ข้อ ๑๒ ผู้ประกอบกิจการเลี้ยงสุกรเกินกว่า
๑๕๐ ตัว ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนด ดังต่อไปนี้
(๑๒.๑) จัดให้มีบริเวณเลี้ยงสุกรเป็นสัดส่วน และอยู่ห่างเขตที่ดินสาธารณะหรือที่ดินต่างเจ้าของ
และต้องมีที่ว่างอันปราศจากหลังคาหรือสิ่งใดปกคลุมโดยรอบบริเวณเลี้ยงสุกรนั้นไม่น้อยกว่า
๒๐ เมตรทุกด้าน เว้นแต่ด้านที่มีแนวเขตที่ดินติดต่อกับที่ดินของผู้ประกอบกิจการประเภทเดียวกันตามข้อบัญญัตินี้
(๑๒.๒) จัดให้มีแสงสว่างเพียงพอ และมีการระบายอากาศดี
(๑๒.๓) ถนนภายในสถานประกอบกิจการต้องใช้วัสดุคงทน
มีความกว้างเหมาะสม สะดวกในการขนส่ง ลำเลียงอุปกรณ์ อาหารสุกร
รวมทั้งผลผลิตเข้าและออกภายในสถานประกอบกิจการ
(๑๒.๔) สถานที่เก็บอาหารและโรงผสมอาหาร
ควรจัดเป็นสัดส่วนและถูกหลักสุขาภิบาล
(๑๒.๕) อาหารที่ใช้เลี้ยงสุกรต้องมีคุณภาพและมาตรฐานตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์
(๑๒.๖) ควรมีสถานที่เก็บอาหารแยกเป็นสัดส่วน
จัดให้เป็นระเบียบ และมีการดูแลรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ
(๑๒.๗) ต้องมีที่เก็บรักษาเครื่องมือ เครื่องใช้
อุปกรณ์ในการทำงานเป็นสัดส่วนเหมาะสมและเป็นระเบียบเรียบร้อย
(๑๒.๘) เครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ รวมถึงสวิตซ์
และสายไฟต่าง ๆ ต้องได้รับการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพดี
(๑๒.๙) ต้องจัดให้มีน้ำดื่มที่ได้มาตรฐานน้ำดื่มไว้บริการสำหรับผู้ปฏิบัติงานอย่างเพียงพอตั้งอยู่ในบริเวณที่แยกออกจากโรงเรือนเลี้ยงสุกร
และลักษณะการจัดบริการน้ำดื่มต้องไม่ก่อให้เกิดความสกปรกหรือการปนเปื้อน
เช่น ใช้ระบบน้ำกด ใช้แก้วส่วนตัว ใช้แก้วกระดาษที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ใช้แก้วส่วนกลางที่ใช้ดื่มเพียงครั้งเดียวแล้วนำไปล้างทำความสะอาดก่อนนำมาใช้ใหม่หรือวิธีอื่น
(๑๒.๑๐) ต้องจัดให้มีน้ำใช้ที่สะอาดได้มาตรฐาน
และมีปริมาณเพียงพอกับปริมาณน้ำใช้ในแต่ละวัน
(๑๒.๑๑)
กรณีที่สถานประกอบกิจการผลิตน้ำใช้เอง ควรตรวจสอบดูแลคุณภาพน้ำดิบให้สะอาดตรวจสอบระบบท่อน้ำและทำความสะอาดภาชนะเก็บกักน้ำอยู่เสมอ
และปรับปรุงคุณภาพน้ำให้มีคุณภาพดีอยู่เสมอ
(๑๒.๑๒) ผู้ปฏิบัติงานในฟาร์มต้องมีสุขภาพแข็งแรง
ไม่เป็นโรคติดต่อ หรือโรคที่สังคมรังเกียจ โรคที่เกี่ยวข้องกับทางเดินอาหาร
ทางเดินหายใจ หูน้ำหนวก และบาดแผลติดเชื้อ หรือไม่เป็นพาหะนำโรคติดต่อ ได้แก่
อหิวาตกโรค ไข้รากสาดน้อย บิด อีสุกอีใส คางทูม ไวรัสตับอักเสบเอ
และโรคติดต่ออันตรายตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
(๑๒.๑๓)
ผู้ปฏิบัติงานต้องได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี
(๑๒.๑๔)
ผู้ปฏิบัติงานควรได้รับการอบรมในเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพอนามัย
(๑๒.๑๕) ผู้ปฏิบัติงานในฟาร์มจะต้องปฏิบัติดังนี้
(๑๒.๑๕.๑)
ล้างทำความสะอาดมือทุกครั้งก่อนเข้าหรือออกจากฟาร์ม
และภายหลังออกจากห้องส้วมและจับต้องสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ
(๑๒.๑๕.๒)
ควรสวมใส่ชุดปฏิบัติงานที่สะอาดเหมาะสมในแต่ละกิจกรรมที่ปฏิบัติ
(๑๒.๑๕.๓) ในกรณีที่มีบาดแผลต้องปิดแผลด้วยที่ปิดแผล
ถ้ามีบาดแผลที่มือต้องสวมใส่ถุงมือหรือปลอกนิ้วขณะปฏิบัติงาน
(๑๒.๑๖) ต้องจัดให้มีภาชนะรองรับมูลฝอยที่ถูกหลักสุขาภิบาล เหมาะสม
และเพียงพอ
(๑๒.๑๗) ต้องมีการรวบรวมมูลฝอยและนำไปกำจัดด้วยวิธีการฝัง
เผาอย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลและปฏิบัติตามประกาศหรือข้อกำหนดขององค์การบริหารส่วนตำบลนางามว่าด้วยการนั้น
(๑๒.๑๘) ต้องมีห้องน้ำและห้องส้วมตามลักษณะและจำนวนที่กำหนดในกฎหมาย
ว่าด้วยการควบคุมอาคารและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
และบำบัดหรือการกำจัดสิ่งปฏิกูลถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล
(๑๒.๑๙) ภายในห้องน้ำและห้องส้วมควรมีวัสดุอุปกรณ์ตามความจำเป็นและเหมาะสม
(๑๒.๒๐)
ต้องดูแลรักษาความสะอาดของห้องน้ำและห้องส้วมเป็นประจำทุกวันที่ปฏิบัติงาน
(๑๒.๒๑)
ต้องมีการป้องกันโรคติดต่อที่เกิดจากสุกรด้วยวิธีการที่เหมาะสมและถูกต้อง
(๑๒.๒๒) การกำจัดซากสุกรให้ใช้วิธีเผา หรือฝัง
เพื่อป้องกันการเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของสัตว์และแมลงนำโรคดังนี้
(๑๒.๒๒.๑)
การกำจัดซากสุกรโดยการฝังต้องมีเนื้อที่เพียงพอ และอยู่ในบริเวณน้ำท่วมไม่ถึงโดยฝังซากลึกจากผิวดินไม่น้อยกว่า ๕๐ เซนติเมตร
ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรค ที่เหมาะสมทำการราดหรือโรย
(๑๒.๒๒.๒) การกำจัดซากสุกรโดยการเผาต้องมีสถานที่เผา
หรือเตาเผาอยู่ในบริเวณที่เหมาะสมในการใช้เผาซากจนหมด
การเผาต้องไม่ก่อให้เกิดมลพิษหรือเหตุรำคาญ
(๑๒.๒๒.๓) สถานที่กำจัดซากสุกรต้องห่างจากบริเวณอาคาร
หรือโรงเรือนเลี้ยงสุกร อาคารสำนักงานอาคารที่พักอาศัย
(๑๒.๒๓) ต้องมีการควบคุมป้องกันสัตว์ และแมลงนำโรคในฟาร์มไม่ให้มีจำนวนมากจนก่อให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรคในสถานที่เลี้ยงสุกร
ทั้งในตัวสุกร อาหาร น้ำใช้ คนเลี้ยง และสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ
(๑๒.๒๔)
กรณีที่มีการระบาดของโรคติดต่อที่เกี่ยวกับสัตว์ในเขตพื้นที่ต้องจัดให้มีวิธีการควบคุมป้องกันมิให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรคในสถานที่เลี้ยงสุกร
ทั้งในตัวสุกร อาหาร น้ำใช้ คนเลี้ยงและสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ
(๑๒.๒๕) ควรจัดให้มีห้องเก็บสารเคมี
น้ำยาฆ่าเชื้อหรือสิ่งของที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรืออัคคีภัยได้ง่ายโดยเฉพาะตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
(๑๒.๒๖)
ควรจัดให้มีห้องพยาบาลหรือชุดปฐมพยาบาลที่ครบรายการไว้ในสถานประกอบกิจการและพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา
(๑๒.๒๗) ระดับเสียงในสถานประกอบการเลี้ยงสุกร
ในเวลากลางวันต้องมีระดับเสียงเฉลี่ย ๘ ชั่วโมงไม่เกิน ๙๐ เดซิเบล (เอ)
ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
(๑๒.๒๘) ระดับความเข้มข้นของก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์และก๊าซแอมโมเนีย
บริเวณคอกเลี้ยงสุกรต้องไม่เกินค่ามาตรฐานตามกฎหมายว่าด้วยคุ้มครองแรงงาน
(๑๒.๒๙)
วิธีการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมในสถานประกอบการให้ใช้วิธีการตรวจวัดของหน่วยราชการไทย
ในกรณีที่ไม่มีวิธีการตรวจวัดที่เป็นมาตรฐานกำหนดไว้
ให้ใช้วิธีการตรวจวัดที่ท้องถิ่นยอมรับ
(๑๒.๓๐)
ให้ควบคุมป้องกันกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานประกอบกิจการมิให้มีกลิ่น น้ำเสีย เขม่า ควัน เสียง ฝุ่น และความร้อน เป็นต้น
ที่จะทำให้เกิดผลกระทบจนเป็นเหตุเดือดร้อนรำคาญหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
หมวด
๕
อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นและเจ้าพนักงานสาธารณสุข