法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 1/2552 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
4
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งนายกรัฐมนตรี

คำสั่งนายกรัฐมนตรี

ที่ ๑/๒๕๕๒

เรื่อง

กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง[๑]

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่

๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ กำหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชน

เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในค่าครองชีพจากปัญหาน้ำมันแพง โดยลดอัตราภาษีสรรพสามิตของน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นระยะเวลา

๖ เดือน ตั้งแต่วันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ และมาตรการดังกล่าวจะสิ้นสุดในวันที่

๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ดังนั้น

เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบรุนแรงต่อประชาชนในการปรับเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตของน้ำมันเชื้อเพลิง

จึงต้องใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาบรรเทาผลกระทบดังกล่าว

เพื่อให้ราคาขายปลีกทยอยปรับเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาที่เหมาะสม

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๓ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๑๖

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายนายกรัฐมนตรีจึงออกคำสั่งไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในข้อ ๓ ของคำสั่งนายกรัฐมนตรี

ที่ ๒/๒๕๕๑ เรื่อง

กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๒๒

กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๓ เมื่อการเพิ่มภาษีสรรพสามิตของน้ำมันเชื้อเพลิงมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่

๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒ ทำให้เกิดส่วนต่างของราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง

ให้ผู้ค้าน้ำมันและเจ้าของสถานีบริการส่งเงินเข้ากองทุนในปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิ

ในเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา

ของวันก่อนวันที่ราคาขายปลีกใหม่ตามประกาศสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานมีผลใช้บังคับ

คูณด้วยส่วนต่างราคา

ถ้าผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการรายใดที่ได้รับเงินชดเชยตามข้อ

๒ ไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ หรือปิดคลังน้ำมัน

หรือสถานีบริการ หรือกระทำการใด ๆ ทำให้พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปตรวจวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิหรือคำนวณเงินส่งเข้ากองทุนตามวรรคหนึ่งได้

ให้ผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการมีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุนในจำนวนเงินที่คำนวณจากปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิที่ตรวจวัดได้เมื่อวันที่

๒๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ คูณด้วยส่วนต่างราคาตามประกาศราคาขายปลีกตามวรรคหนึ่ง

เว้นแต่ผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการรายนั้นยังไม่ได้รับเงินชดเชยจากส่วนต่างราคาในการลดภาษีสรรพสามิตเมื่อวันที่

๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิตามวรรคหนึ่ง

ไม่รวมถึงน้ำมันเบนซินพื้นฐานชนิดที่ ๑ และชนิดที่ ๒ และน้ำมันดีเซลพื้นฐาน

ผู้ค้าน้ำมันที่ได้รับเงินชดเชยจากการปรับลดภาษีสรรพสามิต

เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ สำหรับน้ำมันเบนซินพื้นฐานชนิดที่ ๑ และชนิดที่

๒ และน้ำมันดีเซลพื้นฐานไปทั้งจำนวนแต่ยังมีปริมาณน้ำมันดังกล่าวเหลืออยู่ในวันที่

๓๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ ให้แจ้งปริมาณคงเหลือต่อกรมธุรกิจพลังงานภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่การเพิ่มภาษีสรรพสามิตของน้ำมันเชื้อเพลิงมีผลใช้บังคับเพื่อคำนวณเงินที่ต้องจ่ายคืนกองทุนตามอัตราเงินชดเชยที่ได้รับไป”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๖

ของคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๒/๒๕๕๑ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

ลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๖ เมื่อมีประกาศราคาขายปลีกจากการเพิ่มภาษีสรรพสามิตตามข้อ

๓ ให้

(๑)

ผู้ค้าน้ำมันปฏิบัติดังต่อไปนี้

(ก)

หยุดขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากคลังน้ำมันเชื้อเพลิง ตั้งแต่เวลา ๒๔.๐๐

นาฬิกาของวันก่อนวันที่ราคาขายปลีกใหม่มีผลใช้บังคับ

จนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะได้ไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือแล้ว

เว้นแต่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานจะมีเหตุผลสมควรสั่งเป็นอย่างอื่น

(ข)

ให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการตรวจวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ

รวมทั้งตรวจสอบและลงลายมือชื่อรับรองผลการตรวจวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือในแบบตรวจสอบ

(ค)

แจ้งปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในระหว่างการขนส่ง

ที่ซื้อหรือได้จากผู้ผลิตและโรงกลั่นน้ำมันในราชอาณาจักร ที่สั่งหรือนำเข้ามาเพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักร

รวมทั้งปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผู้ค้าน้ำมันจ่ายจากคลังน้ำมัน

เพื่อส่งไปให้แก่เจ้าของสถานีบริการก่อนเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา

ของวันก่อนวันที่ราคาขายปลีกใหม่มีผลใช้บังคับ

และส่งมอบให้แก่เจ้าของสถานีบริการภายหลังเวลาดังกล่าวรวมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงที่รับฝากจากผู้อื่น

(ถ้ามี) ต่อกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน

อย่างช้าไม่เกินสามวันทำการนับแต่วันที่ราคาขายปลีกใหม่มีผลใช้บังคับ

(๒)

เจ้าของสถานีบริการปฏิบัติดังต่อไปนี้

(ก)

หยุดขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงตั้งแต่เวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา ของวันก่อนวันที่ราคาขายปลีกใหม่มีผลใช้บังคับ

จนกว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จะได้ไปตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือแล้ว

เว้นแต่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานจะมีเหตุผลสมควรสั่งเป็นอย่างอื่น

(ข)

ให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการตรวจวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ

รวมทั้งตรวจสอบและลงลายมือชื่อรับรองผลการตรวจวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือในแบบตรวจสอบ

(ค)

แจ้งปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในระหว่างการขนส่ง

ที่ซื้อหรือได้จากผู้ค้าน้ำมันก่อนเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกา

ของวันก่อนวันที่ราคาขายปลีกใหม่มีผลใช้บังคับ และมาถึงสถานีบริการภายหลังเวลาดังกล่าว

รวมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงที่รับฝากจากผู้อื่น (ถ้ามี)

ต่อกรมธุรกิจพลังงานกระทรวงพลังงาน

อย่างช้าไม่เกินสามวันทำการนับแต่วันที่ราคาขายปลีกใหม่มีผลใช้บังคับ

(๓)

กรมธุรกิจพลังงานแจ้งเป็นหนังสือภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ราคาขายปลีกใหม่มีผลใช้บังคับ

ให้ผู้ค้าน้ำมันและเจ้าของสถานีบริการทราบจำนวนเงินที่เรียกเก็บเข้ากองทุนซึ่งคำนวณจากปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิที่ได้เสียภาษีสรรพสามิตแล้วของน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดคูณด้วยส่วนต่างราคา

พร้อมกับส่งสำเนาหนังสือให้สถาบันทราบ และให้ผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการดังกล่าวนำหนังสือของกรมธุรกิจพลังงานไปจ่ายเงินเข้ากองทุนต่อสถาบัน

ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ลงในหนังสือดังกล่าว”

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของข้อ ๙

ของคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๒/๒๕๕๑ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

ลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

“ประกาศราคาขายปลีกใหม่ตามวรรคหนึ่ง

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานอาจประกาศในคราวเดียวหรือหลายคราวก็ได้”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๘

มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๒๘

มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายกรัฐมนตรี

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

อุรารักษ์/ตรวจ

๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒

อภิญญา/ปรับปรุง

๙ ตุลาคม ๒๕๕๗

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๑๕ ง/หน้า ๔๖/๒๙ มกราคม ๒๕๕๒

4 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 1/2552 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0f2de39c1cfba0f5

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com