法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยการรับคำร้องและการพิจารณาคำร้องของพนักงานตรวจแรงงาน พ.ศ. 2542

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
25
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ว่าด้วยการรับคำร้องและการพิจารณาคำร้องของพนักงานตรวจแรงงาน

พ.ศ. 2542

โดยที่มาตรา 123 และมาตรา 124 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 บัญญัติ

ให้ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรม กรณีที่ลูกจ้างถึงแก่ความตายมีสิทธิยื่นคำร้องเรียกบรรดาเงินที่นายจ้างไม่ชำระ

หรือคืนให้แก่ลูกจ้างตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ต่อพนัก งานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่หรือ

ที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่ตามแบบที่อธิบดีกำหนด และให้พนักงานตรวจแรงงานสอบสวนข้อเท็จจริงและมีคำสั่ง

วินิจฉัยคำร้องนั้น

เพื่อให้การรับคำร้องและการพิจารณาคำร้องของพนักงานตรวจแรงงานเป็นไปด้วยความ

เรียบร้อย เป็นธรรม มีระบบ และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 อธิบดี

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานว่าด้วยการรับคำร้องและ

การพิจารณาคำร้องของพนักงานตรวจแรงงาน พ.ศ. 2542"

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3 บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งอื่นใด ในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือ

ซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4 ให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจ

ตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

การรับคำร้อง

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5 เมื่อลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายยื่นคำร้องตามมาตรา 123 เพื่ออำนวยความสะ ดวกและเป็นการให้บริการแก่ผู้ร้องไม่ว่าผู้ร้องจะยื่นคำร้องต่พนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่

ใด ให้พนักงานตรวจแรงงานนั้นรับคำร้องไว้

กรณีที่มีการยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่นายจ้างมีภูมิลำเนาหรือท้องที่อื่น

ซึ่งมิใช่ท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ ให้พนักงานตรวจแรงงานผู้รับคำร้องชี้แจงให้ผู้ร้องได้ทราบว่าการรับคำร้องไว้

เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ร้อง โดยจะส่งให้พนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่เป็น

ผู้ดำเนินการพร้อมทั้งบันทึกจดแจ้งคำชี้แจงนั้นไว้เป็นหลักฐาน

ให้พนักงานตรวจแรงงานที่รับคำร้องไว้ตามวรรคสอง ประสานกับพนักงานตรวจแรงงาน

แห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่โดยจัดส่งคำร้องทางโทรสารหรือโดยวิธีอื่นใดภายในวันรุ่งขึ้นเป็นอย่างช้า และ

จัดส่งคำร้อง บันทึกการสอบสวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ไปภายในสามวันนับแต่วันที่รับ

คำร้อง ทั้งนี้ให้แจ้งให้ผู้ร้องได้ทราบโดยมิชักช้า

ในกรณีที่พนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ อยู่ในกรุงเทพมหานคร

ให้ดำเนินการประสานตามวรรคสาม ไปยังกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6 เพื่อให้การยื่นคำร้องของลูกจ้าง ทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึง แก่ความตาย

รวมตลอดถึงการพิจารณาคำร้องของพนักงานตรวงแรงงานเป็นไปอย่างถูกต้องและเสร็จสิ้นภายในเวลา

ที่กฎหมายกำหนด ให้พนักงานตรวจแรงงานผู้รับคำร้องตรวจสอบเอกสารหลักฐานเบื้องต้น ดังต่อไปนี้

(1) คำร้องให้ใช้แบบ คร.7 ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง

แบบคำร้องและแบบคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน ลงวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2541

(2) เอกสารหลักฐานที่ผู้ร้องพึงให้ไว้แก่พนักงานตรวจแรงงานเพื่อประกอบการพิจารณา

ดำเนินการ เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนซึ่งรับรองสำเนาถูกต้องและเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับคำร้อง

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7 เมื่อการยื่นคำร้องเป็นไปตามข้อ 5 และข้อ 6 ให้พนักงานตรวจแรงงานผู้รับคำร้อง

ลงทะเบียนรับคำร้องไว้เป็นหลักฐาน

การพิจารณาคำร้อง

มาตรา ข้อ 8

ข้อ 8 ให้พนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่เป็นผู้รับผิดชอบในการสอบสวน

ข้อเท็จจริง รวบรวมเอกสาร พยานหลักฐานจากนายจ้างลูกจ้างและผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งมีคำสั่งวินิจฉัยคำร้องของ

ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตาย

ในกรณีที่นายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเกี่ยวกับสิทธิได้รับเงินตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง

แรงงาน พ.ศ. 2541 ต่อเนื่องในท้ องที่ต่าง ๆ เกินกว่าท้องที่หนึ่งขึ้นไป ถ้าผู้ร้องได้ยื่นคำร้องในคราวเดียวกันต่อ

พนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ครั้งสุดท้าย ให้พนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่นั้นเป็น

ผู้รับผิดชอบดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ 9

ข้อ 9 การสอบสวนข้อเท็จจริง การรวบรวมเอกสารและพยานหลักฐานพนักงานตรวจแรงงาน

แห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่อาจขอความร่วมมือพนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่หรือ

ท้องที่อื่นที่เกี่ยวข้องดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง รวบรวมเอกสารและพยานหลักฐานให้ก็ได้

การขอความร่วมมือไปให้พนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่อื่นดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ กำหนดประเด็นที่ต้องการให้สอบสวนข้อเท็จจริง

ระบุเอกสารหรือพยานหลักฐานที่ต้องการอย่างชัดเจน

มาตรา ข้อ 10

ข้อ 10 ให้พนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ได้รับการร้องขอดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริง

ตามประเด็น รวบรวมเอกสารและพยานหลักฐานตามที่ร้องขอรวมตลอดถึงทำการสอบสวนข้อเท็จจริง และ

รวบรวมเอกสารพยานหลักฐานเพิ่มเติมโดยมิชักช้า

ให้พนักงานตรวจแรงงานตามวรรคหนึ่ง จัดส่งบันทึกการสอบสวนข้อเท็จจริง เอกสาร และ

พยานหลักฐานไปให้พนักงานตรวจแรง งานแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับการ

ร้องขอ

มาตรา ข้อ 11

ข้อ 11 ให้พนักงานตรวจแรงงานแจ้งสิทธิและหน้าที่ในกระบวนการพิจารณาให้คู่กรณีทราบ

ตามความจำเป็นแก่กรณี

ถ้าคำร้อง คำให้การ หรือคำชี้แจง มีข้อบกพร่องหรือมีข้อความที่อ่านไม่เข้าใจหรือผิดหลง

อันเห็นได้ว่า เกิดจากความไม่รู้หรือความเลินเล่อของคู่กรณีให้พนักงานตรวจแรงงานแนะนำให้คู่กรณีแก้ไข

เพิ่มเติมให้ถูกต้อง

มาตรา ข้อ 12

ข้อ 12 ในการสอบสวนข้อเท็จจริงจากคู่กรณี ให้พนักงานตรวจแรงงานทำการสอบสวน

ข้อเท็จจริงโดยเปิดเผย ในการนี้คู่กรณีมีสิทธินำทนายความหรือที่ปรึกษาของตนเข้าร่วมได้

ในกรณีที่นายจ้างหรือผู้แทนนายจ้างมิได้มาชี้แจงข้อเท็จจริง หลบหนี หรือจงใจประวิงการ

ชี้แจงข้อเท็จจริงโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้พนักงานตรวจแรงงานทำการสอบสวนข้อเท็จจริงจากลูกจ้าง หรือ

ทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตาย รวมตลอดถึงพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และพิจารณาดำเนินการ

ต่อไป

มาตรา ข้อ 13

ข้อ 13 พนักงานตรวจแรงงานต้องพิจารณาพยานบุคคล เอกสารหรือหลักฐานที่เห็นว่าจำเป็น

แก่การพิสูจน์ข้อเท็จจริง ทั้งนี้ ให้รวมถึงการดำเนินการดังต่อไปนี้

(1) แสวงหาพยานหลักฐานทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง

(2) รั บฟังพยานบุคคล เอกสาร หลักฐาน คำชี้แจง หรือความเห็นของคู่กรณี พยาน หรือ

พยานผู้เชี่ยวชาญที่คู่กรณีกล่าวอ้าง เว้นแต่พนักงานตรวจแรงงานเห็นว่าเป็นการกล่างอ้างที่ไม่จำเป็น ฟุ่มเฟือย

หรือเพื่อประวิงเวลา

(3) ขอข้อเท็จจริงหรือความเห็นจากคู่กรณี พยานบุคคล หรือพยาน

ผู้เชี่ยวชาญ

(4) ขอให้ผู้ครอบครองเอกสาร ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง

(5) ออกไปตรวจสอบสถานที่

มาตรา ข้อ 14

ข้อ 14 พนักงานตรวจแรงงานต้องให้คู่กรณีมีโอกาสที่จะได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ

และมีโอกาสที่จะได้โต้แย้งหรือแสดงพยานหลักฐานของตน

ความในวรรคหนึ่งมิให้นำมาใช้บังคับในกรณีดังต่อไปนี้ เว้นแต่พนักงานตรวจแรงงานจะเห็น

สมควรปฏิบัติเป็นอย่างอื่น

(1) เมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วน หากปล่อยให้เนิ่นช้าไป จะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง

แก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือจะกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ

(2) เมื่อจะมีผลทำให้ระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในการทำคำสั่งต้องล่าช้าออกไป

(3) เมื่อเป็นข้อเท็จจริงที่คู่กรณีได้ให้ไว้ในคำร้อง คำให้การ หรือคำชี้แจง

(4) เมื่อโดยสภาพเห็นได้ชัดในตัวว่าการให้โอกาสดังกล่าวไม่อาจกระทำได้

มาตรา ข้อ 15

ข้อ 15 คู่กรณีมีสิทธิขอตรวจดูเอกสาร หรือพยานหลักฐานที่จำเป็นเพื่อก ารโต้แย้งชี้แจง หรือ

ป้องกันสิทธิของตนได้

พนักงานตรวจแรงงานอาจไม่อนุญาตให้ตรวจดูเอกสาร หรือพยานหลักฐานได้ถ้าเป็นกรณีที่

ต้องรักษาไว้เป็นความลับ

คำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน

มาตรา ข้อ 16

ข้อ 16 โดยที่พนักงานตรวจแรงงานต้องดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงและมีคำสั่งภายใน

หกสิบวันนับแต่วันที่รับคำร้อง การนับระยะเวลาในการดำเนินการให้นับเมื่อ

(1) ในกรณีที่พนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่หรือที่นายจ้างมีภูมิลำเนาอยู่

เป็นผู้รับคำร้อง ให้เริ่มนับระยะเวลาเมื่อพนักงานตรวจแรงงานนั้นได้รับคำร้อง

(2) ในกรณีที่พนักงานตรวจแรงงานนอกท้องที่ตาม (1) เป็นผู้รับคำร้องและโทรสารส่งคำร้อง

ให้พนักงานตรวจแรงงานแห่งท้องที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่ในส่วนภูมิภาค หรือกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ในกรณีที่พนักงานตรวจแรงงานในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นผู้ดำเนินการให้เริ่มนับระยะเวลาเมื่อโทรสาร

ไปถึงจังหวัดหรือกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แล้วแต่กรณี

ทั้งนี้ การนับระยะเวลาเป็นวัน มิให้นับวันแรกแห่งระยะเวลานั้นรวมเข้าด้วย เว้นแต่จะได้

เริ่มการในวันนั้นตั้งแต่เวลาที่เริ่มต้นทำการตามปกติในทางราชการของพนักงานตรวจแรงงาน

ข ้อ 17 ในกรณีที่พนักงานตรวจแรงงานไม่อาจมีคำสั่งภายในกำหนดเวลาตามข้อ 16 ได้

ให้พนักงานตรวจแรงงานรายงานการดำเนินการ เหตุผลและความจำเป็นเพื่อขอขยายเวลาต่ออธิบดีกรมสวัสดิการ

และคุ้มครองแรงงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมอบหมายก่อนครบกำหนดเวลาดังกล่าว

สิบวันเป็นอย่างน้อย

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครอง

แรงงานมอบหมายอาจพิจารณาอนุญาตให้ขยายเวลาได้ตามที่เห็นสมควรทั้งนี้ ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่

ครบกำหนดตามข้อ 16

มาตรา ข้อ 18

ข้อ 18 เมื่อพนักงานตรวจแรงงานสอบสวนแล้วปรากฎว่า ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินอย่างหนึ่ง

อย่างใดที่นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ให้พนักงานตรวจแรงงาน

มีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินดังกล่าวให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตาย ภายใน

สิบห้าวัน นับแต่วันที่ทราบหรือถือว่าได้ทราบคำสั่ง

ในกรณีที่พนักงานตรวจแรงงานเห็นว่าลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่

ความตายไม่มีสิทธิได้รับเงินตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งและแจ้งเป็นหนังสือให้นายจ้างและ

ลูกจ้าง หรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่ งถึงแก่ความตายทราบ

คำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานตามวรรคหนึ่ง และวรรคสอง ให้ใช้แบบ คร.8 ตาม

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง แบบคำร้องและแบบคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน ลงวันที่

19 สิงหาคม พ.ศ. 2541

มาตรา ข้อ 19

ข้อ 19 ให้พนักงานตรวจแรงงานลงทะเบียนคำสั่งตามข้อ 18 ในทะเบียนวินิจฉัยคำร้องตาม

ลำดับ

การอุทธรณ์คำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน

มาตรา ข้อ 20

ข้อ 20 ให้พนักงานตรวจแรงงานแจ้งสิทธิการนำคดีไปสู่ศาลแรงงานในกรณีที่นายจ้าง ลูกจ้าง

หรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายไม่เห็นด้วยกับคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานนั้นไว้ท้ายคำสั่ง ทั้งนี้ เพื่อแจ้งให้บุคคลดังกล่าวนำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่งดังกล่าว

มาตรา ข้อ 21

ข้อ 21 ในกรณีที่นายจ้าง ลูกจ้าง หรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายนำคดี

ไปสู่ศาลแรงงานภายในกำหนดเวลาตามข้อ 20 ให้พนักงานตรวจแรงงานที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่กรุงเทพ

มหานครรายงานกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจะได้มอบหมายให้

กองนิติการประสานการต่อสู้คดีต่อไป สำหรับพนักงานตรวจแรงงานในส่วนภูมิภาคให้ประสานกับสำนักงาน

อัยการจังหวัดเพื่อดำเนินการต่อไป

การเพิกถอนหรือการแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่ง

มาตรา ข้อ 22

ข้อ 22 เมื่อคู่กรณีมีคำขอ พนักงานตรวจแรงงานอาจเพิกถอนหรือแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่ง

พนักงานตรวจแรงงานที่พ้นกำหนดอุทธรณ์ตามหมวด 4 ได้ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) มีพยานหลักฐานใหม่ อันอาจทำให้ข้อเท็จจริงที่ฟังเป็นอันยุติแล้วนั้นเปลี่ยนแปลงไป

ในสาระสำคัญ

(2) คู่กรณีที่แท้จริงมิได้เข้ามาในกระบวนการพิจารณาคำร้อง หรือได้เข้ามาในกระบวน

การพิจารณาครั้งก่อนแล้ว แต่ถูกตัดโอกาสโดยไม่เป็นธรรมในการมีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาคำร้อง

(3) พนักงานตรวจแรงงานไม่มีอำนาจที่จะทำคำสั่งตามคำร้องนั้น

(4) ถ้าคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานได้ออกโดยอาศัยข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายใดและต่อมา

ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายนั้นเปลี่ยนแปลงไปในสาระสำคัญในทางที่จะเป็นประโยชน์แก่คู่กรณี

การยื่นคำขอตาม (1) (2) หรือ (3) ให้กระทำได้เฉพาะเมื่อคู่กรณีไม่อาจทราบถึงเหตุนั้น

ในการพิจารณาครั้งที่แล้วมาก่อนโดยไม่ใช่ความผิดของผู้นั้น

การยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ ต้องกระทำภายในเก้าสิบวันนับแต่ผู้นั้นได้รู้ถึงเหตุซึ่งอาจขอให้

พิจารณาใหม่ได้

มาตรา ข้อ 23

ข้อ 23 พนักงานตรวจแรงงานหรือผู้บังคับบัญชาของพนักงานตรวจแรงงาน อาจเพิกถอน

หรือแ ก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานได้ ไม่ว่าจะพ้นกำหนดอุทธรณ์ตามหมวด 4 หรือไม่ก็ตาม

เมื่อมีเหตุหนึ่งเหตุใดตามข้อ 22 (1) (2) (3) หรือ (4)

การบังคับตามคำสั่ง

มาตรา ข้อ 24

ข้อ 24 คำสั่งพนักงานตรวจแรงงานที่กำหนดให้นายจ้างชำระเงินภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่

ทราบหรือถือว่าได้ทราบคำสั่ง ถ้าถึงกำหนดแล้วไม่มีการชำระเงินโดยถูกต้อง ครบถ้วนและครบกำหนด

สามสิบวันแล้ว ให้พนักงานตรวจแรงงานใช้มาตรการบังคับตามคำสั่งโดยการดำเนินคดีอาญาได้

มาตรา ข้อ 25

ข้อ 25 ในกรณีที่นายจ้างได้ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานภายในเวลาที่กำหนด

การดำเนินคดีอาญาต่อนายจ้างให้เป็นอันระงับไป

มาตรา ข้อ 26

ข้อ 26 การดำเนินคดีอาญาให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงแรงานและสวัสดิการสังคมว่าด้วย

การดำเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

ประกาศ ณ วันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2542

ศักดิ์ชัย ศักดิ์กุลวงศ์

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

[รก.2542/12ง/31 - 11:02:2542]

25 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยการรับคำร้องและการพิจารณาคำร้องของพนักงานตรวจแรงงาน พ.ศ. 2542 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0e8cf41673508e59

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com