ข้อ ๕
ในการปฏิบัติหน้าที่ของนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๐๖ ทวิ
แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓
ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(๑)
จะต้องประกอบด้วยนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่จำนวนไม่น้อยกว่า ๒ คน
โดยมีข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ ๕
หรือเทียบเท่าขึ้นไปเป็นหัวหน้าคณะสำหรับการปฏิบัติงานในแต่ละครั้ง
(๒) จะต้องแสดงบัตรประจำตัวและแจ้งความประสงค์ในการปฏิบัติงานให้ผู้ประกอบการเจ้าของสถานที่
หรือผู้ครองครองสถานที่ทราบเสียก่อน
พร้อมทั้งแสดงให้บุคคลดังกล่าวเห็นว่าไม่ได้นำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ผิดกฎหมายซุกซ่อนไปด้วยแต่อย่างใด
ในกรณีที่ผู้ประกอบการ เจ้าของสถานที่
หรือผู้ครอบครองสถานที่ไม่อยู่ ให้ไปตามตัวมา แต่ถ้าไม่สามารถตามตัวมาได้ให้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งต่อบุคคลที่บรรลุนิติภาวะและอยู่ในสถานที่นั้น
(๓)
การปฏิบัติงานของนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ตามระเบียบนี้ให้กระทำต่อหน้าบุคคลตาม
(๒) ถ้าไม่สามารถทำได้ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่เกิดเหตุนั้นทราบเพื่อไปเป็นพยานในการปฏิบัติงานดังกล่าว
(๔)
การปฏิบัติงานของนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องใช้ความละเอียดและรอบคอบ
และให้อยู่ในดุลพินิจว่าจะยึดหรืออายัดยานพาหนะ
เอกสารหรือหลักฐานอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด
แต่สำหรับการจะยึดหรืออายัดสินค้าที่ละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นนั้น
ให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ยึดหรืออายัดได้แต่เฉพาะสินค้าที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือผู้แทนซึ่งได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของเครื่องหมายการค้าได้ชี้หรือระบุว่าเป็นสินค้าที่ละเมิดสิทธิของตน
(๕) ในการยึดหรืออายัดสินค้า ยานพาหนะ เอกสาร
หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดใดตาม (๔)
ให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำบัญชีทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัดโดยละเอียดโดยใช้แบบแนบท้ายระเบียบนี้
เพื่อเป็นเอกสารแนบท้ายบันทึกผลการปฏิบัติงานของนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่
(๖)
ให้นายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุภาพและพยายามไม่ให้เกิดความเสียหายหรือบุบสลายแก่ทรัพย์สินของบุคคลที่เกี่ยวข้อง
(๗) ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า
การปฏิบัติงานครั้งใดอาจมีภัยอันตรายต่อชีวิต
หรือทรัพย์สินของนายทะเบียนและพนักงานเจ้าหน้าที่หรือทรัพย์สินของทางราชการ
ให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อปฏิบัติงานดังกล่าวร่วมกัน