法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์การแบ่งจ่ายเงินรางวัล วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการขอรับเงินสินบนและเงินรางวัล และวิธีการรับแจ้งความนำจับ พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมสรรพสามิต

ประกาศกรมสรรพสามิต

เรื่อง หลักเกณฑ์การแบ่งจ่ายเงินรางวัล

วิธีปฏิบัติ

เกี่ยวกับการขอรับเงินสินบนและเงินรางวัล

และวิธีการรับแจ้งความนำจับ

พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]

อาศัยอำนาจตามความในข้อ

๑๑ ข้อ ๑๔ และข้อ ๒๒ แห่งระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลในคดีจับกุมผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๖๐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๐ ซึ่งในประกาศฯ นี้เรียกว่า “ระเบียบกรมสรรพสามิต”

อธิบดีกรมสรรพสามิตจึงกำหนดหลักเกณฑ์การแบ่งจ่ายเงินรางวัล วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการขอรับเงินสินบนและเงินรางวัล

แบบคำขอรับเงินสินบนและเงินรางวัล วิธีการรับแจ้งความนำจับแบบการรับแจ้งความนำจับ และมอบหมายเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจสั่งหักเงินค่าปรับและเงินค่าขายของกลางและมีอำนาจอนุมัติสั่งจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ เงินรางวัลให้แบ่งจ่ายตามหลักเกณฑ์ดังนี้

๑.๑ เงินรางวัลให้แบ่งจ่ายออกเป็น

๒ ส่วน

๑.๑.๑ ให้แบ่งจ่าย ๑

ใน ๓ ของเงินรางวัลให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้จับ ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้จับมีหลายคน ให้ได้รับคนละเท่า

ๆ กัน เว้นแต่กรณีที่เจ้าหน้าที่ผู้จับคนใดคนหนึ่งสละสิทธิไม่ขอรับเงินรางวัล ให้นำส่วนของผู้สละสิทธิมาเฉลี่ยให้กับเจ้าหน้าที่ผู้จับคนอื่น

ๆ คนละเท่า ๆ กัน

๑.๑.๒ ให้แบ่งจ่าย ๒

ใน ๓ ของเงินรางวัลให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้จับและเจ้าหน้าที่สนับสนุน ตามส่วนที่กำหนดไว้ในข้อ

๑.๒ กรณีที่การแบ่งเงินรางวัลออกเป็นส่วนหนึ่งตามข้อ

๑.๑.๑ และเป็นอีกส่วนหนึ่งตามข้อ ๑.๑.๒ นั้น มีเศษของหนึ่งสตางค์ ให้ปัดเศษดังกล่าวเป็นส่วนของข้อ

๑.๑.๑

๑.๓ กรณีที่การแบ่งเงินรางวัลตามข้อ

๑.๑.๑ หรือการแบ่งเงินรางวัลตามข้อ ๑.๑.๒ ตามส่วนที่กำหนดในข้อ ๒ มีเศษ และไม่สามารถแบ่งให้ได้รับเท่า

ๆ กันได้ตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑.๑.๑ หรือไม่สามารถแบ่งให้ได้รับในส่วนที่กำหนดไว้ในข้อ

๒ ได้โดยลงตัว ให้แบ่งเงินรางวัลเฉพาะส่วนที่เป็นเศษอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างนั้น

ให้กับเจ้าพนักงานซึ่งทำหน้าที่จับกุม

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การแบ่งจ่ายเงินรางวัลตามข้อ ๑.๑.๒

๒.๑ เจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต

ให้แบ่งจ่ายตามส่วนดังนี้

๒.๑.๑ เจ้าหน้าที่ตำแหน่งประเภทบริหาร

(๑)

ระดับสูง คนละ

๑๓ ส่วน

(๒)

ระดับต้น คนละ

๑๑ ส่วน

๒.๑.๒ เจ้าหน้าที่ตำแหน่งประเภทอำนวยการ

(๑)

ระดับสูง คนละ

๑๐ ส่วน

(๒)

ระดับต้น คนละ

๙ ส่วน

๒.๑.๓ เจ้าหน้าที่ตำแหน่งประเภทวิชาการ

(๑)

ระดับทรงคุณวุฒิ คนละ

๑๒ ส่วน

(๒)

ระดับเชี่ยวชาญ คนละ

๑๐ ส่วน

(๓)

ระดับชำนาญการพิเศษ คนละ

๘ ส่วน

(๔)

ระดับชำนาญการ คนละ

๗ ส่วน

(๕)

ระดับปฏิบัติการ คนละ

๖ ส่วน

๒.๑.๔ เจ้าหน้าที่ตำแหน่งประเภททั่วไป

(๑)

ระดับทักษะพิเศษ คนละ

๑๐ ส่วน

(๒)

ระดับอาวุโส คนละ

๗ ส่วน

(๓)

ระดับชำนาญงาน คนละ

๖ ส่วน

(๔)

ระดับปฏิบัติงาน คนละ

๕ ส่วน

๒.๑.๕ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการและลูกจ้างชั่วคราว คนละ ๑

ส่วน

๒.๒ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งร่วมจับกุมกับเจ้าพนักงานสรรพสามิต

ให้แบ่งจ่ายตามส่วนดังนี้

๒.๒.๑ เจ้าหน้าที่ตำรวจ

ยศ พล.ต.อ. คนละ

๑๒ ส่วน

๒.๒.๒ เจ้าหน้าที่ตำรวจ

ยศ พล.ต.ท. คนละ

๑๑ ส่วน

๒.๒.๓ เจ้าหน้าที่ตำรวจ

ยศ พล.ต.ต. คนละ

๘ ส่วน

๒.๒.๔ เจ้าหน้าที่ตำรวจ

ยศ พ.ต.ท. พ.ต.อ. คนละ

๗ ส่วน

๒.๒.๕ เจ้าหน้าที่ตำรวจ

ยศ ร.ต.อ. พ.ต.ต. คนละ

๖ ส่วน

๒.๒.๖ เจ้าหน้าที่ตำรวจ

ยศ ร.ต.ต. ร.ต.ท. คนละ

๕ ส่วน

๒.๒.๗ เจ้าหน้าที่ตำรวจ

ยศต่ำกว่า ๒.๒.๖ คนละ

๓ ส่วน

๒.๓ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ตามข้อ

๒.๒ ซึ่งร่วมจับกุมกับเจ้าพนักงานสรรพสามิต ให้แบ่งจ่ายตามส่วนโดยพิจารณาตามข้อ ๒.๑

หรือ ๒.๒ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การยื่นคำขอรับเงินสินบนทุกกรณี ให้ใช้แบบ รว.

๓ แนบท้ายประกาศนี้ และให้ยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอรับเงินสินบนดังนี้

๓.๑ ใบแจ้งความนำจับ

๓.๑.๑ กรณีผู้รับแจ้งความเป็นผู้มีอำนาจรับแจ้งความตามข้อ

๗ แห่งระเบียบกรมสรรพสามิต ใช้แบบ รว. ๑ แนบท้ายประกาศนี้

๓.๑.๒ กรณีผู้รับแจ้งความไม่ใช่ผู้มีอำนาจรับแจ้งความตามข้อ

๗ แห่งระเบียบกรมสรรพสามิต แต่มีเหตุจำเป็นตามข้อ ๘ แห่งระเบียบกรมสรรพสามิต ใช้แบบ

รว. ๒ แนบท้ายประกาศนี้

๓.๒ ใบมอบอำนาจให้รับเงินสินบน ตามแบบ รว. ๑๐ แนบท้ายประกาศนี้พร้อมด้วยสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารที่มีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชนซึ่งทางราชการเป็นผู้ออกให้

ของผู้รับมอบอำนาจที่รับรองสำเนาถูกต้องแล้ว สำหรับกรณีที่คดีนั้นมีการจ่ายเงินสินบนและผู้แจ้งความประสงค์จะมอบอำนาจให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้รับเงินสินบนแทนตนเอง

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การยื่นคำขอรับเงินรางวัล

๔.๑ กรณีคดีถึงที่สุดโดยการเปรียบเทียบคดี ให้ยื่นคำขอรับเงินรางวัลโดยใช้แบบ

รว. ๔ แนบท้ายประกาศนี้ และให้ยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอรับเงินรางวัล ดังต่อไปนี้

๔.๑.๑ สำเนาบันทึกการจับกุม หรือสำเนาบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาซึ่งเจ้าหน้าที่รับรองแล้ว

แล้วแต่กรณี

๔.๑.๒ สำเนารายงานการตรวจพิสูจน์ของกลางในคดีสำหรับคดีที่มีการตรวจพิสูจน์ของกลางในคดี

ซึ่งเจ้าหน้าที่รับรองแล้ว

๔.๑.๓ รายงานการจับกุมของเจ้าหน้าที่ผู้จับ ตามแบบ รว. ๗ แนบท้ายประกาศนี้

๔.๑.๔ ตารางการแบ่งจ่ายเงินสินบนเงินรางวัล ตามแบบ รว. ๘ แนบท้ายประกาศนี้

๔.๑.๕ ใบมอบฉันทะ ตามแบบ รว. ๙ แนบท้ายประกาศนี้ กรณีที่มีการมอบฉันทะให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้รับเงินรางวัล

พร้อมด้วยสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารที่มีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชนซึ่งทางราชการเป็นผู้ออกให้

ของผู้มอบฉันทะและผู้รับมอบฉันทะที่รับรองสำเนาถูกต้องแล้ว

๔.๑.๖ สำเนาใบเสร็จรับเงินค่าปรับของกรมสรรพสามิตซึ่งเจ้าหน้าที่รับรองแล้ว

๔.๒ กรณีคดีถึงที่สุดโดยคำพิพากษาของศาล ให้ยื่นคำขอรับเงินรางวัลโดยใช้แบบ

รว. ๕ แนบท้ายประกาศนี้ และให้ยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอรับเงินรางวัล ดังต่อไปนี้

๔.๒.๑ เอกสารหลักฐานประกอบคำขอรับเงินรางวัลตามข้อ ๔.๑.๑ - ๔.๑.๕

๔.๒.๒ ต้นฉบับหรือสำเนาคำพิพากษาคดีถึงที่สุดซึ่งเจ้าหน้าที่รับรองแล้ว

๔.๒.๓ ต้นฉบับหรือสำเนาหนังสือของศาลที่รับรองว่าคดีถึงที่สุดแล้วซึ่งเจ้าหน้าที่รับรองแล้ว

๔.๒.๔ สำเนาคำร้องขอสละสิทธิรับเงินสินบนและเงินรางวัลที่ยื่นต่อศาลและศาลได้มีคำสั่งอนุญาตซึ่งเจ้าหน้าที่รับรองแล้ว

กรณีที่ศาลได้มีคำสั่งให้จ่ายเงินสินบนรางวัลตามกฎหมายอื่น

๔.๒.๕ สำเนาใบเสร็จรับเงินค่าปรับของศาลซึ่งเจ้าหน้าที่รับรองแล้ว

๔.๓ การยื่นคำขอรับเงินรางวัลจากค่าขายของกลาง ให้ใช้แบบ รว. ๖ แนบท้ายประกาศนี้

และให้ยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำขอรับเงินรางวัล ดังต่อไปนี้

๔.๓.๑ เอกสารหลักฐานประกอบคำขอรับเงินรางวัลตามข้อ ๔.๑.๑ - ๔.๑.๕

๔.๓.๒ สำเนาใบเสร็จรับเงินค่าขายของกลางซึ่งเจ้าหน้าที่รับรองแล้ว

๔.๓.๓ บัญชีแสดงการหักค่าใช้จ่ายทั้งปวง รวมถึงค่าภาษีที่พึงชำระสำหรับของกลางในคดีนั้น

ๆ โดยให้คณะกรรมการขายทอดตลาดของกลางเป็นผู้รับรองบัญชี

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมสรรพสามิตในการหักเงินค่าปรับหรือค่าขายของกลาง

๕.๑ กรณีคดีถึงที่สุดโดยการเปรียบเทียบคดี

๕.๑.๑ ให้เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบอำ นาจให้ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพสามิตในการเปรียบเทียบคดีนั้น

เป็นผู้ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมสรรพสามิตในการหักเงินค่าปรับก่อนนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

เพื่อจ่ายเป็นเงินสินบนและเงินรางวัล

๕.๑.๒ ให้ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย เป็นผู้ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมสรรพสามิตในการหักเงินค่าขายของกลางก่อนนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

สำหรับการขายของกลางที่ดำเนินการโดยส่วนพิสูจน์และจัดการของกลาง สำนักกฎหมาย

๕.๑.๓ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาค เป็นผู้ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมสรรพสามิตในการหักเงินค่าขายของกลางก่อนนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

สำหรับการขายของกลางที่ดำเนินการโดยสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่อยู่ในเขตท้องที่ความรับผิดชอบของสำนักงานสรรพสามิตภาคนั้น

๕.๒ กรณีคดีถึงที่สุดโดยคำพิพากษาของศาล

๕.๒.๑ ให้ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย เป็นผู้ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมสรรพสามิตในการหักเงินค่าขายของกลางก่อนนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

สำหรับการขายของกลางที่ดำเนินการโดยส่วนพิสูจน์และจัดการของกลาง สำนักกฎหมาย

๕.๒.๒ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาค เป็นผู้ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมสรรพสามิตในการหักเงินค่าขายของกลางก่อนนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

สำหรับการขายของกลางที่ดำเนินการโดยสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่อยู่ในเขตท้องที่ความรับผิดชอบของสำนักงานสรรพสามิตภาคนั้น

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมสรรพสามิตในการพิจารณาอนุมัติสั่งจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัล

๖.๑ กรณีคดีถึงที่สุดโดยการเปรียบเทียบคดี ให้เจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้

เป็นผู้ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมสรรพสามิตในการพิจารณาอนุมัติสั่งจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัล

๖.๑.๑ คดีที่ความผิดเกิด หรือเชื่อ หรืออ้างว่าได้เกิดในท้องที่ความรับผิดชอบของสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่

หรือสำนักงานสรรพสามิตภาค เว้นแต่กรณีตามข้อ ๖.๑.๒

(๑) ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาค

(๒) สรรพสามิตพื้นที่ ในจำนวนเงินค่าปรับเปรียบเทียบคดี

ไม่เกินคดีละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)

๖.๑.๒ คดีที่เจ้าหน้าที่ผู้ทำการจับกุมเป็นเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม

หรือเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปรามร่วมจับกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

และส่วนคดีสำนักกฎหมายเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่เปรียบเทียบคดี

(๑) ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย

(๒) ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดี ในจำนวนเงินค่าปรับเปรียบเทียบคดี ไม่เกินคดีละ

๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าล้านบาทถ้วน)

(๓) นิติกรชำนาญการพิเศษ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้อำนวยการส่วนคดี

ในจำนวนเงินค่าปรับเปรียบเทียบคดี ไม่เกินคดีละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)

๖.๒ ในกรณีคดีถึงที่สุดโดยคำพิพากษาของศาล ให้เจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้

เป็นผู้ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมสรรพสามิตในการพิจารณาอนุมัติสั่งจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัล

๖.๒.๑ คดีที่ความผิดเกิด หรือเชื่อ หรืออ้างว่าได้เกิดในท้องที่ความรับผิดชอบของสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่

หรือสำนักงานสรรพสามิตภาค เว้นแต่กรณีตามข้อ ๖.๒.๒

(๑) ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาค

(๒) สรรพสามิตพื้นที่ ในจำนวนเงินค่าปรับซึ่งศาลพิพากษาให้ลงโทษ ไม่เกินคดีละ

๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)

๖.๒.๒ คดีที่เจ้าหน้าที่ผู้ทำการจับกุมเป็นเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม

หรือเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปรามร่วมจับกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ไม่ว่าคดีนั้นจะเป็นความผิดเกิด หรือเชื่อ หรืออ้างว่าได้เกิดในท้องที่ความรับผิดชอบของสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่

หรือสำนักงานสรรพสามิตภาคใด

(๑) ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย

(๒) ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดี ในจำนวนเงินค่าปรับซึ่งศาลพิพากษาให้ลงโทษ

ไม่เกินคดีละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าล้านบาทถ้วน)

(๓) นิติกรชำนาญการพิเศษ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้อำนวยการส่วนคดีในจำนวนเงินค่าปรับซึ่งศาลพิพากษาให้ลงโทษ ไม่เกินคดีละ

๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในการยื่นคำขอรับเงินสินบนหรือคำขอรับเงินรางวัล

ให้ผู้มีสิทธิยื่นคำขอดำเนินการดังนี้

๗.๑ กรณีคดีถึงที่สุด โดยการเปรียบเทียบคดี ให้ยื่นคำขอ ณ หน่วยงานซึ่งทำการเปรียบเทียบคดีนั้น

เพื่อตรวจสอบและเสนอเรื่องให้ผู้ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมสรรพสามิตตามข้อ ๖.๑ ทำการพิจารณาอนุมัติสั่งจ่ายเงินสินบนหรือเงินรางวัล

เมื่อผู้ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมสรรพสามิตอนุมัติสั่งจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลแล้ว

ให้ส่งเรื่องให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่เบิกจ่ายดำเนินการเบิกจ่ายเงินต่อไป

๗.๒ กรณีคดีถึงที่สุดโดยคำพิพากษาของศาล

๗.๒.๑ ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่ความผิดเกิดหรือเชื่อ

หรืออ้างว่าได้เกิดในเขตท้องที่ความรับผิดชอบ เว้นแต่กรณีตามข้อ ๗.๒.๒ เพื่อตรวจสอบและเสนอเรื่องให้ผู้ได้รับมอบหมายอธิบดีกรมสรรพสามิตตามข้อ

๖.๒.๑ ทำการพิจารณาอนุมัติสั่งจ่ายเงินสินบนหรือเงินรางวัล เมื่อผู้ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมสรรพสามิตอนุมัติสั่งจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลแล้ว

ให้ส่งเรื่องไปยังกรมสรรพสามิตเพื่อขอโอนเงินสินบนหรือเงินรางวัลไปตั้งเบิกจ่ายที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นั้น

ๆ ต่อไป

๗.๒.๒ กรณีเจ้าหน้าที่ซึ่งทำหน้าที่จับกุมเป็นเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม

ให้ยื่นคำขอ ณ สำนักกฎหมาย เพื่อให้ผู้ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมสรรพสามิตตามข้อ ๖.๒.๒

ทำการพิจารณาอนุมัติสั่งจ่ายเงินสินบนหรือเงินรางวัล เมื่อผู้ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมสรรพสามิตอนุมัติสั่งจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลแล้ว

ให้ส่งเรื่องให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่เบิกจ่ายดำเนินการเบิกจ่ายเงินต่อไป

๗.๓ กรณีที่พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจร่วมจับกุมกับเจ้าพนักงานสรรพสามิตให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ซึ่งทำหน้าที่จับกุมหรือร่วมจับกุมคนใดคนหนึ่งในการยื่นคำขอรับเงินรางวัลและให้ถือปฏิบัติตามข้อ

๗.๑ - ๗.๒ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การปฏิบัติในการรับแจ้งความนำจับ

ให้ดำเนินการดังนี้

๘.๑ การแจ้งความนำจับ ให้จัดทำใบแจ้งความนำจับตามที่กำหนดในไว้ในข้อ

๓.๑ เฉพาะกรณีที่ผู้แจ้งความประสงค์จะขอรับเงินสินบนเท่านั้น โดยต้นฉบับเก็บไว้ที่ผู้รับแจ้งความนำจับและคู่ฉบับเก็บไว้ที่ผู้แจ้งความนำจับ

๘.๒ กรณีแจ้งความต่อผู้มีอำนาจในการรับแจ้งความตามข้อ ๗ แห่งระเบียบกรมสรรพสามิต

๘.๒.๑ ให้ผู้มีอำนาจรับแจ้งความเสนอใบแจ้งความนำจับ เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาเหนือกว่าขึ้นไปของผู้มีอำนาจรับแจ้งความเป็นผู้รับรองในใบแจ้งความนำจับ

เว้นแต่กรณีผู้มีอำนาจรับแจ้งความเป็นผู้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่สรรพสามิตพื้นที่ หรือผู้อำนวยการสำนัก

หรือที่สูงกว่าขึ้นไปไม่ต้องให้ผู้บังคับบัญชาที่เหนือขึ้นไปรับรองตามระเบียบกรมสรรพสามิต

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ หรือข้อ ๙

๘.๒.๒ ในกรณีที่ผู้แจ้งความได้ดำเนินการแจ้งความต่อผู้มีอำนาจรับแจ้งความโดยช่องทางอื่น

(๑) ในกรณีเป็นการแจ้งโดยทางจดหมาย โทรสาร ไปรษณีย์ อิเล็กทรอนิกส์ หรือช่องทางการสื่อสารอื่นซึ่งสามารถแสดงผลออกมาเป็นเอกสารได้

ให้ถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการแจ้งความนำจับโดยให้นำเอกสารซึ่งได้จากการแจ้งนั้น

มาประกอบกับใบรับแจ้งความตามแบบที่กำหนดในข้อ ๓.๑ แห่งประกาศนี้ และปฏิบัติตามข้อ ๘.๒.๑

โดยอนุโลม

(๒) ในกรณีเป็นการแจ้งความนำจับทางโทรศัพท์ ให้ผู้มีอำนาจรับแจ้งความบันทึกข้อความไว้เป็นหลักฐาน

พร้อมทั้งรายงานให้ผู้บังคับบัญชาของผู้มีอำนาจรับแจ้งความนั้นด้วยช่องทางใดช่องทางหนึ่งก่อนดำเนินการจับกุม

และแจ้งให้ผู้แจ้งความนำจับทราบด้วยว่า หากประสงค์จะขอรับเงินสินบนให้ติดต่อกับผู้มีอำนาจรับแจ้งความ

เพื่อจัดทำใบแจ้งความนำจับความตามข้อ ๘.๑ ภายใน

๒ วันทำการ นับแต่วันที่ได้แจ้งความนั้น โดยให้ปฏิบัติตามข้อ ๘.๒.๑ โดยอนุโลมด้วย

๘.๓ กรณีแจ้งความต่อผู้ไม่มีอำนาจในการรับแจ้งความตามข้อ ๗ แห่งระเบียบกรมสรรพสามิต

๘.๓.๑ ให้ผู้รับแจ้งความเสนอใบแจ้งความนำจับ ต่อผู้บังคับบัญชาของตน เพื่อรับรองในใบแจ้งความนำจับ

และผู้บังคับบัญชาที่ทำการรับรองนั้นต้องเป็นผู้มีอำนาจรับแจ้งความนำจับตามข้อ ๗ แห่งระเบียบกรมสรรพสามิต

ก่อนที่จะทำการจับกุม เว้นแต่มีเหตุจำเป็นตามข้อ ๘ แห่งระเบียบกรมสรรพสามิต

๘.๓.๒ กรณีผู้มีอำนาจรับแจ้งความซึ่งทำการรับรองการแจ้งความนำจับตามข้อ ๘.๓.๑ แล้ว ยังต้องเสนอใบแจ้งความนำจับดังกล่าวให้ผู้บังคับบัญชาที่เหนือกว่ารับรองอีกครั้งหนึ่ง

โดยปฏิบัติตามข้อ ๘.๒.๑ โดยอนุโลม

๘.๓.๓ ในกรณีที่ผู้แจ้งความได้ดำเนินการแจ้งความต่อผู้รับแจ้งความโดยช่องทางอื่น

(๑) ในกรณีเป็นการแจ้งโดยทางจดหมาย โทรสาร ไปรษณีย์ อิเล็กทรอนิกส์ หรือช่องทางการสื่อสารอื่นซึ่งสามารถแสดงผลออกมาเป็นเอกสารได้

ให้นำเอกสารซึ่งได้จากการแจ้งความนั้น ประกอบกับใบรับแจ้งความตามแบบที่กำหนดในข้อ ๓.๑

แห่งประกาศฯ และผู้รับแจ้งความให้ปฏิบัติตามข้อ ๘.๓.๑ และข้อ ๘.๓.๒ โดยอนุโลม

(๒) ในกรณีเป็นการแจ้งความนำจับทางโทรศัพท์ และผู้รับแจ้งความเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการจับกุม

ให้ผู้รับแจ้งความบันทึกข้อความเป็นหนังสือไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งรายงานให้ผู้มีอำนาจรับแจ้งความด้วยช่องทางใดช่องทางหนึ่งก่อนดำเนินการจับกุม

และแจ้งให้ผู้แจ้งความนำจับทราบด้วยว่า หากประสงค์จะขอรับเงินสินบนให้ติดต่อกับผู้มีอำนาจรับแจ้งความ

เพื่อจัดทำใบแจ้งความนำจับตามข้อ ๘.๑ ภายใน ๒ วันทำการ นับแต่วันที่ได้แจ้งความนั้น

โดยให้ปฏิบัติตามข้อ ๘.๓.๓ (๑) โดยอนุโลมด้วย

(๓) ในกรณีเป็นการแจ้งความนำจับทางโทรศัพท์ และผู้รับแจ้งความไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการจับกุม

ให้ผู้รับแจ้งความบันทึกข้อความเป็นหนังสือไว้เป็นหลักฐานพร้อมทั้งเสนอบันทึกดังกล่าวให้ผู้มีอำนาจรับแจ้งความทราบ

และแจ้งให้ผู้แจ้งความนำจับทราบด้วยว่า หากประสงค์จะขอรับเงินสินบนให้ติดต่อกับผู้มีอำนาจรับแจ้งความ

เพื่อจัดทำใบแจ้งความนำจับความตามข้อ ๘.๑ ภายใน ๒ วันทำการ นับแต่วันที่ได้แจ้งความนั้น

โดยให้ปฏิบัติตามข้อ ๘.๓.๓ (๑) โดยอนุโลมด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การปฏิบัติในการรายงานการจับกุมของเจ้าหน้าที่ผู้จับ

ให้ถือปฏิบัติดังนี้

๙.๑ ในกรณีเจ้าหน้าที่ผู้จับอยู่ในสังกัดสำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปรามให้จัดทำรายงานเสนอตามลำดับจนถึงผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม

โดยปฏิบัติตามเงื่อนไขตามข้อ ๙.๔

๙.๒ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ผู้จับอยู่ในสังกัดสำนักงานสรรพสามิตภาค ให้จัดทำรายงานเสนอตามลำดับจนถึงผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาค

โดยปฏิบัติตามเงื่อนไขตามข้อ ๙.๔

๙.๓ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ผู้จับอยู่ในสังกัดสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่

หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา ให้จัดทำรายงานเสนอตามลำดับจนถึงสรรพสามิตพื้นที่

โดยปฏิบัติตามเงื่อนไขตามข้อ ๙.๔

๙.๔ กำหนดระยะเวลาในการรายงานการจับกุม

๙.๔.๑ ให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำการจับกุม ต้องจัดทำรายงานการจับกุมให้แล้วเสร็จและเสนอผู้บังคับบัญชาชั้นต้นของเจ้าหน้าที่ผู้ทำการจับกุมภายในวันทำการถัดจากวันที่ทำการจับกุม

เว้นแต่เป็นกรณีตามข้อ ๙.๔.๔ และให้ผู้บังคับบัญชาตามลำดับที่กำหนดไว้ในข้อ ๙.๑ - ๙.๓

พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๓ วันทำการ นับแต่วันที่ผู้ทำการจับกุมเสนอรายงานนั้น

๙.๔.๒ ในกรณีมีผู้แจ้งความนำจับ ให้แนบสำเนาใบแจ้งความนำจับซึ่งเจ้าหน้าที่ได้

รับรองสำเนาถูกต้อง ไปพร้อมกับรายงานการจับกุม

๙.๔.๓ สำหรับคดีที่มีจำนวนค่าปรับเปรียบเทียบคดี จำนวนเกินกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) ให้รายงานผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับไปยังกรมสรรพสามิตภายใน

๗ วันทำการ นับแต่วันที่ผู้จับกุมได้เสนอรายงาน

๙.๔.๔ กรณีการจับกุมนั้น เกิดขึ้นในขณะปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งให้ออกตรวจสืบสวนปราบปรามในพื้นที่ต่างจังหวัดและมิได้กลับมายังที่ตั้งปกติ

ให้รายงานผู้บังคับบัญชาด้วยช่องทางอื่น และให้จัดทำรายงานการจับกุมในคราวเดียวหลังจากสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งและกลับถึงที่ตั้งปกติแล้ว

โดยปฏิบัติตามข้อ ๙.๔.๑ - ๙.๔.๓ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การปฏิบัติเกี่ยวกับการรับแจ้งความนำจับและการรายงานการจับกุมในคดีที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ระเบียบกรมสรรพสามิตมีผลใช้บังคับจนถึงวันก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ

ซึ่งได้จัดทำไว้เป็นหนังสือ ให้ถือว่าใบแจ้งความนำจับและรายงานการจับกุมที่ได้จัดทำเป็นหนังสือนั้น

เป็นใบแจ้งความนำจับและรายงานการจับกุมที่ได้จัดทำและปฏิบัติตามประกาศนี้ครบถ้วนแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การหักเงินจากค่าปรับตามข้อ

๑๑ แห่งระเบียบกรมสรรพสามิต และการส่งเงินเข้าฝากในบัญชีเงินฝากเงินสินบนรางวัลตามข้อ

๑๒ แห่งระเบียบกรมสรรพสามิตตั้งแต่วันที่ระเบียบกรมสรรพสามิตมีผลใช้บังคับจนถึงวันก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ

ให้ถือว่าเป็นการหักเงินและส่งเงินตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศนี้

ให้เสนออธิบดีกรมสรรพสามิตวินิจฉัยหรือสั่งการเป็นราย ๆ ไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันออกประกาศเป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๐

กฤษฎา จีนะวิจารณะ

อธิบดีกรมสรรพสามิต

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ใบแจ้งความนำจับ

(รว.๑)

๒. ใบแจ้งความนำจับ

(รว.๒)

๓.

คำขอรับเงินสินบน (รว.๓)

๔. คำขอรับเงินรางวัลกรณีคดีถึงที่สุดโดยการเปรียบเทียบคดี

(รว.๔)

๕. คำขอรับเงินรางวัลกรณีคดีถึงที่สุดโดยคำพิพากษา

(รว.๕)

๖. คำขอรับเงินรางวัลจากค่าขายของกลาง

(รว.๖)

๗.

รายงานการจับกุมดำเนินคดีของเจ้าพนักงาน (รว.๗)

๘. ตารางการแบ่งจ่ายเงินสินบนรางวัล

(รว.๘)

๙. ใบมอบฉันทะ (รว.๙)

๑๐.

หนังสือมอบอำนาจ (รว.๑๐)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปวันวิทย์/จัดทำ

๑๓ กุมภาพันธ์

๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๒๑ ง/หน้า ๔๑/๓๐ มกราคม ๒๕๖๑

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์การแบ่งจ่ายเงินรางวัล วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการขอรับเงินสินบนและเงินรางวัล และวิธีการรับแจ้งความนำจับ พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0d845b74446616cf

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com