法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

localOrdinance

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลนางาม เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงสุกร พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
21
มาตรา อารัมภบท

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลนางาม

เรื่อง

การควบคุมการเลี้ยงสุกร

พ.ศ. ๒๕๖๐[๑]

โดยเป็นการสมควรตราข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลนางาม

ว่าด้วยการเลี้ยงสุกรในเขตพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลนางาม

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล

พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกอบกับมาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๓

แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕

องค์การบริหารส่วนตำบลนางามโดยความเห็นชอบของสภาองค์การบริหารส่วนตำบลนางาม

จึงตราข้อบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบัญญัตินี้เรียกว่า “ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลนางาม เรื่อง

การควบคุมการเลี้ยงสุกร พ.ศ. ๒๕๖๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ข้อบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับภายในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลนางามนับแต่วันถัดจากวันประกาศ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาข้อบัญญัติ ข้อบังคับ ประกาศ ระเบียบ

หรือคำสั่งอื่นใดที่ได้ตราไว้แล้วซึ่งขัดหรือแย้งกับข้อบัญญัตินี้

ให้ใช้ข้อบัญญัตินี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนางาม

มีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกระเบียบ ข้อบังคับ

คำสั่ง หรือประกาศ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้

หมวด

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในข้อบัญญัตินี้

“เจ้าพนักงานท้องถิ่น” หมายความว่า

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนางาม

“เจ้าพนักงานสาธารณสุข” หมายความว่า

เจ้าพนักงานซึ่งได้รับแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข

พ.ศ. ๒๕๓๕

“สัตวแพทย์” หมายความว่า

(๑) นายสัตวแพทย์และสัตวแพทย์ของกรมปศุสัตว์

(๒)

ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นสัตวแพทย์เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

และต้องมีคุณสมบัติตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด

“ผู้ปกครองท้องที่” หมายความว่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบลสารวัตกำนัน

“สัตวแพทย์ผู้ควบคุม ฟาร์มเลี้ยงสัตว์” หมายความว่า สัตวแพทย์ที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง

ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวแพทย์ พ.ศ. ๒๕๔๕ และได้รับใบอนุญาตเป็นสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มเลี้ยงสัตว์จากกรมปศุสัตว์

“การเลี้ยงสุกร” หมายความว่า

การมีสุกรไว้ในครอบครองและดูแลเอาใจใส่ บำรุงรักษาตลอดจนให้อาหารเป็นประจำสม่ำเสมอ

เพื่อให้สุกรเจริญเติบโตและมีชีวิตอยู่ได้

“อาคาร” หมายความว่า บ้าน เรือน

โรง ร้าน อาคารที่ใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจการเลี้ยงสุกรตามข้อบัญญัตินี้

“เหตุรำคาญ” หมายความว่า ในกรณีที่มีเหตุอันอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อน แก่ผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง หรือผู้ที่ต้องประสบกับเหตุนั้น

ดังต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นเหตุรำคาญ

(๑) แหล่งน้ำทางระบายน้ำที่ใส่มูลหรือเถ้าหรือสถานที่อื่นที่อยู่ในทำเลไม่เหมาะสม

สกปรก มีการสะสมหรือหมักหมมสิ่งของมีการเทสิ่งใด ๆ

เป็นเหตุให้เกิดความเสื่อมหรือละอองสารเป็นพิษ

(๒) อาคารอันเป็นที่อยู่อาศัยของคนหรือสัตว์หรือสถานที่ประกอบการใด

ไม่มีการระบายน้ำ การกำจัดสิ่งปฏิกูลหรือมีแต่ไม่มีการควบคุมให้ปราศจากกลิ่นเหม็นหรือละอองอย่างเพียงพอจนเป็นเหตุให้เกิดความเสื่อมหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

(๓) การกระทำใด ๆ ที่ทำให้เกิดกลิ่น เสียง สิ่งมีพิษ

หรือกรณีอื่นใดจนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจของผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงหรือผู้ที่ต้องประสบเหตุนั้น

หมวด

การควบคุมการเลี้ยงสุกร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ใดประสงค์จะเลี้ยงสุกรจะต้องปฏิบัติตามมาตรการ

ดังต่อไปนี้

(๖.๑)

สถานที่ตั้งต้องตั้งอยู่ห่างจากชุมชน ศาสนสถาน โบราณสถาน สถาบันการศึกษา โรงพยาบาลหรือสถานที่ของราชการอื่น ๆ

ในระยะที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และไม่ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญต่อชุมชน

โดยต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวข้างต้น และแหล่งน้ำสาธารณะในระยะดังต่อไปนี้

(๖.๑.๑)

สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสุกรน้อยกว่า ๕๐ ตัว ควรมีระยะห่างที่ไม่ก่อให้เกิดความรำคราญต่อชุมชนใกล้เคียง

(๖.๑.๒) สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสุกร

ตั้งแต่ ๕๐ – ๕๐๐ ตัว ควรมีระยะห่างไม่น้อยกว่า

๒๐๐ เมตร

(๖.๑.๓) สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสุกร เกินกว่า

๕๐๐ ตัว ควรมีระยะห่างไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ เมตร

(๖.๒) โรงเรือนเลี้ยงสุกรและส่วนประกอบ

(๖.๒.๑) โรงเรือนเลี้ยงสุกรควรตั้งอยู่ในบริเวณที่ไม่มีน้ำท่วมขัง

(๖.๒.๒) โรงเรือนเลี้ยงสุกรต้องเป็นอาคารเอกเทศ

มั่นคงแข็งแรง มีลักษณะเหมาะแก่การเลี้ยงสุกรไม่มีการพักอาศัย

หรือประกอบกิจการอื่นใด

(๖.๒.๓) พื้นโรงเรือนเลี้ยงสุกรทำด้วยวัสดุแข็งแรง

พื้นผิวเรียบ ทำความสะอาดง่ายมีความลาดเอียงที่เหมาะสมให้น้ำหรือสิ่งปฏิกูลไหลลงรางระบายน้ำได้สะดวก

(๖.๒.๔)

โรงเรือนเลี้ยงสุกรต้องมีที่ขังและที่ปล่อยสุกรกว้างขวางเพียงพอ คอกสุกรต้องมีการกั้นเป็นสัดส่วน

เหมาะสมกับจำนวนสุกรไม่ให้สุกรอยู่อย่างแออัด

(๖.๒.๕) หลังคาทำด้วยวัสดุแข็งแรง

มีความสูงจากพื้นที่เหมาะสมและมีช่องทางให้แสงสว่างหรือแสงแดดส่องเข้าภายในอาคารได้อย่างทั่วถึง

(๖.๒.๖) ต้องมีห้องเก็บรักษาเครื่องมือ เครื่องใช้

หรืออุปกรณ์ในการทำงานในที่มิดชิด

เป็นระเบียบเรียบร้อย

และรักษาความสะอาดอยู่เสมอไม่เป็นที่เพาะพันธุ์ของสัตว์นำโรคต่าง ๆ ทั้งนี้

รายละเอียดโรงเรือนเลี้ยงสุกรและส่วนประกอบให้เป็นไปตามประกาศหรือข้อบังคับของเจ้าพนักงานท้องถิ่น

(๖.๓) การจัดการของเสีย

สารพิษและมลพิษของสถานประกอบการเลี้ยงสุกร

(๖.๓.๑) ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐาน

โดยใช้การบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสม รางระบายน้ำไม่อุดตัน

(๖.๓.๒) น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วต้องมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งให้ได้เกณฑ์มาตรฐานน้ำทิ้งตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

และรายงานการทำงานของระบบบำบัดน้ำเสียตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมก่อนปล่อยออกสู่ภายนอกสถานประกอบกิจการ

(๖.๓.๓) ต้องเก็บกวาด มูลสัตว์หรือสิ่งปฏิกูลเป็นประจำทุกวันและห้ามทิ้งมูลสุกรหรือมูลฝอยในที่สาธารณะหรือแหล่งน้ำสาธารณะ

(๖.๓.๔) ต้องทำความสะอาด กวาดล้างโรงเรือนเลี้ยงสุกร

และบริเวณโดยรอบโรงเรือนให้สะอาดทุกวันให้มีลักษณะที่ดีอยู่เสมอ รวมทั้งต้องจัดให้มีที่กักเก็บมูลสัตว์โดยเฉพาะเพื่อป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญ

(๖.๓.๕)

ต้องจัดให้มีที่เก็บกักมูลสัตว์หรือสิ่งปฏิกูลโดยเฉพาะไม่ให้ส่งกลิ่นเหม็น เป็นเหตุเดือดร้อนรำคาญ

และต้องไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงหรือสัตว์นำโรค

(๖.๓.๖)

ห้ามทิ้งมูลสัตว์หรือสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยในที่ดินสาธารณะหรือทางน้ำสาธารณะหรือในที่อื่นใดนอกจากที่รองรับมูลฝอยที่ถูกสุขลักษณะที่ได้จัดไว้

(๖.๓.๗)

การเลี้ยงสัตว์ต้องไม่ก่อให้เกิดมลพิษและเหตุรำคาญ ตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

(๖.๓.๘) กรณีการเลี้ยงสุกรตั้งแต่ ๕๐๐ ตัวขึ้นไป

ผู้ประกอบการจะต้องมีวิศวกรสิ่งแวดล้อมหรือผู้ที่มีคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องหรือมีประสบการณ์เกี่ยวกับการปศุสัตว์หรือสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ควบคุมการเลี้ยงสัตว์

(๖.๓.๙) กรณีระบบบำบัดน้ำเสีย

เป็นระบบหมักก๊าชชีวภาพสำหรับสุกรมากกว่า ๕๐๐ ตัวต้องเป็นระบบที่ได้มาตรฐานสากล และออกแบบระบบถูกต้องตามหลักวิชาการ

ทั้งนี้ ในการออกแบบต้องได้รับการรับรองหรือเห็นชอบจากผู้ที่มีคุณสมบัติ

ดังต่อไปนี้

(๖.๓.๙.๑) โครงสร้างฐานราก ผนัง รางน้ำ และลานตาก

ต้องมีความมั่นคงแข็งแรง ทนแรงกดทับ

หรือแรงดันจากน้ำเสีย และก๊าซชีวภาพที่เกิดขึ้นจากระบบ และต้องได้รับการรับรองแบบโดยวิศวกรโยธา

คุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมหรือมีประสบการณ์ด้านการออกแบบระบบหมักก๊าชชีวภาพอย่างน้อย

๒ ปี

(๖.๓.๙.๒)

ระบบควบคุมการไหลเวียนของน้ำเสีย ท่อดึงกาก ระบบควบคุมแรงดันก๊าซชีวภาพและตัวกรองต้องออกแบบให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำเสีย

และต้องได้รับการรับรองแบบโดยวิศวกรสิ่งแวดล้อมหรือวิศวกรเครื่องกล

คุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

หรือมีประสบการณ์ด้านการออกแบบระบบหมักก๊าชชีวภาพอย่างน้อย ๒ ปี

(๖.๓.๙.๓) กรณีมีการนำก๊าชชีวภาพไปใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าจะต้องแสดงแผนภูมิของระบบไฟฟ้า

แสดงการจัดวางและเชื่อมต่อทั้งหมดโดยละเอียด กรณีผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายต้องได้รับการรับรองแบบโดยวิศวกรไฟฟ้า

มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

หรือมีประสบการณ์ด้านการออกแบบการผลิตกระแสไฟฟ้าอย่างน้อย ๒ ปี ทั้งนี้ ก่อนการดำเนินการให้ผู้ที่มีความประสงค์ติดตั้งระบบยื่นแบบแปลน

และแผนผังต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นเพื่อเห็นชอบ และเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จต้องแจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจสอบรับรองก่อนการใช้งาน

(๖.๔) การจัดการแหล่งแพร่เชื้อโรคหรือสัตว์พาหะนำโรค

(๖.๔.๑) ต้องมีการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคติดต่อที่เกิดจากสัตว์

(๖.๔.๒) การกำจัดซากสัตว์โดยการฝังต้องมีเนื้อที่เพียงพอ

โดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่เหมาะสมทำการราดหรือโรยบนซากสัตว์จนทั่ว

ทั้งนี้

ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์

(๖.๔.๓) การกำจัดซากสัตว์โดยการเผาต้องมีสถานที่เผาหรือเตาเผาอยู่ในบริเวณที่เหมาะสม ทั้งนี้

ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ ทั้งนี้ รายละเอียดการดำเนินการให้เป็นไปตามประกาศหรือข้อบังคับของเจ้าพนักงานท้องถิ่น

(๖.๕) การจัดการปัญหาเหตุเดือดร้อนรำคาญ

(๖.๕.๑)

ถ้ามีการสุมไฟไล่แมลงให้สัตว์ต้องไม่ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญ

(๖.๕.๒)

ต้องป้องกันเสียงร้องของสัตว์ ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน รำคาญต่อผู้ที่อยู่อาศัยใกล้เคียง

(๖.๕.๓)

จำนวนสัตว์ต้องไม่มากเกินสมควรจนเป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อน

รำคาญต่อผู้อยู่อาศัย

หมวด

การขออนุญาต

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้ใดประสงค์จะเลี้ยงสุกรจะต้องยื่นคำขออนุญาตเลี้ยงสุกรต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามแบบโดยให้เป็นไปตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์

กฎหมายที่เกี่ยวข้องที่กำหนดพร้อมด้วยหลักฐานดังต่อไปนี้ อย่างละ ๑ ชุด

(๗.๑)

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/สำเนาบัตรข้าราชการ/สำเนาบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ

(๗.๒) สำเนาทะเบียนบ้าน

(๗.๓) หนังสือแสดงความเป็นเจ้าของที่ดิน/สำเนาหนังสือสัญญาเช่าที่ดิน/หนังสือยินยอมให้ใช้ที่ดิน

(๗.๔) เอกสารหรือหลักฐานอื่นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นสมควรเรียกเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคำขอหลักฐานต่าง

ๆ ของผู้ประกอบกิจการเลี้ยงสุกรให้แล้วเสร็จภายในกำหนด ๗ วัน ดังนี้

(๘.๑) กรณีผู้ประกอบกิจการเลี้ยงสุกรไม่เกิน ๒๐ ตัว

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งเจ้าหน้าที่พิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการเลี้ยงสุกรซึ่งประกอบด้วย

๘.๑.๑ พนักงานส่วนตำบล

๘.๑.๒ ผู้ปกครองท้องที่

(๘.๒) กรณีผู้ประกอบกิจการเลี้ยงสุกร ๒๑ – ๑๕๐ ตัว

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งเจ้าหน้าที่พิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการเลี้ยงสุกรซึ่งประกอบด้วย

๘.๒.๑ พนักงานส่วนตำบล

๘.๒.๒ ผู้ปกครองท้องที่

๘.๒.๓ เจ้าพนักงานสาธารณสุข

๘.๒.๔ นายสัตวแพทย์หรือสัตวแพทย์

(๘.๓) กรณีผู้ประกอบกิจการเลี้ยงสุกรเกิน ๑๕๐ ตัว

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งเจ้าหน้าที่พิจารณาออกใบอนุญาตประกอบกิจการเลี้ยงสุกรซึ่งประกอบด้วย

๘.๓.๑ พนักงานส่วนตำบล

๘.๓.๒ ผู้ปกครองท้องที่

๘.๓.๓ เจ้าพนักงานสาธารณสุข

๘.๓.๔ นายสัตวแพทย์หรือสัตวแพทย์

๘.๓.๕ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งตามข้อ ๘

ทำการตรวจสอบเอกสารหลักฐานและสถานประกอบกิจการเลี้ยงสุกรให้เป็นไปตามข้อบัญญัติฉบับนี้ให้แล้วเสร็จภายใน

๑๕ วันทำการ

แล้วทำความเห็นเสนอต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าเห็นสมควรออกใบอนุญาตหรือไม่ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาคำขอพยานเอกสารและความเห็นของคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งตามข้อ

๘ ให้แล้วเสร็จและสั่งอนุญาตหรือไม่ออกใบอนุญาตภายในเวลาไม่เกิน ๗ วันทำการ

ยกเว้นมีเหตุกรณีจำเป็นที่ไม่อาจพิจารณาให้เสร็จภายในกำหนดเวลาดังกล่าว

ให้ขยายเวลาการพิจารณาสั่งการออกไปได้ไม่เกิน ๑๕ วันทำการ กรณีเจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาไม่อนุญาตออกใบอนุญาตแก่ผู้ยื่นคำขอ

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น

ชี้แจงหรือระบุเหตุผลการไม่อนุญาตและให้คำแนะนำในการปฏิบัติหรือแนวทางการปรับปรุงแก้ไขให้แก่ผู้ยื่นคำขอทราบ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ กรณีผู้ได้รับใบอนุญาตหากจะเพิ่มปริมาณการเลี้ยงสุกรจากเดิมที่ได้รับอนุญาตขอให้ยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาก่อนขยายการเลี้ยงและให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งคณะกรรมการโดยให้ปฏิบัติตามข้อ

๘ และข้อ ๙ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กรณีผู้ได้รับอนุญาตให้เลี้ยงสุกรมีความประสงค์จะเลิกกิจการเลี้ยงสุกร

ให้ยื่นคำขอยกเลิกการเลี้ยงสุกรต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายใน ๑๕ วันทำการ

หมวด

การรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้ประกอบกิจการเลี้ยงสุกรเกินกว่า

๑๕๐ ตัว ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนด ดังต่อไปนี้

(๑๒.๑) จัดให้มีบริเวณเลี้ยงสุกรเป็นสัดส่วน และอยู่ห่างเขตที่ดินสาธารณะหรือที่ดินต่างเจ้าของ

และต้องมีที่ว่างอันปราศจากหลังคาหรือสิ่งใดปกคลุมโดยรอบบริเวณเลี้ยงสุกรนั้นไม่น้อยกว่า

๒๐ เมตรทุกด้าน เว้นแต่ด้านที่มีแนวเขตที่ดินติดต่อกับที่ดินของผู้ประกอบกิจการประเภทเดียวกันตามข้อบัญญัตินี้

(๑๒.๒) จัดให้มีแสงสว่างเพียงพอ และมีการระบายอากาศดี

(๑๒.๓) ถนนภายในสถานประกอบกิจการต้องใช้วัสดุคงทน

มีความกว้างเหมาะสม สะดวกในการขนส่ง ลำเลียงอุปกรณ์ อาหารสุกร

รวมทั้งผลผลิตเข้าและออกภายในสถานประกอบกิจการ

(๑๒.๔) สถานที่เก็บอาหารและโรงผสมอาหาร

ควรจัดเป็นสัดส่วนและถูกหลักสุขาภิบาล

(๑๒.๕) อาหารที่ใช้เลี้ยงสุกรต้องมีคุณภาพและมาตรฐานตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์

(๑๒.๖) ควรมีสถานที่เก็บอาหารแยกเป็นสัดส่วน

จัดให้เป็นระเบียบ และมีการดูแลรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ

(๑๒.๗) ต้องมีที่เก็บรักษาเครื่องมือ เครื่องใช้

อุปกรณ์ในการทำงานเป็นสัดส่วนเหมาะสมและเป็นระเบียบเรียบร้อย

(๑๒.๘) เครื่องมือ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ รวมถึงสวิตซ์

และสายไฟต่าง ๆ ต้องได้รับการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพดี

(๑๒.๙) ต้องจัดให้มีน้ำดื่มที่ได้มาตรฐานน้ำดื่มไว้บริการสำหรับผู้ปฏิบัติงานอย่างเพียงพอตั้งอยู่ในบริเวณที่แยกออกจากโรงเรือนเลี้ยงสุกร

และลักษณะการจัดบริการน้ำดื่มต้องไม่ก่อให้เกิดความสกปรกหรือการปนเปื้อน

เช่น ใช้ระบบน้ำกด ใช้แก้วส่วนตัว ใช้แก้วกระดาษที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ใช้แก้วส่วนกลางที่ใช้ดื่มเพียงครั้งเดียวแล้วนำไปล้างทำความสะอาดก่อนนำมาใช้ใหม่หรือวิธีอื่น

(๑๒.๑๐) ต้องจัดให้มีน้ำใช้ที่สะอาดได้มาตรฐาน

และมีปริมาณเพียงพอกับปริมาณน้ำใช้ในแต่ละวัน

(๑๒.๑๑)

กรณีที่สถานประกอบกิจการผลิตน้ำใช้เอง ควรตรวจสอบดูแลคุณภาพน้ำดิบให้สะอาดตรวจสอบระบบท่อน้ำและทำความสะอาดภาชนะเก็บกักน้ำอยู่เสมอ

และปรับปรุงคุณภาพน้ำให้มีคุณภาพดีอยู่เสมอ

(๑๒.๑๒) ผู้ปฏิบัติงานในฟาร์มต้องมีสุขภาพแข็งแรง

ไม่เป็นโรคติดต่อ หรือโรคที่สังคมรังเกียจ โรคที่เกี่ยวข้องกับทางเดินอาหาร

ทางเดินหายใจ หูน้ำหนวก และบาดแผลติดเชื้อ หรือไม่เป็นพาหะนำโรคติดต่อ ได้แก่

อหิวาตกโรค ไข้รากสาดน้อย บิด อีสุกอีใส คางทูม ไวรัสตับอักเสบเอ

และโรคติดต่ออันตรายตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข

(๑๒.๑๓)

ผู้ปฏิบัติงานต้องได้รับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี

(๑๒.๑๔)

ผู้ปฏิบัติงานควรได้รับการอบรมในเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพอนามัย

(๑๒.๑๕) ผู้ปฏิบัติงานในฟาร์มจะต้องปฏิบัติดังนี้

(๑๒.๑๕.๑)

ล้างทำความสะอาดมือทุกครั้งก่อนเข้าหรือออกจากฟาร์ม

และภายหลังออกจากห้องส้วมและจับต้องสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ

(๑๒.๑๕.๒)

ควรสวมใส่ชุดปฏิบัติงานที่สะอาดเหมาะสมในแต่ละกิจกรรมที่ปฏิบัติ

(๑๒.๑๕.๓) ในกรณีที่มีบาดแผลต้องปิดแผลด้วยที่ปิดแผล

ถ้ามีบาดแผลที่มือต้องสวมใส่ถุงมือหรือปลอกนิ้วขณะปฏิบัติงาน

(๑๒.๑๖) ต้องจัดให้มีภาชนะรองรับมูลฝอยที่ถูกหลักสุขาภิบาล เหมาะสม

และเพียงพอ

(๑๒.๑๗) ต้องมีการรวบรวมมูลฝอยและนำไปกำจัดด้วยวิธีการฝัง

เผาอย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลและปฏิบัติตามประกาศหรือข้อกำหนดขององค์การบริหารส่วนตำบลนางามว่าด้วยการนั้น

(๑๒.๑๘) ต้องมีห้องน้ำและห้องส้วมตามลักษณะและจำนวนที่กำหนดในกฎหมาย

ว่าด้วยการควบคุมอาคารและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

และบำบัดหรือการกำจัดสิ่งปฏิกูลถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล

(๑๒.๑๙) ภายในห้องน้ำและห้องส้วมควรมีวัสดุอุปกรณ์ตามความจำเป็นและเหมาะสม

(๑๒.๒๐)

ต้องดูแลรักษาความสะอาดของห้องน้ำและห้องส้วมเป็นประจำทุกวันที่ปฏิบัติงาน

(๑๒.๒๑)

ต้องมีการป้องกันโรคติดต่อที่เกิดจากสุกรด้วยวิธีการที่เหมาะสมและถูกต้อง

(๑๒.๒๒) การกำจัดซากสุกรให้ใช้วิธีเผา หรือฝัง

เพื่อป้องกันการเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของสัตว์และแมลงนำโรคดังนี้

(๑๒.๒๒.๑)

การกำจัดซากสุกรโดยการฝังต้องมีเนื้อที่เพียงพอ และอยู่ในบริเวณน้ำท่วมไม่ถึงโดยฝังซากลึกจากผิวดินไม่น้อยกว่า ๕๐ เซนติเมตร

ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรค ที่เหมาะสมทำการราดหรือโรย

(๑๒.๒๒.๒) การกำจัดซากสุกรโดยการเผาต้องมีสถานที่เผา

หรือเตาเผาอยู่ในบริเวณที่เหมาะสมในการใช้เผาซากจนหมด

การเผาต้องไม่ก่อให้เกิดมลพิษหรือเหตุรำคาญ

(๑๒.๒๒.๓) สถานที่กำจัดซากสุกรต้องห่างจากบริเวณอาคาร

หรือโรงเรือนเลี้ยงสุกร อาคารสำนักงานอาคารที่พักอาศัย

(๑๒.๒๓) ต้องมีการควบคุมป้องกันสัตว์ และแมลงนำโรคในฟาร์มไม่ให้มีจำนวนมากจนก่อให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรคในสถานที่เลี้ยงสุกร

ทั้งในตัวสุกร อาหาร น้ำใช้ คนเลี้ยง และสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ

(๑๒.๒๔)

กรณีที่มีการระบาดของโรคติดต่อที่เกี่ยวกับสัตว์ในเขตพื้นที่ต้องจัดให้มีวิธีการควบคุมป้องกันมิให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรคในสถานที่เลี้ยงสุกร

ทั้งในตัวสุกร อาหาร น้ำใช้ คนเลี้ยงและสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ

(๑๒.๒๕) ควรจัดให้มีห้องเก็บสารเคมี

น้ำยาฆ่าเชื้อหรือสิ่งของที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรืออัคคีภัยได้ง่ายโดยเฉพาะตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

(๑๒.๒๖)

ควรจัดให้มีห้องพยาบาลหรือชุดปฐมพยาบาลที่ครบรายการไว้ในสถานประกอบกิจการและพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา

(๑๒.๒๗) ระดับเสียงในสถานประกอบการเลี้ยงสุกร

ในเวลากลางวันต้องมีระดับเสียงเฉลี่ย ๘ ชั่วโมงไม่เกิน ๙๐ เดซิเบล (เอ)

ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

(๑๒.๒๘) ระดับความเข้มข้นของก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์และก๊าซแอมโมเนีย

บริเวณคอกเลี้ยงสุกรต้องไม่เกินค่ามาตรฐานตามกฎหมายว่าด้วยคุ้มครองแรงงาน

(๑๒.๒๙)

วิธีการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมในสถานประกอบการให้ใช้วิธีการตรวจวัดของหน่วยราชการไทย

ในกรณีที่ไม่มีวิธีการตรวจวัดที่เป็นมาตรฐานกำหนดไว้

ให้ใช้วิธีการตรวจวัดที่ท้องถิ่นยอมรับ

(๑๒.๓๐)

ให้ควบคุมป้องกันกิจกรรมต่าง ๆ ของสถานประกอบกิจการมิให้มีกลิ่น น้ำเสีย เขม่า ควัน เสียง ฝุ่น และความร้อน เป็นต้น

ที่จะทำให้เกิดผลกระทบจนเป็นเหตุเดือดร้อนรำคาญหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

หมวด

อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นและเจ้าพนักงานสาธารณสุข

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นและเจ้าพนักงานสาธารณสุขมีอำนาจ

ดังต่อไปนี้

(๑๓.๑) มีหนังสือเรียกบุคคลใด ๆ

มาให้ถ้อยคำหรือแจ้งข้อเท็จจริง หรือทำคำชี้แจงเป็นหนังสือหรือจัดส่งเอกสารหลักฐานใดเพื่อตรวจสอบ

หรือเพื่อประกอบการพิจารณา

(๑๓.๒) เข้าไปในสถานที่ใด ๆ

ในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทำการ เพื่อตรวจสอบ

หรือควบคุมเพื่อให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้ ให้มีอำนาจสอบถามข้อเท็จจริง หรือเรียกหนังสือหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่นั้น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา

๔๔ วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ และแก้ไขเพิ่มเติมถึง

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ ในเขตอำนาจขององค์การบริหารส่วนตำบลนางามในเรื่องใด

หรือทุกเรื่องก็ได้

หมวด

ค่าธรรมเนียมและค่าปรับ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องเสียค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตตามบัญชีค่าธรรมเนียม

ที่กำหนดไว้ท้ายข้อบังคับ/ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลนางาม เรื่องการควบคุมกิจการค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๔๑

หรือตามที่ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลนางามกำหนดตามที่ปรับปรุงใหม่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับปัจจุบันในวันที่มารับใบอนุญาต

สำหรับกรณีที่เป็นการขอรับใบอนุญาตครั้งแรกหรือก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ สำหรับกรณีที่เป็นการขอต่ออายุใบอนุญาตตลอดเวลาที่ยังดำเนินกิจการนั้น

ถ้ามิได้เสียค่าธรรมเนียมภายในเวลาที่กำหนดให้ชำระค่าปรับเพิ่มขึ้นอีกร้อยละยี่สิบของจำนวนค่าธรรมเนียมที่ค้างชำระ

เว้นแต่ผู้ได้รับใบอนุญาตจะได้บอกเลิกการดำเนินกิจการนั้นก่อนถึงกำหนดการเสียค่าธรรมเนียมครั้งต่อไป

ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมตามวรรคหนึ่งค้างชำระค่าธรรมเนียมติดต่อกันเกินกว่าสองครั้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจส่งให้ผู้นั้นหยุดการดำเนินกิจการไว้จนกว่าจะได้เสียค่าธรรมเนียมและค่าปรับจนครบจำนวน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ บรรดาค่าธรรมเนียมและค่าปรับตามข้อบัญญัตินี้ให้เป็นรายได้ของราชการส่วนท้องถิ่น

หมวด

บทกำหนดโทษ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัตินี้ข้อใดข้อหนึ่งต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้ในบทกำหนดโทษแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข

พ.ศ. ๒๕๓๕

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ผู้ประกอบการที่ได้ประกอบกิจการเลี้ยงสุกรมาก่อนข้อบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับให้ได้รับการยกเว้นการปฏิบัติตามข้อ

(๖.๑)

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้ผู้ประกอบกิจการเลี้ยงสุกรก่อนที่ข้อบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้

ยื่นคำขอใบอนุญาตพร้อมหลักฐานเอกสารตามข้อ ๗ ต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายในเวลา ๑๕

วันทำการนับตั้งแต่ข้อบัญญัตินี้ มีผลบังคับใช้

และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นดำเนินการให้เป็นไปตามข้อ ๗ ข้อ ๘ และข้อ ๙ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ภายใต้บังคับข้อ ๑๘

กรณีผู้ประกอบกิจการดำเนินกิจการเลี้ยงสุกรยังไม่เป็นไปตามหมวด

๒ และหมวด ๔ แห่งข้อบัญญัตินี้ ให้ผู้ประกอบกิจการปรับปรุงกิจการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้ให้แล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกิน

๑๒๐ วันหรือภายในเวลาที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นสมควร แต่ไม่ควรเกินกว่า ๒๗๐ วัน ทั้งนี้

ให้คำนึงถึงความเดือดร้อนรำคาญที่ประชาชนได้รับเป็นสำคัญ

หากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวแล้วผู้ประกอบกิจการไม่สามารถปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องได้

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาสั่งไม่อนุญาตให้ออกใบอนุญาตพร้อมแจ้งเหตุผลการไม่อนุญาตและสั่งให้ผู้ประกอบกิจการยุติการประกอบกิจการ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาสั่งไม่อนุญาตการออกใบอนุญาตไม่เป็นเหตุให้ผู้ประกอบการกิจการรายนั้นไม่มีสิทธิยื่นคำขอใบอนุญาตใหม่

หากภายหลังผู้ประกอบกิจการได้ดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบัญญัตินี้แล้ว

ประกาศ ณ วันที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๐

บุญธรรม โพธิ์สอน

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนางาม

พัชรภรณ์/จัดทำ

๒๙

มีนาคม ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๑๓ ง/หน้า ๑๗๙/๑๙ มกราคม ๒๕๖๑

21 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบลนางาม เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงสุกร พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_10602e0ddccab717

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com