

(ง) ประสานงานและเตรียมการสำหรับการประชุม

หรือการพบหารือทั่วไปกับบุคคลหรือผู้แทนองค์กรจากต่างประเทศ

รวมทั้งการจัดทำข้อมูลประกอบการประชุมหรือการพบหารือและการสรุปผลตามข้อ (ก)

(จ) ประสานงาน จัดเตรียมข้อมูลสำหรับการประชุม

การสัมมนากับเครือข่ายความร่วมมือ รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่เลขานุการคณะที่เข้าร่วมประชุม

จัดทำสรุปผลการประชุมตลอดจนนำผลการประชุมมาเผยแพร่

หรือดำเนินการให้เกิดผลในทางปฏิบัติตามความเหมาะสม

(ฉ)

ประสานงานเกี่ยวกับข้อร้องเรียนจากบุคคลหรือองค์กรจากต่างประเทศเกี่ยวกับการส่งเสริมหรือคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

(ช) ประสานงานเกี่ยวกับการรับรองคณะบุคคลจากต่างประเทศที่มาศึกษาดูงาน

ณ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ซ) จัดทำร่างหนังสือโต้ตอบทั่วไป อำนวยการแปลหรือสรุปเอกสารสำคัญ

จัดล่ามแปลภาษาในงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ฌ) สนับสนุนและประสานงานในการสร้างเครือข่ายกับองค์กรภาครัฐ

และภาคเอกชน เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในระดับประเทศระดับภูมิภาคและระดับสากล

(ญ) ประสานงานในเรื่องทุนฝึกอบรมที่เกี่ยวกับต่างประเทศ

ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ของบุคลากรสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ฎ)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๓) กลุ่มงานความร่วมมือสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ๒ มีอำนาจหน้าที่

ดังนี้

(ก) ประสานและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ

ทั้งในระดับระหว่างประเทศและภูมิภาค ได้แก่

ความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชนกับสหประชาชาติ

สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกลไกต่าง ๆ

ด้านสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค

(ข)

ศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะด้านนโยบายและมาตรการความร่วมมือระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนในกรอบที่รับผิดชอบ

(ค) ศึกษา วิเคราะห์ และรายงานสถานการณ์

ตลอดจนความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน

(ง) ประสานงานและเตรียมการสำหรับการประชุม

หรือการพบหารือทั่วไปกับบุคคลหรือผู้แทนองค์กรจากต่างประเทศ

รวมการจัดทำข้อมูลประกอบการประชุมหรือการพบหารือและการสรุปผล

(จ) ประสานงานจัดเตรียมข้อมูลสำหรับการประชุม

การสัมมนากับเครือข่ายความร่วมมือ รวมทั้งปฏิบัติหน้าที่เลขานุการคณะที่เข้าร่วมประชุม

จัดทำสรุปผลการประชุมตลอดจนนำผลการประชุมมาเผยแพร่

หรือดำเนินการให้เกิดผลในทางปฏิบัติตามความเหมาะสม

(ฉ) ประสานงานเกี่ยวกับข้อร้องเรียนจากบุคคลหรือองค์กรจากต่างประเทศเกี่ยวกับการส่งเสริมหรือคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

(ช)

ประสานงานเกี่ยวกับการรับรองคณะบุคคลจากต่างประเทศที่มาศึกษาดูงาน ณ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ซ) จัดทำร่างหนังสือโต้ตอบทั่วไป อำนวยการแปลหรือสรุปเอกสารสำคัญ

จัดล่ามแปลภาษาในงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ฌ)

สนับสนุนและประสานงานในการสร้างเครือข่ายกับองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในระดับประเทศ

ระดับภูมิภาค และระดับสากลที่สำคัญ หรือมีผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ

หรือมีผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนในประเทศและภูมิภาค

(ญ)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

(๔) กลุ่มงานพันธกรณีและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(ก)

ศึกษาและวิเคราะห์พันธกรณีและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศในประเด็นต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(ข) ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล

เพื่อให้ข้อเสนอแนะในการเข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชน

(ค) ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูล

เพื่อประโยชน์ในการจัดทำรายงานสถานการณ์พร้อมข้อเสนอแนะในการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี

(ง) ประสานงานและเตรียมการสำหรับการประชุม

หรือการพบหารือทั่วไปกับบุคคลหรือผู้แทนองค์กรจากต่างประเทศที่เกี่ยวกับงานในความรับผิดชอบ

รวมถึงการจัดทำข้อมูลประกอบการประชุมหรือการพบหารือ และการสรุปผล

(จ) ศึกษาและเผยแพร่พันธกรณีและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศต่าง

ๆ ตลอดจนกลไกในการดำเนินงาน

เพื่อเป็นประโยชน์การส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนภายในประเทศ

(ฉ) ประสานกับกลไกของสหประชาชาติ กลไกระดับภูมิภาค และหน่วยงานของรัฐ

ในการให้ข้อมูล ความเห็น

และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติตามพันธกรณีและมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

(ช)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

กลุ่มงานอำนวยการกิจการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่

ดังนี้

(๑)

อำนวยการและประสานงานเกี่ยวกับภารกิจของประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๒) ดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการและการประชุมของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๓) ศึกษา วิเคราะห์ กลั่นกรองในเรื่องและปัญหาต่าง ๆ

พร้อมเสนอความเห็นตามที่ได้รับมอบหมาย เพื่อประกอบการพิจารณาของประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๔) ติดตามและประสานงานการจัดเตรียมเอกสารข้อมูลประเด็นการเข้าร่วมประชุมของประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๕)

ติดตามและประสานการดำเนินการตามมติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและรายงานความก้าวหน้า

พร้อมทั้งจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน

(๖)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

หน่วยตรวจสอบภายใน มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑)

ดำเนินการวางแผนการตรวจสอบและจัดทำแผนการตรวจสอบประจำปีเสนอต่อเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาอนุมัติภายในเดือนกันยายน

ในกรณีที่หน่วยงานตรวจสอบภายในวางแผนการตรวจสอบส่วนราชการที่มีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป

ให้เสนอแผนการตรวจสอบระยะยาวต่อเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติแผนการตรวจสอบประจำปี

(๒) เสนอรายงานผลการตรวจสอบต่อเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทุกสามเดือนนับแต่วันที่อนุมัติแผนการตรวจสอบประจำปี

รวมทั้งจัดทำรายงานผลสรุปการตรวจสอบประจำปี

กรณีเรื่องที่ตรวจพบเป็นเรื่องที่จะมีผลเสียหายต่อสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ให้รายงานผลการตรวจสอบทันที

(๓) ตรวจสอบความถูกต้องและเชื่อถือได้ของข้อมูลและตัวเลขต่าง ๆ

โดยใช้เทคนิคและวิธีการตรวจสอบที่ยอมรับทั่วไป

โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพของระบบการควบคุมภายในวิเคราะห์และประเมินผลด้านการบริหารและการปฏิบัติงานของส่วนราชการภายในสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๔) ตรวจสอบการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณ

การบริหารการเงิน การบัญชี การบริหารพัสดุและทรัพย์สิน ให้เป็นไปตามนโยบาย กฎหมาย

ข้อบังคับ ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรี

(๕)

ตรวจสอบความเหมาะสมในการใช้และดูแลรักษาทรัพย์สินทุกประเภทของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้มีประสิทธิภาพ

ประสิทธิผล และประหยัด

(๖) ตรวจสอบและประเมินผลระบบการปฏิบัติงานและการควบคุมภายในด้านต่าง

ๆ ภายในสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ วิเคราะห์ ประเมิน

และปรับปรุงประสิทธิผลของกระบวนการบริหารความเสี่ยงการปฏิบัติงาน และเสนอแนะวิธีป้องกันหรือมาตรการในการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม

(๗) ติดตามผลการตรวจสอบ เสนอแนะ และให้คำปรึกษาแก่หน่วยรับตรวจ

เพื่อให้การปรับปรุงแก้ไขของหน่วยรับตรวจเป็นไปตามข้อเสนอแนะในรายงานผลการตรวจสอบ

(๘) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

หรือตามที่ได้รับมอบหมาย

โดยไม่ขัดหรือแย้งต่อจรรยาบรรณและวิชาชีพในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ตรวจสอบภายใน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

กลุ่มงานติดตามและสารบบสำนวน มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) จัดวางระบบการติดตามผลการดำเนินการตามมาตรการการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน

หรือแนวทางการแก้ไขการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม หรือข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

รวมทั้งจัดวาง ดูแลและมีข้อเสนอแนะในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลและสถิติการติดตาม

(๒) จัดวางระบบและควบคุมดูแลการจัดเก็บสำนวนคำร้อง

รายงานผลการพิจารณาและรายงานผลการตรวจสอบที่เสร็จสิ้นจากการดำเนินการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนแล้ว

รวมทั้งเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

(๓) ตรวจ วิเคราะห์

และประเมินผลการดำเนินการตามมาตรการการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน

และจัดทำความเห็นพร้อมทั้งข้อเสนอเพื่อยุติการติดตามในกรณีที่บุคคลหรือหน่วยงานดำเนินการตามมาตรการการแก้ไขแล้ว

เพื่อเสนอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณา

(๔) ติดตาม เร่งรัด

เพื่อให้บุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งผลการดำเนินการตามมาตรการการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน

หรือแนวทางการแก้ไขการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมหรือข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

เมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนดในรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน

หรือพ้นระยะเวลาที่ขอขยาย

(๕) วิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรค

และประเมินผลการดำเนินการตามมาตรการการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน

(๖) ประสานการปฏิบัติงานกับผู้ตรวจการสิทธิมนุษยชนในการตรวจ

ติดตามมาตรการการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน

(๗) จัดทำความเห็นและข้อเสนอ

ในกรณีที่บุคคลหรือหน่วยงานไม่ดำเนินการตามมาตรการการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน

หรือดำเนินการแล้วแต่ยังไม่แล้วเสร็จโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เพื่อเสนอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาเห็นชอบให้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อสั่งการต่อไป

(๘)

จัดทำความเห็นและข้อเสนอในกรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่ดำเนินการหรือสั่งการให้ดำเนินการตามมาตรการการแก้ไข

หรือกรณีที่การดำเนินการตามมาตรการการแก้ไขนั้นไม่อยู่ในอำนาจของนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณาเห็นชอบให้รายงานต่อรัฐสภาเพื่อดำเนินการต่อไป

(๙)

จัดทำข้อมูลและเอกสารเพื่อรายงานต่อรัฐสภาหรือเพื่อเผยแพร่กรณีที่ไม่มีการดำเนินการตามมาตรการการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนให้สาธารณชนทราบตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นสมควร

(๑๐) การดำเนินการตามมาตรา ๒๗ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒

กรณีที่ปรากฏภายหลังยุติเรื่องไปแล้วว่า

มีการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลงและการโต้แย้งรายงานผลการตรวจสอบ สรุปเรื่อง

และเสนอความเห็นเพื่อเสนอคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติพิจารณา

(๑๑)

ติดตามผลการดำเนินการตามข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและข้อเสนอแนะในการปรับปรุงกฎหรือข้อบังคับจากรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน

หรือรายงานผลการพิจารณาคำร้องขอให้เสนอเรื่องหรือฟ้องคดีต่อศาล

และรายงานผลพร้อมความเห็นต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

(๑๒)

ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติรักษาการตามประกาศนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖

ศาสตราจารย์อมรา พงศาพิชญ์

ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๕ พฤศจิกายน

๒๕๕๖

ปณตภร/ผู้ตรวจ

๑๙ พฤศจิกายน

๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๑๐๘ ก/หน้า ๔/๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2556 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0c2512fa2f21a175

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com