法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาว่าด้วยการดำเนินงาน หลักเกณฑ์ และวิธีการกู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2546 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
50
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

ว่าด้วยการดำเนินงาน หลักเกณฑ์ และวิธีการกู้ยืมเงิน

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖[๑]

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาว่าด้วยการดำเนินงาน หลักเกณฑ์ และวิธีการกู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘ (๗) แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ คณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาว่าด้วยการดำเนินงาน หลักเกณฑ์ และวิธีการกู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ ให้ใช้ตั้งแต่วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“กองทุน” หมายความว่า กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

“ผู้กู้ยืมเงิน” หมายความว่า นักเรียน นักศึกษา ที่กู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

“ผู้บริหารสถานศึกษา” หมายความว่า ผู้บริหารของสถานศึกษาที่ได้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ในการดำเนินงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

“สำนักงานกองทุน” หมายความว่า สำนักงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

“สถานศึกษา” หมายความว่า โรงเรียน สถานศึกษา หรือสถาบันการศึกษาของทางราชการ หรือโรงเรียนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือโรงเรียน สถานศึกษา หรือสถาบันการศึกษาที่มีกฎหมายตั้งขึ้นโดยเฉพาะ หรือโรงเรียน สถานศึกษา หรือสถาบันการศึกษาอื่นที่กำหนดโดยกฎกระทรวง

“ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม” หมายความว่า บุคคลที่คณะกรรมการทำสัญญาจ้างให้ทำหน้าที่บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ประธานกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

การจัดสรรวงเงินให้กู้ยืม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้คณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่หนึ่ง และคณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่สอง พิจารณาจัดสรรวงเงินให้กู้ยืมที่ได้รับให้นักเรียน นักศึกษา แต่ละสถานศึกษาตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้คณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่หนึ่ง และคณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่สอง แจ้งรายละเอียดการจัดสรรวงเงินกู้ยืมให้สำนักงานกองทุนทราบ ตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด

ผู้กู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้กู้ยืมเงินกองทุน มี ๒ ประเภท ได้แก่

(๑) ผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ หมายถึง นักเรียน นักศึกษาผู้ที่ไม่เคยกู้ยืมเงินกองทุนมาก่อน หรือเป็นผู้ที่เคยกู้ยืมเงินมาก่อนและได้ชำระหนี้คืนเสร็จสิ้นแล้ว

(๒) ผู้กู้ยืมเงินรายเก่า หมายถึง นักเรียน นักศึกษาที่อยู่ในระหว่างการศึกษาและเคยกู้ยืมเงินกองทุนมาก่อนไม่ว่าจะเคยกู้ยืมเงินจากสถานศึกษาอื่นหรือสถานศึกษาปัจจุบันก็ตาม

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้กู้ยืมเงินต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ ดังนี้

(๑) เป็นผู้มีสัญชาติไทย

(๒) เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด

(๓) มีคุณสมบัติอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐[๒] นักเรียน นักศึกษาที่ประสงค์จะขอกู้ยืมเงิน หรือผู้กู้ยืมเงินรับรองว่าจะปฏิบัติ ดังนี้

๑. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการกู้ยืมตรงกับความเป็นจริง

๒. ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หลักเกณฑ์ และวิธีการของคณะกรรมการตลอดระยะเวลาการกู้ยืม

๓. ดำเนินการเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ด้วยตนเอง และต้องเก็บรักษารหัสผ่านที่ได้รับจากกองทุนไว้เป็นความลับ หากผู้ใดยินยอมให้บุคคลอื่นดำเนินการเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แทน ให้ถือว่าเป็นการดำเนินการด้วยตนเอง

๔. แจ้งการเปลี่ยนชื่อ ย้ายที่อยู่หรือย้ายสถานศึกษา และจบการศึกษา หรือพ้นสภาพการเป็นนักเรียน นักศึกษาภายในสิบห้าวันนับแต่วันเปลี่ยนชื่อ ย้ายที่อยู่ ย้ายสถานศึกษา จบการศึกษาหรือพ้นสภาพการเป็นนักเรียน นักศึกษา ต่อผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม

๕. แสดงตนต่ออาจารย์ที่ปรึกษาที่ได้รับมอบหมายตามข้อ ๓๖ (๓) อย่างน้อยภาคละหนึ่งครั้ง

๖. ให้ความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมที่สถานศึกษากำหนดในหมวด ๘ หรือกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับกองทุน

๗. แจ้งสภาพการเป็นนักเรียน นักศึกษา ทุกปีที่ผู้กู้ยืมเงินไม่ได้กู้ยืมเงินแต่ยังศึกษาอยู่ต่อผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม

๘. หน้าที่อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ นักเรียน นักศึกษาที่ขอกู้ยืมเงินกองทุนต้องศึกษาอยู่ในสถานศึกษาที่มีสถานภาพตามข้อ ๑๕ และข้อ ๑๖ แล้ว เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒[๓] นักเรียน นักศึกษาผู้ใดประสงค์จะกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาให้ยื่นคำขอตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด โดยจัดทำคำขอกู้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่คณะกรรมการจะกำหนดเป็นอย่างอื่น

การยื่นคำขอตามวรรคหนึ่งให้ยื่นได้ทุกวันในเวลาทำการของสถานศึกษานั้น ๆ ทั้งนี้ ภายในระยะเวลาที่กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ นักเรียน นักศึกษา ที่ได้รับอนุมัติให้กู้ยืมเงินต้องเปิดบัญชีเงินฝากกับผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม พร้อมทั้งหนังสือแจ้งผลการอนุมัติจากสถานศึกษาเพื่อประกอบการขอเปิดบัญชีด้วย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อผู้กู้ยืมเงินสำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษาแล้วเป็นเวลาสองปี ผู้กู้ยืมเงินมีหน้าที่ต้องชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนตามจำนวนระยะเวลาและวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบของคณะกรรมการ

ก่อนถึงกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ตามวรรคหนึ่ง ผู้กู้ยืมเงินต้องรายงานข้อมูลพร้อมเอกสารของตนเองตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด ต่อผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม สาขาใดสาขาหนึ่งก่อนสิ้นเดือนพฤษภาคมของปีถัดจากปีที่สำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษา

สถานภาพสถานศึกษา

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ สถานศึกษาที่ดำเนินงานกองทุนต้องเป็นสถานศึกษาที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งและได้รับความเห็นชอบให้เปิดดำเนินการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตร ในแต่ละสาขาวิชาจากกระทรวงศึกษาธิการ ทบวงมหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานอื่นที่สถานศึกษานั้นสังกัด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ สถานศึกษาตามข้อ ๑๕ ก่อนดำเนินงานกองทุนต้องได้รับความเห็นชอบ จากคณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่หนึ่ง หรือคณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่สอง แล้วแต่กรณี ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด

คณะกรรมการพิจารณาการให้กู้ยืมเงินประจำสถานศึกษา

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗[๔] ให้ผู้บริหารสถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาเงินให้กู้ยืมประจำสถานศึกษาจำนวนห้าคน ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นประธาน ผู้แทนองค์กรชุมชน จำนวนหนึ่งคนเป็นกรรมการ อาจารย์ หรือครูของสถานศึกษานั้น จำนวนสองคนเป็นกรรมการและให้ประธานแต่งตั้งบุคลากรของสถานศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการ จำนวนหนึ่งคน

ผู้แทนองค์กรชุมชนตามวรรคหนึ่งให้หมายถึงบุคคลที่อยู่ในองค์กรชุมชนตามความหมายที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ คณะกรรมการพิจารณาให้กู้ยืมเงินประจำสถานศึกษา มีอำนาจหน้าที่พิจารณาคัดเลือกนักเรียนนักศึกษาที่ขอกู้ยืมเงินเพื่อเสนอให้ผู้บริหารสถานศึกษาพิจารณาอนุมัติ โดยดำเนินการดังนี้

(๑) ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสาร

(๒) สัมภาษณ์ผู้ขอกู้ยืมเงิน รวมทั้งถ้ามีความจำเป็นอาจสัมภาษณ์บุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย

(๓) ตรวจสอบโดยเยี่ยมเยียนครอบครัวของผู้ขอกู้ยืมเงินในกรณีที่เห็นว่ามีความจำเป็น

(๔) สรุปข้อมูลการกู้ยืมเงินของผู้ขอกู้ยืมเงิน

(๕) ปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกผู้ขอกู้ยืมเงินตามที่คณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่หนึ่ง หรือคณะอนุกรรมการบัญชีที่สองมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในการดำเนินการตามข้อ ๑๘ คณะกรรมการพิจารณาการให้กู้ยืมเงินประจำสถานศึกษาอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อทำหน้าที่แทนก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐[๕] การประชุมคณะกรรมการพิจารณาการให้กู้ยืมเงินประจำสถานศึกษา ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงถือว่าเป็นองค์ประชุม การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุม ให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

การเตรียมการและการคัดเลือกผู้กู้ยืมเงิน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ผู้บริหารสถานศึกษาและเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินงานกองทุนต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หลักเกณฑ์ และวิธีการของคณะกรรมการอย่างเคร่งครัดและต้องจัดให้มีสถานที่บุคลากรให้เหมาะสมและเพียงพอในการดำเนินงานกองทุน

ผู้บริหารสถานศึกษานอกจากมีหน้าที่ตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้มีหน้าที่ตามที่คณะกรรมการมอบหมายด้วย

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้บริหารสถานศึกษาต้องปิดประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หลักเกณฑ์ และวิธีการการดำเนินงานกองทุนไว้ในที่ที่เห็นได้ทั่วไปให้นักเรียน นักศึกษาทราบโดยเปิดเผย ณ สถานศึกษา

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้บริหารสถานศึกษาต้องจัดให้มีการดำเนินการเพื่อเตรียมการและคัดเลือกผู้กู้ยืมเงินตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่หนึ่งและคณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่สองกำหนด ซึ่งอย่างน้อยต้องดำเนินการดังนี้

(๑) ประชาสัมพันธ์เรื่องกองทุน

(๒) แนะนำให้คำปรึกษาแก่นักเรียน นักศึกษา

(๓) รับแบบคำขอ ตรวจสอบคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ของผู้กู้ยืมเงิน

(๔) เตรียมเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียน นักศึกษา

(๕) จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการให้กู้ยืมเงินประจำสถานศึกษา

(๖) จัดทำรายงานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการให้กู้ยืมเงินประจำสถานศึกษา

(๗) จัดทำประกาศผู้ได้รับการคัดเลือกให้กู้ยืมเงิน

(๘) จัดเก็บเอกสารต่าง ๆ ไว้เพื่อการตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การคัดเลือกผู้กู้ยืมเงินจะกระทำได้ต่อเมื่อมีคุณสมบัติตามข้อ ๙ และเป็นผู้มีสถานภาพเป็นนักเรียน นักศึกษา โดยได้ขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียน นักศึกษาของสถานศึกษาที่คัดเลือกนั้นแล้ว

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การพิจารณาคัดเลือกผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ กรณีเงินที่ได้รับจัดสรรไม่เพียงพอที่จะให้กู้ยืมเงิน ให้พิจารณาจากความขาดแคลนทุนทรัพย์ของผู้ขอกู้ยืมเงินและเป็นผู้ที่มีภูมิลำเนาที่อยู่ในเขตของสถานศึกษาโดยให้คำนึงถึงผู้ที่มีคุณสมบัติและเคยขอกู้ยืมเงินกองทุนในปีการศึกษาที่ผ่านมาของสถานศึกษานั้น แต่ไม่ได้รับการอนุมัติให้กู้ยืมเงิน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การพิจารณาการคัดเลือกผู้กู้ยืมเงินรายเก่า สถานศึกษาต้องดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและสัมภาษณ์ผู้กู้ยืมเงินทุกครั้ง เมื่อได้ผู้กู้ยืมเงินมีคุณสมบัติครบถ้วนแล้วให้พิจารณาจากความขาดแคลนทุนทรัพย์ สาขาวิชาที่ศึกษา ผลการเรียน และความประพฤติของผู้กู้ยืม

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ เมื่อผู้บริหารสถานศึกษาได้อนุมัติการกู้ยืมเงินแก่นักเรียน นักศึกษาแล้ว ให้ผู้บริหารสถานศึกษาดำเนินการดังนี้

(๑) ประกาศรายชื่อผู้ขอกู้ยืมเงินที่ได้รับอนุมัติโดยเปิดเผย ณ สถานศึกษา

(๒) รายงานผลการคัดเลือกให้สำนักงานกองทุน และผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม สาขาที่เปิดบัญชีทราบตามแบบที่สำนักงานกองทุนกำหนด

การทำสัญญากู้ยืมและการนำส่งสัญญากู้ยืม

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ผู้บริหารสถานศึกษาต้องจัดทำสัญญากู้ยืมเงินกับผู้ขอกู้ยืมเงินที่ได้รับอนุมัติให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการ เรื่อง กำหนดขอบเขตการให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา รวมทั้งระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้สถานศึกษาใช้แบบสัญญากู้ยืมตามที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งสำนักงานกองทุนจะจัดส่งให้ในแต่ละปีเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ผู้บริหารสถานศึกษาต้องดำเนินการจัดให้มีการพิมพ์หรือเขียนข้อความในสัญญากู้ยืมก่อนผู้ให้กู้ยืม ผู้กู้ยืมเงิน ผู้ค้ำประกันและผู้รับรองลายมือชื่อผู้ค้ำประกันลงลายมือชื่อ

การลงลายมือชื่อของบุคคลตามวรรคหนึ่ง ต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเอง

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ กรณีผู้ค้ำประกันไม่สามารถมาลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมต่อหน้าเจ้าหน้าที่หรือผู้บริหารสถานศึกษา ต้องมีลายมือชื่อของนายทะเบียนท้องที่ หรือท้องถิ่น ณ ภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้าน หรือภูมิลำเนาที่ประกอบอาชีพของผู้ค้ำประกันรับรองด้วย

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ผู้บริหารสถานศึกษา ต้องจัดให้มีการตรวจสอบสัญญากู้ยืมและเอกสารประกอบให้ถูกต้องครบถ้วนก่อนนำส่งให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม และต้องลงลายมือชื่อในใบนำส่งสัญญากู้ยืมด้วยทุกครั้ง

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ผู้บริหารสถานศึกษาต้องส่งสัญญากู้ยืมให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม สาขาที่สถานศึกษาเปิดบัญชีไว้จำนวนหนึ่งฉบับและให้ผู้ขอกู้ยืมเงินหนึ่งฉบับ พร้อมทั้งสำเนาสัญญากู้ยืมโดยรับรองสำเนาส่งให้ผู้ค้ำประกันหนึ่งฉบับ

เอกสารที่ต้องนำส่งพร้อมสัญญา ประกอบด้วย

(๑) สำเนาสมุดคู่ฝากของผู้กู้ยืมเงิน

(๒) สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้กู้ยืมเงิน

(๓) สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ค้ำประกัน

(๔) สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ค้ำประกัน (ถ้ามี)

(๕) สำเนาบัตรประกันสังคมของผู้ปกครองและผู้ค้ำประกัน ถ้ามี)

(๖) สำเนาประกาศการอนุมัติให้กู้ยืมเงิน

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ให้สถานศึกษาโดยผู้บริหารสถานศึกษาเปิดบัญชีประเภทออมทรัพย์ของผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม โดยใช้ชื่อว่า “บัญชีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาของ (ระบุชื่อสถานศึกษา…………)” และแจ้งเลขที่บัญชีให้กองทุนทราบ

การจัดทำทะเบียนผู้กู้ยืมเงิน และการเก็บเอกสาร

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ผู้บริหารสถานศึกษาต้องเก็บแบบคำขอกู้พร้อมหลักฐานของผู้ขอกู้ยืมเงินไว้เพื่อการตรวจสอบ ดังนี้

(๑) กรณีผู้ขอกู้ยืมเงินไม่ได้รับการอนุมัติให้กู้ยืม ให้จัดเก็บไว้หกสิบวันนับตั้งแต่วันที่ไม่ได้รับการอนุมัติ

(๒) กรณีผู้ขอกู้ยืมเงินที่ได้รับการอนุมัติให้กู้ยืม ให้จัดเก็บไว้จนกว่าผู้กู้ยืมเงินได้ทำข้อตกลงการชำระหนี้กับผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม หรือเมื่อได้มีการชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ผู้บริหารสถานศึกษาต้องจัดทำทะเบียนผู้กู้ยืมเงินในแต่ละปีตามแบบที่สำนักงานกองทุนกำหนด และเก็บสำเนาหลักฐานการส่งสัญญากู้ยืมเงินในแต่ละครั้งไว้ที่สถานศึกษา เพื่อการตรวจสอบ

การกำกับและส่งเสริมผู้กู้ยืมเงินระหว่างศึกษา

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ผู้บริหารสถานศึกษาต้องจัดให้มีการกำกับและส่งเสริมผู้กู้ยืมเงินในระหว่างกำลังศึกษา ดังนี้

(๑) กำหนดมาตรการตรวจสอบคุณสมบัติผู้กู้ยืมเงิน

(๒) ติดตามผลการศึกษาของผู้กู้ยืมเงินอย่างต่อเนื่อง

(๓) มอบหมายให้อาจารย์ที่ปรึกษาทำหน้าที่ให้คำแนะนำด้านการกู้ยืมเงินกองทุน

(๔) จัดให้มีกิจกรรมเพื่อปลูกจิตสำนึกผู้กู้ยืมเงินในการชำระหนี้คืนกองทุน

(๕) จัดประชุมผู้กู้ยืมเงินและ/หรือผู้ปกครอง และ/หรือผู้ค้ำประกันเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัตถุประสงค์และกฎหมายที่เกี่ยวกับกองทุนในโอกาสต่าง ๆ

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ผู้บริหารสถานศึกษาต้องรายงานผลการศึกษาของผู้กู้ยืมเงินที่กำลังศึกษาอยู่ ให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม ทราบตามแบบที่สำนักงานกองทุนกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘[๖] ผู้บริหารสถานศึกษาต้องตรวจสอบว่าผู้กู้ยืมเงินลงทะเบียนหรือไม่ หากผู้กู้ยืมเงินไม่ลงทะเบียนเรียน ต้องแจ้งให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (บมจ.ธนาคารกรุงไทย) ทราบภายในสิบห้าวัน นับแต่วันสิ้นสุดการลงทะเบียนเรียนในแต่ละภาคการศึกษา และให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม ระงับการโอนเงินให้ผู้กู้ยืมเงินดังกล่าวไว้ก่อน

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ผู้บริหารสถานศึกษาต้องแจ้งการพ้นสภาพการเป็นนักเรียน นักศึกษา ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ของผู้กู้ยืมเงินให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พ้นสภาพตามแบบที่สำนักงานกองทุนกำหนด

การแจ้งการพ้นสภาพตามวรรคหนึ่งให้นับจากกำหนดระยะเวลา แล้วแต่กรณี ดังนี้

(๑) ตาย นับแต่ที่ได้ดำเนินตามข้อ ๔๐

(๒) ลาออก นับแต่วันที่ผู้กู้ยืมเงินลาออก

(๓) ผลการศึกษาไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ นับแต่วันทราบผลการศึกษา

(๔) มีความประพฤติเสียหาย นับตั้งแต่วันที่สถานศึกษามีคำสั่งให้พ้นสภาพ

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ผู้บริหารสถานศึกษาต้องแจ้งการเสียชีวิตของผู้กู้ยืมเงินทันทีที่ทราบ ให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม และให้ส่งหลักฐานประกอบให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่แจ้ง

การติดตามผู้กู้ยืมเงินเมื่อสำเร็จการศึกษาหรือเลิกศึกษา

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ให้ผู้บริหารสถานศึกษาทำทะเบียน และสำรวจข้อมูลที่อยู่ของผู้กู้ยืมเงินที่สำเร็จการศึกษา เลิกศึกษา และพ้นสภาพการเป็นนักเรียน นักศึกษาในแต่ละปีการศึกษาตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด และสำเนาส่งให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม ทราบ

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ให้ผู้บริหารสถานศึกษาให้ความร่วมมือในการสำรวจ ติดตาม และให้ข้อมูลของผู้กู้ยืมเงินตามที่สำนักงานกองทุนร้องขอ

มาตรการกำกับผู้กู้ยืมเงินและผู้บริหารสถานศึกษา

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ห้ามมิให้ผู้บริหารสถานศึกษาหรือบุคคลใด กระทำการใด ๆ ในลักษณะนำกองทุนไปโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้บุคคลอื่นเข้ามาศึกษาในสถานศึกษาของตน นอกจากข้อความที่สำนักงานกองทุนกำหนด

มาตรา ข้อ ๔๓/๑

ข้อ ๔๓/๑[๗] ผู้บริหารสถานศึกษา และ/หรือเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษาที่รับผิดชอบการดำเนินงานกองทุนมีหน้าที่กวดขันและกำกับตรวจสอบให้นักเรียน นักศึกษาที่ประสงค์จะขอกู้ยืมเงิน หรือผู้กู้ยืมเงินปฏิบัติตามหน้าที่ในข้อ ๑๐ โดยเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องไม่ยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจหรือกระทำการโดยประการใดเพื่อให้มีผู้หนึ่งผู้ใดดำเนินการเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนนักเรียน นักศึกษาที่ประสงค์จะขอกู้ยืมเงิน หรือผู้กู้ยืมเงินรายหนึ่งรายใด

ผู้บริหารสถานศึกษา และ/หรือเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษาที่รับผิดชอบการดำเนินงานกองทุนมีหน้าที่ตรวจสอบว่า เงินกู้ยืมของผู้กู้ยืมเงินที่ระบุไว้ในแบบยืนยันจำนวนเงินค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และ/หรือค่าครองชีพ ตรงกับจำนวนเงินที่ผู้กู้ยืมเงินยืนยันหรือไม่ หากจำนวนเงินไม่ตรงกัน กองทุนจะโอนเงินค่าเล่าเรียนและ/หรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาให้แก่สถานศึกษาตามจำนวนที่น้อยกว่า

มาตรา ข้อ ๔๓/๒

ข้อ ๔๓/๒[๘] ก่อนสิ้นภาคการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา และ/หรือเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษาที่รับผิดชอบการดำเนินงานกองทุนมีหน้าที่ต้องส่งข้อมูลเกี่ยวกับยอดเงินค่าเล่าเรียนและ/หรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาที่สถานศึกษาได้รับจริงจากผู้กู้ยืมเงินแต่ละรายซึ่งเป็นข้อมูลหลังเสร็จสิ้นการเพิ่ม - ถอน รายวิชาแล้ว ผ่านระบบ e-audit ของกองทุนเพื่อตรวจสอบ หากไม่สามารถปฏิบัติได้โดยไม่มีเหตุอันสมควร กองทุนอาจพิจารณาระงับการโอนเงินให้แก่สถานศึกษาสำหรับภาคการศึกษาถัดไปก็ได้

ผู้บริหารสถานศึกษา และ/หรือเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษาที่รับผิดชอบการดำเนินงานกองทุนต้องส่งคืนเงินกู้ยืมของผู้กู้ยืมเงินที่มิได้ใช้ตามที่กำหนดไว้ในสัญญากู้ยืมให้แก่กองทุนก่อนสิ้นภาคการศึกษาแต่ละภาคของสถานศึกษานั้น หากมิได้ส่งคืนเงินภายในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว กองทุนมีสิทธิคิดดอกเบี้ยในอัตราไม่เกินร้อยละ ๑๕ ต่อปี นับแต่วันผิดนัด

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ผู้บริหารสถานศึกษา และ/หรือเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษาที่รับผิดชอบการดำเนินงานกองทุนต้องให้ความร่วมมือในการชี้แจงและจัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินงานกองทุนหรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องเมื่อได้รับการร้องขอจากกรรมการ อนุกรรมการหรือผู้จัดการกองทุน แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ในกรณีผู้กู้ยืมเงินไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หลักเกณฑ์ และวิธีการของคณะกรรมการ สำนักงานกองทุนจะดำเนินการตักเตือนและให้ผู้กู้ยืมเงิน ปรับปรุงแก้ไข หากไม่ดำเนินการปรับปรุงแก้ไข จะมีผลต่อการพิจารณาให้กู้ยืมเงินของผู้กู้ยืมรายนั้นในปีต่อไปตามควรแก่กรณี หรือเพิกถอนการให้กู้ยืมเงิน

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ในกรณีผู้บริหารสถานศึกษา และ/หรือเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษาไม่ดำเนินงานกองทุนให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หลักเกณฑ์ และวิธีการของคณะกรรมการ ให้สำนักงานกองทุนดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ดังนี้

๑. กรณีเป็นสถาบันการศึกษาของรัฐ

๑.๑ เตือนเป็นหนังสือให้ปรับปรุงแก้ไข

๑.๒ แจ้งต้นสังกัดให้ดำเนินการลงโทษทางวินัยของข้าราชการ

๑.๓ คำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

๒. กรณีเป็นสถานศึกษาของเอกชน

๒.๑ เตือนเป็นหนังสือให้ปรับปรุงแก้ไข

๒.๒ กำกับและควบคุมการดำเนินงานกองทุนของสถานศึกษานั้น

๒.๓ ระงับการดำเนินการให้กู้ยืมในคณะ/สาขาวิชาที่มีการจัดการเรียน การสอนไม่เป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงศึกษาธิการ และทบวงมหาวิทยาลัย

๒.๔ เพิกถอนการมอบอำนาจการดำเนินการตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๑

๒.๕ เพิกถอนการให้ความเห็นชอบการดำเนินงานกองทุน ตามข้อ ๑๖

๒.๖ ดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ให้คณะกรรมการพิจารณาให้กู้ยืมเงินประจำสถานศึกษา ซึ่งได้มีการแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการเดิมก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้กู้ยืมเงินประจำสถานศึกษาตามข้อ ๑๗ ของระเบียบนี้แล้ว

50 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาว่าด้วยการดำเนินงาน หลักเกณฑ์ และวิธีการกู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2546 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0d785bf40499696d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com