法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎ ก.ร. ฉบับที่ 8 (พ.ศ.2519) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. 2518 ว่าด้วยการสั่งพักราชการ การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน และการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามผลการสอบสวนพิจารณา

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
10
มาตรา อารัมภบท

กฎ ก

กฎ ก.ร.

ฉบับที่ ๘ (พ.ศ. ๒๕๑๙)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา

พ.ศ. ๒๕๑๘ ว่าด้วยการสั่งพักราชการ การสั่งให้

ออกจากราชการไว้ก่อน และการดำเนินการเพื่อให้

เป็นไปตามผลการสอบสวนพิจารณา[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓ (๓)

และมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๘ ก.ร. ออกกฎ

ก.ร. ไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ กฎ ก.ร. นี้

ให้ใช้บังคับแก่สำนักงานเลขาธิการรัฐสภา

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

การสั่งให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญพักราชการ หรือให้ออกจากราชการไว้ก่อน

เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาตามมาตรา ๕๗ และการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามผลการสอบสวนพิจารณาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดใน

กฎ ก.ร. นี้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

เมื่อข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใด

มีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวน

หรือถูกฟ้องคดีอาญาหรือต้องหาว่ากระทำผิดอาญา เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท

หรือความผิดลหุโทษผู้มีอำนาจตามมาตรา ๕๓ หรือมาตรา ๕๘ วรรคสาม แล้วแต่กรณี จะสั่งให้พักราชการได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด

ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีที่ผู้นั้นถูกตั้งกรรมการสอบสวน

หรือถูกฟ้องคดีอาญาหรือต้องหาว่ากระทำความผิดอาญานั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ

หรือเกี่ยวกับความประพฤติหรือพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจและผู้มีอำนาจดังกล่าวพิจารณาแล้วเห็นว่าถ้าให้ผู้นั้นคงอยู่ในหน้าที่ราชการอาจเกิดความเสียหายแก่ราชการ

(๒) มีพฤติการณ์แสดงว่าถ้าผู้นั้นคงอยู่ในหน้าที่ราชการ

จะเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวน หรือพิจารณาหรือจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้น

(๓) ผู้นั้นอยู่ในระหว่างถูกคุมขังหรือต้องถูกจำคุกโดยคำพิพากษา

และถูกคุมขัง หรือต้องจำคุกมาเป็นเวลาติดต่อกันเกินกว่าสิบห้าวันแล้ว

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การพักราชการ

ให้พักตลอดเวลาที่สอบสวนพิจารณา

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ในกรณีที่ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวนหลายสำนวน

หรือถูกฟ้องคดีอาญาหรือต้องหาว่ากระทำความผิดอาญาหลายคดีเว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

ถ้าจะสั่งพักราชการให้สั่งพักทุกสำนวนและทุกคดี

ในกรณีที่ได้สั่งพักราชการในสำนวนใด

หรือคดีใดไว้แล้วภายหลังปรากฏว่าผู้ถูกสั่งพักราชการนั้นมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวนในสำนวนอื่นหรือถูกฟ้องคดีอาญาหรือต้องหาว่ากระทำผิดอาญาในคดีอื่นเพิ่มขึ้นอีก

เว้นแต่เป็นความผิดที่กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

ก็ให้สั่งพักราชการในสำนวนหรือคดีที่เพิ่มขึ้นนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การสั่งพักราชการ ห้ามมิให้สั่งพักย้อนหลังไปก่อนวันออกคำสั่ง เว้นแต่

(๑) ผู้ซึ่งจะถูกสั่งพักราชการอยู่ในระหว่างถูกคุมขังหรือต้องจำคุกโดยคำพิพากษา

การสั่งพักราชการในเรื่องนั้นให้สั่งพักย้อนหลังไปถึงวันที่ถูกคุมขังหรือต้องจำคุกได้

(๒) ในกรณีที่ได้มีการสั่งพักราชการไว้แล้ว

ถ้าจะต้องสั่งใหม่เพราะคำสั่งเดิมไม่ถูกต้อง ให้สั่งตั้งแต่วันให้พักราชการตามคำสั่งเดิม

หรือตามวันที่ควรต้องพักราชการในขณะที่ออกคำสั่งเดิม

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

คำสั่งพักราชาการให้ทำเป็นหนังสือตามแบบคำสั่งของทางราชการ

ระบุชื่อผู้ถูกสั่งพักพร้อมทั้งกรณีและเหตุที่สั่งให้พักราชการได้

เมื่อได้มีคำสั่งให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดพักราชการแล้ว

ให้แจ้งคำสั่งให้ผู้นั้นทราบโดยเร็วพร้อมทั้งส่งสำเนาคำสั่งนั้นด้วย

แต่ถ้าไม่อาจแจ้งให้ทราบได้ ให้แจ้งเป็นหนังสือพร้อมทั้งส่งสำเนาคำสั่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปให้

ณ ที่อยู่ของผู้นั้นที่ปรากฏตามหลักฐานของทางราชการด้วย

และให้ถือว่าได้แจ้งคำสั่งพักราชการให้ทราบแล้ว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

เมื่อข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดมีเหตุที่อาจถูกสั่งพักราชการตามข้อ ๓

และผู้มีอำนาจตามมาตรา ๕๓ หรือมาตรา ๕๘ วรรคสาม

แล้วแต่กรณีพิจารณาเห็นว่าการสอบสวนหรือการพิจารณากรณีหรือคดีนั้นไม่แล้วเสร็จไปโดยเร็ว

ก็ให้สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการไว้ก่อนได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

เมื่อได้สั่งให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดพักราชการไว้แล้ว หากมีเหตุตามข้อ

๘ จะสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการไว้ก่อนอีชั้นหนึ่งก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้นำข้อ ๔

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ และข้อ ๗ มาใช้บังคับแก่การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน จะต้องสั่งให้ออกตั้งแต่วันใด ให้นำข้อ ๖

มาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่สำหรับการสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนในกรณีตามข้อ ๙

ให้สั่งให้ออกจากราชการตั้งแต่วันพักราชการเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

การสั่งให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญตำแหน่งตั้งแต่เลขาธิการรัฐสภาขึ้นไปออกจากราชการไว้ก่อน

ให้ดำเนินการเพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งนับแต่วันออกจากราชการไว้ก่อน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

เมื่อได้สั่งให้ข้าราชการรัฐสภาสามัญผู้ใดพักราชการ

หรือให้ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาแล้ว

ถ้าภายหลังปรากฏว่าผลการสอบสวนพิจารณาเป็นประการใดให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงก็ให้สั่งลงโทษให้เป็นไปตามมาตรา

๕๓

(๒) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัย

และไม่มีกรณีที่จะต้องออกจากราชการด้วยเหตุใด ๆ ก็ให้สั่งผู้นั้นกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งเดิม

หรือตำแหน่งอื่นในระดับเดียวกันที่ต้องใช้คุณสมบัติเฉพาะที่ผู้นั้นมีอยู่

แต่สำหรับการสั่งให้ผู้ถูกสั่งพักราชการกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งอื่นในระดับเดียวกัน

ซึ่งเป็นตำแหน่งตั้งแต่เลขาธิการรัฐสภาขึ้นไป

ให้ดำเนินการเพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งตามมาตรา

๒๘

(๓) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยยังไม่ถึงขั้นร้ายแรง

ที่จะลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก

และไม่มีกรณีที่จะต้องออกจากราชการด้วยเหตุอื่น

ก็ให้สั่งผู้นั้นกลับเข้ารับราชการตาม (๒) แล้วดำเนินการตามมาตรา ๕๒ ต่อ ไป

(๔) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยยังไม่ถึงขั้นเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง

ที่จะลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก แต่มีกรณีที่จะต้องออกจากราชการด้วยเหตุอื่น

ก็ให้ดำเนินการตามมาตรา ๕๒

แล้วสั่งให้ออกจากราชการตามเหตุนั้นโดยไม่ต้องสั่งให้กลับเข้ารับราชการ

ส่วนการดำเนินการตามมาตรา ๕๒ นั้น ถ้าเป็นกรณีที่จะสั่งลงโทษตัดเงินเดือนหรือลดขั้นเงินเดือน

การสั่งลงโทษดังกล่าวห้ามมิให้สั่งย้อนหลังไปก่อนวันพักราชการหรือวันให้ออกจากราชการไว้ก่อน

(๕) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัย

แต่มีกรณีที่จะต้องออกจากราชการด้วยเหตุอื่นก็ให้สั่งให้ออกจากราชการตามเหตุนั้นโดยไม่ต้องให้กลับเข้ารับราชการ

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๙

ป.ส. กาญจนวัฒน์

ประธานรัฐสภา ประธาน ก.ร.

ประภาศรี/ผู้จัดทำ

๒๙

ตุลาคม ๒๕๕๑

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๙๓/ตอนที่ ๔๐/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๔ มีนาคม ๒๕๑๙

10 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎ ก.ร. ฉบับที่ 8 (พ.ศ.2519) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. 2518 ว่าด้วยการสั่งพักราชการ การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน และการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามผลการสอบสวนพิจารณา (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0cc1cea02793a81a

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com