法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมคุมประพฤติว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2549

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
36
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมคุมประพฤติ

ระเบียบกรมคุมประพฤติ

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๙

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบกรมคุมประพฤติ

ว่าด้วยการปฏิบัติงานในกรมคุมประพฤติ ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.

๒๕๔๐ พ.ศ. ๒๕๔๑ ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕

และตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ กรมคุมประพฤติกระทรวงยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ลงวันที่ ๙

ตุลาคม ๒๕๔๕

ดังนั้น

เพื่อให้การจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูตามที่พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐ กำหนดและการกำหนดระเบียบปฏิบัติ เพื่อรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการให้ประชาชนเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสาร

ตามประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง

หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู

ลงวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ ในข้อ ๔ เพื่อเป็นการให้บริการและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มาติดต่อในการขอรับบริการข้อมูลข่าวสารของราชการ

กรมคุมประพฤติ จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมคุมประพฤติ

ว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑) ระเบียบกรมคุมประพฤติ

ว่าด้วยการปฏิบัติงานในกรมคุมประพฤติ ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.

๒๕๔๐ พ.ศ. ๒๕๔๑

(๒) ระเบียบกรมคุมประพฤติ

ว่าด้วยการปฏิบัติงานในการขอ การอนุญาต ข้อมูลข่าวสารของกรมคุมประพฤติ พ.ศ. ๒๕๔๒

(๓) ประกาศกรมคุมประพฤติ เรื่อง

การเรียกค่าธรรมเนียม การขอสำเนา หรือ

ขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารของกรมคุมประพฤติ ฉบับลงวันที่ ๗

สิงหาคม ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือ คำสั่ง อื่น

ในส่วนที่กำหนดไว้แล้วไว้ในระเบียบนี้ หรือ ซึ่ง ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับแก่ ข้าราชการ

พนักงานราชการ ลูกจ้าง และผู้ซึ่งมาช่วยปฏิบัติงานของกรมคุมประพฤติ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในระเบียบนี้

“ข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า

สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริง ข้อมูลหรือสิ่งใดๆ ตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

“ข้อมูลข่าวสารของราชการ” หมายความว่า

ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือ ควบคุมดูแล ของกรมคุมประพฤติ

“ส่วนราชการ” หมายความว่า

กระทรวง ทบวง กรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและให้หมายความรวมถึง

รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

“หน่วยงาน” หมายความว่า กอง

สำนัก สถาบัน ศูนย์ สำนักงาน

หน่วยงานที่มีฐานะเทียบเท่ากองและหน่วยงานไม่สังกัดกองในกรมคุมประพฤติ

“อธิบดี” หมายความว่า

อธิบดีกรมคุมประพฤติ

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ กรมคุมประพฤติ

“คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ”

หมายความว่า คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้อธิบดีกรมคุมประพฤติรักษาการตามระเบียบนี้และให้มีอำนาจ

ตีความ วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

และออกประกาศกำหนดรายละเอียด เพื่อปฏิบัติการตามระเบียบนี้

หมวด

คณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้มีคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

กรมคุมประพฤติ ตามที่อธิบดีมีคำสั่งแต่งตั้ง มีจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเจ็ดคน

จากผู้ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้อำนวยการกองหรือเทียบเท่าขึ้นไป โดยให้เลขานุการกรมเป็นกรรมการและเลขานุการ

และให้มีผู้ช่วยเลขานุการได้ไม่เกินสองคน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ คณะกรรมการ มีอำนาจหน้าที่

(๑) เสนอนโยบายหรือมาตรการเกี่ยวกับการบริหาร

การจัดระบบ การขอ การอนุญาต และการบริการข้อมูลข่าวสาร

(๒)

ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารของราชการที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

รวมทั้งการจัดพิมพ์และการเผยแพร่

(๓)

ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การพิจารณาประเภทข้อมูลข่าวสารที่ไม่เปิดเผย

หรือข้อมูลข่าวสารที่เป็นความลับของราชการและคุ้มครองข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๔)

ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับประเภทของข้อมูลข่าวสารที่ควรจัดเก็บไว้ที่กรมคุมประพฤติ

หรือส่งไปยังสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๕)

ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับการจัดทำและปรับปรุงข้อมูลข่าวสาร ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณหรือข้อมูลข่าวสารอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อราชการ

(๖)

ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับการให้บริการข้อมูลข่าวสารและการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารกับส่วนราชการหรือเอกชน

(๗) สอดส่องดูแลให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินการ

และเสนอความเห็น กรณีที่เป็นปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการตามระเบียบนี้

(๘)

เชิญเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบหรือบุคคลใดที่เกี่ยวข้องกับส่วนราชการมาสอบถามหรือให้ชี้แจงแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร

(๙)

แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานตามความจำเป็นเพื่อปฏิบัติตามระเบียบนี้

(๑๐)

ดำเนินการอื่นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารของราชการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ตามที่อธิบดีมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การประชุมคณะกรรมการทุกครั้งต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด

จึงจะเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุม

ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่ง ในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้นำความในข้อ ๑๐

มาใช้กับการประชุมของคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานที่คณะกรรมการแต่งตั้งโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ มติของคณะกรรมการ

เมื่อได้รับความเห็นชอบจากอธิบดีแล้ว จึงจะดำเนินการ ตามมตินั้นได้

หมวด

การจัดระบบข้อมูลข่าวสารของราชการ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้สำนักงานเลขานุการกรม

มีหน้าที่ส่งข้อมูลข่าวสาร ดังต่อไปนี้ ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

(๑) โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน

(๒) สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีการดำเนินงาน

(๓) สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารหรือคำแนะนำในการติดต่อกับหน่วยงาน

(๔) กฎ มติคณะรัฐมนตรี ข้อบังคับ คำสั่ง

หนังสือเวียน ระเบียบ แบบแผน นโยบายหรือ การตีความ

ทั้งนี้เฉพาะที่จัดให้มีขึ้นโดยมีสภาพอย่างกฎ

เพื่อให้มีผลเป็นการทั่วไปต่อเอกชนที่เกี่ยวข้อง

(๕) ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกำหนด

ในการส่งกฎกระทรวงหรือประกาศตามกฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

ให้เป็นหน้าที่ของกองพัฒนาการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด เมื่อดำเนินการแล้วให้แจ้งให้สำนักงานเลขานุการกรมทราบ

ทั้งนี้ตามมาตรา ๗

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้หน่วยงานจัดประเภทข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแล

และส่งบัญชีรายชื่อพร้อมทั้งข้อมูลข่าวสารของราชการตามข้อ ๑๓

ข้อมูลข่าวสารประวัติศาสตร์ ตามมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐ และข้อมูลข่าวสารดังต่อไปนี้ไปยัง สถานที่บริการข้อมูลข่าวสารตามข้อ ๑๕

เพื่อรวบรวมและจัดระบบข้อมูลข่าวสารไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู

(๑)

ผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงต่อเอกชน

ความเห็นแย้งและคำสั่งที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาวินิจฉัยดังกล่าว

(๒)

นโยบายหรือการตีความที่ไม่เข้าข่ายต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๓) แผนงาน

โครงการและงบประมาณรายจ่ายประจำปีของปีที่กำลังดำเนินการ

(๔)

คู่มือหรือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เฉพาะที่มีผลกระทบต่อสิทธิหน้าที่ของเอกชน

(๕)

สิ่งพิมพ์ที่ได้มีการอ้างอิงถึงในราชกิจจานุเบกษา

(๖) สัญญาสัมปทาน

สัญญาที่มีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอน

หรือสัญญาร่วมทุนกับเอกชนในการจัดทำบริการสาธารณะ

(๗)

มติคณะรัฐมนตรีหรือมติคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยกฎหมายหรือโดยมติคณะรัฐมนตรี

(๘)

ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกำหนด เช่น ประกาศ ประกวดราคาและประกาศสอบราคาที่หัวหน้าส่วนราชการลงนามแล้วและผลการพิจารณาการจัดซื้อ

จัดจ้าง เป็นต้น

ทั้งนี้ ตามมาตรา ๙

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต้องไม่เป็นการต้องห้ามเปิดเผย

ตามมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ และมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.

๒๕๔๐

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้หน่วยงานซึ่งมีที่ทำการตั้งอยู่ภายในอาคารกรมคุมประพฤติจัดประเภทข้อมูลข่าวสารของราชการตามข้อ

๑๔ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบที่ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูได้

ส่งให้สำนักงานเลขานุการกรม เพื่อรวบรวม

และจัดระบบข้อมูลข่าวสารของราชการนั้นไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู

สำหรับหน่วยงานซึ่งมีที่ทำการตั้งอยู่ภายนอกอาคารกรมคุมประพฤติให้จัดประเภทข้อมูลข่าวสารของราชการดังกล่าวไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ในที่ทำการของหน่วยงานนั้น

ทั้งนี้

หน่วยงานจะจัดข้อมูลข่าวสารไว้ในห้องสมุดของส่วนราชการอื่นหรือเอกชนที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงที่ทำการของหน่วยงานนั้น

ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปใช้บริการแทนก็ได้

การจัดระบบประเภทข้อมูลข่าวสารของราชการว่าข้อมูลข่าวสารใด

เป็นข้อมูลเปิดเผยได้และข้อมูลที่เปิดเผยไม่ได้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด

หมวด

การขอข้อมูลข่าวสารของราชการและการอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ส่วนราชการหรือบุคคลที่ประสงค์จะเข้าตรวจดู ศึกษา

หรือค้นคว้าข้อมูลข่าวสารของราชการตามข้อ ๑๔ สามารถเข้าใช้บริการได้ ณ

สถานที่บริการข้อมูลข่าวสารตามข้อ ๑๕

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ข้อมูลข่าวสารของราชการอื่นนอกจากที่มีไว้ให้ส่วนราชการหรือประชาชนตรวจดูได้ตามข้อ

๑๔ ส่วนราชการหรือประชาชนสามารถขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารของราชการนั้นได้ โดยแสดงความจำนงต่อเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานผู้ครอบครองข้อมูลข่าวสารนั้น

การแสดงความจำนงต้องระบุข้อมูลข่าวสารที่ต้องการในลักษณะที่อาจเข้าใจได้

โดยให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกตามควร

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ บุคคลไม่ว่าจะมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม

ย่อมมีสิทธิขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารของราชการตามข้อ

๑๔ และ ข้อ ๑๗ ได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอนุญาตตามข้อ ๑๗

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การรับรองสำเนาข้อมูลข่าวสารของราชการให้ข้าราชการที่รับผิดชอบข้อมูลข่าวสารของราชการ

ตั้งแต่ระดับ ๒ หรือเทียบเท่าขึ้นไปเป็นผู้รับรอง โดยลงลายมือชื่อ

พร้อมทั้งชื่อตัว ชื่อสกุลและตำแหน่ง ตลอดจนวันเดือน ปี ให้ชัดเจน

ทั้งนี้ให้รับรองตามจำนวนฉบับที่ผู้ขอ ขอให้รับรอง

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีที่การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการอาจกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของผู้ใด

ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอนุญาตแจ้งให้ผู้นั้นเสนอคำคัดค้านภายในเวลาที่กำหนด

แต่ต้องให้เวลา อันสมควรที่ผู้นั้นอาจเสนอคำคัดค้านได้

ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

ในกรณีที่มีการคัดค้านเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอนุญาต

ต้องพิจารณาคำคัดค้านและแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้คัดค้านทราบโดยไม่ชักช้าแต่ไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำคัดค้าน

ในกรณีที่มีคำสั่งไม่รับฟังคำคัดค้านจะเปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้นมิได้

จนกว่าจะล่วงพ้นกำหนดเวลาอุทธรณ์ตามข้อ ๒๒ หรือจนกว่าคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารได้มีคำวินิจฉัยให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารนั้นได้

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในกรณีมีคำสั่งไม่ให้เปิดเผยข้อมูลตามข้อ

๑๙ หรือกรณีมีคำสั่งไม่รับฟังคำคัดค้านของผู้มีประโยชน์ได้เสีย ตามข้อ ๒๑

ผู้นั้นอาจอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งนั้น

โดยยื่นคำอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ข้อมูลข่าวสารของราชการใด หากมีกฎหมาย

ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรี กำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารนั้นไว้เป็นการเฉพาะ

การขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรี

ดังกล่าวด้วย

หมวด

การให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบตามข้อ ๑๕

รวบรวมและจัดให้มีข้อมูลข่าวสารที่ส่งไปลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาตามข้อ ๑๓

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานตน ไว้เผยแพร่เพื่อขาย หรือจำหน่ายจ่ายแจก ณ

ที่ทำการของหน่วยงานตามที่เห็นสมควร

ข้อมูลข่าวสารของราชการที่มีไว้เพื่อขายหรือจำหน่าย

ให้กำหนดราคาตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การเรียกค่าธรรมเนียมการขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร

ให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกำหนด

กรณีผู้ขอสำเนาหรือขอสำเนารับรองถูกต้องเป็นผู้มีรายได้น้อย

หน่วยงานจะพิจารณายกเว้นค่าธรรมเนียมหรือลดอัตราค่าธรรมเนียมให้ตามควรแก่กรณีได้

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ รายได้จากการขายหรือจำหน่ายข้อมูลข่าวสารตามข้อ

๒๔ ให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

ส่วนค่าธรรมเนียมตามข้อ ๒๕

ให้เก็บไว้ใช้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการบริการข้อมูลข่าวสารของราชการ ตามข้อบังคับกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินค่าธรรมเนียมข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๘

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ระหว่างดำเนินการให้ถือปฏิบัติตามข้อ

๒๓ โดยอนุโลม เว้นแต่เป็นเรื่องลับตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ

พ.ศ. ๒๕๑๗ หรือระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔

หรือเป็นเรื่องที่ไม่ควรเปิดเผยตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการหรือที่ผู้มีอำนาจอนุญาตตามข้อ

๑๙ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ต้องเปิดเผย

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การบริการส่งข้อมูลข่าวสารของราชการที่เปิดเผยได้

ทางโทรสารให้ดำเนินการได้เฉพาะกรณีจำเป็นเร่งด่วน โดยให้คำนึงถึงความสิ้นเปลือง

เช่น จำนวนข้อมูลข่าวสาร ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการส่ง

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การบริการข้อมูลข่าวสารของราชการให้ดำเนินการ

ดังนี้

(๑)

ในกรณีที่หน่วยงานมีข้อมูลข่าวสารพร้อมที่จะจัดหาให้ได้

จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ โดยเร็วหรือภายในวันที่รับคำขอ

(๒) ในกรณีที่ข้อมูลข่าวสารที่ขอมีจำนวนมาก

หรือไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วัน จะต้องแจ้งให้ผู้ขอข้อมูลทราบภายใน

๑๕ วันรวมทั้งแจ้งกำหนดวันที่จะดำเนินการแล้วเสร็จให้ผู้ขอข้อมูลทราบด้วย

หมวด

การรายงานผลการปฏิบัติงาน

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ให้หน่วยงานจัดทำทะเบียนรับเรื่องการให้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการ

ตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ให้หน่วยงานรวบรวมและจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

รอบปีงบประมาณละ ๒ ครั้ง ดังนี้

(๑) สำนักงานคุมประพฤติจังหวัด/ประจำศาล

จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงาน ส่งสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร หรือ

สำนักงานคุมประพฤติธนบุรี หรือ สำนักงานคุมประพฤติ ภาคตามลำดับสายการบังคับบัญชา

ภายในวันที่ ๑๐ เมษายน และ ๑๐ ตุลาคม ของทุกปี ตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด

(๒) สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร

สำนักงานคุมประพฤติธนบุรีและสำนักงานคุมประพฤติภาค

จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานตนเองและรวบรวมรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัด/ประจำศาล

ในสังกัด ส่งสำนักงานเลขานุการกรม ภายในวันที่ ๑๕ เมษายน และวันที่ ๑๕

ตุลาคมของทุกปี ตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด

(๓)

ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงาน

ส่งสำนักงานเลขานุการกรมภายในวันที่ ๑๕ เมษายน และวันที่ ๑๕ ตุลาคมของทุกปี

ตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด

(๔)

หน่วยงานที่มีที่ทำการตั้งอยู่ภายในกรมคุมประพฤติ ยกเว้นสำนักงานคุมประพฤติธนบุรี จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานและส่งสำนักงานเลขานุการกรม

ภายในวันที่ ๑๕ เมษายน และวันที่ ๑๕ ตุลาคมของทุกปี ตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ให้สำนักงานเลขานุการกรม

จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานตนเอง และรวบรวมรายงานผลการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงาน

ส่งคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ พร้อมทั้งสำเนาให้กระทรวงการคลังทราบภายในวันที่

๓๑ ตุลาคมของทุกปี

หมวด

การกำหนดหน้าที่รับผิดชอบ

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การรวบรวมและส่งข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือดูแลตามข้อ

๑๔ ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑)

หน่วยงานที่มีที่ทำการตั้งอยู่ภายในกรมคุมประพฤติ

ให้รวบรวมข้อมูลข่าวสารส่งให้สำนักงานเลขานุการกรมอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง

เพื่อไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้

(๒) ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบตามข้อ ๓๔

ในสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร สำนักงานคุมประพฤติภาค

สำนักงานคุมประพฤติจังหวัด/ประจำศาล

และศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดรวบรวมข้อมูลข่าวสารอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง

เพื่อไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ในการดำเนินการตามข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔ ข้อ ๑๗ ข้อ

๒๐ ข้อ ๓๐ ข้อ ๓๑ ข้อ ๓๒ และข้อ ๓๓

ให้หน่วยงานแต่งตั้งเจ้าหน้าที่รับผิดชอบอย่างน้อย ๑ คน

เพื่อดำเนินการตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ให้ผู้ตรวจราชการ กรมคุมประพฤติ

มีหน้าที่เร่งรัดและติดตามประเมินผล การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐ ของหน่วยงาน เมื่อเดินทางไปตรวจราชการ ณ หน่วยงานนั้น

แล้วรายงานการติดตามประเมินผลให้อธิบดีทราบ

พร้อมทั้งสำเนารายงานให้คณะกรรมการทราบด้วย

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ในระหว่างที่คณะกรรมการยังมิได้กำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไข

ในการจัดระบบประเภทว่าข้อมูลข่าวสารใดเป็นข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยได้และข้อมูลที่เปิดเผยไม่ได้ตามข้อ

๑๕ วรรคสี่ และการอนุญาตตาม ข้อ ๑๙ ให้นำหลักเกณฑ์การขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาต

ท้ายระเบียบกรมคุมประพฤติว่าด้วยการปฏิบัติงานในกรมคุมประพฤติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐ พ.ศ. ๒๕๔๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙

วันชัย

รุจนวงศ์

อธิบดีกรมคุมประพฤติ

โสรศ/ผู้จัดทำ

๑๐

มกราคม ๒๕๕๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๓/ตอนพิเศษ ๑๓๓ ง/หน้า ๑๙/๒๕ ธันวาคม ๒๕๔๙

36 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมคุมประพฤติว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2549 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0dc605d54a70862c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com