ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สกส1.7/2563
เรื่อง การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ฉบับที่ 3)
1. เหตุผลในการออกประกาศ
ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ดําเนินการให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงินตามมาตรการที่กําหนดในพระราชกําหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส1. 2/2563 เรื่อง การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ลงวันที่ 22 เมษายน 2563 และได้ขยายระยะเวลาการดําเนินการให้กู้ยืมเงินดังกล่าวออกไปอีก 6 เดือน ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สกส1. 6/2563 เรื่อง การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2563 เพื่อเป็นการประคับประคองการประกอบธุรกิจ และเยียวยาผู้ประกอบวิสาหกิจในเบื้องต้น แต่จากสถานการณ์การระบาดในประเทศและในต่างประเทศทั่วโลกยังคงมีความรุนแรง และมีแนวโน้มยืดเยื้อต่อไปโดยมิอาจคาดการณ์ได้จนส่งผลกระทบต่อการค้า การส่งออก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างรุนแรงและต่อเนื่องยาวนานมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อีกทั้งยังมีผลกระทบต่อผู้ประกอบวิสาหกิจในวงกว้างมากขึ้นและยืดเยื้อต่อไปอีกระยะหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงเห็นสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้มีความยืดหยุ่นเหมาะสมกับสถานการณ์มากขึ้น โดยปรับปรุงในส่วนของคํานิยามกลุ่มธุรกิจซึ่งเป็นฐานในการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ประกอบวิสาหกิจ โดยกําหนดให้การคํานวณวงเงินสินเชื่อของกลุ่มธุรกิจในกรณีบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดในฐานะสามี ภรรยา และในกรณีนิติบุคคลให้พิจารณาจากบริษัทที่มีความสัมพันธ์ในลักษณะบริษัทลูกของผู้ประกอบวิสาหกิจเพียงหนึ่งทอด เพื่อให้คุณสมบัติของผู้ประกอบวิสาหกิจที่อาจได้รับความช่วยเหลือมีความเหมาะสมและครอบคลุมกลุ่มลูกหนี้ที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือมากขึ้น
2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามมาตรา 3 แห่งพระราชกําหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563
3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับกับสถาบันการเงินตามพระราชกําหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563
4. เนื้อหา
4.1 ให้ยกเลิกคํานิยาม “กลุ่มธุรกิจ” ในข้อ 4.1 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส1. 2/2563 เรื่อง การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ลงวันที่ 22 เมษายน 2563 และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน
“กลุ่มธุรกิจ” หมายความว่า บุคคลหลายคนที่ฐานะการเงินและความสามารถในการชําระหนี้มีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดจนเสมือนว่าการให้สินเชื่อแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการให้สินเชื่อแก่บุคคลเดียวกันเป็นสําคัญ โดยพิจารณาความสัมพันธ์ดังต่อไปนี้
(1) เป็นคู่สมรส ในกรณีบุคคลธรรมดา
(2) เป็นบริษัทลูก โดยนับบริษัทลูกเพียงขั้นเดียว ในกรณีนิติบุคคล
ทั้งนี้ การพิจารณาความสัมพันธ์ข้างต้นให้แยกพิจารณาความสัมพันธ์ของบุคคลธรรมดาออกจากนิติบุคคล”
4.2 ให้เพิ่มเติมคํานิยาม “บริษัท” “บริษัทแม่” และ “บริษัทลูก” ระหว่างคําว่า “กลุ่มธุรกิจ” และ “สถาบันการเงิน” ในข้อ 4.1 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส1. 2/2563 เรื่อง การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ลงวันที่ 22 เมษายน 2563 ดังต่อไปนี้
“บริษัท” หมายความว่า บริษัทจํากัด บริษัทมหาชนจํากัด ห้างหุ้นส่วนจํากัด ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น
“บริษัทแม่” หมายความว่า บริษัทที่มีอํานาจควบคุมกิจการของบริษัทอื่นโดยมีหุ้นในบริษัทอื่นเกินกว่าร้อยละห้าสิบของหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมด
“บริษัทลูก” หมายความว่า บริษัทที่มีบริษัทอื่นเป็นบริษัทแม่”
4.3 ให้ยกเลิกความในข้อ 4.11.2 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส1. 2/2563 เรื่อง การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ลงวันที่ 22 เมษายน 2563 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ 4.11.2 เงินชดเชยดอกเบี้ย
ให้สถาบันการเงินได้รับชดเชยดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินไม่เรียกเก็บจากผู้ประกอบวิสาหกิจในช่วงระยะเวลา 6 เดือนแรก นับแต่วันที่ผู้ประกอบวิสาหกิจได้รับสินเชื่อเพิ่มเติมงวดแรกของการยื่นขอกู้สินเชื่อเพิ่มเติมในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ เฉพาะสินเชื่อเพิ่มเติมที่ได้ให้แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขตามพระราชกําหนดและประกาศนี้ โดย ธปท. คํานวณเงินชดเชยดอกเบี้ยดังกล่าวตามวิธีการปกติของการธนาคาร”
4.4 ให้ยกเลิกความในข้อ 4.7.2 ของประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สกส1. 6/2563 เรื่อง การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2563 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ 4.7.2 เงินชดเชยดอกเบี้ย
ให้สถาบันการเงินได้รับชดเชยดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินไม่เรียกเก็บจากผู้ประกอบวิสาหกิจในช่วงระยะเวลา 6 เดือนแรก นับแต่วันที่ผู้ประกอบวิสาหกิจได้รับสินเชื่อเพิ่มเติมงวดแรกของการยื่นขอกู้สินเชื่อเพิ่มเติมในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ เฉพาะสินเชื่อเพิ่มเติมที่ได้ให้แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขตามพระราชกําหนดและประกาศนี้ โดย ธปท. คํานวณเงินชดเชยดอกเบี้ยดังกล่าวตามวิธีการปกติของการธนาคาร”
5. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป
ประกาศ ณ 22 ธันวาคม 2563
(นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
ฝ่ายตรวจสอบ 2
โทรศัพท์ 0 2283 6112