法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 74) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และการออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 74)

เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการยื่นคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และการออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 85 วรรคสี่ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ.2534 อธิบดีกรมสรรพากรกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการยื่นคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และการออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังต่อไปนี้

ให้ยกเลิกความในข้อ 4 แห่งประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 57) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการยื่นคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และการออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ลงวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ.2537 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ผู้ประกอบการยื่นคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนด

(1) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ สํานักงานสรรพากรเขต สํานักงานสรรพากรเขต(สาขา) หรือสํานักงานภาษีสรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่

(2) กรณีสถานประกอบการตั้งอยู่ในจังหวัดอื่นนอกจาก (1) ให้ยื่น ณ สํานักงานสรรพากรอําเภอ สํานักงานสรรพากรอําเภอ(สาขา) หรือสํานักงานสรรพากรกิ่งอําเภอ ที่สถานประกอบการตั้งอยู่

กรณีผู้ประกอบการมีสถานประกอบการหลายแห่ง ให้ยื่นคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ สถานที่ที่กําหนดตามวรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี ซึ่งสถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ตั้งอยู่ หากไม่มีสถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ ให้ผู้ประกอบการเลือกสถานประกอบการแห่งใดแห่งหนึ่งเป็นสํานักงานใหญ่

กรณีผู้ประกอบการใช้สถานที่อยู่อาศัยของตนเองหรือบุคคลอื่นเป็นที่ตั้งของสถานประกอบการ ให้ยื่นคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ สถานที่ที่กําหนดตามวรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี ซึ่งสถานที่อยู่อาศัยดังกล่าวตั้งอยู่ หากมีสถานที่อยู่อาศัยหลายแห่งและแต่ละแห่งใช้เป็นสถานประกอบการ ให้ผู้ประกอบการเลือกสถานประกอบการแห่งใดแห่งหนึ่งเป็นสํานักงานใหญ่

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ผู้ประกอบการยื่นคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จํานวน 3 ฉบับ โดยแสดงรายการให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมกับแนบเอกสารดังต่อไปนี้

(1) กรณีผู้ประกอบการเป็นบุคคลธรรมดา ให้แนบภาพถ่ายบัตรประจําตัวประชาชน และบัตรประจําตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการ

(2) กรณีผู้ประกอบการเป็นคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนสามัญ กองทุน มูลนิธิที่มิใช่นิติบุคคล หน่วยงานหรือกิจการของเอกชนที่กระทําโดยบุคคลธรรมดาตั้งแต่สองคนขึ้นไปอันมิใช่นิติบุคคล ให้แนบภาพถ่ายบัตรประจําตัวประชาชนของผู้มีอํานาจกระทําการในนามคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล และบัตรประจําตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการ พร้อมกับสําเนาหรือภาพถ่ายหนังสือการจัดตั้งคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลดังกล่าว

(3) กรณีผู้ประกอบการเป็นนิติบุคคล ได้แก่ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 39 องค์การของรัฐบาลตามมาตรา 2 แห่งประมวลรัษฎากร สหกรณ์ และองค์กรอื่นที่กฎหมายกําหนดให้เป็นนิติบุคคล ให้แนบภาพถ่ายบัตรประจําตัวประชาชนของกรรมการ ผู้จัดการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ และบัตรประจําตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการพร้อมกับสําเนาหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท สําเนาหนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับ และสําเนาหรือภาพถ่ายใบทะเบียนพาณิชย์ หรือหลักฐานอื่นที่แสดงฐานะเป็นนิติบุคคล แล้วแต่กรณี

(4) กรณีผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรและได้ขายสินค้าหรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นปกติธุระโดยมีตัวแทนอยู่ในราชอาณาจักร และตัวแทนได้ยื่นคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแทนผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักรดังกล่าว ให้แนบภาพถ่ายบัตรประจําตัวประชาชนของตัวแทนผู้มีอํานาจกระทําการแทน และบัตรประจําตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการ พร้อมกับหนังสือตั้งตัวแทนเป็นลายลักษณ์อักษรซึ่งมีการรับรองโดยสถานทูตหรือสถานกงสุลหรือบุคคลอื่นที่อธิบดีกรมสรรพากรเห็นชอบ

(5) การยื่นคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการตาม (1) ถึง (4) กรณีมีการมอบอํานาจให้บุคคลอื่นยื่นคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแทน ให้แนบภาพถ่ายบัตรประจําตัวประชาชนของผู้มอบอํานาจ คือ ผู้ประกอบการตาม (1) และผู้มีอํานาจกระทําการแทนตาม (2)(3)(4) และภาพถ่ายบัตรประจําตัวประชาชนของผู้รับมอบอํานาจ

(6) กรณีผู้ประกอบการตาม (1) ถึง (4) ใช้สถานที่อยู่อาศัยของตนเองหรือบุคคลอื่นเป็นสถานประกอบการ หรือใช้สถานประกอบการของบุคคลอื่นเป็นสถานประกอบการ ให้แนบเอกสารและดําเนินการดังต่อไปนี้

(ก) กรณีใช้สถานที่อยู่อาศัยของตนเองหรือบุคคลอื่นเป็นสถานประกอบการ ให้ติดป้ายแสดงชื่อผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล หรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไว้ในที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่าย ณ สถานประกอบการดังกล่าว

(ข) ให้แนบสําเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้านซึ่งแสดงที่ตั้งอย่างชัดเจนเพียงพอที่จะส่งหนังสือโดยทางไปรษณีย์ได้ หรือหลักฐานแสดงการอยู่อาศัยจริง

(ค) ถ้าเป็นการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ให้แนบสัญญาเช่า โดยสัญญาเช่าดังกล่าวต้องระบุชื่อ ที่อยู่ ของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ด้วย และถ้าเป็นกรณีเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ให้ใช้อสังหาริมทรัพย์นั้นโดยไม่มีค่าตอบแทน ให้แนบหนังสือยินยอมให้ใช้เป็นที่ตั้งสถานประกอบการ และสําเนาหรือภาพถ่ายทะเบียนบ้านอันเป็นที่ตั้งสถานประกอบการ

(7) กรณีสถานที่ตั้งของสถานประกอบการแห่งใดยังไม่มีทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ให้แนบแผนที่ซึ่งแสดงที่ตั้งของสถานประกอบการโดยสังเขปพร้อมภาพถ่ายสถานประกอบการนั้น

การยื่นคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมกับแนบเอกสารตามวรรคหนึ่ง ผู้ประกอบการต้องแสดงเอกสารตัวจริงต่อเจ้าพนักงานสรรพากรด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้เจ้าพนักงานสรรพากรตรวจสอบคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มว่า ผู้ประกอบการที่ยื่นคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้แสดงรายการพร้อมทั้งแนบเอกสารตามข้อ 5 ถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ถ้าปรากฏว่ามีรายการและเอกสารแนบถูกต้องครบถ้วน ให้เจ้าพนักงานสรรพากรรับคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนดําเนินการออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการ

กรณีผู้ประกอบการแสดงรายการในคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่ได้แนบเอกสารตามข้อ 5 หรือแนบเอกสารแต่ไม่ถูกต้องครบถ้วน ไม่ให้เจ้าพนักงานสรรพากรรับคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

แม้ว่าผู้ประกอบการที่ยื่นคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจะได้แสดงรายการพร้อมทั้งแนบเอกสารหลักฐานประกอบคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มถูกต้องครบถ้วน และเจ้าพนักงานสรรพากรได้รับคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามวรรคหนึ่งแล้ว ถ้าเป็นกรณีเข้าลักษณะดังต่อไปนี้ ไม่ให้เจ้าพนักงานสรรพากรออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการ

(1) ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ประกอบการแสดงเอกสารหลักฐานตามข้อ 5 เป็นเท็จ หรือไม่ตรงกับเอกสารของทางราชการ

(2) ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ประกอบการหรือผู้มีอํานาจกระทําการแทนผู้ประกอบการเป็นตัวแทนเชิดของเจ้าของกิจการที่แท้จริง เช่น จากการไต่สวนพบว่าผู้ยื่นคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นลูกจ้าง พนักงาน แต่ยื่นคําขอจดทะเบียนในฐานะเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการหรือกรรมการผู้จัดการ

(3) ปรากฏข้อเท็จจริงว่าไม่มีสถานประกอบการจริงตามเอกสารที่ยื่นพร้อมกับคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

(4) ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ประกอบการใช้สํานักงานกฎหมายหรือสํานักงานบัญชีของบุคคลอื่นเป็นสถานประกอบการ เว้นแต่กรณีเป็นตัวแทนของผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร

(5) ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ประกอบการมิได้ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือมิใช่ผู้ประกอบการซึ่งขายสินค้าหรือให้บริการที่แท้จริง

(6) ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผู้ประกอบการดังกล่าว เคยเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน แต่ภายหลังถูกอธิบดีกรมสรรพากรสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไปครั้งหนึ่งแล้ว โดยมูลเหตุจากกรณีตาม (1) ถึง (5)

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้เจ้าพนักงานสรรพากรดําเนินการออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการ

(1) กรณีผู้ประกอบการตามข้อ 1 และข้อ 3 ให้เจ้าพนักงาสรรพากรออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภ.พ.20

(2) กรณีผู้ประกอบการตามข้อ 2 ซึ่งได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 82/16 แห่งประมวลรัษฎากร ให้เจ้าพนักงานสรรพากรออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภ.พ.21 แต่ถ้าผู้ประกอบการอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร ให้เจ้าพนักงานสรรพากรออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภ.พ.20

กรณีผู้ประกอบการมีสถานประกอบการหลายแห่ง ให้ออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นรายสถานประกอบการ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ผู้ประกอบการเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ดังนี้

(1) วันที่ให้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน คือ วันเดือนปีที่เจ้าพนักงานสรรพากรรับคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามข้อ 6 วรรคหนึ่ง เว้นแต่กรณีที่เจ้าพนักงานสรรพากรไม่ออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการเพราะเข้าลักษณะตามข้อ 6 วรรคสาม ถือว่าผู้ประกอบการดังกล่าวมิได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนตั้งแต่วันเดือนปีที่เจ้าพนักงานสรรพากรรับคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

ความในวรรคหนึ่ง อธิบดีกรมสรรพากรจะสั่งเป็นอย่างอื่นก็ได้

(2) วันเริ่มประกอบการ คือ วันเดือนปีที่ผู้ประกอบการเริ่มประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

(3) วันที่ออกใบทะเบียน คือ วันเดือนปีที่ผู้มีอํานาจอนุมัติลงนามในใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

กรณีผู้ประกอบการมีสถานประกอบการหลายแห่งอยู่แล้วในขณะขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแต่ยื่นคําขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มโดยระบุเฉพาะสถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ มิได้ระบุสถานประกอบการแห่งอื่น ๆ ไว้ในคําขอจดทะเบียนด้วย ให้ถือว่าสถานประกอบการแห่งอื่น ๆ นั้นเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนวันเดือนปีเดียวกันกับสํานักงานใหญ่

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้มีอํานาจออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้แก่ บุคคลดังต่อไปนี้

(1) สรรพากรพื้นที่ สําหรับสถานประกอบการที่อยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสรรพากรพื้นที่

(2) สรรพากรจังหวัด สําหรับสถานประกอบการที่อยู่ในท้องที่จังหวัดนั้น

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่มีปัญหาในการปฏิบัติ ให้อธิบดีกรมสรรพากรมีอํานาจวินิจฉัย และคําวินิจฉัยของอธิบดีกรมสรรพากร ให้ถือเป็นหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กําหนดตามประกาศนี้ด้วย ”

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2539 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ.2539

ร้อยเอกสุชาติ เชาว์วิศิษฐ

อธิบดีกรมสรรพากร

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 74) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และการออกใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0cd5840bfc0957e8

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com