法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ 30 กันยายน 2551 และรายการการกู้เงินและค้ำประกันระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศกระทรวงการคลัง

ประกาศกระทรวงการคลัง

เรื่อง

รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ และรายการการกู้เงินและค้ำประกัน

ระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน

๒๕๕๑[๑]

ด้วยพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ

พ.ศ. ๒๕๔๘ มาตรา ๑๖ วรรค ๒ กำหนดให้กระทรวงการคลังสรุปรายงานสถานะหนี้สาธารณะและประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ภายใน ๖๐ วันหลังจากสิ้นเดือนมีนาคมและเดือนกันยายนของทุกปี

โดยรายงานดังกล่าวต้องแสดงหนี้สาธารณะที่เกิดจากการกู้เงินและค้ำประกัน ณ

สิ้นเดือนดังกล่าว

รวมทั้งรายการการกู้เงินและค้ำประกันที่เกิดขึ้นใหม่ในช่วงระยะเวลาระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคม

และเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน ตามลำดับ

กระทรวงการคลังขอรายงานสถานะหนี้สาธารณะ

ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ และรายการการกู้เงินและค้ำประกัน

ซึ่งรวมทั้งการปรับโครงสร้างหนี้ ระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๑ ดังนี้

๑. รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ

วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑

๑.๑

หนี้สาธารณะคงค้างของประเทศ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑ มีจำนวนทั้งสิ้น ๓,๔๐๘,๒๓๑.๔๐

ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๓๖.๒๒ ของ GDP ประกอบด้วย

หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง ๒,๑๖๒,๑๑๐.๖๕

ล้านบาท หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน ๙๘๘,๔๓๙.๗๑

ล้านบาท หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินซึ่งรัฐบาลค้ำประกัน ๑๐๒,๓๔๖.๒๙

ล้านบาท หนี้สินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ๑๓๘,๒๑๘.๖๑

ล้านบาท และหนี้องค์การ ของรัฐอื่น ๑๗,๑๑๖.๑๔ ล้านบาท

หนี้สาธารณะจำนวนดังกล่าวจำแนกตามอายุของหนี้เป็นหนี้ระยะยาว

๓,๒๕๑,๒๐๐.๑๑ ล้านบาท

และหนี้ระยะสั้น ๑๕๗,๐๓๑.๒๙ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๙๕.๓๙

และร้อยละ ๔.๖๑ และจำแนกตามแหล่งที่มาเป็นหนี้ต่างประเทศ ๓๘๗,๔๔๓.๑๓

ล้านบาท และหนี้ในประเทศ ๓,๐๒๐,๗๘๘.๒๗

ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๑๑.๓๗ และร้อยละ ๘๘.๖๓ ตามลำดับ ดังปรากฏตามตารางที่ ๑

ตารางที่

๑ หนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๑

หน่วย

: ล้านบาท

รายการ

๓๐

ก.ย. ๕๑

%

GDP

๑. หนี้ที่รัฐบาลกู้โดยตรง

๑.๑ หนี้ต่างประเทศ

๑.๒ หนี้ในประเทศ

๒,๑๖๒,๑๑๐.๖๕

๖๖,๙๘๖.๑๒

๒,๐๙๕,๑๒๔.๕๓

๒๒.๙๘

๒. หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน

๒.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน

- หนี้ต่างประเทศ

- หนี้ในประเทศ

๒.๒

หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน

- หนี้ต่างประเทศ

- หนี้ในประเทศ

๙๘๘,๔๓๙.๗๑

๕๗๒,๕๓๙.๙๓

๑๗๔,๙๔๕.๖๕

๓๙๗,๕๙๔.๒๘

๔๑๕,๘๙๙.๗๘

๑๓๖,๔๙๗.๓๔

๒๗๙,๔๐๒.๔๔

๑๐.๕๐

๓. หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน)

๓.๑ หนี้ต่างประเทศ

๓.๒ หนี้ในประเทศ

๑๐๒,๓๔๖.๒๙

๙,๐๑๔.๐๒

๙๓,๓๓๒.๒๗

๑.๐๙

๔. หนี้สินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ

๔.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน

๔.๒

หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน

๑๓๘,๒๑๘.๖๑

๗๓,๗๙๔.๖๐

๖๔,๔๒๔.๐๑

๑.๔๗

๕. หนี้องค์การของรัฐอื่น

๕.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน

๕.๒

หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน

๑๗,๑๑๖.๑๔

๘,๓๑๖.๑๔

๘,๘๐๐.๐๐

๐.๑๘

๖. รวม ๑ ถึง ๕

๓,๔๐๘,๒๓๑.๔๐

๓๖.๒๒

หมายเหตุ

: ๑. ประมาณการ GDP

ปี ๒๕๕๑ เท่ากับ ๙,๔๑๐.๑

พันล้านบาท (สศช. ณ วันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๑)

๒. ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ยังไม่รวมหนี้ของ SPV จำนวน

๒๓,๙๙๙.๙๐

ล้านบาท ที่รัฐบาลมีภาระผูกพันต้องจ่ายภายใต้สัญญาเช่าพื้นที่อาคาร สัญญาบริการ

สัญญาบริการจัดหาเฟอร์นิเจอร์ และสัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง

ของโครงการศูนย์ราชการกรุงเทพมหานคร ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งตามระบบ GFS นับเป็นหนี้สาธารณะ

๒. รายการการกู้เงินและค้ำประกัน

ระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๑

คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะได้จัดทำแผนการบริหาร

หนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๑ เพื่อเป็นกรอบในการดำเนินการบริหารและจัดการ

หนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ ประกอบด้วย ๖ แผนงานย่อย และได้ปรับปรุงแผน ฯ

ในช่วงระหว่างปีงบประมาณจำนวน ๓ ครั้ง โดยเป็นการปรับปรุงแผน ฯ ในช่วงเดือนตุลาคม

๒๕๕๐ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๑ จำนวน ๒ ครั้ง และในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๑

จำนวน ๑ ครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้เงินกู้และบริหารหนี้

โดยวงเงินรวมหลังจากการปรับปรุงแผน ฯ ครั้งที่ ๓ เท่ากับ ๙๘๙,๒๗๒.๔๔

ล้านบาท ทั้งนี้ ในช่วงระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๑

กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการกู้เงินและบริหารหนี้เป็นวงเงินทั้งสิ้น

๔๐๖,๕๙๑.๗๐ ล้านบาท ดังปรากฏตามตารางที่ ๒

ตารางที่

๒ การกู้เงินและการบริหารหนี้ ระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๑

หน่วย : ล้านบาท

รายการ

แผน

ผลการดำเนินการ

๑. การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐบาล

๔๖๕,๙๙๕.๐๐

๒๔๙,๕๕๒.๑๒

๒.

การบริหารและจัดการเงินกู้เพื่อชดใช้ความเสียหายให้

FIDF

๒๕,๐๐๐.๐๐

๑๕,๐๐๐.๐๐

๓. การบริหารเงินกู้เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบ

สถาบันการเงิน

ไม่มี

ไม่มี

๔.

การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐวิสาหกิจ

๓๗๖,๕๙๗.๕๙

๑๒๑,๙๗๘.๑๑

๕. การกู้เงินตามแผนการก่อหนี้จากต่างประเทศ

๒๓,๓๑๙.๓๖

๖. การบริหารหนี้ต่างประเทศ

๙๘,๓๖๐.๔๙

๒๐,๐๖๑.๔๗

รวม

๙๘๙,๒๗๒.๔๔

๔๐๖,๕๙๑.๗๐

โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

๒.๑

การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐบาล

๒.๑.๑

กระทรวงการคลังได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ จำนวน ๖๒,๕๕๒.๑๒

ล้านบาท ด้วยวิธีการดังนี้

(๑) ออกพันธบัตรรัฐบาล จำนวน

๕ รุ่น วงเงินรวม ๔๓,๐๕๐.๐๐ ล้านบาท

(๒) ออกพันธบัตรออมทรัพย์

จำนวน ๗ รุ่น วงเงินรวม ๑๕,๕๐๒.๑๒ ล้านบาท

(๓) ออกตั๋วเงินคลัง

วงเงินรวม ๔,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

๒.๑.๒

กระทรวงการคลังได้ดำเนินการ Roll-over ตั๋วเงินคลังเพื่อบริหารดุลเงินสดวงเงิน

๘๐,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท และ Roll-over ตั๋วเงินคลังเพื่อชดเชยการขาดดุลซึ่งสะสมมาในช่วงปี

๒๕๔๒ - ๒๕๔๗ อีกจำนวน ๖๗,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท ทำให้ ณ

สิ้นเดือนกันยายน ๒๕๕๑ มีตั๋วเงินคลังเพื่อการดังกล่าวหมุนเวียนในตลาด จำนวน ๑๔๗,๐๐๐.๐๐

ล้านบาท

๒.๑.๓

กระทรวงการคลังได้ดำเนินการไถ่ถอนตั๋วสัญญาใช้เงินก่อนครบกำหนดวงเงิน ๒,๕๐๐.๐๐

ล้านบาท โดยใช้งบประมาณเพื่อการชำระหนี้ ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้ ๔๑.๒๕

ล้านบาท

๒.๑.๔

กระทรวงการคลังได้ดำเนินการ Roll-over พันธบัตรรัฐบาลที่ครบกำหนดชำระวงเงน

๓๗,๕๐๐.๐๐ ล้านบาท โดยใช้เงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน ๓

แห่ง จำนวน ๒๒,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท รวมกับงบประมาณเพื่อการชำระหนี้

จำนวน ๑๕,๕๐๐.๐๐ ล้านบาท เพื่อชำระหนี้ในวันครบกำหนด

และทยอยออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อการบริหารหนี้ จำนวน ๒ รุ่น จำนวน ๒๑,๙๒๕.๐๐

ล้านบาท รวมกับเงิน Premium จำนวน ๗๕.๐๐ ล้านบาท

โดยนำเงินที่ได้ไปชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะสั้นจนครบจำนวน

๒.๒

การบริหารและจัดการเงินกู้เพื่อชดใช้ความเสียหายให้ FIDF3

กระทรวงการคลังได้ดำเนินการ Roll-over

พันธบัตรรัฐบาลเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้ที่ครบกำหนดชำระวงเงิน ๑๕,๐๐๐.๐๐

ล้านบาท โดยใช้เงินกู้ระยะสั้นจากธนาคาร แห่งโตเกียว - มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ จำกัด

สาขากรุงเทพ ฯ จำนวน ๙,๕๐๖.๐๐ ล้านบาท รวมกับเงินยืมจากบัญชีเงินฝากจากการกู้เงินเพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

จำนวน ๕,๔๙๔.๐๐ ล้านบาท เพื่อนำไปชำระคืนหนี้ในวันครบกำหนด

และทยอยออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้ จำนวน ๓ รุ่น วงเงินรุ่นละ ๕,๐๐๐

ล้านบาท โดยนำเงินที่ได้ไปชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะสั้นและเงินที่ยืมมา

๒.๓

การบริหารเงินกู้เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบสถาบันการเงิน

ในปีงบประมาณ ๒๕๕๑

ไม่มีพันธบัตรครบกำหนดไถ่ถอน

๒.๔

การบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐวิสาหกิจ

รัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการกู้เงินและบริหารหนี้ในประเทศ

จำนวนทั้งสิ้น ๑๒๑,๙๗๘.๑๑ ล้านบาท

เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๑๐๐,๐๗๘.๑๑

ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๒๑,๙๐๐.๐๐ ล้านบาท

และสามารถแบ่งตามประเภทของการกู้เงิน ได้ดังนี้

๒.๔.๑

เงินกู้ในประเทศทดแทนเงินกู้จากต่างประเทศ

รัฐวิสาหกิจ ๓ แห่ง ได้กู้เงินในประเทศทดแทนเงินกู้จากต่างประเทศ

วงเงินรวม ๘,๗๙๑.๕๕ ล้านบาท

เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกันทั้งสิ้น ได้แก่

(๑) การไฟฟ้านครหลวง

ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงินรวม ๑,๑๐๐.๐๐ ล้านบาท

เพื่อดำเนินงานตามแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าฉบับที่ ๙ ปี ๒๕๔๗ - ๒๕๕๐

(ฉบับปรับปรุง) จำนวน ๖๐๐.๐๐ ล้านบาท

และตามแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าฉบับที่ ๑๐ ปี ๒๕๕๑ - ๒๕๕๔ จำนวน

๕๐๐.๐๐ ล้านบาท

(๒)

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงินรวม ๗,๕๙๑.๕๕

ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมจะนะ จำนวน ๑,๙๖๑.๔๙

ล้านบาท โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครใต้ ชุดที่ ๓ จำนวน ๑,๕๖๔.๐๖

ล้านบาท โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางปะกง ชุดที่ ๕ จำนวน ๑,๗๑๑.๑๐

ล้านบาท โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครเหนือ ชุดที่ ๑ จำนวน ๑,๕๔๗.๒๔

ล้านบาท โครงการสายส่ง ๕๐๐ เควี

เพื่อการรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนน้ำเทิน จำนวน ๗๙.๔๖ ล้านบาท

และโครงการขยายระบบไฟฟ้าในเขตกรุงเทพ ฯ และปริมณฑล ระยะที่ ๒ จำนวน ๗๒๘.๒๐ ล้านบาท

(๓) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงิน ๑๐๐.๐๐ ล้านบาท

เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๖ ส่วนที่ ๒

๒.๔.๒

เงินกู้เงินบาทสมทบโครงการเงินกู้จากต่างประเทศ

รัฐวิสาหกิจ ๔ แห่ง

ได้กู้เงินบาทสมทบโครงการเงินกู้จากต่างประเทศ วงเงินรวม ๘,๕๐๖.๗๕

ล้านบาท เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกันทั้งสิ้น ได้แก่

(๑) การประปานครหลวง

ได้กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) วงเงิน ๑,๐๐๐.๐๐

ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการปรับปรุงกิจการประปาแผนหลัก ครั้งที่ ๗

(๒) การไฟฟ้านครหลวง

ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงินรวม ๔,๙๐๐.๐๐ ล้านบาท

เพื่อดำเนินงานตามแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าฉบับที่ ๙ ปี ๒๕๔๗ - ๒๕๕๐

(ฉบับปรับปรุง) จำนวน ๒,๒๑๕.๐๐ ล้านบาท

และแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าฉบับที่ ๑๐ ปี ๒๕๕๑ - ๒๕๕๔ จำนวน ๒,๖๘๕.๐๐

ล้านบาท

(๓)

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงินรวม ๒,๔๐๘.๔๕

ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมจะนะ จำนวน ๔๔๑.๓๙ ล้านบาท

โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครใต้ ชุดที่ ๓ จำนวน ๑๓๕.๔๙ ล้านบาท

โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมบางปะกง ชุดที่ ๕ จำนวน ๒๕๑.๕๔ ล้านบาท

โครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมพระนครเหนือ ชุดที่ ๑ จำนวน ๖๙๑.๕๑ ล้านบาท

โครงการสายส่ง ๕๐๐ เควี เพื่อการรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนน้ำเทิน

จำนวน ๕๒๙.๘๙ ล้านบาท และโครงการขยายระบบไฟฟ้าในเขตกรุงเทพ ฯ และปริมณฑล ระยะที่ ๒

จำนวน ๓๕๘.๖๓ ล้านบาท

(๔) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงินรวม ๑๙๘.๓๐ ล้านบาท

เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๖ ส่วนที่ ๑ จำนวน ๗๖.๐๐

ล้านบาท และโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๗ ส่วนที่ ๒ จำนวน ๑๒๒.๓๐

ล้านบาท

๒.๔.๓ เงินกู้เพื่อลงทุน

รัฐวิสาหกิจ ๕ แห่ง ได้กู้เงินเพื่อลงทุน

วงเงินรวม ๒๑,๓๑๙.๗๐ ล้านบาท

เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๑๗,๕๑๘.๐๐

ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๓,๘๐๑.๗๐ ล้านบาท ได้แก่

(๑) การเคหะแห่งชาติ

ได้กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

และธนาคารออมสิน วงเงินรวม ๙,๗๐๐.๐๐ ล้านบาท

โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อดำเนินโครงการบ้านเอื้ออาทรระยะที่ ๓ ระยะที่ ๔

และระยะที่ ๕

(๒) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย

ได้กู้เงินจากธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับการออกพันธบัตร วงเงินรวม ๔,๗๑๘.๐๐

ล้านบาท โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อดำเนินโครงการทางพิเศษรามอินทรา -

วงแหวนรอบนอกกรุงเทพ ฯ จำนวน ๒,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

โครงการทางพิเศษสายบางพลี - สุขสวัสดิ์ จำนวน ๑,๗๑๘.๐๐

ล้านบาท และโครงการทางยกระดับด้านทิศใต้สนามบินสุวรรณภูมิเชื่อมทางพิเศษบูรพาวิถี

จำนวน ๑,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

(๓) การประปานครหลวง

ได้กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) วงเงิน ๕๐๐.๐๐ ล้านบาท

โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน เพื่อดำเนินโครงการปรับปรุงกิจการประปาแผนหลัก

ครั้งที่ ๗/๑

(๔) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงินรวม ๓,๓๐๑.๗๐ ล้านบาท

โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า

ระยะที่ ๗ ส่วนที่ ๑ จำนวน ๒๘๒.๐๐ ล้านบาท

โครงการก่อสร้างและปรับปรุงเสริมระบบจำหน่าย ระยะที่ ๖ จำนวน ๗๕๐.๐๐ ล้านบาท

โครงการติดตั้งศูนย์สั่งจ่ายไฟ ระยะที่ ๒ จำนวน ๑,๐๖๐.๐๓

ล้านบาท โครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๘ ส่วนที่ ๑ จำนวน ๖๒๓.๐๐

ล้านบาท โครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ ๘ ส่วนที่ ๒ จำนวน ๑๓๖.๐๐

ล้านบาท และโครงการเพิ่มความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า ระยะที่ ๒ จำนวน ๔๕๐.๖๗

ล้านบาท

(๕) การรถไฟแห่งประเทศไทย

ได้กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารออมสิน วงเงินรวม ๓,๑๐๐.๐๐

ล้านบาท โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกัน

เพื่อดำเนินโครงการว่าจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

จำนวน ๑๐๐.๐๐ ล้านบาท และโครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

จำนวน ๓,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

๒.๔.๔

เงินกู้เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและอื่น ๆ

รัฐวิสาหกิจ ๔ แห่ง

ได้กู้เงินเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและอื่น ๆ วงเงินรวม ๑๒,๗๑๓.๘๘

ล้านบาท เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันทั้งสิ้น ได้แก่

(๑) การรถไฟแห่งประเทศไทย

ได้กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) วงเงิน ๔,๒๗๔.๐๐

ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินกิจการ

(๒) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ

ได้กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) รวมกับการออกพันธบัตร วงเงินรวม ๔,๔๓๙.๘๘

ล้านบาท เพื่อใช้ในการชำระหนี้ ค่าน้ำมัน ค่าเหมาซ่อม และค่าดอกเบี้ยค้างจ่าย

(๓)

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงิน ๒,๐๐๐.๐๐

ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร

(๔) ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร วงเงิน ๒,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

เพื่อนำไปใช้ในการปล่อยสินเชื่อโครงการบ้านหลังแรก

๒.๔.๕

เงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ในประเทศ

(๑) รัฐวิสาหกิจ ๔ แห่ง

ได้กู้เงินเพื่อ Roll-over หนี้ที่ครบกำหนดชำระคืน

วงเงินรวม ๓๒,๑๘๑.๙๕ ล้านบาท

เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันทั้งสิ้น ได้แก่

๑) การเคหะแห่งชาติ

ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร ๓ รุ่น และกู้เงินจากธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย

จำกัด (มหาชน) วงเงินรวม ๑๖,๘๐๐.๐๐ ล้านบาท

๒) การรถไฟแห่งประเทศไทย

ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร ๓ รุ่น วงเงินรวม ๓,๐๐๐.๐๐

ล้านบาท

๓) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ

ได้กู้เงินจากธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) วงเงินรวม ๑,๓๘๑.๙๕

ล้านบาท

๔) ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร ๑๐ รุ่น วงเงินรวม ๑๑,๐๐๐.๐๐

ล้านบาท

การ Roll-over

ของรัฐวิสาหกิจทั้ง ๔ แห่ง ดังกล่าว เป็นการ Roll-over ภายใต้วงเงินที่ครบกำหนด

๓๒,๕๓๓.๙๕ ล้านบาท โดยรัฐวิสาหกิจชำระคืนหนี้ส่วนที่ไม่ได้ Roll-over

จำนวน ๓๕๒.๐๐ ล้านบาท

(๒) รัฐวิสาหกิจ ๔ แห่ง

ได้กู้เงินเพื่อ Refinance วงเงินรวม ๓๘,๔๖๔.๒๘

ล้านบาท เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๓๗,๖๖๔.๒๘

ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๘๐๐.๐๐ ล้านบาท ได้แก่

๑) การเคหะแห่งชาติ

ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร ๔ รุ่น และกู้เงินจากธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย

จำกัด (มหาชน) และธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) วงเงินรวม ๑๔,๑๐๐.๐๐

ล้านบาท โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกัน

๒) การประปานครหลวง

ได้กู้เงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) วงเงิน ๘๐๐.๐๐ ล้านบาท

โดยกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน

๓) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย

ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร ๓ รุ่น และกู้เงินจากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

วงเงินรวม ๔,๕๗๗.๐๐ ล้านบาท โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกัน

๔) การรถไฟแห่งประเทศไทย

ได้กู้เงินโดยการออกพันธบัตร ๑๙ รุ่น วงเงินรวม ๑๘,๙๘๗.๒๘

ล้านบาท โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกัน

การ Refinance

ของรัฐวิสาหกิจทั้ง ๔ แห่ง ดังกล่าวสามารถลดยอดหนี้คงค้างได้ ๘,๐๙๒.๐๐

ล้านบาท และลดภาระดอกเบี้ยได้ ๔๔.๒๙ ล้านบาท

๒.๕

การกู้เงินตามแผนการก่อหนี้จากต่างประเทศ

ไม่มีการดำเนินงานในช่วงเดือนเมษายน

ถึงเดือนกันยายน ๒๕๕๑ เนื่องจากได้ดำเนินการตามแผน ฯ ทั้งหมดในช่วงเดือนตุลาคม

๒๕๕๐ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๑ แล้ว

๒.๖ การบริหารหนี้ต่างประเทศ

กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการบริหารหนี้ต่างประเทศ

วงเงินรวม ๒๐,๐๖๑.๔๗ ล้านบาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้

(๑)

กระทรวงการคลังได้ดำเนินการ Refinance และ Prepayment

หนี้เงินกู้ JBIC จำนวน ๑๑ สัญญา วงเงินรวม ๑๖,๙๖๙.๓๙

ล้านบาท โดยใช้เงินกู้ ECP ซึ่งเป็นเงินกู้ระยะสั้น

จำนวน ๑๖,๙๖๗.๕๐ ล้านบาท รวมกับงบประมาณเพื่อการชำระหนี้ ๑.๘๙

ล้านบาท แล้วจึงออก Samurai Bond จำนวน

๓ รุ่น ได้แก่ Samurai Bond รุ่นที่ ๒๒ รุ่นที่

๒๓ และรุ่นที่ ๒๔ เพื่อชำระหนี้เงินกู้ ECP ดังกล่าว

และต่อมาได้ดำเนินการทำ Coupon Only Swap

กับธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เพื่อแปลงสกุลเงินของอัตราดอกเบี้ยของ Samurai

Bond รุ่นที่ ๒๒ จากอัตราดอกเบี้ยคงที่สกุลเงินเยน

เป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่สกุลเงินบาท

การดำเนินการดังกล่าวสามารถลดยอดหนี้คงค้างได้

๑.๘๙ ล้านบาท และ ลดภาระดอกเบี้ยได้ ๑,๕๘๙.๒๕ ล้านบาท

(๒)

การรถไฟแห่งประเทศไทยดำเนินการบริหารหนี้เงินกู้ โดยทำ Refinance

หนี้เงินกู้ JBIC จำนวน ๒ สัญญา วงเงินรวม ๓,๐๙๒.๐๘

ล้านบาท โดยใช้เงินจากการออกพันธบัตรในประเทศ จำนวน ๒ รุ่น

และทำสัญญาเงินกู้กับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกัน

๓.

การกู้เงินและบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องอยู่ภายใต้กรอบเพดานเงินกู้ของแผนการบริหารหนี้สาธารณะ

๓.๑

การบริหารหนี้ของบริษัทมหาชนจำกัด ที่มีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

ได้ดำเนินการบริหารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ วงเงินรวม ๑๖,๙๕๔.๐๐

ล้านบาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้

(๑) ดำเนินการทำ Cross

Currency Swap หนี้เงินกู้ AFLAC

(American Family Life Assurance

Company of Columbus

Incorporated) จากหนี้สกุลเงินเยนเป็นหนี้สกุลเงินเหรียญสหรัฐ

วงเงิน ๖,๙๐๐.๐๐ ล้านบาท

(๒) ดำเนินการทำ Cross

Currency Swap พันธบัตรสกุลเงินบาท จำนวน ๒

รุ่น เป็นหนี้สกุลเงินเหรียญสหรัฐ วงเงินรวม ๑๐,๐๕๔.๐๐

ล้านบาท

๓.๒

การกู้เงินระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่อง

รัฐวิสาหกิจ ๒ แห่ง

ได้กู้เงินระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่องวงเงินรวม ๙,๐๕๐.๐๐

ล้านบาท เป็นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำไม่ประกันทั้งสิ้น ได้แก่

(๑)

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้กู้เงินระยะสั้นในรูป Credit

Line จากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน ๙,๐๐๐.๐๐

ล้านบาท

(๒) องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้

ได้กู้เงินระยะสั้นในรูป Credit Line จากธนาคารกรุงไทย

จำกัด (มหาชน) จำนวน ๕๐.๐๐ ล้านบาท

๓.๓

การกู้เงินและชำระหนี้เงินกู้ผ่อนปรนจากธนาคารแห่งประเทศไทย

สถาบันการเงินของรัฐ ๓ แห่ง

ได้กู้เงินกู้ผ่อนปรนจากธนาคารแห่งประเทศไทย วงเงินรวม ๓,๑๒๘.๐๐

ล้านบาท โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกัน และธนาคารเพื่อการเกษตร

และสหกรณ์การเกษตรได้ชำระคืนหนี้ ๑ รายการ วงเงินรวม ๓,๐๐๐.๐๐

ล้านบาท ได้แก่

(๑)

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย

ได้กู้เงินเพื่อดำเนินโครงการสนับสนุนทางการเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการใน ๓

จังหวัดภาคใต้ วงเงิน ๒๗๐.๐๐ ล้านบาท

(๒)

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้กู้เงินเพื่อดำเนินโครงการสนับสนุนทางการเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการใน

๓ จังหวัดภาคใต้ วงเงิน ๑,๘๐๐.๐๐ ล้านบาท และชำระคืนหนี้ตามโครงการสนับสนุนทางการเงินตามโครงการสินเชื่อเพื่อวิสาหกิจในชนบทที่ครบกำหนดเมื่อวันที่

๑๓ กันยายน ๒๕๕๑ วงเงิน ๓,๐๐๐.๐๐ ล้านบาท

โดยใช้เงินรายได้

(๓)

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยได้กู้เงินเพื่อดำเนินโครงการสนับสนุนทางการเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบกิจการใน

๓ จังหวัดภาคใต้ วงเงิน ๑,๐๕๘.๐๐ ล้านบาท

๔.

สรุปผลการดำเนินการตามแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๑ (เดือนเมษายน

- กันยายน ๒๕๕๑)

๔.๑

จากผลการดำเนินงานในช่วงเดือนเมษายน - กันยายน ๒๕๕๑ ที่กล่าวมาแล้ว

กระทรวงการคลังสามารถบริหารและจัดการหนี้สาธารณะตามกรอบแผนการบริหารหนี้สาธารณะ

ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๑ ได้ ๔๐๖,๕๙๑.๗๐ ล้านบาท

โดยคิดเป็นร้อยละ ๔๑.๑๐ ของแผน ฯ

๔.๒

ผลการกู้เงินและบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องอยู่ภายใต้กรอบเพดานเงินกู้ของแผนการบริหารหนี้สาธารณะ

ในปีงบประมาณ ๒๕๕๑ รัฐวิสาหกิจได้กู้เงินและบริหารหนี้รวมทั้งสิ้น ๒๙,๑๓๒.๐๐

ล้านบาท

๔.๓ จากการดำเนินการตามข้อ

๔.๑ และ ๔.๒ กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้กู้เงินและบริหารหนี้รวมทั้งสิ้น ๔๓๕,๗๒๓.๗๐

ล้านบาท แบ่งเป็นการกู้เงินใหม่ จำนวน ๑๒๒,๙๓๔.๐๐ ล้านบาท

และการบริหารหนี้ จำนวน ๓๑๒,๗๘๙.๗๐ ล้านบาท

หน่วย : ล้านบาท

หน่วยงาน

ผลการดำเนินงาน

การกู้ใหม่

การบริหารหนี้

รวม

- รัฐบาล

๖๒,๕๕๒.๑๒

๒๑๘,๙๖๙.๓๙

๒๘๑,๕๒๑.๕๑

- รัฐวิสาหกิจ

๖๐,๓๘๑.๘๘

๙๓,๘๒๐.๓๑

๑๕๔,๒๐๒.๑๙

รวม

๑๒๒,๙๓๔.๐๐

๓๑๒,๗๘๙.๗๐

๔๓๕,๗๒๓.๗๐

ทั้งนี้ การกู้เงินและบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจจำนวน ๑๕๔,๒๐๒.๑๙

ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๑๐๖,๒๙๘.๑๑

ล้านบาท และไม่ค้ำประกัน จำนวน ๔๗,๙๐๔.๐๘ ล้านบาท

การบริหารหนี้ที่ได้ดำเนินการทั้งในส่วนของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ

วงเงินรวมกันทั้งสิ้น ๓๑๒,๗๘๙.๗๐ ล้านบาท นั้น

สามารถลดยอดหนี้สาธารณะคงค้างได้ ๒๙,๕๒๐.๙๗ ล้านบาท

และลดภาระดอกเบี้ยได้ ๒,๐๓๘.๘๘ ล้านบาท

๔.๔

เมื่อรวมผลการดำเนินงานตามข้อ ๔.๓ กับผลการดำเนินงานในช่วง ๖

เดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๕๑ (เดือนตุลาคม ๒๕๕๐ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๑) ที่ได้รายงานไปแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม

๒๕๕๑ กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจสามารถดำเนินงานตามแผน ฯ ได้ทั้งสิ้น ๗๙๔,๘๔๖.๑๕

ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๘๐.๓๕ ของแผน ฯ

และเมื่อรวมกับผลการกู้เงินและบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องอยู่ภายใต้กรอบเพดานเงินกู้ของแผนการบริหารหนี้สาธารณะแล้ว

กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจสามารถกู้เงินและบริหารหนี้ไปได้ทั้งสิ้น ๕๗,๑๐๘.๐๕

ล้านบาท โดยสามารถลดยอดหนี้สาธารณะคงค้างได้ ๖๐,๑๒๖.๙๔

ล้านบาท และลดภาระดอกเบี้ยได้ ๒,๒๙๖.๘๘ ล้านบาท

ประกาศ ณ วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑

วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ

รองปลัดกระทรวงการคลัง

หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน

หมายเหตุ :- FIDF หมายถึง

กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

FIDF1 หมายถึง

พันธบัตรที่ออกภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจ

กระทรวงการคลัง

กู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือ

กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งรวมทั้งเงินกู้หรือตราสารหนี้ระยะสั้นที่

มีอายุ ไม่เกิน ๑ ปี

FIDF3 หมายถึง

พันธบัตรที่ออกภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจ

กระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือ

กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

ระยะที่สอง พ.ศ. ๒๕๔๕

ECP หมายถึง

การกู้เงินระยะสั้นในรูป

Euro Commercial Paper

เพื่อใช้เป็น Bridge

financing ก่อนการจัดหาเงินกู้

ระยะยาวต่อไป

Prepayment หมายถึง การชำระหนี้คืนก่อนครบกำหนดชำระ

Refinance หมายถึง การกู้เงินจากแหล่งใหม่เพื่อนำไปใช้คืนแหล่งเงินกู้เดิม

ซึ่งเป็นการลดต้นทุนการกู้เงิน

หรือขยายระยะเงินกู้

Repayment หมายถึง การชำระหนี้คืนตามกำหนดชำระ

Roll-over หมายถึง การกู้เงินใหม่เพื่อนำไปชำระเงินกู้ที่ครบกำหนดชำระ

เพื่อให้เงินกู้ดังกล่าวมีระยะเงินกู้สอดคล้องกับระยะ

คืนทุน

JBIC หมายถึง

Japan

Bank for International

Cooperation

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

ธันวาคม ๒๕๕๑

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๑๘๔ ง/หน้า ๑/๑ ธันวาคม ๒๕๕๑

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ 30 กันยายน 2551 และรายการการกู้เงินและค้ำประกันระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0e87c9f891bd2dd1

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com