法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการนำเข้าหรือนำผ่านซึ่งสิ่งต้องห้าม สิ่งกำกัด และสิ่งไม่ต้องห้าม พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
21
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมวิชาการเกษตร

ประกาศกรมวิชาการเกษตร

เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขการนำเข้าหรือนำผ่าน

ซึ่งสิ่งต้องห้าม สิ่งกำกัด

และสิ่งไม่ต้องห้าม

พ.ศ. ๒๕๕๑

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๕ ฉ มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. ๒๕๐๗

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกักพืช (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒

และแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกักพืช (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๑

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

อธิบดีกรมวิชาการเกษตรโดยคำแนะนำของคณะกรรมการกักพืชออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ คำขอรับใบอนุญาต ใบอนุญาต

ใบแจ้งการนำเข้าหรือนำผ่าน บัตรกำกับบนภาชนะบรรจุสิ่งต้องห้าม สิ่งกำกัด หรือสิ่งไม่ต้องห้ามตามความในหมวด

๑ ถึง ๕ ให้เป็นไปตามแบบแนบท้ายประกาศนี้

การนำเข้าซึ่งสิ่งต้องห้ามเพื่อการทดลองหรือวิจัย

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ผู้ใดประสงค์จะนำเข้าเพื่อการทดลองหรือวิจัย

ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตนำเข้าซึ่งสิ่งต้องห้ามนั้นต่ออธิบดี ณ สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรหรือด่านตรวจพืช

หรือยื่นทางไปรษณีย์ถึงสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร เลขที่ ๕๐

ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ ๑๐๙๐๐

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การนำเข้าซึ่งสิ่งต้องห้ามให้ปฏิบัติ

ดังต่อไปนี้

(๑) ต้องนำเข้าทางด่านตรวจพืช

และต้องมีใบอนุญาตนำเข้าซึ่งสิ่งต้องห้ามพร้อมด้วยใบรับรองสุขอนามัยพืช

หรือหนังสือรับรองสิ่งต้องห้ามในกรณีการนำเข้าสิ่งต้องห้ามซึ่งเป็นศัตรูพืชหรือพาหะที่ไม่ใช่พืชของหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศที่ส่งออกกำกับมาด้วย

โดยใบรับรองสุขอนามัยพืชหรือหนังสือรับรองดังกล่าวต้องระบุรายละเอียด ดังนี้

(ก) การนำเข้าซึ่งสิ่งต้องห้ามที่เป็นพืชหรือพาหะ ต้องระบุการปลอดศัตรูพืช

การกำจัดศัตรูพืช หรือระบุร้อยละของศัตรูพืชที่จะพึงมีได้ตามชนิดของศัตรูพืชให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

(ข) การนำเข้าซึ่งสิ่งต้องห้ามที่เป็นศัตรูพืช

ต้องระบุว่าเป็นศัตรูพืชชนิดเดียวกันกับที่ขออนุญาตนำเข้า

(๒)

ภาชนะบรรจุสิ่งต้องห้ามต้องแข็งแรงและสามารถป้องกันการปนเปื้อนของสิ่งหนึ่งสิ่งใดจากภายนอกได้ในระหว่างการส่งสิ่งต้องห้าม

(๓)

ต้องติดบัตรกำกับบนภาชนะบรรจุสิ่งต้องห้ามส่งถึงอธิบดีหรือหัวหน้าด่านตรวจพืชที่มีการนำเข้าซึ่งสิ่งต้องห้ามนั้น

และห้ามเขียนข้อความอื่นใดบนภาชนะบรรจุสิ่งต้องห้าม

(๔) ต้องนำเข้าซึ่งสิ่งต้องห้ามทางด่านตรวจพืช ดังต่อไปนี้

(ก) ด่านตรวจพืชท่าเรือกรุงเทพ

(ข) ด่านตรวจพืชท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

(ค) ด่านตรวจพืชไปรษณีย์กรุงเทพ

(๕) เมื่อสิ่งต้องห้ามมาถึงด่านตรวจพืชตาม (๔) แล้ว

ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือตัวแทนแจ้งการนำเข้าและส่งมอบสิ่งต้องห้ามนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้

ไม่ว่าผู้ได้รับใบอนุญาตนำเข้าซึ่งสิ่งต้องห้ามจะนำเข้ามาด้วยตนเองหรือโดยวิธีอื่น

(๖) เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งและตรวจสอบความถูกต้องของการนำเข้าซึ่งสิ่งต้องห้ามตาม

(๑) ถึง (๕) แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ

ด่านตรวจพืชที่นำเข้าส่งสิ่งต้องห้ามไปกักไว้ ณ สถานกักพืช

เพื่อตรวจวินิจฉัยศัตรูพืชขั้นละเอียด

โดยผู้นำเข้าเป็นผู้รับผิดชอบในค่าใช้จ่ายดังกล่าว

การนำเข้าซึ่งสิ่งต้องห้ามที่เป็นพืชตัดต่อสารพันธุกรรม

ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ กรณีที่ผู้นำเข้ารายใดได้รับใบอนุญาตให้นำเข้าซึ่งสิ่งต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรแล้ว

หากปรากฏว่าในขณะนั้นมีศัตรูพืชร้ายแรงระบาดหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีศัตรูพืชร้ายแรงระบาดในประเทศต้นทางที่จะมีการนำสิ่งต้องห้ามนั้นเข้ามา

หรือในระหว่างการทดลองหรือวิจัย

หากปรากฏว่าผู้ได้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด

ให้อธิบดีพิจารณายกเลิกใบอนุญาตหรือกำหนดเงื่อนไขอื่นตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องแจ้งให้อธิบดีทราบ

เมื่อดำเนินการทดลองหรือวิจัยเสร็จสิ้นแล้ว

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ สิ่งต้องห้ามหรือผลิตผลที่ได้จากสิ่งต้องห้ามนั้น

ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) ทำลายภายใต้การควบคุมของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือ

(๒) จัดการตามที่เห็นสมควรตามที่อธิบดีเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ค่าใช้จ่ายพนักงานเจ้าหน้าที่ในการกำกับดูแลระหว่างการทดลองหรือวิจัย

ให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย

การนำเข้าสิ่งต้องห้ามเพื่อการค้า

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ สิ่งต้องห้ามที่นำเข้าเพื่อการค้าต้องผ่านการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืชแล้วตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ใดประสงค์จะนำเข้าสิ่งต้องห้ามเพื่อการค้า

ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตนำเข้าซึ่งสิ่งต้องห้ามนั้นต่ออธิบดี ณ

สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรหรือด่านตรวจพืช

หรือยื่นทางไปรษณีย์ถึงสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร เลขที่ ๕๐

ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ ๑๐๙๐๐

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การนำเข้าซึ่งสิ่งต้องห้ามเพื่อการค้าให้ปฏิบัติ

ดังต่อไปนี้

(๑) ต้องนำเข้าทางด่านตรวจพืช และต้องมีใบอนุญาตนำเข้าซึ่งสิ่งต้องห้าม

พร้อมด้วยใบรับรองสุขอนามัยพืชของหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศที่ส่งออกกำกับมาด้วย

โดยใบรับรองสุขอนามัยพืชต้องระบุรายละเอียดตามเงื่อนไขการอนุญาตนำเข้าสิ่งต้องห้ามเพื่อการค้านั้น

(๒) เมื่อสิ่งต้องห้ามมาถึงด่านตรวจพืช

ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือตัวแทนแจ้งการนำเข้าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

ในกรณีผู้ได้รับใบอนุญาตประสงค์จะส่งสิ่งต้องห้ามนั้นต่อไปยังประเทศอื่น

ให้แจ้งการส่งต่อสิ่งต้องห้ามนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

(๓) เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งตาม (๑) และ (๒) แล้ว

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ด่านตรวจพืชที่นำเข้า

ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและสิ่งต้องห้าม ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดในการอนุญาตนำเข้า

(๔) เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบตาม (๓) ถูกต้องครบถ้วนแล้ว

ให้อนุญาตให้นำเข้าได้

(๕) ในระหว่างการตรวจวินิจฉัยศัตรูพืชเพื่อประกอบการอนุญาตให้นำเข้า

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดหรือกักสิ่งต้องห้ามไว้ ณ

ด่านตรวจพืชหรือสถานกักพืชหรือสถานที่อื่นใดตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด

หากตรวจพบศัตรูพืช

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้เจ้าของทำการกำจัดศัตรูพืช

ในกรณีที่ไม่อาจดำเนินการกำจัดศัตรูพืชได้

ให้ทำลายหรือสั่งให้ส่งสิ่งต้องห้ามนั้นออกไปนอกราชอาณาจักร

การนำเข้าสิ่งต้องห้ามเพื่อกิจการอื่น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ สิ่งต้องห้ามที่นำเข้าเพื่อกิจการอื่นต้องผ่านการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืชแล้ว

ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้ใดประสงค์จะนำเข้าสิ่งต้องห้ามเพื่อกิจการอื่น

เช่น เพื่อการวิเคราะห์คุณภาพ คุณสมบัติในห้องปฏิบัติการ

ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตนำเข้าซึ่งสิ่งต้องห้ามนั้นต่ออธิบดี ณ

สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรหรือด่านตรวจพืช

หรือยื่นทางไปรษณีย์ถึงสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร เลขที่ ๕๐

ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ ๑๐๙๐๐

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การนำเข้าซึ่งสิ่งต้องห้ามเพื่อกิจการอื่น

ต้องนำเข้าทางด่านตรวจพืช และต้องมีใบอนุญาตนำเข้าซึ่งสิ่งต้องห้าม

พร้อมด้วยใบรับรองสุขอนามัยพืช

ให้นำความในข้อ

๑๐ (๒) (๓) (๔) และ (๕)

มาใช้บังคับแก่การพิจารณาอนุญาตให้นำเข้าสิ่งต้องห้ามเพื่อกิจการอื่นโดยอนุโลม

การนำผ่านซึ่งสิ่งต้องห้าม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้ใดประสงค์จะนำผ่านสิ่งต้องห้าม

ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตนำผ่านซึ่งสิ่งต้องห้ามนั้นต่ออธิบดี ณ

สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตรหรือด่านตรวจพืช

หรือยื่นทางไปรษณีย์ถึงสำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร เลขที่ ๕๐

ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร รหัสไปรษณีย์ ๑๐๙๐๐

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การนำผ่านซึ่งสิ่งต้องห้ามให้ปฏิบัติ

ดังต่อไปนี้

(๑) ต้องผ่านการวิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืชแล้ว ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

(๒) ต้องนำผ่านทางด่านตรวจพืช และต้องมีใบอนุญาตนำผ่านซึ่งสิ่งต้องห้าม

พร้อมด้วยใบรับรองสุขอนามัยพืช

(๓) ต้องติดบัตรกำกับบนหีบห่อบรรจุสิ่งต้องห้าม

(๔) การนำผ่านซึ่งสิ่งต้องห้ามไม่ว่าจะเป็นพืช พาหะ

หรือศัตรูพืชต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

(๕) เมื่อสิ่งต้องห้ามที่จะนำผ่านราชอาณาจักรมาถึงด่านตรวจพืชต้นทาง

ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือตัวแทนแจ้งการนำผ่านต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ

ด่านตรวจพืชดังกล่าว และหลังจากตรวจสอบความถูกต้องแล้ว

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกการสั่งปล่อยท้ายใบแจ้งนั้น

เพื่อให้ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือตัวแทนนำไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ

ด่านตรวจพืชปลายทางเพื่อผ่านออกไปนอกราชอาณาจักร

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ใบอนุญาตนำเข้าสิ่งต้องห้ามเพื่อการทดลองหรือวิจัย

เพื่อการค้า และเพื่อกิจการอื่น และใบอนุญาตนำผ่านสิ่งต้องห้ามหนึ่งฉบับ

ให้ใช้ได้กับสิ่งต้องห้ามหนึ่งชนิดพืชจากหนึ่งแหล่งกำเนิด

การนำเข้าหรือนำผ่านซึ่งสิ่งกำกัดและสิ่งไม่ต้องห้าม

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การนำเข้าหรือนำผ่านซึ่งสิ่งกำกัดให้ปฏิบัติ

ดังต่อไปนี้

(๑) ต้องนำเข้าหรือนำผ่านทางด่านตรวจพืช

และต้องมีใบรับรองสุขอนามัยพืชของหน่วยงานผู้มีอำนาจของประเทศที่ส่งออกกำกับมาด้วย

โดยใบรับรองสุขอนามัยพืชดังกล่าวต้องระบุการปลอดศัตรูพืช การกำจัดศัตรูพืช

หรือระบุร้อยละของศัตรูพืชที่จะพึงมีได้ตามชนิดของศัตรูพืชให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

(๒) เมื่อสิ่งกำกัดเข้ามาถึงด่านตรวจพืช

ให้ผู้นำเข้าหรือเจ้าของแจ้งการนำเข้าหรือนำผ่านต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้

ไม่ว่าผู้นำเข้าหรือเจ้าของจะนำเข้าซึ่งสิ่งกำกัดนั้นด้วยตนเองหรือโดยวิธีอื่น

ในกรณีผู้นำเข้าประสงค์จะส่งสิ่งกำกัดนั้นต่อไปยังประเทศอื่น

ให้แจ้งการส่งต่อสิ่งกำกัดนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

(๓) เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งตาม (๑) และ (๒) แล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่

ณ ด่านตรวจพืชที่นำเข้า ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและสิ่งกำกัด

ให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด

(๔) เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบตาม (๓) ถูกต้องครบถ้วนแล้ว

ให้อนุญาตให้นำเข้าได้

(๕) ในระหว่างการตรวจวินิจฉัยศัตรูพืชเพื่อประกอบการอนุญาตให้นำเข้า

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดหรือกักสิ่งกำกัดไว้ ณ

ด่านตรวจพืชหรือสถานกักพืชหรือสถานที่อื่นใด ตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด

หากตรวจพบศัตรูพืชให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้เจ้าของทำการกำจัดศัตรูพืช

ในกรณีที่ไม่อาจดำเนินการกำจัดศัตรูพืชได้ ให้ทำลายหรือสั่งให้ส่งสิ่งกำกัดนั้นออกไปนอกราชอาณาจักร

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การนำผ่านซึ่งสิ่งกำกัด

เมื่อสิ่งกำกัดที่จะนำผ่านราชอาณาจักรมาถึงด่านตรวจพืชต้นทาง

ให้เจ้าของหรือตัวแทนแจ้งการนำผ่านต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ด่านตรวจพืชดังกล่าว

และหลังจากตรวจสอบความถูกต้องแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกการสั่งปล่อยท้ายใบแจ้งนั้น

เพื่อให้เจ้าของหรือตัวแทนนำไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ

ด่านตรวจพืชปลายทางเพื่อผ่านออกไปนอกราชอาณาจักร

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ผู้นำเข้าหรือนำผ่านซึ่งสิ่งไม่ต้องห้าม

ต้องมีใบรับรองสุขอนามัยพืชกำกับมาด้วยและแจ้งการนำเข้าหรือนำผ่านต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

ให้นำความในข้อ

๑๗ มาใช้บังคับแก่การนำเข้าหรือนำผ่านซึ่งสิ่งไม่ต้องห้ามโดยอนุโลม

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ใบอนุญาต บัตรอนุญาตการนำเข้าหรือนำผ่าน

หนังสืออนุญาตให้นำออกจากด่านตรวจพืช สถานกักพืช หรือยานพาหนะ หรือการใด ๆ

ที่ออกหรือได้ดำเนินการไว้แล้วตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๐๗)

ออกตามความในพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. ๒๕๐๗ ก่อนหรือในวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

ให้ยังคงมีผลบังคับต่อไป โดยถือว่าเป็นใบอนุญาต บัตรกำกับ การนำเข้าหรือนำผ่าน

หนังสืออนุญาตให้นำออกจากด่านตรวจพืช สถานกักพืช หรือยานพาหนะหรือการดำเนินการใด ๆ

ที่ออกหรือดำเนินการตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ คำขอรับใบอนุญาต

หรือการแจ้งที่ได้ยื่นหรือดำเนินการใด ๆ ไว้แล้วตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ.

๒๕๐๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติกักพืช พ.ศ. ๒๕๐๗ ก่อนหรือในวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

ให้ถือว่าเป็นคำขอรับใบอนุญาต หรือการแจ้งที่ยื่นหรือดำเนินการใด ๆ ตามประกาศนี้

ประกาศฉบับนี้

ให้ใช้บังคับนับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

ประกาศ ณ วันที่ ๑๒

กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑

เมทนี สุคนธรักษ์

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร

[เอกสารแนบท้าย]

๑. คำขออนุญาตนำสิ่งต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการทดลองหรือวิจัย

(แบบ พ.ก. ๑)

๒.

คำขออนุญาตนำสิ่งต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการค้า (แบบ พ.ก. ๒)

๓.

คำขออนุญาตนำสิ่งต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อกิจการอื่นที่ไม่ใช่การทดลองหรือวิจัยและการค้า

(แบบ พ.ก. ๓)

๔. คำขออนุญาตนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสิ่งต้องห้าม

(แบบ พ.ก. ๔)

๕.

ใบอนุญาตนำสิ่งต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการทดลองหรือวิจัย (แบบ พ.ก. ๑ -

๑)

๖.

ใบอนุญาตนำสิ่งต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อการค้า (แบบ พ.ก. ๒ - ๑)

๗.

ใบอนุญาตนำสิ่งต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อกิจการอื่นที่ไม่ใช่การทดลองหรือวิจัยและการค้า

(แบบ พ.ก. ๓ - ๑)

๘.

ใบอนุญาตนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสิ่งต้องห้าม (แบบ พ.ก. ๔ - ๑)

๙. หนังสืออนุญาตให้นำสิ่งต้องห้าม

สิ่งกำกัด หรือสิ่งไม่ต้องห้ามออกไปจากด่านตรวจพืช สถานกักพืช ยานพาหนะ

หรือสถานที่ใด ๆ (แบบ พ.ก. ๖)

๑๐.

บัตรกำกับบนภาชนะบรรจุสำหรับการนำเข้าสิ่งต้องห้ามเพื่อการทดลองหรือวิจัย (แบบ

พ.ก.๑ - ๒)

๑๑.

บัตรกำกับบนภาชนะบรรจุสำหรับการนำผ่านสิ่งต้องห้าม (แบบ พ.ก.๔ - ๒)

๑๒. ใบแจ้งการนำเข้าสิ่งต้องห้าม

สิ่งกำกัด และสิ่งไม่ต้องห้าม (แบบ พ.ก. ๕)

๑๓. ใบแจ้งการนำผ่านสิ่งต้องห้าม

สิ่งกำกัด และสิ่งไม่ต้องห้าม (แบบ พ.ก. ๕ - ๑)

๑๔.

ใบแจ้งการนำเข้าและการส่งต่อสิ่งต้องห้าม สิ่งกำกัด และสิ่งไม่ต้องห้าม (แบบ พ.ก.

๕ - ๒)

๑๕. ใบแจ้งการกักสิ่งต้องห้าม สิ่งกำกัด

และสิ่งไม่ต้องห้าม (แบบ พ.ก. ๕ - ๓)

๑๖. ใบแจ้งการยึดสิ่งต้องห้าม สิ่งกำกัด

และสิ่งไม่ต้องห้าม (แบบ พ.ก. ๕ - ๔)

๑๗. ใบแจ้งให้จัดการกับสิ่งต้องห้าม

สิ่งกำกัด และสิ่งไม่ต้องห้าม (แบบ พ.ก. ๕ - ๕)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ

๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๑

พิมลกร/ปรับปรุง

๔ ตุลาคม ๒๕๕๖

พลัฐวัษ/ตรวจ

๔ ตุลาคม ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๑๖๕ ง/หน้า ๒๓/๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๑

21 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการนำเข้าหรือนำผ่านซึ่งสิ่งต้องห้าม สิ่งกำกัด และสิ่งไม่ต้องห้าม พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0d81a972c8953ba4

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com