法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกองทุนเพื่อการศึกษา เรื่อง การกำหนดคุณสมบัติของผู้ขอรับทุน หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการขอรับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืน พ.ศ. 2550

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกองทุนเพื่อการศึกษา

ประกาศคณะกรรมการกองทุนเพื่อการศึกษา

เรื่อง

การกำหนดคุณสมบัติของผู้ขอรับทุน หลักเกณฑ์

และเงื่อนไขการขอรับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืน

พ.ศ. ๒๕๕๐[๑]

คณะรัฐมนตรีมีมติ

เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๐ ให้ยุติการให้กู้ยืมแบบ กรอ. สำหรับผู้กู้รายใหม่

ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๕๐ เป็นต้นไป

และให้กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.)

ยังคงดำเนินการต่อไป โดยให้กู้ยืมแก่ผู้กู้ยืม กรอ. ที่กู้ยืมในปีการศึกษา ๒๕๔๙

กู้ยืมได้เฉพาะค่าเล่าเรียนจนจบหลักสูตร

ประกอบกับมีการแก้ไขปรับปรุงระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อการศึกษา

พ.ศ. ๒๕๔๙ จึงเห็นควรเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของผู้ขอรับทุนหลักเกณฑ์

และเงื่อนไขในการขอรับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืน

โดยยกเลิกประกาศคณะกรรมการกองทุนเพื่อการศึกษา เรื่อง

การกำหนดคุณสมบัติของผู้ขอรับทุน หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการขอรับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืน

พ.ศ. ๒๕๔๙

และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อการศึกษา

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๙ โดยใช้บังคับตามประกาศฉบับนี้แทน

อาศัยอำนาจตามความในข้อ

๑๕ ข้อ ๑๗/๑ ข้อ ๑๘ (๒) ข้อ ๑๙ และข้อ ๒๐/๑ ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อการศึกษา

พ.ศ. ๒๕๔๙

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อการศึกษา

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ คณะกรรมการกองทุนเพื่อการศึกษา

จึงขอประกาศคุณสมบัติของผู้ขอรับทุน หลักเกณฑ์

และเงื่อนไขการขอรับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

คุณสมบัติของผู้ขอรับทุน ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑)

มีสัญชาติไทย

(๒)

เป็นนิสิตหรือนักศึกษา ที่สถาบันอุดมศึกษาตอบรับให้เข้าศึกษา

โดยผ่านการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ที่สถาบันกำหนด

(๓)

เป็นผู้ได้รับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนในปีการศึกษา ๒๕๔๙

ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๙

และที่แก้ไขเพิ่มเติม

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ผู้ขอรับทุนต้องเป็นผู้ที่ศึกษาอยู่ในสถาบันการศึกษา ระดับการศึกษา

และหลักสูตรหรือประเภทวิชา ดังนี้

(๑)

สถาบันการศึกษาในสังกัด และในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ

และสถาบันการศึกษาในสังกัดกระทรวงหรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

(๒)

ศึกษาในระดับอนุปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)

หรือเทียบเท่าระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

(๓)

การจัดหลักสูตรการศึกษา ครอบคลุมการจัดหลักสูตรการศึกษาภายในประเทศทุกหลักสูตร

ทั้งหลักสูตรปกติ หลักสูตรพิเศษ และหลักสูตรต่อเนื่อง

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

นิสิตหรือนักศึกษาสามารถรับทุนได้เพียง ๑ หลักสูตรในแต่ละปีการศึกษา

ตามอัตราค่าเล่าเรียนที่สถานศึกษาเรียกเก็บ ทั้งนี้

ต้องไม่เกินอัตราค่าเล่าเรียนที่กำหนด ดังต่อไปนี้

ระดับปริญญาตรี

หน่วย : บาท/ปีการศึกษา

กลุ่มสาขาวิชา

อัตราสูงสุด

๑. สังคมศาสตร์

ศิลปศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศึกษาศาสตร์

๒.

ศิลปกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์

๓.

วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

๔. เกษตรศาสตร์

๕.

สาธารณสุขศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ เภสัชศาสตร์

๖. แพทยศาสตร์

สัตวแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์

๖๐,๐๐๐

๖๐,๐๐๐

๗๐,๐๐๐

๗๐,๐๐๐

๘๐,๐๐๐

๑๕๐,๐๐๐

ระดับ ปวส.

หน่วย : บาท/ปีการศึกษา

ประเภทวิชา / สาขาวิชา

อัตราสูงสุด

ช่างอุตสาหกรรมหรืออุตสาหกรรม

เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ทัศนศาสตร์

๓๐,๐๐๐

พณิชยกรรมหรือบริหารธุรกิจ

ศิลปหัตถกรรมหรือศิลปกรรม

เกษตรกรรมหรือเกษตรศาสตร์

คหกรรมหรือคหกรรมศาสตร์

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

๒๕,๐๐๐

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนจ่ายตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑)

ทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนครอบคลุมค่าใช้จ่ายประเภทค่าหน่วยกิต ค่าธรรมเนียม

และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา

แต่ไม่รวมถึงค่าหอพักและค่าใช้จ่ายส่วนตัวของนิสิตหรือนักศึกษาโดยกองทุนเพื่อการศึกษา

จะจ่ายให้ผู้ขอรับทุนโดยโอนเข้าบัญชีของสถานศึกษาตามที่ได้แจ้งให้แก่กองทุนเพื่อการศึกษา

(๒)

นิสิตหรือนักศึกษา สามารถขอรับทุนได้ตามจำนวนปีของหลักสูตรเท่านั้น

(๓)

กรณีที่ผู้ขอรับทุนมีสิทธิเบิกค่าเล่าเรียนจากหน่วยงานของรัฐ

ให้ผู้ขอรับทุนขอรับทุนได้เฉพาะค่าเล่าเรียนส่วนต่างเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

สถานศึกษามีหน้าที่แจ้งให้กองทุนเพื่อการศึกษาทราบ

เมื่อนิสิตหรือนักศึกษาผู้ขอรับทุนเพิกถอนการลงทะเบียนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

หรือเมื่อนิสิตหรือนักศึกษาผู้ขอรับทุนพ้นสภาพการเป็นนิสิตหรือนักศึกษาไปแล้ว

ไม่ว่าด้วยเหตุใด ภายใน ๑๕ วัน

นับแต่วันเพิกถอนการลงทะเบียนหรือวันพ้นสภาพตามแบบที่กองทุนเพื่อการศึกษากำหนด

การแจ้งการพ้นสภาพตามวรรคหนึ่ง

ให้นับจากกำหนดระยะเวลาแล้วแต่กรณี ดังนี้

(๑)

ตาย นับแต่วันที่สถานศึกษารู้ หรือควรรู้ ถึงการตายของผู้ขอรับทุน

(๒)

ลาออก นับแต่วันที่ผู้ขอรับทุนลาออก

(๓)

พ้นสภาพ นับแต่วันที่สถานศึกษามีคำสั่งให้พ้นสภาพ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ในการขอรับทุนให้ผู้ขอรับทุนทำสัญญากู้ยืมเป็นรายปี

โดยใช้แบบสัญญาที่กองทุนเพื่อการศึกษากำหนด

ทั้งนี้

ผู้ขอรับทุนต้องยินยอมเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการชำระหนี้ทุนการศึกษาตามบันทึกกู้ยืมเงินการรับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนในปีการศึกษา

๒๕๔๙ เป็นเงื่อนไขการชำระหนี้ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อการศึกษา

ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๕๐ ด้วย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

สถานศึกษาต้องดำเนินการจัดให้มีการพิมพ์

หรือเขียนข้อความในสัญญากู้ยืมและจัดให้ผู้ให้กู้ยืม ผู้ขอรับทุน

และผู้ค้ำประกันลงลายมือชื่อ

และให้สถานศึกษาตรวจสอบข้อมูลความถูกต้องในสัญญาดังกล่าวให้ถูกต้องก่อนนำส่งผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม

การลงลายมือชื่อของบุคคลตามวรรคหนึ่ง

ต้องลงลายมือชื่อด้วยตัวเอง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

เอกสารประกอบการทำสัญญาได้แก่

(๑)

สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้ขอรับทุน

(๒)

สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้ค้ำประกัน

(๓)

สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้แทนโดยชอบธรรม/ผู้ปกครอง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ให้สถานศึกษาโดยผู้บริหารสถานศึกษา

เปิดบัญชีประเภทออมทรัพย์ของผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมโดยใช้ชื่อว่า “กรอ.

(ระบุชื่อสถานศึกษา)” เพื่อรับการโอนเงินค่าเล่าเรียน

เมื่อนิสิตหรือนักศึกษาผู้ขอรับทุนเพิกถอนการลงทะเบียนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

หรือเมื่อนิสิตหรือนักศึกษาผู้ขอรับทุนพ้นสภาพการเป็นนิสิตหรือนักศึกษาไปแล้ว

ผู้บริหารสถานศึกษาต้องส่งคืนเงินของผู้ขอรับทุนที่มิได้ใช้ตามที่กำหนดไว้ในสัญญากู้ยืมให้แก่กองทุนเพื่อการศึกษา

ก่อนสิ้นแต่ละภาคการศึกษาของสถานศึกษา

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ผู้บริหารสถานศึกษา ต้องตรวจสอบความถูกต้อง

และความเรียบร้อยของสัญญากู้ยืมและเอกสารประกอบให้ถูกต้องครบถ้วน ก่อนนำส่ง

ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมและต้องลงลายมือชื่อในใบนำส่งสัญญากู้ยืมด้วยทุกครั้ง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ผู้มีอำนาจกระทำการแทนสถานศึกษา

อาจมอบอำนาจให้บุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งรองลงไปหนึ่งระดับในสถานศึกษาคนใดคนหนึ่งหรือหลายคนก็ได้

เพื่อพิจารณาคุณสมบัติของผู้ขอรับทุนให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อการศึกษา

พ.ศ. ๒๕๔๙ ลงนามในสัญญากู้ยืม และดำเนินงานกองทุนเพื่อการศึกษา

โดยผู้มอบอำนาจต้องทำเป็นหนังสือแจ้งให้กองทุนเพื่อการศึกษาทราบด้วย

ประกาศนี้ใช้บังคับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๙

ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล

ปลัดกระทรวงการคลัง

ประธานกรรมการกองทุนเพื่อการศึกษา

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๖ พฤษภาคม ๒๕๕๒

ก้องเกียรติ/ผู้จัดทำ

๘ มิถุนายน ๒๕๕๒

ชุติมา/ปรับปรุง

๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๖๕ ง/หน้า ๘๖/๑ พฤษภาคม ๒๕๕๒

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกองทุนเพื่อการศึกษา เรื่อง การกำหนดคุณสมบัติของผู้ขอรับทุน หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการขอรับทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืน พ.ศ. 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0c694a36450d6a50

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com