法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 11/2551 เรื่อง การอนุญาตให้บริษัทเงินทุนทำธุรกรรม Credit Default Swaps และ Credit Linked Notes

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่ สนส. 11/2551

เรื่อง การอนุญาตให้บริษัทเงินทุนทําธุรกรรม Credit Default Swaps และ Credit Linked Notes

อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอนุญาตให้บริษัทเงินทุนทําธุรกรรม Credit Default Swaps (CDS) และ Credit L inked Notes (CLN) ได้ตั้งแต่ปี 2546 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาตลาดทางการเงินอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มทางเลือกในการบริหารความเสี่ยงและการลงทุนให้แก่บริษัทเงินทุน โดยบริษัทเงินทุนจะต้องมีความรู้ความสามารถ และมีระบบบริหารความเสี่ยงที่สามารถรองรับการทําธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และโดยที่ได้มีการตราพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้เห็นควรออกประกาศฉบับนี้เพื่ออนุญาตและกําหนดกรอบในการอนุญาตให้บริษัทเงินทุนทําธุรกรรม CDS และ CLN รวมเป็นฉบับเดียวกัน และสอดคล้องกับกฎหมายดังกล่าว โดยมีการเปลี่ยนแปลงสาระสําคัญจากหลักเกณฑ์เดิมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารความเสี่ยงของธุรกรรม ซึ่งจะเน้นหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงในการดูแลให้บริษัทเงินทุนมีระบบบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสม สอดคล้องกับลักษณะความซับซ้อนและปริมาณธุรกรรมที่ทํา และมีการปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้ โดยเคร่งครัด

อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 29 มาตรา 30 มาตรา 36 มาตรา 50 มาตรา 52 และมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้บริษัทเงินทุนทําธุรกรรม Credit Default Swaps และ Credit Linked Notes ตามหลักเกณฑ์ในประกาศนี้

อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับกับบริษัทเงินทุนตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง

อื่นๆ - 4. ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเถิก

ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก ตามเอกสารแนบ 1

อื่นๆ - 5. เนื้อหา

5.1 ในประกาศฉบับนี้

"ธุรกรรม Credit Default Swaps (CDS)" หมายความว่า การซื้อขายข้อตกลงที่จะรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิตที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการชําระหนี้ของสินทรัพย์อ้างอิงหรือสินทรัพย์อื่นที่เกี่ยวข้องกับผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงตามที่กําหนดไว้ในสัญญา (Obligation Category and Obligation Characteristics) โดยผู้ซื้อตกลงจะจ่ายเงินค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ขายและผู้ขายตกลงจะจ่ายเงินตามจํานวนที่ตกลงไว้ (Credit Event Payment) เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการชําระหนี้ (Credit Event) ขึ้น ซึ่งจะมีผลให้ข้อตกลงครบกําหนดทันที โดยการชําระราคาอาจทําได้ 2 วิธี ได้แก่ (1) Physical Settlement หรือ (2) Cash Settlement อย่างไรก็ดี หากไม่เกิด Credit Event ข้อตกลงจะสิ้นสุดในวันครบกําหนดตามปกติ

"ธุรกรรม Credit L inked Notes (CLN)" หมายความว่า ธุรกรรมที่ประกอบด้วยธุรกรรม 2 ธุรกรรม คือ (ก) ธุรกรรม CDS และ (ข) ธุรกรรมการกู้ยืมเงินหรือซื้อขายตราสาร ซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้

(1) ผู้ขายข้อตกลงรับประกันความเสี่ยงตามธุรกรรม CDS นําเงินมาวางเป็นประกันแก่ผู้ซื้อข้อตกลงรับประกันความเสี่ยง ผ่านการทําธุรกรรมการให้กู้ยืมหรือซื้อตราสารตั้งแต่วันเริ่มต้นของข้อตกลง

(2) ผู้ขายข้อตกลงรับประกันความเสี่ยงตามธุรกรรม CDS จะได้รับดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนจากเงินให้กู้หรือเงินลงทุนในตราสารเป็นอัตราอ้างอิงกับความเสี่ยงด้านเครดิตของสินทรัพย์อ้างอิงที่ตนเข้ารับประกัน

(3) เมื่อเกิด Credit Event ขึ้น จะมีผลให้ข้อตกลงครบกําหนดทันที และผู้ซื้อข้อตกลงรับประกันความเสี่ยงตามธุรกรรม CDS ต้องส่งมอบสินทรัพย์ที่ได้ระบุในสัญญาว่าจะใช้ในการส่งมอบได้ (Deliverable Obligation) ให้แก่ผู้ขาย (Physical Settlement) หรือจ่ายชําระเป็นเงินสดมูลค่าเทียบเท่ามูลค่าที่อาจเรียกคืนได้ของสินทรัพย์อ้างอิงนั้นให้แก่ผู้ขายก็ไค้ (Cash Settlement) โดยการชําระราคาดังกล่าวถือเป็นการชําระคืนเงินกู้หรือเงินตามตราสารตามสัญญา CLN แล้วแต่กรณี

(4) หากไม่เกิด Credit Event ในระหว่างอายุสัญญา ข้อตกลงจะสิ้นสุดในวันครบกําหนดตามปกติ และผู้ซื้อข้อตกลงรับประกันความเสี่ยงในฐานะผู้กู้ยืมหรือผู้ออกตราสารจะต้องชําระคืนเงินต้นพร้อมผลตอบแทนเต็มจํานวนให้แก่ผู้ขายข้อตกลงรับประกันความเสี่ยง

"Credit Event Payment" หมายความว่า จํานวนเงินที่ผู้ขายข้อตกลงรับประกันความเสี่ยง (Protection Seller) ต้องจ่ายชําระให้กับผู้ซื้อข้อตกลงรับประกันความเสี่ยง (Protection Buyer) เมื่อเกิด Credit Event ตามที่ระบุในสัญญา

โดยปกติการจ่ายชําระเงินเมื่อเกิด Credit Event จะทําได้ 2 วิธี คือ

(1) Physical Settlement หมายความว่า ผู้ขายข้อตกลงรับประกันความเสี่ยง (Protection Seller) จ่ายเงินจํานวนเท่ากับมูลค่าที่ตราไว้ของสินทรัพย์อ้างอิง เพื่อแลกกับการรับมอบสินทรัพย์ที่ได้ระบุในสัญญาว่าจะใช้ในการส่งมอบได้ (Deliverable Obligation) เมื่อเกิด Credit Event จากผู้ซื้อข้อตกลงรับประกันความเสี่ยง (Protection Buyer)

(2) Cash Settlement หมายความว่า ผู้ขายข้อตกลงรับประกันความเสี่ยง (Protection Seller) จะจ่ายเงินสดให้แก่ผู้ซื้อข้อตกลงรับประกันความเสี่ยง (Protection Buyer) ในจํานวนคงที่ตามที่ระบุไว้ในสัญญา (Binary payout) หรือจํานวนที่สูงกว่าระหว่าง (2.1) ส่วนต่างระหว่างมูลค่าที่ตราไว้ของสินทรัพย์อ้างอิงกับมูลค่าที่อาจเรียกคืนได้ (Recovery Value) ของสินทรัพย์อ้างอิงหลังจากเกิด Credit Event แล้ว หรือ (2.2) การไม่ต้องง่ายเงิน ในกรณีที่ส่วนต่างตาม (2.1) ติดลบ ซึ่งตามปกติจะมีการระบุ Calculation Agent ไว้ในสัญญา

"Credit Event" หมายความว่า เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการชําระหนี้ที่ระบุในสัญญา Credit Derivatives ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วเป็นผลให้ผู้ขายข้อตกลงรับประกันความเสี่ยงต้องชําระเงินในจํานวนที่ตกลงกัน (Credit Event Payment) ให้แก่ผู้ซื้อข้อตกลงรับประกันความเสี่ยง เช่น การล้มละลาย การผิดนัดชําระเงินนหรือดอกเบี้ย การ ไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพัน การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิง (Reference Entity) เป็นต้น

"Deliverable Obligation" หมายความว่า สินทรัพย์อ้างอิงหรือสินทรัพย์อื่น ๆ ที่ออกโดยผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิง ซึ่งได้ระบุในสัญญา Credit Derivatives ว่าสามารถใช้ในการส่งมอบได้เมื่อเกิด Credit Event (เฉพาะในกรณีที่มีการชําระราคาแบบ Physical Settlement)

"ผู้ลงทุนสถาบัน" หมายความว่า ผู้ลงทุนสถาบันตามที่มีรายชื่อในเอกสารแนบ 2

5.2 ขอบเขตธุรกรรมที่ได้รับอนุญาต

ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้บริษัทเงินทุนทําธุรกรรม Credit Default Swaps และ Credit Linked Notes โดยมีขอบเขตของธุรกรรม ดังนี้

5.2.1 ให้บริษัทเงินทุนทําธุรกรรม CDS หรือ CLN ได้ทั้งในฐานะผู้ซื้อและผู้ขายประกันความเสี่ยงด้านเครดิต

5.2.2 บริษัทเงินทุนที่ประสงค์จะทําธุรกรรม CDS หรือ CLN ในฐานะผู้ซื้อประกันความเสี่ยงด้านเครดิตของสินทรัพย์อ้างอิงใดจะต้องมีภาระความเสี่ยงด้านเครดิตของสินทรัพย์นั้นตลอดอายุของ CDS หรือ CLN โดยอายุของสินทรัพย์อ้างอิงดังกล่าวต้องไม่ต่ํากว่าอายุของ CDS หรือ CLN

5.2.3 ข้อกําหนดเกี่ยวกับคู่สัญญา

(1) บริษัทเงินทุนทําธุรกรรมในฐานะผู้ซื้อประกันความเสี่ยงด้านเครดิตได้เฉพาะกับผู้ลงทุนสถาบันเท่านั้น แต่ไม่รวมถึงการทําธุรกรรมกับธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ ซึ่งไม่สามารถทําธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการรับโอนความเสี่ยงด้านเครดิตได้

(2) บริษัทเงินทุนทําธุรกรรมในฐานะผู้ขายประกันความเสี่ยงด้านเครดิตได้เฉพาะกับลูกค้าที่มีภาระความเสี่ยงด้านเครดิตของสินทรัพย์อ้างอิงนั้นเท่านั้น

5.2.4 ในการทําธุรกรรม บริษัทเงินทุนต้องไม่ทําธุรกรรม CDS หรือ CLN ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นตราสารที่นับเข้าเป็นเงินกองทุนของสถาบันการเงินผู้ขายประกันความเสี่ยงเองและการทําธุรกรรม CDS หรือ CLN ที่อ้างอิงกับกลุ่มสินทรัพย์อ้างอิง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย

5.3 หลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจ

5.3.1 การบริหารความเสี่ยง

บริษัทเงินทุนต้องมีระบบการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสม สอดคล้องกับลักษณะ ปริมาณ และความซับซ้อนของการทําธุรกรรม ดังนี้

(1) บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหาร

(1.1) คณะกรรมการบริษัทจะต้องเข้าใจลักษณะธุรกรรมและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง กําหนดและอนุมัตินโยบายซึ่งรวมถึงกลยุทธ์ในการทําธุรกรรม การบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายในและการตรวจสอบ อย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร รวมทั้งอนุมัติระเบียบผลิตภัณฑ์ (Product Program) สําหรับธุรกรรมประเภทใหม่ก่อนที่บริษัทเงินทุนจะเริ่มทําธุรกรรมนั้นๆ

ทั้งนี้ ในการเปลี่ยนแปลงนโยบายซึ่งรวมถึงกลยุทธ์ข้างต้นรวมทั้งระเบียบผลิตภัณฑ์ คณะกรรมการบริษัทจะต้องให้ความเห็นชอบก่อนทุกครั้ง

(1.2) คณะกรรมการบริษัทจะต้องนําผลการจัดระดับความเสี่ยงรวมด้านตลาดและด้านปฏิบัติการที่ได้รับจากการตรวจสอบประจําปีของธนาคารแห่งประเทศไทยมาพิจารณาประกอบในการอนุญาตขอบเขตและลักษณะของธุรกรรม รวมทั้งการพิจารณาความมีประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงเพื่อรองรับการทําธุรกรรม ทั้งนี้ จะต้องไม่มีข้อสังเกตในเรื่องธรรมาภิบาลและการปฏิบัติตามคําสั่งการของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างมีนัยสําคัญด้วย

(1.3) คณะกรรมการบริษัทจะต้องกําหนดให้มีคณะกรรมการย่อย เช่น คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและคณะกรรมการตรวจสอบ รวมทั้งผู้บริหารระดับสูง ดูแลการทําธุรกรรม CDS และ CLN ซึ่งคณะกรรมการย่อยหรือผู้บริหารระดับสูงต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในธุรกรรมดังกล่าวและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี และจะต้องเป็นผู้ควบคุมดูแลการทําธุรกรรมดังกล่าวตามนโยบายซึ่งรวมถึงกลยุทธ์ที่ได้รับความเห็นชอบแล้วอย่างใกล้ชิด และให้ความสําคัญในการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากการทําธุรกรรมดังกล่าวด้วย

(1.4) ตามหลักการของการอนุญาตธุรกรรม บริษัทเงินทุนที่ทําธุรกรรมจะต้องมีฐานะการเงินและเงินกองทุนเพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของอันดับความน่าเชื่อถือ ความสามารถในการชําระหนี้ ตัวแปรด้านตลาดรวมถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่างๆ และความเสี่ยงด้านคู่สัญญาจากธุรกรรม ทั้งในภาวะปกติและภาวะที่ตลาดมีความผันผวนสูง ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทต้องกําหนดวิธีการในการพิจารณาฐานะและความเพียงพอของเงินกองทุนก่อนเข้าทําธุรกรรม และผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตามวิธีการที่กล่าวก่อนเข้าทําธุรกรรมด้วย

(2) นโยบายและกลยุทธ์ในการทําธุรกรรม

บริษัทเงินทุนต้องกําหนดนโยบายและกลยุทธ์ในการทําธุรกรรม CDS หรือ CLN ให้ครอบคลุมขอบเขต ลักษณะ และปริมาณหรือเพดานสูงสุดของธุรกรรมที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ บริษัท โดยอาจแบ่งเป็นประเภทต่างๆ ตามความเหมาะสม เช่น ประเภทธุรกรรมประเภทสินทรัพย์อ้างอิงที่ได้รับอนุญาต สกุลเงิน ระยะเวลา ประเภทของคู่สัญญา จํานวนเงินขั้นสูงหรือขั้นต่ํา โดยในการพิจารณานั้น คณะกรรมการบริษัทจะต้องพิจารณาฐานะการเงิน และเงินกองทุนรวมทั้งความพร้อมของระบบและบุคลากรในการรองรับการทําธุรกรรม และการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย

(3) การจัดทําระเบียบผลิตภัณฑ์ (Product Program) สําหรับธุรกรรมบริษัทเงินทุนต้องจัดทําระเบียบผลิตภัณฑ์ (Product Program) สําหรับธุรกรรม CDS หรือ CLN โดยระเบียบผลิตภัณฑ์ที่กล่าวจะต้องลงนามให้ความเห็น โดยหัวหน้าฝ่ายงานหรือสายงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และผ่านการอนุมัติของคณะกรรมการบริษัทก่อนเริ่มทําธุรกรรมนั้นๆ ซึ่งรายละเอียดที่ต้องกําหนด ได้แก่

(3.1) ลักษณะและโครงสร้างของธุรกรรม

(3.2) ความเสี่ยงและการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง

(3.3) ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และการพิจารณาความเหมาะสมของลูกค้า

(3.4) รายละเอียดขั้นตอนในการทําธุรกรรม

(3.5) วิธีการกําหนดราคาและการประเมินมูลค่ายุติธรรมของธุรกรรม

(3.6) อํานาจในการอนุมัติของผู้บริหารแต่ละระดับ

(3.7) วิธีการบันทึกบัญชีของรายการดังกล่าว ระบบ/วิธีการทางภาษีอากร

(3.8) วิธีการหรือแนวทางในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เกี่ยวข้อง

(3.9) การจัดทํารายงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งขั้นตอนการรายงานและการปฏิบัติกรณีเกิดความเสียหายเกินกว่าเพดานที่กําหนดด้วย

(3.10) ประเด็นทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมดังกล่าว

(3.11) ข้อมูลอื่น ๆ ที่จําเป็น

(4) นโยบายและกายุทธ์การบริหารความเสี่ยง จะต้องครอบคลุมเรื่องต่อไปนี้

(4.1) การจัดโครงสร้างองค์กรที่ส่งเสริมให้เกิดการบริหารความเสี่ยง (วัด ติดตาม บริหาร และควบคุม) อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีหน่วยงานในการบริหารความเสี่ยงที่เป็นอิสระจากหน่วยงานที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงทั้งในด้านการจัดโครงสร้างองค์กรและในทางปฏิบัติ

(4.2) การระบุประเภทความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการทําธุรกรรม CDS หรือ CLN ให้ครบถ้วนทุกประเภท และกําหนดประเภทของความเสี่ยงที่บริษัทเงินทุนอาจมี โดยพิจารณาความพร้อมในการบริหารและรองรับความเสี่ยงดังกล่าว การกําหนดนโยบายให้มีการปิดความเสี่ยงในธุรกรรมที่ไม่มีระบบบริหารความเสี่ยงรองรับหรือที่บริษัทเงินทุนไม่สามารถบริหารความเสี่ยงนั้น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ในการพิจารณาความเสี่ยงในการทําธุรกรรมบริษัทเงินทุนจะต้องพิจารณาข้อมูลและวิเคราะห์ความเสี่ยงที่เกิดจากประเภท โครงสร้างธุรกรรมปัจจัยเสี่ยงต่างๆ สินทรัพย์อ้างอิงแต่ละตัว คู่สัญญา รวมทั้งการประเมินค่าสหสัมพันธ์ต่างๆ (Correlation) ซึ่งรวมถึงค่าสหสัมพันธ์ของสินทรัพย์ที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงกับคู่สัญญาซึ่งอาจมีผลให้การป้องกันความเสี่ยงดังกล่าวไม่มีประสิทธิภาพ ความเสี่ยงคงเหลือที่เกิดจากความไม่สอดคล้องกันของการป้องกันความเสี่ยง (ถ้ามี) และการเข้าถึงเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงด้วย

(4.3) การกําหนดให้มีระบบงานรองรับการบริหารความเสี่ยงทุกประเภทของบริษัทเงินทุนอย่างครบถ้วน มีประสิทธิภาพและเหมาะสม สามารถสะท้อนและรองรับการวัด บริหาร ติดตาม และควบคุม ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการทําธุรกรรมทั้งหมดได้อย่างถูกต้อง แม่นยํา รวมทั้งติดตามดูแลให้มีการนําระบบงานดังกล่าวไปใช้ในทางปฏิบัติ ทั้งนี้ บริษัทเงินทุนจะต้องทดสอบประสิทธิภาพ ความถูกต้อง และแม่นยําของระบบบริหารความเสี่ยงภายในระยะเวลาที่เหมาะสมเป็นประจําสม่ําเสมอ

(4.4) การกําหนดหลักเกณฑ์วิธีการที่ใช้ในการประเมินมูลค่ายุติธรรม (Mark to Market) ที่เหมาะสม ชัดเจน และสะท้อนมูลค่าตลาดที่แท้จริง และมีการประเมินมูลค่ายุติธรรมของยอดคงค้าง ณ ทุกสิ้นวันทําการ ตามหลักเกณฑ์ดังนี้

(4.4.1) ในการประเมินมูลค่ายุติธรรม บริษัทเงินทุนต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีไทยในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในขณะที่ยังไม่มีมาตรฐานการบัญชีดังกล่าว ให้บริษัทเงินทุนปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสรุปได้ตามเอกสารแนบ 3 ทั้งนี้ ในการประเมินมูลค่ายุติธรรม บริษัทเงินทุนจะต้องเลือกใช้ราคาที่เหมาะสมกับฐานะที่ถือครองอยู่ เช่น กรณีบริษัทเงินทุนเป็นผู้ลงทุนในตราสาร ก็ควรจะต้องเลือกใช้ราคาเสนอซื้อในการประเมินมูลค่ายุติธรรม เป็นต้น จนกว่ามาตรฐานการบัญชีจะกําหนดเป็นอย่างอื่น

(4.4.2) ในกรณีที่บริษัทเงินทุนใช้เทคนิคการประเมินมูลค่าตามวิธีการในข้อ 2.3 - 2.5 ของเอกสารแนบ 3 เทคนิคดังกล่าวจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอิสระให้การรับรองด้วย โดยผู้เชี่ยวชาญอิสระดังกล่าวอาจจะเป็นบุคคลหรือหน่วยงานภายในหรือภายนอกบริษัทเงินทุนก็ได้ แต่จะต้องเป็นอิสระจากหน่วยงานที่ทําหน้าที่พัฒนาเทคนิคหรือแบบจําลองดังกล่าว และหน่วยงานที่เป็นผู้ใช้เทคนิคหรือแบบจําลองดังกล่าว อย่างไรก็ดี ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบวิธีการที่ใช้ในการประเมินมูลค่ายุติธรรมที่กล่าวของบริษัทเงินทุนใดแล้วพบว่าบริษัทเงินทุนยังถือปฏิบัติไม่รัดกุมหรือไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจพิจารณาสั่งการให้ดําเนินการเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

(4.4.3) สําหรับธุรกรรม CDS หรือ CLN ที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงในบัญชีเพื่อการธนาคาร (Banking Book) และธุรกรรม CDS หรือ CLN ที่บริษัทเงินทุนบริหารความเสี่ยงธุรกรรมแบบ Back to Back ซึ่งทําให้ไม่มีความเสี่ยงด้านเครดิตที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์อ้างอิงเหลืออยู่ ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนผันให้บริษัทเงินทุนประเมินมูลค่ายุติธรรมของธุรกรรมดังกล่าวในทุกวันสิ้นเดือนแทน

(4.5) กําหนดเพดานความเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ เหมาะสมกับกลยุทธ์ ฐานะการเงิน และเงินกองทุน ของบริษัทเงินทุนเองรวมทั้งสอดคล้องกับระบบบริหารความเสี่ยงที่บริษัทเงินทุนใช้ เช่น Stop loss limit, Correlation risk limit ตลอดจนเพดานความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการกระจุกตัวต่าง ๆ เช่น การกระจุกตัวในสินทรัพย์อ้างอิงประเภทใดประเภทหนึ่ง หรือผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงรายใดรายหนึ่ง หรืออุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง หรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งด้วย โดยบริษัทเงินทุนจะต้องมีหน่วยงานที่เป็นอิสระ ประกอบด้วยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเพียงพอที่จะสามารถทําหน้าที่ประเมิน ติดตาม ควบคุม ตรวจสอบดูแลการบริหารความเสี่ยงโดยรวมของบริษัทเงินทุนนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(4.6) การรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทผ่านทางคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ําเสมอ

(5) นโยบายการควบคุมภายในและตรวจสอบ จะต้องครอบคลุมถึงเรื่องต่อไปนี้

(5.1) การจัดโครงสร้างองค์กรที่ส่งเสริมให้เกิดการบริหารความเสี่ยง (วัด ติดตาม บริหาร และควบคุม) การควบคุมภายในและตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ มีการแบ่งแยกหน้าที่ และการจัดโครงสร้างองค์กร สายบังคับบัญชา ที่เหมาะสมและชัดเจน

(5.2) กําหนดให้คณะกรรมการย่อยหรือคณะผู้บริหารระดับสูงกําหนดรายละเอียดขั้นตอนในการทําธุรกรรม จัดทําระเบียบและวิธีปฏิบัติในการควบคุมภายในอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้เกิดความรัดกุมในการปฏิบัติงานและช่วยในการติดตามดูแลการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับนโยบายและกลยุทธ์ที่ได้รับความเห็นชอบ

(5.3) การตรวจสอบการปฏิบัติตามขั้นตอนการปฏิบัติโดยหน่วยงานอิสระ ตามระเบียบวิธีการ และความถี่ที่กําหนด

(5.4) การรายงานการติดตามการปฏิบัติตามระบบการควบคุมภายในทั้งในกรณีปกติอย่างสม่ําเสมอ และกรณีที่พบการปฏิบัติที่ไม่รัดกุม ซึ่งต้องรายงานเพื่อพิจารณากําหนดแนวทางแก้ไขปรับปรุง และป้องกันปัญหาในอนาคตอย่างต่อเนื่อง โดยจัดทํารายงานการตรวจสอบภายในเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบ

(6) บุคลากร

บริษัทเงินทุนต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถและประสบการณ์เพียงพอในแต่ละส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หน่วยงานที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงหน่วยงานบริหารความเสี่ยง หน่วยงานด้านปฏิบัติการ และหน่วยงานควบคุมภายในที่เพียงพอที่จะรองรับการประกอบธุรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร

5.3.2 ข้อกําหนดเกี่ยวกับการป้องกันผลกระทบที่อาจมีต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน

(1) ในการทําธุรกรรม CDS และ CLN รวมทั้งการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง บริษัทเงินทุนต้องปฏิบัติตามหนังสือดังต่อไปนี้ โดยถือเป็นหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจนี้ด้วย

(1.1) ประกาศและหนังสือเวียนของเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกําหนดต่อไป

(1.2) มาตรการป้องปรามการเก็งกําไรค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย ได้แก่ หนังสือที่ ธปท.ฝกช. (02)ว. 371/2551 เรื่อง ขอความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการป้องปรามการเก็งกําไรค่าเงินบาท ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551 หรือที่แก้ไขหรือประกาศเพิ่มเติม

(1.3) หนังสืออื่นๆ ที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดเพิ่มเติม

(2) ในการทําธุรกรรม CDS และ CLN รวมทั้งการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง บริษัทเงินทุนต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินอย่างเคร่งครัด

5.3.3 การบันทึกบัญชีและการเปิดเผยข้อมูล

(1) บริษัทเงินทุนที่ทําธุรกรรม Credit Derivatives จะต้องจัดประเภทบันทึกบัญชีและเปิดเผยข้อมูลให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีไทยในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในขณะที่ยังไม่มีมาตรฐานกรบัญชีไทยในเรื่องดังกล่าว ให้บริษัทเงินทุนถือปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยในเรื่องของการจัดประเภทและบันทึกบัญชีสําหรับธุรกรรม Credit Derivatives ที่มีเงินวางเป็นหลักประกันสําหรับการรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิตผ่านการกู้ยืมหรือออกตราสาร สามารถสรุปได้ตามเอกสารแนบ 4

(2) ในการพิจารณาจัดประเภทและบันทึกบัญชีสําหรับธุรกรรม Credit Derivatives ที่มีเงินวางเป็นหลักประกันสําหรับการรับประกันความเสี่ยงด้านเครดิตผ่านการกู้ยืมหรือออกตราสารนั้น บริษัทเงินทุนจะต้องพิจารณาทั้งรูปแบบและเนื้อหาในสัญญาร่วมกับความตั้งใจและความสามารถในการลงทุน รวมทั้งพิจารณาความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดระหว่างอนุพันธ์แฝงและตราสารหลักประกอบด้วย ซึ่งบริษัทเงินทุนจะต้องจัดทํากระบวนการที่ใช้ในการพิจารณาจัดประเภทและบันทึกบัญชี ตลอดจนจัดเก็บหลักฐาน เอกสารต่างๆ ที่ใช้ประกอบการพิจารณาดังกล่าวไว้เพื่อให้ผู้สอบบัญชีและธนาคารแห่งประเทศไทยใช้ในการตรวจสอบ หรือนําส่งเมื่อมีการร้องขอด้วย

5.3.4 การจัดเก็บข้อมูลและการรายงาน

(1) บริษัทเงินทุนที่ทําธุรกรรม Credit Derivatives จะต้องจัดเก็บเอกสารหลักฐานในการทําธุรกรรมดังกล่าวไว้ที่บริษัทเงินทุนเอง เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ หรือจัดส่งสําเนาให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ

(2) บริษัทเงินทุนที่ทําธุรกรรม Credit Derivatives จะต้องจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการทําธุรกรรม ได้แก่ เลขที่อ้างอิง วันที่ทําธุรกรรม วันครบกําหนด วัตถุประสงค์ประเภทธุรกรรม ฐานะการทําธุรกรรม คู่สัญญา สินทรัพย์ที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงในกรณีของผู้ซื้อข้อตกลงรับประกันความเสี่ยง สินทรัพย์อ้างอิง สกุลเงินของสินทรัพย์ที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงในกรณีของผู้ซื้อข้อตกลงรับประกันความเสี่ยง หรือสกุลเงินของสินทรัพย์อ้างอิง...สกุลเงิน และจํานวนเงินของธุรกรรม มูลค่ายุติธรรมของธุรกรรม และผลกําไรขาดทุน ในรูปของสื่อคอมพิวเตอร์ ตามแบบรายงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด (เอกสารแนบ 5) และจัดส่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นประจําทุกไตรมาส ภายในวันสิ้นเดือนนับจากวันสิ้นไตรมาส ผ่านทางระบบบริหารข้อมูลผ่านทางช่องทาง DMS DA (ExtraNet)

5.3.5 การกํากับดูแล

(1) บริษัทเงินทุนที่ทําธุรกรรม CDS หรือ CLN ต้องดูแลให้สัญญามีผลบังคับตามกฎหมาย ไม่ขัดกับกฎหมายหรือระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้องและมีการทบทวนเป็นระยะตามความเหมาะสม และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลที่เกี่ยวข้องตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด โดยในเรื่องการดํารงเงินกองทุนและการกํากับลูกหนี้รายใหญ่ ให้บริษัทเงินทุนปฏิบัติเช่นเดียวกันกับธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรม CDS หรือ CLN โดยต้องถือปฏิบัติตามแนวทางที่กําหนดในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมCredit Derivatives

(2) กรณี CDS และ CLN มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นสกุลเงินต่างกัน บริษัทเงินทุนต้องไม่นําสินทรัพย์ซึ่งออกโดยบุคคลหนึ่งบุคคลใด มาใช้อ้างอิงสําหรับการซื้อ CDS หรือการออก CLN เกินร้อยละ 25 ของเงินกองทุนทั้งสิ้น ยกเว้นกรณีที่บริษัทเงินทุนนั้นไม่ต้องรับความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนในการป้องกันความเสี่ยงที่กล่าวซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายอันเกิดจากภาระในการปฏิบัติตามเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงทั้งหมดหรือกรณีที่สินทรัพย์อ้างอิงเป็นหลักทรัพย์รัฐบาลไทย

5.3.6 ข้อกําหนดอื่น

ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจมีความจําเป็นต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงกรอบหรือหลักเกณฑ์ในการทําธุรกรรมหรือการกํากับดูแลบริษัทเงินทุนในการทําธุรกรรม CDS หรือ CLN ในอนาคตตามความเหมาะสม รวมทั้งสงวนสิทธิในการระงับการทําธุรกรรม จํากัดปริมาณธุรกรรมการกําหนดให้สํารองเพิ่มเติม หรือมาตรการอื่นใด ในกรณีที่พบว่าบริษัทเงินทุนใดไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์ที่กําหนด หรือตรวจสอบพบการถือปฏิบัติของบริษัทเงินทุนใดที่ไม่รัดกุมหรือไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2551

(นางธาริษา วัฒนเกส)

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 11/2551 เรื่อง การอนุญาตให้บริษัทเงินทุนทำธุรกรรม Credit Default Swaps และ Credit Linked Notes (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_0f992b781a2b19e1

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com