ข้อ ๖ เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมสรรพสามิตในการพิจารณาอนุมัติสั่งจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัล
๖.๑ กรณีคดีถึงที่สุดโดยการเปรียบเทียบคดี ให้เจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้
เป็นผู้ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมสรรพสามิตในการพิจารณาอนุมัติสั่งจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัล
๖.๑.๑ คดีที่ความผิดเกิด หรือเชื่อ หรืออ้างว่าได้เกิดในท้องที่ความรับผิดชอบของสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่
หรือสำนักงานสรรพสามิตภาค เว้นแต่กรณีตามข้อ ๖.๑.๒
(๑) ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาค
(๒) สรรพสามิตพื้นที่ ในจำนวนเงินค่าปรับเปรียบเทียบคดี
ไม่เกินคดีละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)
๖.๑.๒ คดีที่เจ้าหน้าที่ผู้ทำการจับกุมเป็นเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม
หรือเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปรามร่วมจับกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
และส่วนคดีสำนักกฎหมายเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่เปรียบเทียบคดี
(๑) ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย
(๒) ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดี ในจำนวนเงินค่าปรับเปรียบเทียบคดี ไม่เกินคดีละ
๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าล้านบาทถ้วน)
(๓) นิติกรชำนาญการพิเศษ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้อำนวยการส่วนคดี
ในจำนวนเงินค่าปรับเปรียบเทียบคดี ไม่เกินคดีละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)
๖.๒ ในกรณีคดีถึงที่สุดโดยคำพิพากษาของศาล ให้เจ้าหน้าที่ดังต่อไปนี้
เป็นผู้ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมสรรพสามิตในการพิจารณาอนุมัติสั่งจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัล
๖.๒.๑ คดีที่ความผิดเกิด หรือเชื่อ หรืออ้างว่าได้เกิดในท้องที่ความรับผิดชอบของสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขา สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่
หรือสำนักงานสรรพสามิตภาค เว้นแต่กรณีตามข้อ ๖.๒.๒
(๑) ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาค
(๒) สรรพสามิตพื้นที่ ในจำนวนเงินค่าปรับซึ่งศาลพิพากษาให้ลงโทษ ไม่เกินคดีละ
๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)
๖.๒.๒ คดีที่เจ้าหน้าที่ผู้ทำการจับกุมเป็นเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม
หรือเจ้าหน้าที่สังกัดสำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปรามร่วมจับกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ไม่ว่าคดีนั้นจะเป็นความผิดเกิด หรือเชื่อ หรืออ้างว่าได้เกิดในท้องที่ความรับผิดชอบของสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่
หรือสำนักงานสรรพสามิตภาคใด
(๑) ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย
(๒) ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดี ในจำนวนเงินค่าปรับซึ่งศาลพิพากษาให้ลงโทษ
ไม่เกินคดีละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าล้านบาทถ้วน)
(๓) นิติกรชำนาญการพิเศษ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้อำนวยการส่วนคดีในจำนวนเงินค่าปรับซึ่งศาลพิพากษาให้ลงโทษ ไม่เกินคดีละ
๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน)