มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕
แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการ
ประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๑๕
ความรู้ในวิชาชีพของผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้
ประกอบโรคศิลปะได้นั้น คือ
(๑) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง
(ก)
มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรสำหรับสาขานั้น ๆ จากจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัยหรือจากสถานศึกษาอื่นในประเทศไทย
ซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรค
ศิลปะเห็นว่ามีหลักสูตรเทียบได้ไม่ต่ำกว่าหลักสูตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ทั้งนี้ถ้าสาขาใด
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังมิได้เปิดการศึกษาและวางหลักสูตรไว้
ให้คณะกรรมการควบคุมการ
ประกอบโรคศิลปะมีอำนาจกำหนดหลักสูตรเพื่อสอบความรู้ผู้นั้นได้ตามที่เห็นสมควร
หรือ
(ข)
มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรจากสถานศึกษาในต่างประเทศและได้รับ
อนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะในประเทศที่ตนได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรทั้งคณะกรรมการ
ควบคุมการประกอบโรคศิลปะได้สอบความรู้เป็นที่พอใจแล้ว แต่ถ้าบุคคลเช่นนี้มีสัญชาติเป็นไทย
ก็
ไม่ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะในประเทศที่ผู้นั้นได้รับการศึกษา
(ค)
ผู้ที่มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาในสาขาเวชกรรมจากสถานศึกษา
ดังกล่าวใน (ก) หรือ (ข) ให้ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตในประเภท
ก. สำหรับผู้ที่มีประกาศนียบัตร
วิชาในสาขาเวชกรรมจากสถานศึกษาของรัฐบาลไทย ซึ่งมีเวลาการศึกษาไม่ต่ำกว่าสี่ปี และคณะ
กรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเห็นชอบด้วยหลักสูตรการศึกษาแห่งสถานที่นั้นแล้วให้ขึ้น
ทะเบียนรับใบอนุญาตในประเภท ข.
(๒) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นสอง เป็นผู้ซึ่งได้รับการอบรม
ศึกษาในสาขาทันตกรรม เภสัชกรรมหรือการผดุงครรภ์
จากโรงพยาบาล หรือสถานศึกษาใน
ประเทศไทยซึ่งรัฐมนตรีได้กำหนดความรู้และเงื่อนไขอันควรให้ขึ้นทะเบียนได้ไว้ในกฎกระทรวง
แต่
สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขาการผดุงครรภ์
ถ้าได้รับการอบรมศึกษาและได้รับ
ประกาศนียบัตรจากกรมสาธารณสุข
ก็ให้ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตได้
(๓) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาการพยาบาล เป็นผู้มีประกาศนียบัตร
จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาอื่นที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ
รับรอง
(๔) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ เป็นผู้ซึ่งได้รับการอบรมศึกษาจาก
ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตแล้วตามกำหนดเวลาและตาม
เงื่อนไขอันสมควรให้ขึ้นทะเบียนได้ซึ่งกำหนดไว้ในกฎกระทรวง