法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทน. 42/2552 เรื่อง การทำประกันภัยความรับผิดของบริษัทจัดการ และข้อกำหนดสำหรับบริษัทจัดการในการดำรงความเพียงพอของเงินกองทุน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน

ที่ ทน. 42/2552

เรื่อง การทําประกันภัยความรับผิดของบริษัทจัดการ และข้อกําหนด

สําหรับบริษัทจัดการในการดํารงความเพียงพอของเงินกองทุน

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 16/6 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 มาตรา 109 มาตรา 117 และมาตรา 143 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และมาตรา 133 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 41 มาตรา 43 มาตรา 44 และมาตรา 64 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการ ก.ล.ต. ทําหน้าที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 ออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552 เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

(1) “บริษัทจัดการ” หมายความว่า บริษัทจัดการกองทุนรวม และบริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคล

(2) “บริษัทจัดการกองทุนรวม” หมายความว่า บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม

(3) “บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคล” หมายความว่า บริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนส่วนบุคคล

(4) “ผู้บริหาร” หมายความว่า ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้รับผิดชอบในการดําเนินงานของบริษัทจัดการ

(5) “ส่วนของผู้ถือหุ้น” หมายความว่า ส่วนของผู้ถือหุ้นที่ปรากฏในงบการเงินของบริษัทจัดการ ซึ่งมีวิธีการคํานวณตามมาตรฐานการบัญชี

(6) “กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ” หมายความว่า กองทุนสํารองเลี้ยงชีพตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ

(7) “ลูกค้า” หมายความว่า บุคคลที่มอบหมายให้บริษัทจัดการจัดการกองทุนส่วนบุคคล

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมจัดให้มีการประกันภัยสําหรับความรับผิดที่เกิดขึ้นจากการดําเนินธุรกิจหรือการปฏิบัติงานของบริษัทจัดการกองทุนรวม ผู้บริหาร กรรมการ และพนักงาน

ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีที่มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของทุกกองทุนรวมซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการ ณ วันทําการสุดท้ายก่อนวันทําสัญญาประกันภัยดังกล่าว ไม่เกินสองหมื่นห้าพันล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทจัดการกองทุนรวมต่ํากว่าหนึ่งร้อยยี่สิบล้านบาท ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมดังกล่าวจัดทําประกันภัยในวงเงินไม่น้อยกว่าส่วนต่างของเงินจํานวนหนึ่งร้อยยี่สิบล้านบาทหักด้วยมูลค่าของส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทจัดการกองทุนรวมนั้น

(2) ในกรณีที่มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของทุกกองทุนรวมซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการ ณ วันทําการสุดท้ายก่อนวันทําสัญญาประกันภัยดังกล่าว มากกว่าสองหมื่นห้าพันล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทจัดการกองทุนรวมต่ํากว่าสองร้อยยี่สิบล้านบาท ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมดังกล่าวจัดทําประกันภัยในวงเงินไม่น้อยกว่าส่วนต่างของเงินจํานวนสองร้อยยี่สิบล้านบาทหักด้วยมูลค่าของส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทจัดการกองทุนรวมนั้น

ในกรณีที่บริษัทจัดการกองทุนรวมมีการจัดการกองทุนส่วนบุคคลที่เป็นกองทุนสํารองเลี้ยงชีพอยู่ด้วย ให้คํานวณมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของทุกกองทุนสํารองเลี้ยงชีพรวมเข้าในมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมตามวรรคหนึ่งด้วย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในกรณีที่บริษัทจัดการกองทุนรวมมีส่วนของผู้ถือหุ้นต่ํากว่าสามสิบล้านบาทแต่ไม่น้อยกว่ายี่สิบล้านบาท ณ วันสุดท้ายของเดือนใด ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมดังกล่าวปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) รายงานส่วนของผู้ถือหุ้นต่อสํานักงานภายในวันทําการถัดจากวันที่บริษัทจัดการกองทุนรวมรู้หรืออาจรู้ว่าส่วนของผู้ถือหุ้นต่ํากว่าจํานวนดังกล่าว

(2) จัดทําแผนการปรับปรุงเพื่อให้มีส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ต่ํากว่าสามสิบล้านบาท และให้ยื่นต่อสํานักงานภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่บริษัทจัดการกองทุนรวมรู้หรืออาจรู้ว่าส่วนของผู้ถือหุ้นต่ํากว่าจํานวนดังกล่าว เว้นแต่ก่อนพ้นกําหนดเวลา บริษัทจัดการกองทุนรวมสามารถเพิ่มส่วนของผู้ถือหุ้นให้เป็นไปตามจํานวนดังกล่าวได้

(3) ดําเนินการเพื่อให้เป็นไปตามแผนการปรับปรุงที่ได้ยื่นต่อสํานักงานตาม (2) และรายงานความคืบหน้าในการดําเนินการตามแผนดังกล่าว ตลอดจนรายงานส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันสุดท้ายของเดือนต่อสํานักงานภายในวันทําการที่เจ็ดของเดือนถัดไป ทั้งนี้ จนกว่าบริษัทจัดการกองทุนรวมจะมีส่วนของผู้ถือหุ้นไม่ต่ํากว่าสามสิบล้านบาท

ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมแจ้งต่อสํานักงานเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันทําการถัดจากวันที่บริษัทจัดการกองทุนรวมนั้นสามารถปรับปรุงส่วนของผู้ถือหุ้นได้โดยมีจํานวนไม่ต่ํากว่าสามสิบล้านบาท

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีที่บริษัทจัดการกองทุนรวมไม่สามารถดํารงความเพียงพอของเงินกองทุนตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการดํารงความเพียงพอของเงินกองทุนของบริษัทจัดการ ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) รายงานต่อสํานักงานภายในวันทําการถัดจากวันที่บริษัทจัดการกองทุนรวมรู้หรืออาจรู้ถึงการไม่สามารถดํารงความเพียงพอของเงินกองทุนดังกล่าว

(2) เปลี่ยนให้บริษัทจัดการกองทุนรวมรายอื่นเข้าจัดการกองทุนรวม หรือโครงการลงทุนที่ได้รับอนุมัติตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ตามวิธีการที่กําหนดไว้ในข้อ 6 ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่บริษัทจัดการกองทุนรวมรู้หรืออาจรู้ถึงการไม่สามารถดํารงความเพียงพอของเงินกองทุนดังกล่าว เว้นแต่มีเหตุจําเป็นและสมควร สํานักงานอาจพิจารณาขยายระยะเวลาออกไปได้ ทั้งนี้ การคัดเลือกบริษัทจัดการกองทุนรวมรายใหม่ต้องคํานึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสําคัญ และในกรณีที่มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนบริษัทจัดการกองทุนรวม บริษัทจัดการกองทุนรวมรายเดิมต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าว

หากบริษัทจัดการกองทุนรวมไม่สามารถดําเนินการภายในระยะเวลาที่กําหนดตามวรรคหนึ่ง ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมดําเนินการเลิกกองทุนรวม ทั้งนี้ ไม่รวมถึงโครงการลงทุนที่ได้รับอนุมัติตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

(3) ระงับการประกอบธุรกิจการจัดการกองทุนรวมจนกว่าจะสามารถดํารงความเพียงพอของเงินกองทุนตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการดํารงความเพียงพอของเงินกองทุนของบริษัทจัดการ และได้รับอนุญาตจากสํานักงานให้ดําเนินธุรกิจได้ตามปกติ เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจําเป็นและสมควรเพื่อป้องกันมิให้มูลค่าทรัพย์สินของกองทุนรวมซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการได้รับความเสียหาย เพื่อใช้สิทธิเพื่อประโยชน์ของกองทุนรวมในฐานะที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ลงทุน หรือเพื่อเปลี่ยนตั๋วเงินที่ครบกําหนดไถ่ถอนกับบริษัทเงินทุนที่เป็นผู้ออกตั๋วเงินดังกล่าว

(4) กระทําการหรืองดเว้นการกระทําอื่นใดตามที่สํานักงานมีคําสั่ง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความเพียงพอของเงินกองทุนหรือการปฏิบัติตามข้อกําหนดในข้อนี้สามารถดําเนินการได้อย่างลุล่วง หรือเพื่อดําเนินการเกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยงจากการลงทุนของบริษัทจัดการกองทุนรวม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในการเปลี่ยนบริษัทจัดการกองทุนรวมตามข้อ 5(2) ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมดําเนินการด้วยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

(1) ขอรับความเห็นชอบจากสํานักงาน

(2) ขอมติโดยเสียงข้างมากของผู้ถือหน่วยลงทุนซึ่งคิดตามจํานวนหน่วยลงทุนรวมกันเกินกึ่งหนึ่งของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวมนั้น

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลซึ่งจัดการกองทุนสํารองเลี้ยงชีพอยู่ด้วยจัดให้มีการประกันภัยสําหรับความรับผิดที่เกิดขึ้นจากการดําเนินธุรกิจหรือการปฏิบัติงานของ

บริษัทจัดการ ผู้บริหาร กรรมการ และพนักงาน โดยให้นําความในข้อ 3 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ความในวรรคหนึ่งมิให้นํามาใช้บังคับกับบริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลที่มีการกํากับดูแลฐานะตามกฎหมายอื่นหรือที่ต้องดํารงเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้ว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีดังต่อไปนี้ ให้บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลปฏิบัติตามข้อ 4 วรรคหนึ่ง โดยอนุโลม

(1) บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลซึ่งจัดการกองทุนสํารองเลี้ยงชีพอยู่ด้วย มีส่วนของผู้ถือหุ้นต่ํากว่าสามสิบล้านบาทแต่ไม่น้อยกว่ายี่สิบล้านบาท ณ วันสุดท้ายของเดือนใด

(2) บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลซึ่งไม่ได้จัดการกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ มีส่วนของผู้ถือหุ้นต่ํากว่าสิบห้าล้านบาทแต่ไม่น้อยกว่าสิบล้านบาท ณ วันสุดท้ายของเดือนใด

ความในวรรคหนึ่งมิให้นํามาใช้บังคับกับบริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลที่มีการกํากับดูแลฐานะตามกฎหมายอื่นหรือที่ต้องดํารงเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้ว

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อบริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลที่มีหน้าที่ตามข้อ 8 ปรับปรุงส่วนของผู้ถือหุ้นได้ตามจํานวนดังต่อไปนี้ ให้แจ้งต่อสํานักงานเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันทําการถัดจากวันที่บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลนั้นสามารถปรับปรุงส่วนของผู้ถือหุ้นดังกล่าวได้

(1) ไม่ต่ํากว่าสามสิบล้านบาท ในกรณีของบริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลซึ่งจัดการกองทุนสํารองเลี้ยงชีพอยู่ด้วย

(2) ไม่ต่ํากว่าสิบห้าล้านบาท ในกรณีของบริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลซึ่งไม่ได้จัดการกองทุนสํารองเลี้ยงชีพ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในกรณีที่บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลไม่สามารถดํารงความเพียงพอของ

เงินกองทุนตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการดํารงความเพียงพอของเงินกองทุนของบริษัทจัดการ ให้บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) รายงานต่อสํานักงานภายในวันทําการถัดจากวันที่บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลรู้หรืออาจรู้ถึงการไม่สามารถดํารงความเพียงพอของเงินกองทุนดังกล่าว

(2) รายงานให้ลูกค้าทราบถึงการไม่สามารถดํารงความเพียงพอของเงินกองทุนภายในวันทําการถัดจากวันที่บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลรู้หรืออาจรู้ถึงการไม่สามารถดํารงความเพียงพอของเงินกองทุนดังกล่าว

(3) ห้ามมิให้บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลทําสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคลกับลูกค้ารายใหม่ หรือยอมให้ลูกค้าเพิ่มเงินทุนของกองทุนส่วนบุคคล หรือแก้ไขเพิ่มเติมข้อความ

ในสัญญากับลูกค้ารายเดิมอันอาจส่งผลกระทบต่อความเพียงพอของเงินกองทุน แต่ไม่รวมถึง

(ก) การรับบริหารเงินสะสมและเงินสมทบของกองทุนสํารองเลี้ยงชีพที่เป็นลูกค้าอยู่แล้วในขณะนั้น และ

(ข) การจ่ายเงินให้แก่สมาชิกของกองทุนสํารองเลี้ยงชีพที่สิ้นสมาชิกภาพ

(4) หากบริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลได้รับแจ้งจากลูกค้าว่าประสงค์จะเปลี่ยนบริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลเป็นรายอื่น ให้บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลเปลี่ยนให้บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลรายอื่นเข้าจัดการกองทุนส่วนบุคคล ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากลูกค้า ทั้งนี้ ในกรณีที่มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนบริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคล ให้บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลรายเดิมเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าว

(5) กระทําการหรืองดเว้นการกระทําอื่นใดตามที่สํานักงานมีคําสั่ง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความเพียงพอของเงินกองทุนหรือการปฏิบัติตามข้อกําหนดในข้อนี้สามารถดําเนินการได้อย่างลุล่วง หรือเพื่อดําเนินการเกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยงจากการลงทุนของบริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคล

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้บรรดาประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ คําสั่ง และหนังสือเวียน ที่ออกหรือวางแนวปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กน. 13/2548 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการดํารงความเพียงพอของเงินกองทุนและการทําประกันภัยความรับผิดของบริษัทจัดการ ลงวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2548 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกําหนดแห่งประกาศนี้ จนกว่าจะได้มีประกาศ คําสั่ง หรือหนังสือเวียน ที่ออกหรือวางแนวปฏิบัติตามประกาศนี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่มีประกาศฉบับอื่นใดอ้างอิงประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กน. 13/2548 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการดํารงความเพียงพอของเงินกองทุนและการทําประกันภัยความรับผิดของบริษัทจัดการ ลงวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2548 ให้การอ้างอิงดังกล่าวหมายถึงการอ้างอิงประกาศฉบับนี้

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552

(นายวิจิตร สุพินิจ)

ประธานกรรมการ

คณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

หมายเหตุ - \_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_\_

เหตุผลในการแก้ประกาศฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 กําหนดให้อํานาจสั่งการในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์มีฐานะอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ประโยชน์ของประชาชน และการออกหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรายงานของบริษัทหลักทรัพย์ การจัดการกองทุนรวม และการจัดการกองทุนส่วนบุคคล เป็นอํานาจของคณะกรรมการกํากับตลาดทุน จึงเห็นควรออกประกาศเพื่อรองรับการปรับปรุงประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กน. 13/2548 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการดํารงความเพียงพอของเงินกองทุนและการทําประกันภัยความรับผิดของบริษัทจัดการ ลงวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2548 จึงจําเป็นต้องออกประกาศนี้

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทน. 42/2552 เรื่อง การทำประกันภัยความรับผิดของบริษัทจัดการ และข้อกำหนดสำหรับบริษัทจัดการในการดำรงความเพียงพอของเงินกองทุน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0d38bab233797a46

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com