法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าด้วยการจัดสวัสดิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
44
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ว่าด้วยการจัดสวัสดิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

พ.ศ. ๒๕๕๒

เพื่อให้การจัดสวัสดิการภายในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีประสิทธิภาพอันมีผลเป็นการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของข้าราชการ

ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

อาศัยอำนาจตามความในข้อ

๙ (๒) แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ.

๒๕๔๗ คณะกรรมการสวัสดิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ว่าด้วยการจัดสวัสดิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๕๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิก

(๑)

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าด้วยการเบิกจ่ายและเก็บรักษาเงินสวัสดิการ

พ.ศ. ๒๕๑๙

(๒)

คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ ๑/๒๕๐๙ เรื่อง

การช่วยเหลือสวัสดิการข้าราชการและลูกจ้างในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ลงวันที่ ๓๑

สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๙

(๓)

คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ ๑/๒๕๑๑ เรื่อง

การช่วยเหลือข้าราชการและลูกจ้างในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ลงวันที่ ๑ มกราคม

พ.ศ. ๒๕๑๑

(๔)

คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ ๒๓๑/๒๕๔๔ เรื่อง

การช่วยเหลือสวัสดิการข้าราชการและลูกจ้างในสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ลงวันที่ ๒๑

พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๔

บรรดาระเบียบหรือคำสั่งอื่นในส่วนที่มีกำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในระเบียบนี้

“สวัสดิการ” หมายความว่า กิจกรรมหรือกิจการใด ๆ

ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจัดให้มีขึ้นตามข้อ ๗

“สมาชิก” หมายความว่า

สมาชิกสวัสดิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

“คณะกรรมการสวัสดิการ” หมายความว่า

คณะกรรมการสวัสดิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

“ประธานกรรมการ” หมายความว่า

ประธานกรรมการสวัสดิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

“กรรมการ” หมายความว่า

กรรมการสวัสดิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

“เหรัญญิก” หมายความว่า

เหรัญญิกของสวัสดิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

“กองทุนสวัสดิการ” หมายความว่า

กองทุนสวัสดิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้ประธานกรรมการสวัสดิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการักษาการตามระเบียบนี้

การจัดสวัสดิการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การจัดสวัสดิการของสำนักงานมีเป้าหมายเพื่อก่อให้เกิดการดำเนินการจัดกิจกรรมหรือการให้บริการที่เป็นประโยชน์แก่สมาชิก

ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความสามัคคีและความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิก

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

สำนักงานอาจจัดให้มีสวัสดิการประเภทต่าง ๆ ได้ ดังต่อไปนี้

(๑)

การออมทรัพย์

(๒)

การให้กู้เงิน

(๓)

การเคหะสงเคราะห์

(๔)

การฌาปนกิจสงเคราะห์

(๕)

การกีฬาและนันทนาการ

(๖)

การให้บริการของร้านค้าสวัสดิการ

(๗)

การฝึกวิชาชีพเพื่อเสริมรายได้หรือลดรายจ่ายให้แก่สมาชิก

(๘)

การสงเคราะห์สมาชิกในด้านอื่น ๆ เช่น เงินช่วยค่าอาหาร เงินช่วยค่าเดินทาง

เงินช่วยค่าเครื่องแบบหรือเครื่องแต่งกาย เงินทุนการศึกษา

หรือเงินสงเคราะห์ผู้ประสบภัย

(๙)

กิจกรรมหรือสวัสดิการประเภทอื่นตามที่คณะกรรมการสวัสดิการอนุมัติด้วยความเห็นชอบของเลขาธิการ

(๑๐)

กิจกรรมหรือสวัสดิการประเภทอื่นที่คณะกรรมการสวัสดิการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗

เห็นสมควรให้จัดเพิ่มขึ้นสำหรับส่วนราชการต่าง ๆ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

การจัดสวัสดิการตามข้อ ๗

ให้คณะกรรมการสวัสดิการคำนึงถึงสภาพและลักษณะของภารกิจของสำนักงาน ความต้องการของสมาชิก

จำนวนเงินทุนและศักยภาพในการจัดสวัสดิการประกอบด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

การจัดสวัสดิการเรื่องใดที่มีความสำคัญและมีลักษณะเฉพาะคณะกรรมการสวัสดิการอาจกำหนดให้แยกการบริหารจัดการ

โดยมอบหมายให้บุคคลหรือคณะบุคคลเป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินการเป็นการเฉพาะก็ได้ ทั้งนี้

ให้คณะกรรมการสวัสดิการประกาศให้สมาชิกทราบโดยทั่วกัน

ให้ผู้รับได้มอบหมายให้รับผิดชอบการดำเนินการสวัสดิการเรื่องใด

จัดให้มีการจัดทำบัญชีรับจ่ายเงินในการจัดสวัสดิการเรื่องนั้น

และรายงานผลการดำเนินการต่อคณะกรรมการสวัสดิการทุกรายไตรมาส เมื่อคณะกรรมการพิจารณาเห็นชอบแล้ว

ให้นำรายงานดังกล่าวประกาศให้สมาชิกทราบโดยทั่วกัน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ให้กองทุนสงเคราะห์ข้าราชการและลูกจ้างประจำ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

เพื่อการออมทรัพย์และการให้กู้เงินแก่ข้าราชการและลูกจ้างประจำของสำนักงาน

ที่มีอยู่ในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ เป็นสวัสดิการที่ให้แยกการบริหารจัดการตามข้อ

การดำเนินการและการบริหารจัดการกองทุนตามวรรคหนึ่ง

ให้เป็นไปตามระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยการนั้นที่ใช้บังคับอยู่แล้วในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

และหากมีการแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบหรือข้อบังคับดังกล่าว ให้ส่งสำเนาระเบียบหรือข้อบังคับที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้วให้แก่คณะกรรมการสวัสดิการโดยไม่ชักช้า

ผู้รับผิดชอบการดำเนินการและการบริหารจัดการกองทุนตามวรรคหนึ่งในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

ให้ถือว่าเป็นผู้ได้รับมอบหมายตามข้อ ๙

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

การจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์แก่สวัสดิการและสำนักงาน

โดยสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขที่คณะกรรมการสวัสดิการกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

การดำเนินการของคณะกรรมการสวัสดิการตามข้อ ๙ ข้อ ๒๔ ข้อ ๒๗ วรรคสอง และข้อ

๒๙ ต้องเสนอเลขาธิการเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ

สมาชิก

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

สมาชิกมี ๓ ประเภท คือ

(๑)

สมาชิกสามัญ ได้แก่

ผู้ซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการและลูกจ้างประจำของสำนักงาน

(๒)

สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานราชการของสำนักงาน

(๓)

สมาชิกสมทบ แบ่งออกเป็น

(ก)

สมาชิกสมทบทั่วไป ได้แก่

สมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญที่พ้นจากการปฏิบัติงานในสำนักงานแล้วและแสดงความจำนงสมัครเป็นสมาชิก

ในกรณีของสมาชิกวิสามัญต้องเป็นสมาชิกวิสามัญมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีก่อนพ้นจากการปฏิบัติงาน

(ข)

สมาชิกสมทบกิตติมศักดิ์ ได้แก่ สมาชิกสามัญที่พ้นจากการปฏิบัติงานในสำนักงานแล้ว

ซึ่งคณะกรรมการสวัสดิการมีมติรับเป็นสมาชิก และมิใช่บุคคลตาม (ก)

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

สมาชิกทุกประเภทไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมสมาชิก

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

คณะกรรมการสวัสดิการอาจมีมติให้สมาชิกสมทบพ้นจากความเป็นสมาชิกได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

สมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมดมีสิทธิเข้าชื่อเพื่อร้องขอให้คณะกรรมการสวัสดิการพิจารณาดำเนินการ

ดังต่อไปนี้

(๑)

จัดให้มีหรือยกเลิกสวัสดิการประเภทใดประเภทหนึ่ง

(๒)

แก้ไขเพิ่มเติมระเบียบนี้หรือข้อบังคับของคณะกรรมการสวัสดิการ

คณะกรรมการสวัสดิการ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ให้เลขาธิการแต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการสวัสดิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา” ประกอบด้วย

(๑)

เลขาธิการหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเลขาธิการ เป็นประธานกรรมการ

(๒)

ข้าราชการในสำนักงานซึ่งเลขาธิการแต่งตั้งจำนวนไม่เกินเจ็ดคนเป็นกรรมการ ทั้งนี้

กรรมการอย่างน้อยหนึ่งคนต้องมีคุณวุฒิหรือประสบการณ์ทางด้านการเงินและบัญชี

(๓)

ผู้แทนสมาชิกซึ่งสมาชิกคัดเลือกกันเองจากข้าราชการจำนวนเจ็ดคนเป็นกรรมการ

(๔)

ผู้รับผิดชอบงานด้านสวัสดิการที่เลขาธิการแต่งตั้งจำนวนหนึ่งคนเป็นกรรมการและเลขานุการ

ให้เลขาธิการแต่งตั้งข้าราชการสำนักงานจำนวนสองคน

เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

กรรมการผู้แทนสมาชิกมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี

กรรมการผู้แทนสมาชิกผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการคัดเลือกอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

ในกรณีที่กรรมการผู้แทนสมาชิกพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ

ให้ดำเนินการคัดเลือกกรรมการแทน

เว้นแต่วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน

จะไม่คัดเลือกกรรมการแทนก็ได้ และในระหว่างนั้นให้ถือว่าคณะกรรมการสวัสดิการประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

คณะกรรมการสวัสดิการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

กำหนดนโยบาย อำนวยการ และจัดการสวัสดิการให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสมาชิก

(๒)

อนุมัติให้มีการจัดและยุบเลิกการจัดสวัสดิการประเภทต่าง ๆ

(๓)

ควบคุมการรับเงินและใช้จ่ายเงินของกองทุนสวัสดิการ

(๔)

กำหนดอัตราค่าบริการสำหรับการใช้บริการของสวัสดิการ

(๕)

ออกข้อบังคับในการดำเนินการจัดสวัสดิการ

(๖)

อนุมัติการจ้างลูกจ้างของสวัสดิการ ตลอดจนกำหนดค่าตอบแทน การจัดแบ่งงาน

ระเบียบและวิธีปฏิบัติงาน รวมทั้งการจัดระบบการบริหารงานบุคคลของลูกจ้าง

(๗)

อนุมัติหรือมอบอำนาจให้กรรมการคนหนึ่งคนใดเป็นผู้ดำเนินการก่อหนี้ผูกพันหรือลงนามในเอกสารต่าง

ๆ แทนคณะกรรมการสวัสดิการ และจ่ายเงินกองทุนสวัสดิการร่วมกับเหรัญญิก ทั้งนี้

ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการสวัสดิการกำหนด

(๘)

แต่งตั้งบุคคล คณะบุคคล หรือคณะอนุกรรมการที่เป็นข้าราชการหรือผู้ที่มิใช่ข้าราชการ

เพื่อดำเนินการจัดสวัสดิการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสวัสดิการตามระเบียบนี้

(๙)

ปฏิบัติการอื่นใดที่จำเป็นเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการ

หรือตามที่คณะกรรมการสวัสดิการข้าราชการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดสวัสดิการส่วนราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๗ หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ให้มีการประชุมคณะกรรมการสวัสดิการอย่างน้อยสามเดือนต่อหนึ่งครั้ง

การประชุมคณะกรรมการสวัสดิการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการที่มีอยู่

จึงจะเป็นองค์ประชุมและลงมติได้

ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

มติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ประธานกรรมการอาจมอบหมายให้กรรมการคนหนึ่งคนใดลงนามในหนังสือ รายงาน

หรือเอกสารอื่นใดแทนก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ให้เลขานุการคณะกรรมการสวัสดิการจัดทำรายงานผลการดำเนินการสวัสดิการของรอบปีที่ผ่านมาเสนอคณะกรรมการสวัสดิการเพื่อพิจารณา

และเมื่อคณะกรรมการสวัสดิการพิจารณาเสร็จแล้ว

ให้นำรายงานดังกล่าวประกาศให้สมาชิกทราบโดยทั่วกัน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

ให้คณะกรรมการสวัสดิการมอบหมายให้กรรมการซึ่งมีคุณวุฒิหรือประสบการณ์ด้านการเงินและบัญชี

เป็นเหรัญญิก

คณะกรรมการสวัสดิการอาจเสนอให้เลขาธิการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของสำนักงานจำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเหรัญญิกก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ภายใต้บังคับวรรคสอง

ให้เหรัญญิกมีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการเงินและการบัญชีของสวัสดิการ

รับผิดชอบการรับและจ่ายเงินกองทุนสวัสดิการ

ตลอดจนควบคุมดูแลให้มีการปฏิบัติเกี่ยวกับการเงินและการบัญชีตามระเบียบนี้

การดำเนินการเกี่ยวกับการเงินและการบัญชีของสวัสดิการตามข้อ

๙ ให้เป็นหน้าที่ของเหรัญญิกของกองทุนสงเคราะห์ข้าราชการและลูกจ้างประชำ

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้งนี้

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในระเบียบหรือข้อบังคับของกองทุนดังกล่าว

กองทุนสวัสดิการ

ความทั่วไป

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นเรียกว่า “กองทุนสวัสดิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา” แยกต่างหากจากเงินอื่นของสำนักงาน

เพื่อการสะสมทุนและการใช้จ่ายสำหรับการดำเนินการสวัสดิการ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

กองทุนสวัสดิการอาจมีรายได้ ดังนี้

(๑)

เงินที่สำนักงานจัดสรรให้เป็นทุนประเดิม

(๒)

เงินที่ได้รับจากการจัดกิจกรรมหรือการจัดบริการของสวัสดิการ

(๓)

เงินกู้จากสวัสดิการขอส่วนราชการอื่นหรือสถาบันการเงิน

(๔)

เงินที่มีผู้บริจาคเพื่อการจัดสวัสดิการของสำนักงาน

(๕)

เงินอุดหนุนตามที่รัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐจัดสรรให้

(๖)

ดอกผลของเงินตาม (๑) ถึง (๕)

(๗)

เงินรายได้อื่น ๆ

การกู้เงินจากสถาบันการเงินตาม

(๓) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการสวัสดิการกำหนด

ผู้บริจาคเงินรายได้ตาม

(๔) อาจกำหนดวัตถุประสงค์ในการบริจาคเงินเพื่อสวัสดิการประเภทใดเฉพาะเจาะจงก็ได้

ในกรณีเช่นนี้

ให้แยกเงินรายได้ดังกล่าวออกเป็นรายการต่างหากแสดงไว้ในงบการเงินของสวัสดิการด้วย

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

เงินของกองทุนสวัสดิการให้จ่ายได้ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑)

เป็นเงินช่วยเหลือหรือค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมหรือกิจการต่าง ๆ ของสวัสดิการ

(๒)

เป็นค่าใช้จ่ายประจำในการบริหารงานของคณะกรรมการสวัสดิการ

(๓)

เป็นค่าตอบแทนลูกจ้างของสวัสดิการตามอัตราที่คณะกรรมการสวัสดิการกำหนด

(๔)

เป็นค่าใช้จ่ายอื่นตามที่คณะกรรมการสวัสดิการมีมติอนุมัติ

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการของสำนักงาน

คณะกรรมการสวัสดิการอาจพิจารณาอนุมัติให้ทดรองจ่ายจากเงินกองทุนสวัสดิการเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานของสำนักงานได้

ในกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องจ่ายเงินโดยเร็ว ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขที่คณะกรรมการสวัสดิการกำหนด

เมื่อสำนักงานได้รับเงินงบประมาณจากทางราชการตามที่ได้เบิกจ่ายจากกรมบัญชีกลางแล้ว

ให้ใช้คืนเงินที่ได้ทดรองจ่ายไปแก่กองทุนสวัสดิการโดยเร็ว

การรับและจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

การรับเงินเพื่อส่งเข้าเป็นรายได้ของกองทุนสวัสดิการ

ให้รับเป็นเงินสดหรือรับเป็นเช็ค ดร๊าฟท์ หรือตราสารอย่างอื่น หรือโดยวิธีอื่นใดก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

ให้เหรัญญิกหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเหรัญญิก

เป็นผู้รับเงินและออกใบเสร็จรับเงินของกองทุนสวัสดิการไว้เป็นหลักฐานทุกรายการ

แต่ในกรณีที่รับเป็นเช็ค ดร๊าฟท์ หรือตราสารอย่างอื่น หรือโดยวิธีอื่นใด

จะออกใบเสร็จรับเงินได้ต่อเมื่อได้มีการเรียกเก็บเงินหรือรับเงินเข้าบัญชีเงินฝากกองทุนสวัสดิการเรียบร้อยแล้ว

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

การสั่งอนุมัติจ่ายเงินของกองทุนสวัสดิการ

ให้เหรัญญิกเสนอต่อคณะกรรมการสวัสดิการพิจารณาเห็นชอบ

แล้วเสนอเลขาธิการอนุมัติต่อไป เว้นแต่กรณีการจ่ายเงินจำนวนไม่เกินห้าพันบาท

ให้เสนอประธานกรรมการเพื่อเสนอเลขาธิการพิจารณาอนุมัติได้

ในกรณีฉุกเฉินเร่งด่วนและเป็นการจ่ายเงินจำนวนไม่เกินห้าหมื่นบาท

ประธานกรรมการอาจเสนอเลขาธิการพิจารณาอนุมัติก็ได้

แล้วให้แจ้งคณะกรรมการสวัสดิการทราบโดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

การเบิกจ่ายเงินของกองทุนสวัสดิการทุกรายการต้องมีเอกสารใบสำคัญคู่จ่ายประกอบรายการด้วยทุกครั้ง

และมีการบันทึกรายการจ่ายเงินนั้นไว้ในบัญชีเงินสดหรือบัญชีเงินฝากธนาคาร

แล้วแต่กรณี ในวันที่จ่ายเงินนั้น

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

การเบิกจ่ายเงินจากบัญชีเงินฝากกองทุนสวัสดิการต้องดำเนินการโดยใช้เช็คของธนาคารที่รับฝากเงินของกองทุนสวัสดิการเท่านั้น

และให้ประธานกรรมการหรือกรรมการที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการสวัสดิการจำนวนหนึ่งคน

ร่วมกับเหรัญญิกของสวัสดิการ เป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อในเช็ค

การเก็บรักษาเงิน

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

ให้เปิดบัญชีเงินฝากกองทุนสวัสดิการไว้กับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

หรือธนาคารพาณิชย์อื่นใดตามที่คณะกรรมการสวัสดิการกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

ให้เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดได้ไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

ภายใต้บังคับข้อ ๓๕

เหรัญญิกหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเหรัญญิกให้เป็นผู้รับเงิน

มีหน้าที่นำเงินรายได้ของกองทุนสวัสดิการทุกรายการที่ได้รับ

เพื่อเข้าบัญชีเงินฝากกองทุนสวัสดิการภายในวันที่ได้รับ

ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการได้ภายในวันนั้นให้รีบดำเนินการนำเข้าบัญชีดังกล่าวภายในวันทำการถัดไป

ให้เหรัญญิกจัดทำรายงานการนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากกองทุนสวัสดิการทุกเดือนและเสนอคณะกรรมการสวัสดิการทราบเมื่อมีการประชุมคณะกรรมการสวัสดิการ

การบัญชีและการตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

ให้เหรัญญิกจัดทำบัญชีของสวัสดิการในหน้าที่ความรับผิดชอบ โดยแยกประเภทงาน

ลงรายการรับและจ่ายเงิน

และสินทรัพย์และหนี้สินที่เป็นอยู่จริงตามประเภทสวัสดิการพร้อมด้วยข้อความอันเป็นที่มาของรายการดังกล่าว

ตามแนวปฏิบัติด้านการบัญชีของทางราชการ

รวมทั้งจัดทำงบรับจ่ายประจำเดือนเสนอคณะกรรมการสวัสดิการเพื่อทราบ

ก่อนสิ้นเดือนถัดไปด้วย

รอบระยะเวลาบัญชีตามวรรคหนึ่ง

ให้ถือตามปีปฏิทิน

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

ให้เหรัญญิกจัดทำงบการเงินของสวัสดิการ ภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

งบการเงินของกองทุนสงเคราะห์ข้าราชการและลูกจ้างประจำ

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

ให้เหรัญญิกของกองทุนดังกล่าวจัดทำงบการเงินแยกต่างหากจากงบการเงินของสวัสดิการ

โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จและส่งให้ผู้สอบบัญชีภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑

ให้ผู้ตรวจสอบภายในของสำนักงานเป็นผู้สอบบัญชีของสวัสดิการ

มีหน้าที่ทำการตรวจสอบและรับรองบัญชีและงบการเงินของสวัสดิการ

โดยให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับงบการเงินตามข้อ ๓๘

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒

สมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ

ที่ผู้สอบบัญชีรับรองถูกต้องแล้วต้องเก็บรักษาไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบปี

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓

การใดที่ดำเนินการอยู่ในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

ให้ดำเนินการต่อไปได้ตามความเหมาะสมและจำเป็น โดยต้องไม่เกิดความเสียหายแก่สวัสดิการของสำนักงาน

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔

ให้คณะกรรมการสวัสดิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตามคำสั่งที่ ๒๐๗/๒๕๕๐

เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสวัสดิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ลงวันที่ ๓๑ ตุลาคม

พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นคณะกรรมการสวัสดิการตามระเบียบนี้ และสิ้นสุดลงเมื่อผู้แทนสมาชิกในคณะกรรมการดังกล่าวดำรงตำแหน่งครบระยะเวลาสองปีนับแต่วันที่มีคำสั่งดังกล่าว

ในกรณีที่คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งสิ้นสุดลงแต่ยังมิได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสวัสดิการชุดใหม่

ให้คณะกรรมการดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการสวัสดิการชุดใหม่

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒

เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒

จริยา เจียมวิจิตร

(นางจริยา เจียมวิจิตร)

ประธานกรรมการสวัสดิการ

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

โชติกานต์/ปรับปรุง

๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙

44 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าด้วยการจัดสวัสดิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1067d5c4f56316dd

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com