法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉะบับที่ 3) พุทธศักราช 2483

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๓)

พุทธศักราช ๒๔๘๓

ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร

ลงวันที่ ๔

สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐)

อาทิตย์ทิพอาภา

พล.อ.

พิชเยนทรโยธิน

ตราไว้ ณ วันที่ ๗

มกราคม พุทธศักราช ๒๔๘๔

เป็นปีที่ ๘

ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุม

การประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙

จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอม

ของสภาผู้แทนราษฎรดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบ

โรคศิลปะ (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๓”

มาตรา ๒

มาตรา ๒*

ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

*[รก.๒๔๘๔/-/๘๔/๒๑ มกราคม ๒๔๘๔]

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔

แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการ

ประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

“โรคศิลปะ” หมายความว่า กิจการใด ๆ อันกระทำโดยตรงต่อร่างกายของ

มนุษย์ในการบำบัดโรคซึ่งรวมตลอดถึงการตรวจโรคและป้องกันโรคในสาขาต่าง

ๆ ดังต่อไปนี้

(ก) เวชกรรม คือการบำบัดโรคด้วยยา ด้วยศัลยกรรม ด้วยแสงรัศมีด้วยสูติกรรม

หรือด้วยจิตวิเคราะห์ (Psychoanalysis)

(ข) ทันตกรรม คือการบำบัดโรคฟัน หรือการช่างฟัน

(ค) เภสัชกรรม คือการปรุงหรือผสมยา หรือการประดิษฐ์วัตถุใด ๆ ขึ้นเป็นยา

(ง) การผดุงครรภ์

(จ) การพยาบาล

“การประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน” หมายความว่า

การประกอบโรคศิลปะ

โดยอาศัยความรู้อันได้ศึกษาตามหลักวิทยาศาสตร์

“การประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ” หมายความว่า

การประกอบโรคศิลปะ

โดยอาศัยความรู้จากตำราหรือการเรียนสืบต่อกันมาอันมิใช่การศึกษาตามหลักวิทยาศาสตร์”

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๕

แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการ

ประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๕

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวงมหาดไทยรักษาการให้เป็นไป

ตามพระราชบัญญัตินี้

และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงวางระเบียบเกี่ยวแก่การรับขึ้นทะเบียนและ

ออกใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะ

กำหนดให้แจ้งความต่อคณะกรรมการควบคุมการ

ประกอบโรคศิลปะเมื่อผู้ประกอบโรคศิลปะย้ายที่อยู่หรือตาย

กับกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและ

ระเบียบอื่น ๆ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

แต่อัตราค่าธรรมเนียมนั้น จะกำหนด

ได้ไม่เกินกว่าอัตราดังต่อไปนี้

(ก) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขา

เวชกรรมและสาขาทันตกรรม ๒๐ บาท สาขาเภสัชกรรม ๑๐ บาท

สาขาอื่น ๕ บาท

(ข) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณในสาขา

เวชกรรม ๔ บาท สาขาอื่น ๒ บาท

(ค) ค่าใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ ๑ บาท

(ง) ค่าแก้ไขหรือเพิ่มเติมอภิไธย ครั้งละ ๑ บาท

กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้”

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๑

(ข) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการ

ประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(ข) พนักงานสาธารณสุข และผู้ซึ่งได้รับมอบหน้าที่จากกรมสาธารณสุขให้

ประกอบโรคศิลปะเฉพาะบางอย่างเพื่อป้องกันหรือช่วยเหลือความเจ็บไข้ของประชาชนในกรณีที่จำ

เป็น ตามระเบียบที่รัฐมนตรีจะได้ประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา”

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๒

วรรคท้าย แห่งพระราชบัญญัติควบคุม

การประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขาเวชกรรม ทันตกรรม เภสัชกรรมและ

การผดุงครรภ์ ให้แบ่งออกเป็นสองชั้น คือชั้นหนึ่งกับชั้นสอง

และในสาขาเวชกรรมชั้นหนึ่งให้แบ่ง

ออกเป็นประเภท ก. กับประเภท ข.”

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ให้ถือว่าผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขา

เวชกรรมชั้นหนึ่งอยู่แล้วก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้

อยู่ในประเภท ก. ตามมาตรา ๑๒ แห่ง

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙

ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมโดย

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๖

มาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕

แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการ

ประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๑๕

ความรู้ในวิชาชีพของผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้

ประกอบโรคศิลปะได้นั้น คือ

(๑) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง

(ก)

มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรสำหรับสาขานั้น ๆ จากจุฬาลงกรณ์

มหาวิทยาลัยหรือจากสถานศึกษาอื่นในประเทศไทย

ซึ่งคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรค

ศิลปะเห็นว่ามีหลักสูตรเทียบได้ไม่ต่ำกว่าหลักสูตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ทั้งนี้ถ้าสาขาใด

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังมิได้เปิดการศึกษาและวางหลักสูตรไว้

ให้คณะกรรมการควบคุมการ

ประกอบโรคศิลปะมีอำนาจกำหนดหลักสูตรเพื่อสอบความรู้ผู้นั้นได้ตามที่เห็นสมควร

หรือ

(ข)

มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรจากสถานศึกษาในต่างประเทศและได้รับ

อนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะในประเทศที่ตนได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรทั้งคณะกรรมการ

ควบคุมการประกอบโรคศิลปะได้สอบความรู้เป็นที่พอใจแล้ว แต่ถ้าบุคคลเช่นนี้มีสัญชาติเป็นไทย

ก็

ไม่ต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะในประเทศที่ผู้นั้นได้รับการศึกษา

(ค)

ผู้ที่มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาในสาขาเวชกรรมจากสถานศึกษา

ดังกล่าวใน (ก) หรือ (ข) ให้ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตในประเภท

ก. สำหรับผู้ที่มีประกาศนียบัตร

วิชาในสาขาเวชกรรมจากสถานศึกษาของรัฐบาลไทย ซึ่งมีเวลาการศึกษาไม่ต่ำกว่าสี่ปี และคณะ

กรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเห็นชอบด้วยหลักสูตรการศึกษาแห่งสถานที่นั้นแล้วให้ขึ้น

ทะเบียนรับใบอนุญาตในประเภท ข.

(๒) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นสอง เป็นผู้ซึ่งได้รับการอบรม

ศึกษาในสาขาทันตกรรม เภสัชกรรมหรือการผดุงครรภ์

จากโรงพยาบาล หรือสถานศึกษาใน

ประเทศไทยซึ่งรัฐมนตรีได้กำหนดความรู้และเงื่อนไขอันควรให้ขึ้นทะเบียนได้ไว้ในกฎกระทรวง

แต่

สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขาการผดุงครรภ์

ถ้าได้รับการอบรมศึกษาและได้รับ

ประกาศนียบัตรจากกรมสาธารณสุข

ก็ให้ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตได้

(๓) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาการพยาบาล เป็นผู้มีประกาศนียบัตร

จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาอื่นที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

รับรอง

(๔) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ เป็นผู้ซึ่งได้รับการอบรมศึกษาจาก

ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตแล้วตามกำหนดเวลาและตาม

เงื่อนไขอันสมควรให้ขึ้นทะเบียนได้ซึ่งกำหนดไว้ในกฎกระทรวง”

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๙

(ข) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการ

ประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(ข) เมื่อปรากฏว่าผู้ประกอบโรคศิลปะกระทำผิดต่อพระราชบัญญัตินี้และศาล

ได้พิพากษาให้ลงโทษ คดีถึงที่สุดแล้ว

หรือกระทำผิดต่อกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราช

บัญญัตินี้ในส่วนที่ว่าด้วยมรรยาทหรือข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบโรคศิลปะ

หรือในการ

แจ้งความเรื่องย้ายที่อยู่

คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะจะสั่งพัก หรือเพิกถอนใบ

อนุญาตเสียก็ได้

การสั่งพักใบอนุญาตนั้น ให้สั่งพักได้เป็นเวลาไม่เกินหนึ่งปี

ก่อนที่จะสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าวแล้ว ให้คณะกรรมการควบคุม

การประกอบโรคศิลปะทำการไต่สวน

โดยให้โอกาสแก่ผู้รับใบอนุญาตนั้นทราบข้อหาและยื่นคำให้

การและนำพยานหรือหลักฐานอื่นสืบแก้ตัว

และให้มีอำนาจออกหมายเรียกผู้รับใบอนุญาตหรือ

ประกาศเรียกแทนการออกหมาย

ออกหมายเรียกพยานหลักฐานและบังคับพยานให้สาบานหรือ

ปฏิญานตนได้ตามกระบวนพิจารณาในศาลทุกประการ”

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการให้เป็นไปตาม

พระราชบัญญัตินี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พิบูลสงคราม

นายกรัฐมนตรี

อัมพิกา/แก้ไข

๔/๓/๔๕

B+A (C)

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉะบับที่ 3) พุทธศักราช 2483 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0dbb917b000936c8

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com