法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เรื่อง การดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

ประกาศกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

เรื่อง การดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ

พ.ศ.

๒๕๔๐[๑]

เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา

๗ (๑) (๒) (๓) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

ที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐจัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน

สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีการดำเนินงาน

สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารหรือคำแนะนำในการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ

ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕

โดยโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของกรมประชาสงเคราะห์

กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม มาเป็นกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ตามพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง

ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕ และมีภารกิจอำนาจหน้าที่รวมทั้งโครงสร้าง

ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ ดังนี้

๑. อำนาจหน้าที่

๑.๑

พัฒนารูปแบบและวิธีการในการให้บริการสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ในแต่ละกลุ่มเป้าหมายให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนด

๑.๒

สนับสนุนด้านวิชาการ เทคโนโลยี ข้อมูลสารสนเทศ การให้คำปรึกษา แนะนำ

รวมทั้งการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานด้านการพัฒนาสังคมและการจัดสวัสดิการสังคมแก่หน่วยงานให้บริการสวัสดิการสังคมและหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

๑.๓ จัดบริการสวัสดิการสังคม

การให้คำปรึกษาแนะนำ การให้ความช่วยเหลือ การแก้ไขปัญหาแก่ผู้ประสบปัญหาทางสังคม

กลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่มีปัญหาทางสังคม

รวมทั้งการประสานส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

๑.๔

ส่งเสริมและประสานการดำเนินงานของเครือข่ายบริการสวัสดิการสังคมของแต่ละกลุ่มเป้าหมายและแต่ละพื้นที่

๑.๕

จัดและส่งเสริมการจัดกิจกรรมตามโครงการพิเศษต่างๆ

โครงการตามพระราชดำริและกิจกรรมตามพันธสัญญา และข้อตกลงความร่วมมือระหว่างประเทศ

๑.๖

ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมหรือตามที่รัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

๒. โครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ

- กองกลาง

สำนักบริการสวัสดิการสังคม

สำนักป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้าหญิง และเด็ก

สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ ๑-๑๒

๓.

วิธีการดำเนินงานในแต่ละกลุ่มเป้าหมายและสถานที่ติดต่อ

๓.๑ เด็กและเยาวชน

จัดบริการสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์แก่เด็กและเยาวชน อายุตั้งแต่แรกเกิดถึง

๑๘ ปี ที่อยู่ในครอบครัวยากจน ถูกทอดทิ้ง เร่ร่อน ประพฤติตนไม่เหมาะสม

ถูกทารุณกรรม ถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบได้รับผลกระทบจากปัญหาโรคเอดส์

รวมทั้งที่ประสบปัญหาอื่นๆ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีมีพัฒนาการเหมาะสมตามวัย และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในครอบครัวและสังคมได้อย่างปกติสุข

โดยมีการดำเนินงานดังนี้

๑)

สงเคราะห์คุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชนในสถานสงเคราะห์ ศูนย์ฝึกอาชีพ สถานแรกรับ

สถานคุ้มครอง และบ้านพักเด็กและครอบครัว

๑.๑ สถานสงเคราะห์เด็ก

ให้การอุปการะเด็กชาย – หญิง อายุแรกเกิดถึง ๑๘ ปี ที่กำพร้า ถูกทอดทิ้ง

ไร้ที่พึ่ง ได้รบผลกระทบจากโรคเอดส์หรือบิดา

มารดาหรือผู้ปกครองไม่สามารถให้การอุปการะได้อย่างเหมาะสม โดยให้บริการปัจจัย ๔

การดูแลรักษาพยาบาล พัฒนาการด้านร่างกาย จิตใจ การศึกษา การฝึกอาชีพ นันทนาการ

การติดตามสืบหาครอบครัว การจัดหาครอบครัวทดแทน ตลอดจนการอบรมขัดเกลาด้านจริยธรรม

เพื่อเตรียมความพร้อมของเด็กในการกลับสู่ครอบครัวและสังคม

ปัจจุบันมีหน่วยงานให้บริการรวม ๒๐ แห่ง คือ สถานสงเคราะห์เด็กอ่อน

(รับเด็กอายุแรกเกิด ๐-๕ ปี) มี ๓ แห่ง ที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานี และสถานสงเคราะห์เด็ก

(รับเด็กอายุ ๕-๑๘ ปี) มี ๑๗ แห่ง ใน ๑๕ จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร ขอนแก่น ชลบุรี

เชียงใหม่ นครราชสีมา นครศรีธรรมราช นนทบุรี นราธิวาส ปทุมธานี ปัตตานี ยะลา สงขลา

สระบุรี หนองคาย และอุดรธานี

๑.๒

ศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพ ให้การศึกษาและฝึกทักษะอาชีพแก่เด็กและเยาวชน

เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้ต่อไป ปัจจุบันมีหน่วยงานเปิดให้บริการ

๑ แห่ง คือ ศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพเด็กและเยาวชน จังหวัดศรีสะเกษ

๑.๓

สถานแรกรับและสถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก รับเด็ก เร่ร่อน ประพฤติตนไม่เหมาะสม เด็กถูกทารุณกรรมหรือถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย

เพื่อเป็นการคุ้มครองสวัสดิภาพโดยให้บริการปัจจัย ๔ การศึกษา และฝึกอบรมอาชีพ

การพิทักษ์คุ้มครองสิทธิและการฟื้นฟูร่างกายจิตใจ

ให้สามารถปรับตัวสู่สังคมได้ตามปกติต่อไป ปัจจุบันมีสถานแรกรับและสถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กรวม

๔ แห่ง คือ จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี ขอนแก่น และระยอง

๑.๔

บ้านพักเด็กและครอบครัว ให้บริการตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพื่อช่วยเหลือเด็ก

เยาวชนและครอบครัวที่ประสบปัญหาให้ได้มีที่พักพิงชั่วคราวโดยจัดบริการปัจจัย ๔

การฟื้นฟูรับสภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ การประสานส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม

และประสานครอบครัวส่งกลับภูมิลำเนาเดิม รวม ๒๔ แห่ง กรุงเทพมหานคร ชลบุรี

เชียงใหม่ ภูเก็ต นราธิวาส นครสวรรค์ อุบลราชธานี อุดรธานี สงขลา สุรินทร์ ชุมพร

ยะลา สระบุรี พะเยา ลำปาง ตาก ตรัง ขอนแก่น มหาสารคาม ระยอง นครศรีธรรมราช

สุราษฎร์ธานี ปทุมธานี และกาญจนบุรี

- สถานที่ติดต่อ :

สำนักป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้าหญิงและเด็ก โทร. ๐-๒๒๘๑-๘๒๑๑,

๐-๒๖๕๙-๖๑๐๕-๕

๒) การสงเคราะห์

คุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชนในครอบครัว และชุมชน

เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนสามารถอยู่ในครอบครัวและชุมชนได้อย่างมีความสุข

มีคุณภาพชีวิตที่ดีและได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ

โดยการสำรวจและให้ความช่วยเหลือเด็กที่ครอบครัวเลี้ยงดูไม่เหมาะสม เด็กเร่ร่อน

ประพฤติตนไม่เหมาะสมแก่วัย ถูกทอดทิ้ง

ถูกทารุณกรรมหรือถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมายเด็กในครอบครัวยากจนหรือประสบปัญหาต่างๆ

ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนสวัสดิการสังคมแก่ครอบครัวและชุมชนกิจกรรมที่ดำเนินการ

ได้แก่

๒.๑

สงเคราะห์เด็กในครอบครัว เสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัว

เพื่อให้สามารถเลี้ยงดูเด็กได้อย่างเหมาะสมตามควรแก่อัตภาพ

โดยให้คำปรึกษาแก่บิดามารดา ผู้ปกครองในการเลี้ยงดูบุตร

การช่วยเหลือเป็นทุนการศึกษา ทุนประกอบอาชีพ เครื่องอุปโภค –

บริโภค ชุดเครื่องแบบนักเรียน เป็นต้น

สถานที่ติดต่อ :

สำนักป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้าหญิงและเด็ก โทร ๐-๒๒๘๑-๘๒๑๑,

๐-๒๖๕๙-๖๑๐๖

: สำนักบริการสวัสดิการสังคม

โทร ๐-๒๒๘๒-๑๐๕๖, ๐-๒๒๘๑-๕๐๓๐

๒.๒

สนับสนุนและจัดหาครอบครัวทดแทนให้แก่เด็ก

โดยจัดให้เด็กที่ไม่สามารถอยู่กับครอบครัวเดิมและเด็กในความอุปการะของสถานสงเคราะห์ได้อยู่ในครอบครัวใหม่ที่เหมาะสม

ซึ่งอาจเป็นครอบครัวที่มีความสัมพันธ์ทางเครือญาติกับเด็ก

หรือเป็นครอบครัวที่ประสงค์จะรับเด็กไปอุปการะโดยต้องผ่านการพิจารณาจากกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการว่ามีความพร้อมและเหมาะสมในด้านสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคม

โดยรับเด็กไปเลี้ยงดูชั่วคราวในรูปครอบครัวอุปการะและครอบครัวอุปถัมภ์

ซึ่งกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการให้การสนับสนุนเงินค่าเลี้ยงดูเด็กรวมทั้งการรับเด็กไปอุปการะถาวร

โดยการจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมดำเนินการตามพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม

พ.ศ. ๒๕๒๒ และ ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๓๓

ซึ่งผู้ที่จะขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมต้องมีคุณสมบัติดังนี้

ด้านกฎหมาย : ต้องเป็นบุคคลที่มีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปี และต้องมีอายุมากกว่าเด็กที่จะรับเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย

๑๕ ปี และต้องไม่เป็นผู้ที่ต้องห้ามเป็นผู้ปกครองเด็กตามมาตรา ๑๕๘๗

แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ด้านสังคม : ต้องเป็นผู้ที่มีความเหมาะสม

และมีความพร้อมในหลายๆ ด้าน เช่น ไม่ควรมีอายุห่างจากเด็กมากเกินไป แม้ว่ากฎหมายจะกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้รับเด็ก

โดยมิได้กำหนดอายุขั้นสูงไว้ก็ตาม มีฐานะความเป็นอยู่มั่นคง

มีทรัพย์สินหรือรายได้ที่แน่นอน ไม่ควรเป็นผู้มีหนี้สิน

เป็นผู้มีจิตใจที่ดีและเข้าใจวิธีการเลี้ยงดูเด็ก เป็นครอบครัวสมบูรณ์

มีเวลาเอาใจใส่เด็กอย่างใกล้ชิด มีเหตุผลที่เหมาะสม

และมีทัศนคติที่ดีต่อการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ฯลฯ

ผู้ประสงค์จะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมจะต้องได้รับการตรวจสอบคุณสมบัติและความเหมาะสมจากพนักงานเจ้าหน้าที่

และต้องทำการทดลองเลี้ยงดูเด็กไม่น้อยกว่าหกเดือน

(เว้นแต่กรณีที่ได้รับยกเว้นการทดลองเลี้ยงดูตามที่กฎหมายกำหนด)

โดยเจ้าหน้าที่จะติดตามผลการทดลองเลี้ยงดูตลอดระยะเวลาดังกล่าว

ก่อนพิจารณาอนุมัติให้จดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมต่อไป

สถานที่ติดต่อ :

สำนักป้องกันและแก้ไขปัญญาการค้าหญิงและเด็ก โทร ๐-๒๓๕๔-๗๕๐๙,

๐-๒๓๕๔-๗๕๑๑, ๐-๒๓๕๔-๗๕๐๐, ๐-๒๖๔๔-๗๙๙๖, ๐-๒๒๔๗-๙๔๘๐

๒.๓

ส่งเสริมและพัฒนาเด็กปฐมวัย

โดยให้การสนับสนุนการดำเนินงานของสถานรับเลี้ยงและสถานสงเคราะห์เด็กเอกชนที่เก็บค่าบริการต่ำกว่า

๘๐๐ บาท/คน/เดือน โดยช่วยเหลือในรูปของอาหารเสริมและสื่อพัฒนาการเด็ก

เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาและเลี้ยงดูที่เหมาะสมและส่งเสริมการดำเนินงานของสถานรับเลี้ยงเด็กปฐมวัยในชุมชนด้อยโอกาส

อีกทั้งยังมีการดำเนินการสถานรับเลี้ยงและพัฒนาเด็กสาธิตของกรมฯ

เพื่อเป็นสวัสดิการแก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่และประชาชนทั่วไปนอกจากนี้ยังส่งเสริมการจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กและสถานสงเคราะห์เด็กเอกชนโดยให้คำปรึกษา

แนะนำระเบียบ วิธีการขอจัดตั้ง การพิจารณาออกใบอนุญาต ต่อใบอนุญาต

การเพิกถอนใบอนุญาต และควบคุมการดำเนินงานให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

สถานที่ติดต่อ :

สำนักป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้าหญิงและเด็ก โทร ๐-๒๖๕๙-๖๑๐๗,

๐-๒๖๕๙-๖๑๑๓

๓.๒ ผู้สูงอายุ

ผู้ที่อายุ ๖๐ ปีขึ้นไป ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

ได้จัดสวัสดิการสังคม เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตอยู่ในครอบครัว ชุมชน

และสังคมได้อย่างปกติสุข โดยดำเนินการ ดังนี้

๑)

สงเคราะห์ผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์ ผู้สูงอายุ อายุ ๖๐ ปี ขึ้นไป ที่ไม่สามารถอยู่กับครอบครัวของตนได้

หรือไม่มีผู้อุปการะจะได้รับการสงเคราะห์ให้เข้าอยู่ในสถานสงเคราะห์

โดยได้รับบริการปัจจัย ๔ สังคมสงเคราะห์ กายภาพบำบัด นันทนาการ ศาสนกิจ และฌาปนกิจ

ฯลฯ ปัจจุบันมีสถานสงเคราะห์คนชรา ๗ แห่ง ใน ๗ จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี

เชียงใหม่ พระนครศรีอยุธยา บุรีรัมย์ ภูเก็ต และยะลา

๒)

สงเคราะห์ผู้สูงอายุในรูปศูนย์บริการผู้สูงอายุ ศูนย์บริการ

ผู้สูงอายุเป็นศูนย์กลางการจัดสวัสดิการให้แก่ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่กับครอบครัวของตนเอง

ปัจจุบันมีศูนย์บริการผู้สูงอายุ ๘ แห่ง ใน ๖ จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร ขอนแก่น

ชลบุรี เชียงใหม่ บุรีรัมย์ และยะลา โดยจัดบริการ ๓ ลักษณะ ดังนี้

- ภายในศูนย์

เป็นบริการที่จัดให้แก่ผู้สูงอายุ

ซึ่งอาศัยอยู่กับครอบครัวของตนเองและเข้ามาใช้บริการที่ศูนย์ ได้แก่

บริการการแพทย์ กายภาพบำบัด นันทนาการ ศาสนกิจ เป็นต้น

- หน่วยเคลื่อนที่

เป็นบริการเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุตามชุมชนต่างๆ โดยมีแพทย์ นักสังคมสงเคราะห์

และพยาบาล ให้คำแนะนำ ปรึกษา บริการข้อมูลข่าวสารต่างๆ

ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

- บ้านพักฉุกเฉิน

เป็นบริการช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน ด้านจิตใจกับครอบครัว

ต้องการแยกมาอยู่ชั่วคราว และบริการแก่ผู้สูงอายุที่มีภารกิจในเมือง หรือกรุงเทพฯ

แต่ไม่มีที่พักอาศัย เป็นต้น โดยให้บริการด้านปัจจัย ๔ และสังคมสงเคราะห์

จัดตั้งขึ้นจำนวน ๘ แห่ง ๖ จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ขอนแก่น ชลบุรี เชียงใหม่

บุรีรัมย์ และยะลา

๓.๓ สตรี

ให้การสงเคราะห์ ฟื้นฟู คุ้มครองและพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่สตรีด้อยโอกาส สตรี

ติดเชื้อเอดส์ และประสบปัญหาทางสังคม

การให้การพิทักษ์คุ้มครองสวัสดิภาพแก่สตรีที่ถูกล่อลวงหรือถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

ตลอดจนดำเนินงานป้องกันแก้ไขปัญหาด้านการค้าประเวณีและการค้ามนุษย์โดยดำเนินการดังนี้

๑. การสงเคราะห์

ฟื้นฟูและคุ้มครองสวัสดิภาพแก่สตรีในสถานแรกรับและสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ

ให้บริการแก่สตรีที่ได้รับความช่วยเหลือออกมาจากวงจรการค้าประเวณี

ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. ๒๕๓๙ สตรีถูกกระทำทารุณ

ตกเป็นเหยื่อของกระบวนการค้ามนุษย์ทั้งไทยและต่างชาติ ถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

ตลอดจนสตรีที่ประสบปัญหาทางสังคมอื่นๆ โดยให้การสงเคราะห์คุ้มครองสวัสดิภาพ

ฟื้นฟูปรับสภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ ฝึกอาชีพระยะสั้นให้การศึกษานอกระบบ ให้คำปรึกษาแนะนำ

การคุ้มครองพิทักษ์สิทธิตามกฎหมายรวมทั้งประสานกับหน่วยงานต่างๆ

ทั้งในและต่างประเทศเพื่อติดตามสืบหาครอบครัวและส่งกลับภูมิลำเนาเดิม

การเตรียมความพร้อมแก่ครอบครัวเพื่อช่วยเหลือให้สตรีสามารถปรับตัวสู่สังคม

และกลับไปดำรงชีวิตในสังคมภายหลังพ้นอุปการะได้ต่อไป

ปัจจุบันมีสถานแรกรับและสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ ๔ แห่งในจังหวัดนนทบุรี

นครราชสีมา พิษณุโลก และสุราษฎร์ธานี

๒.

การพัฒนาศักยภาพสตรีในศูนย์ฝึกอาชีพและในชุมชน

๒.๑

ศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพสตรี

ให้การฝึกอบรมอาชีพโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแก่สตรีและเยาวสตรีที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา

ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ ว่างงาน

และมีความประสงค์ที่จะเข้ารับการฝึกทักษะวิชาชีพในสาขาต่างๆ เช่น ตัดเย็บเสื้อผ้า

งานบริการโรงแรม การดูแลผู้สูงอายุและเด็ก นวดแผนไทย โภชนาการและเสริมสวย เป็นต้น

แบ่งเป็นหลักสูตรระยะสั้น ๓ เดือน และ ๖ เดือน

พร้อมทั้งให้ความรู้เพื่อเป็นการขยายโอกาสทางการศึกษา หลักสูตร ปวช. (๒ ปี)

โดยประสานความร่วมมือกับกรมการศึกษานอกโรงเรียนจัดอบรมในสาขาการจัดการสาขาผ้าและเครื่องแต่งกาย

สาขาคอมพิวเตอร์และสาขาการดูแลผู้สูงอายุและเด็ก เป็นต้น เมื่อสำเร็จการอบรมแล้ว

กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ได้จัดหางานให้ทำตามความสมัครใจ

โดยให้ได้รับค่าจ้างตามอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นอย่างน้อย

ปัจจุบันมีศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพสตรี ๘ แห่ง คือ จังหวัดลำปาง นนทบุรี ขอนแก่น

ศรีสะเกษ สงขลา ชลบุรี เชียงราย และลำพูน

๒.๒

ฝึกอาชีพตามโครงการสร้างชีวิตใหม่ให้สตรีชนบท ให้การฝึกอบรมอาชีพหลักสูตรระยะสั้น

๘๘ วัน แก่สตรีชนบทที่จบการศึกษาภาคบังคับแล้วไม่มีโอกาสศึกษาต่อ เยาว

สตรีกลุ่มเสี่ยง สตรีที่ถูกเลิกจ้าง/ว่างงานและยากจน

เพื่อป้องกันมิให้เข้าสู่การค้าบริการทางเพศ

ตลอดจนพัฒนารายได้และคุณภาพชีวิตแก่สตรีในชนบทโดยจัดอบรมอาชีพในพื้นที่ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ

วิทยากรและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ส่งเสริมการรวมกลุ่มอาชีพภายหลังสำเร็จการฝึกอบรม

รวมทั้งสนับสนุน/ประสานการสั่งซื้อและสั่งจ้างผลิตภัณฑ์

๓.

การป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้าประเวณีและการค้ามนุษย์ การค้าประเวณีและการค้ามนุษย์เป็นปัญหาสำคัญระดับชาติ

ซึ่งกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการมีบทบาทในการสร้างกลไกเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา

โดยดำเนินงานดังนี้

๓.๑

ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานช่วยเหลือและคุ้มครองสวัสดิภาพหญิงและเด็กที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์

เพื่อให้หญิงและเด็กชาวไทยและชาวต่างชาติที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ได้รับการคุ้มครองช่วยเหลือด้านที่พักพิงชั่วคราว

การฟื้นฟูปรับสภาพร่างกาย จิตใจ สังคม รวมถึงการช่วยเหลือทางกฎหมาย

และส่งกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย

อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาค เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาการค้าหญิงและเด็กตามอนุสัญญาและกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

๓.๒

รณรงค์ด้านการค้าประเวณี

รณรงค์ให้ความรู้เพื่อป้องกันสตรีและเยาวสตรีถูกล่อลวงและชักจูงเข้าสู่กระบวนการค้าบริการทางเพศ

โดยจัดอบรมให้ความรู้แก่เยาวสตรีในสถานศึกษา จัดทำสื่อรูปแบบต่างๆ เช่น แผ่นพับ

โปสเตอร์ สปอตวิทยุและทีวี เพื่อประชาสัมพันธ์เผยแพร่ในวงกว้าง

๓.๓

โครงการให้ความรู้กับหญิงไทยเพื่อป้องกันภัยในต่างประเทศรณรงค์ให้ความรู้กับผู้นำชุมชนเกี่ยวกับภัยของการล่อลวงหญิงและเด็กไทยไปค้าประเวณีในต่างประเทศ

และสร้างเครือข่ายอาสาสมัครเข้าระวังในพื้นที่เสี่ยง โดยมีผู้นำชุมชน

ผู้แทนสตรีภาครัฐและเอกชน ผู้นำองค์กรท้องถิ่น

ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการต่อต้านการค้ามนุษย์

ครู-อาจารย์ นักเรียน นักศึกษา และประชาชนในพื้นที่

๔.

ให้การช่วยเหลือสตรีที่ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์ ช่วยเหลือเป็นทุนประกอบอาชีพ

รายละ ๕,๐๐๐ บาท แก่สตรีที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเอดส์ อาทิ ติดเชื้อเอดส์

สามีเสียชีวิตหรือติดเชื้อด้วยโรคเอดส์ ซึ่งมีฐานะยากจน มีบุตรต้องเลี้ยงดู

ขาดแคลนเงินทุนประกอบอาชีพ หรือประสบปัญหาทางสังคมอื่นๆ เพื่อให้สามารถพึ่งพาเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว

ตลอดจนสามารถอยู่ร่วมในชุมชนสังคมได้

สถานที่ติดต่อ :

สำนักป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้าหญิงและเด็ก โทร. ๐-๒๖๕๙-๖๒๙๑,

๐-๒๖๕๙-๖๒๘๓

๓.๔ คนพิการ

การจัดสวัสดิการสังคมด้านต่างๆ ให้แก่คนพิการทุกประเภทตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยชรา

กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการให้บริการและการสงเคราะห์ ดังนี้

๑)

สงเคราะห์คนพิการในสถานสงเคราะห์ โดยให้บริการด้านปัจจัย ๔ ฟื้นฟูสมรรถภาพ

ทางร่างกาย รักษาพยาบาล ฝึกอาชีพและนันทนาการแก่คนพิการที่ยากจน ถูกทอดทิ้ง

ขาดผู้อุปการะเลี้ยงดู ปัจจุบันมีสถานสงเคราะห์คนพิการ ๙ แห่ง แบ่งเป็น

เด็กพิการอายุแรกเกิด ถึง ๗ ปี มี ๑ แห่ง ที่จังหวัดนนทบุรี เด็กพิการอายุ ๗-๑๘ ปี

มี ๓ แห่ง ที่จังหวัดนนทบุรี และคนพิการอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป มี ๕ แห่ง ใน ๔ จังหวัด

คือ จังหวัดสมุทรปราการ ปทุมธานี ชลบุรี และฉะเชิงเทรา

๒)

ฝึกอาชีพในศูนย์ฟื้นฟูอาชีพคนพิการ โดยให้การฟื้นฟูสมรรถภาพทางอาชีพแก่คนพิการ

อายุ ๑๗-๔๐ ปี โดยฝึกวิชาชีพสาขาต่างๆ เช่น ช่างตัดเย็บเสื้อผ้า ช่างเย็บหนัง

ช่างเชื่อมโลหะ ช่างเสริมสวยและตัดผมชาย ศิลปหัตถกรรม และคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

ปัจจุบันมีศูนย์ฟื้นฟูอาชีพคนพิการ ๘ แห่ง ที่จังหวัดสมุทรปราการ ลพบุรี เชียงใหม่

ขอนแก่น อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช หนองคาย

๓)

พัฒนาอาชีพในศูนย์พัฒนาอาชีพคนพิการ

โดยรับคนพิการที่สำเร็จหลักสูตรการฝึกอาชีพแล้ว

และไม่สามารถหางานทำในสถานประกอบการภายนอกได้ให้เข้าทำงานในศูนย์ฯ

เพื่อมีรายได้เลี้ยงตนเอง และเพื่อเพิ่มพูนความรู้ประสบการณ์

ฝึกทักษะทางอาชีพและฝึกการใช้ชีวิตในสถานประกอบการปัจจุบันมี ๑ แห่ง คือ

ศูนย์พัฒนาอาชีพคนพิการ จังหวัดนนทบุรี

๔)

จัดสวัสดิการแก่คนพิการในชุมชน ตามพระราชบัญญัติการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ.

๒๕๓๔ โดยให้การช่วยเหลือเป็นเงินจัดซื้อเครื่องกายอุปกรณ์ และเครื่องช่วยความพิการ

เช่น รถเข็น รถโยก ข้อสะโพกเทียม เป็นต้น

สถานที่ติดต่อ :

สำนักบริการสวัสดิการสังคม โทร. ๐-๒๒๘๒-๐๔๒๖, ๐-๒๖๕๙-๖๒๖๑-๒

:

สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ

๓.๕ คนไร้ที่พึ่ง

ให้การสงเคราะห์และพัฒนาคนไร้ที่พึ่งให้มีศักยภาพ สามารถพึ่งพาตนเองได้

ไม่เป็นปัญหาต่อสังคม

กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้ให้ความอุปการะแก่คนไร้ที่พึ่งที่มีอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป

ใน ๓ ประเภท คือ

คนขอทานที่ตำรวจนำส่งตามพระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ. ๒๔๘๔

- คนเร่ร่อน

ไร้ที่พึ่ง ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่งแน่นอน ไม่สามารถเลี้ยงตนเองได้

คนที่สมัครขอเข้ารับการสงเคราะห์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีความเจ็บป่วยทางกาย

หรือทางจิตใจไม่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้

หรือเป็นผู้ป่วยไร้ญาติที่โรงพยาบาลส่งมา รวมถึงคนไร้ที่พึ่งที่หน่วยงานต่างๆ

ส่งมารับการสงเคราะห์ โดยจัดบริการใน ๒ ลักษณะ ดังนี้

๑)

สงเคราะห์ในสถานแรกรับ มี ๒ แห่ง ที่จังหวัดเชียงใหม่ และนนทบุรี

โดยให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่คนไร้ที่พึ่ง ก่อนที่จะส่งต่อไปรับบริการ

ยังหน่วยงานอื่นตามความเหมาะสมต่อไป

๒) สงเคราะห์ในสถานสงเคราะห์

มี ๙ แห่ง ใน ๘ จังหวัด ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปทุมธานี พิษณุโลก เพชรบุรี

นครราชสีมา นครศรีธรรมราช ศรีสะเกษ และสระบุรี โดยให้บริการปัจจัย ๔

สังคมสงเคราะห์ฟื้นฟูสภาพร่ากายและจิตใจ อาชีวบำบัด นันทนาการ ฝึกอาชีพ และอื่นๆ

สถานที่ติดต่อ :

สำนักบริการสวัสดิการสังคม โทร. ๐-๒๒๘๒-๐๔๒๖, ๐-๒๒๘๒-๖๒๖๒

๓.๖

ผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์

กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการให้การดูแลและจัดสวัสดิการสำหรับผู้ติดเชื้อ

ผู้ป่วยเอดส์และครอบครัว โดยจัดบริการใน ๕ ลักษณะ ดังนี้

๑)

ให้การสงเคราะห์เด็กติดเชื้อ หรือกำพร้า ถูกทอดทิ้งเนื่องจากบิดา มารดา

เสียชีวิตหรือป่วยด้วยโรคเอดส์ ในสถานสงเคราะห์ ๔ แห่ง ได้แก่

สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนเวียงพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่

สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท กรุงเทพมหานคร

สถานสงเคราะห์เด็กหญิง จังหวัดอุดรธานี

สถานแรกรับเด็กภาคใต้ จังหวัดสงขลา

สถานที่ติดต่อ :

สำนักป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้าหญิงและเด็ก โทร. ๐-๒๒๘๒-๘๘๘๓, ๐-๒๖๕๙-๖๒๘๗

๒)

ให้การสงเคราะห์เด็กในครอบครัวที่บิดามารดาติดเชื้อหรือป่วยด้วยโรคเอดส์

ตามระเบียบกรมประชาสงเคราะห์ ว่าด้วยการสงเคราะห์เด็กภายในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๒๙

และฉบับปรับปรุงแก้ไขปี พ.ศ. ๒๕๓๗

โดยให้การสงเคราะห์ทั้งเงินและสิ่งของสำหรับครอบครัวที่มีเด็ก ๑ คน ไม่เกิน ๑,๐๐๐ –

๒,๐๐๐ บาท และครอบครัวที่มีเด็กมากกว่า ๑ คน ไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท

โดยพิจารณาตามความจำเป็นและเหมาะสม

สถานที่ติดต่อ :

สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ ๑-๑๒

๓) ให้การสงเคราะห์ผู้ติดเชื้อและครอบครัว

สำหรับครอบครัวผู้ติดเชื้อในเขต กทม. รายละไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท ให้ได้ไม่เกิน ๓

ครั้ง/ปี

สำหรับครอบครัวชาวเขาผู้ติดเชื้อหรือผู้ป่วยเอดส์ รายละไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท

ให้ได้ไม่เกิน ๓ ครั้ง/ปี

สถานที่ติดต่อ :

สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ ๑-๑๒

๔)

ให้การสงเคราะห์เงินทุนประกอบอาชีพ คนละไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท

สำหรับสตรีที่ติดเชื้อหรือป่วยด้วยโรคเอดส์

หรือสตรีที่เป็นหัวหน้าครอบครัวที่มีสมาชิกติดเชื้อหรือป่วยโรคเอดส์

และสำหรับชาวเขาที่ติดเชื้อหรือป่วยด้วยโรคเอดส์

สถานที่ติดต่อ :

สำนักป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้าหญิงและเด็ก โทร. ๐-๒๒๘๒-๘๘๘๓

:

สำนักบริการสวัสดิการสังคม โทร. ๐-๒๒๘๒-๑๐๕๖

:

สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ ๑-๑๒

๓.๗ ผู้ประสบภัย

การจัดสวัสดิการแก่ผู้ประสบภัย กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

ได้ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรณีหลังภัยสงบ และผู้ตกทุกข์ได้ยาก

ทั้งในและนอกประเทศ โดยให้การช่วยเหลือและฟื้นฟู ดังนี้

สงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจนที่ประสบภัยเป็นเงินหรือสิ่งของ

สงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยที่ประสบภัยโดยสนับสนุนการรวมกลุ่มประกอบอาชีพ

สร้างความมั่นคงด้านอาชีพและเพิ่มรายได้ โดยให้การฝึกอาชีพแก่สตรีที่ประสบภัยหรือสนับสนุนเงินทุนประกอบอาชีพ

- ส่งกลับภูมิลำเนา

สำหรับผู้ตกทุกข์ได้ยาก ทั้งในและต่างประเทศ

สถานที่ติดต่อ :

สำนักบริการสวัสดิการสังคม ส่วนช่วยเหลือศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ

:

สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ ๑-๑๒

๓.๘ ครอบครัวและชุมชน

การให้บริการด้านสวัสดิการสังคมสงเคราะห์

และพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนที่ประสบปัญหาทั้งในชุมชนเมืองกรุงเทพมหานครและส่วนภูมิภาค

กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการดำเนินการให้บริการทั้งทางตรงและทางอ้อม

รวมถึงการระดมทรัพยากรจากภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาในรูปแบบต่างๆ

ดังนี้

๑)

สงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคม ผู้ประสบปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อนในการดำรงชีวิต

ปัญหาครอบครัว ปัญหาสังคมต่างๆ จนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้

และไร้ญาติขาดที่พึ่งที่มาติดต่อขอรับบริการ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

จะให้การสงเคราะห์เบื้องต้น โดยนักสังคมสงเคราะห์ ดังนี้

สัมภาษณ์หาข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาช่วยเหลือ

ช่วยเหลือเฉพาะหน้าตามความจำเป็น เช่น ให้คำแนะนำ ปรึกษา ให้ค่าพาหนะเดินทาง

ค่าอาหาร หรือเครื่องอุปโภคบริโภค ฯลฯ

ส่งไปรับบริการยังหน่วยงานอื่นตามความเหมาะสม นอกจากนี้ ยังจัดให้มีศูนย์ช่วยเหลือเร่งด่วน

๒๔ ชั่วโมง

ซึ่งจัดบริการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อนด้านต่างๆ

ให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วจากบริการของรัฐ โดยมีนักสังคมสงเคราะห์

นักจิตวิทยา เป็นผู้ให้คำปรึกษาแนะนำทาง โทรศัพท์หมายเลข ๑๕๐๗ ทุกวัน ตลอด ๒๔

ชั่วโมง

๒)

สงเคราะห์ครอบครัวผู้มีรายได้น้อย สำหรับครอบครัวที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน

ในกรณีที่หัวหน้าครอบครัวถึงแก่กรรมต้องโทษจำคุก สาบสูญ หรือทอดทิ้งครอบครัว

เจ็บป่วยร้ายแรง พิการทุพพลภาพไม่สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ด้วยเหตุสุดวิสัยอื่นๆ

กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจะพิจารณาให้การสงเคราะห์ ครอบครัวๆ ละไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท

ติดต่อกันไม่เกิน ๓ ครั้ง เพื่อเป็นทุนประกอบอาชีพ หรือค่าใช้จ่ายในการครองชีพ

รวมทั้งให้คำแนะนำปรึกษา และให้บริการแก่ครอบครัวผู้มีรายได้น้อยในแหล่งชุมชนต่างๆ

โดยการจัดหน่วยสงเคราะห์ครอบครัวเคลื่อนที่

สถานที่ติดต่อ :

สำนักบริการสวัสดิการสังคม โทร. ๐-๒๒๘๒-๕๕๔๓, ๐-๒๖๕๙-๖๒๗๐

:

สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ ๑-๑๒

๓)

จัดบริการที่พักชั่วคราว กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ จัดบริการด้านที่พักชั่วคราว “ที่พักคนเดินทางกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ”

สำหรับผู้มีรายได้น้อย ผู้ป่วยที่รอเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

ผู้ตกทุกข์ได้ยากที่เดินทางมาจากภูมิภาค

หรือผู้ที่หน่วยราชการอื่นส่งมาขอพักชั่วคราวโดยไม่เสียค่าบริการ

รวมทั้งให้บริการแก่คณะเยาวชน นักเรียน นักศึกษา คณะบุคคล

ที่มาจากภูมิภาคเพื่อร่วมกิจกรรมหรือทัศนศึกษาในกรุงเทพฯ โดยคิดอัตราค่าบริการคนละ

๓๐ บาท/วัน

สถานที่ติดต่อ :

สำนักบริการสวัสดิการสังคม โทร. ๐-๒๒๘๒-๕๕๔๓, ๐-๒๖๕๙-๖๒๗๐ หรือที่พักคนเดินทาง

กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ถนนประชาสงเคราะห์ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐ โทร.

๐-๒๒๔๕-๑๘๓๕, ๐-๒๒๔๖-๘๖๖๔

๔) พัฒนาและสงเคราะห์ชุมชน

ในส่วนของประชาชนที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนในชุมชนแออัด กรุงเทพมหานคร

กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้จัดบริการในรูปของ “สำนักงานพัฒนาสังคมและสวัสดิการกรุงเทพ”

ปัจจุบันมี ๘ สำนักงาน คือ ป้อมปราบศัตรูพ่าย ดินแดง คลองเตย บางขุนเทียน คลองจั่น

ห้วยขวาง ตลิ่งชัน และมีนบุรี

เพื่อเป็นศูนย์ข้อมูลด้านสวัสดิการสังคมในระดับพื้นที่และให้บริการสงเคราะห์

ฟื้นฟู คุ้มครองสวัสดิภาพประชาชนที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน

ทั้งส่งเสริมให้มีการจัดตั้งและดำเนินงานในรูปองค์กรประชาชนเรียกว่า

ศูนย์บริการชุมชน ปัจจุบันมี ๕ แห่ง ที่ชุมชนห้วยขวาง คลองจั่น คลองเตย ดินแดง

ประสงค์-สุดสาคร ตู้จินดา เพื่อจัดกิจกรรมบริการต่างๆ แก่ประชาชนในชุมชน อาทิ

บริการรับเลี้ยงเด็กตอนกลางวัน กิจกรรมเยาวชน ผู้สูงอายุ และฝึกอาชีพ เป็นต้น

๕)

ศูนย์รับบริจาคเพื่อสงเคราะห์ผู้เดือดร้อน ส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสงเคราะห์ประชาชนผู้เดือดร้อน

ศูนย์รับบริจาคเพื่อการสงเคราะห์ผู้เดือดร้อน กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

เป็นศูนย์กลางในการรณรงค์รับบริจาคเงินและสิ่งของจากประชาชน องค์การต่างๆ

ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค รวมทั้งรับบริจาคผ่านตู้รับบริจาค โครงการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่ตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนต่างๆ

เพื่อให้การสนับสนุนแก่หน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

ได้นำไปช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาได้อย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์

สถานที่ติดต่อ :

สำนักบริการสวัสดิการสังคม โทร. ๐-๒๒๘๒-๕๕๔๓, ๐-๒๖๕๙-๖๒๗๒-๓

๖) การจัดบริการบ้านพักอาศัยชั่วคราว

กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการจัดบริการด้านบ้านพักชั่วคราวสำหรับประชาชนกรณีฉุกเฉินที่ประสบสาธารณภัยต่างๆ

หรือศาลมีคำพิพากษาให้ออกจากที่อยู่อาศัยตามคำฟ้องหรือผู้ที่ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง

รวมทั้งบุคคลหรือกลุ่มชนที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนจำเป็นต้องมีที่พักอาศัย

ให้เข้าพักอาศัยได้ไม่เกิน ๑๘๐ วัน ในบ้านพักชั่วคราวคนจนเมือง ๔ แห่ง คือ

ปากเกร็ด วัดสวนแก้ว ธัญบุรี และอ่อนนุช

สถานที่ติดต่อ :

สำนักบริการสวัสดิการสังคม โทร. ๐-๒๒๘๒-๕๕๔๓, ๐-๒๖๕๙-๖๒๗๐

๓.๙ ชุมชนบนพื้นที่สูง

หมายถึง ชุมชนขาวเขา และชุมชนอื่นๆ

ที่ตั้งบ้านเรือนและทำกิจอยู่ในพื้นที่ที่มีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล ๕๐๐

เมตรขึ้นไป หรือเป็นพื้นที่ลาดชัน โดยเฉลี่ยมากกว่าร้อยละ ๓๕ ในพื้นที่ ๒๐ จังหวัด

ได้แก่ กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ลำพูน สุโขทัย

อุทัยธานี พะเยา และเลย

ซึ่งประชากรบนพื้นที่สูงส่วนใหญ่เป็นชาวเขาจากการสำรวจเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๕

พบว่าบนพื้นที่สูงส่วนใหญ่เป็นชาวเขา ๙๒๓,๒๕๗ คน ชาวไทยพื้นราบ ๒๑๒,๗๒๐ คน

และชนกลุ่มน้อย ๖๗,๑๗๒ คน คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒ กำหนดนโยบายความมั่นคงแห่งชาติเกี่ยวกับชาวเขา

และการปลูกพืชเสพติด ที่มีหลักการสำคัญคือ มุ่งให้ชาวเขา

ราษฎรไทยและชนกลุ่มน้อยอื่นๆ

ที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูงมีความเป็นอยู่อย่างเป็นระเบียบ

ได้รับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ในระดับที่เพียงพอแก่ความจำเป็นในการดำรงชีพ

การดำเนินงานของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการที่ผ่านมาได้เข้าดำเนินงานในหมู่บ้านชาวเขา

จำนวน ๑,๕๙๙ หมู่บ้าน

รวมทั้งให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือกับชาวเขานอกพื้นที่เป้าหมายที่ประสบปัญหาเดือดร้อนเร่งด่วน

และมีเป้าหมายจะพิจารณาขยายพื้นที่ดำเนินการให้ครอบคลุมชุมชนบนพื้นที่สูงทุกชุมชนต่อไป

สำหรับในการดำเนินงานเป็นการดำเนินงานพัฒนาในทุกด้าน ได้แก่ ด้านการเมืองการปกครอง

ด้านเศรษฐกิจและสังคม ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข

ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและปัญหาเอดส์ ด้านการพัฒนาจิตใจ

การเผยแพร่พระพุทธศาสนา รวมทั้งประสานกับส่วนราชการต่างๆ เพื่อนำบริการเข้าสู่พื้นที่เพื่อให้ชุมชนบนพื้นที่สูงเข้าสู่ระบบการพัฒนาปกติต่อไป

สถานที่ติดต่อ :

กลุ่มประสานการจัดสวัสดิการแก่ชุมชนบนพื้นที่สูง โทร. ๐-๒๒๘๑-๕๐๒๑

:

สำนักบริการสวัสดิการสังคมส่วนการบริหารโครงการและกิจการพิเศษ โทร. ๐-๒๒๘๒-๓๘๙๖

๓.๑๐ นิคมสร้างตนเอง

การสงเคราะห์ราษฎรที่เดือดร้อนและยากจน

ไม่มีที่ดินอยู่อาศัยตามพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. ๒๕๑๑

กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการได้ดำเนินการในรูป “นิคมสร้างตนเอง”

จัดเป็นชุมชนใหม่มีแบบแผนมีบริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น ถนน สะพาน

แหล่งน้ำและบริการสาธารณะอื่นๆ เช่น โรงเรียน สถานีอนามัย

มีการส่งเสริมแนะนำการประกอบอาชีพตามหลักวิชาการแผนใหม่

และนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาปรับใช้ทั้งในด้านการผลิต การตลาด และให้สินเชื่อ

ตลอดจนจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร และพัฒนาสังคมชุมชน สิ่งแวดล้อม เพื่อให้ราษฎรมีอาชีพ

มีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว มีความเป็นอยู่ดีขึ้น

สามารถดำรงชีพอยู่ในพื้นดินที่จัดสรรอย่างมีความสุข

และได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ได้รับจัดสรร โดยราษฎรที่ได้ที่รับการจัดสรรที่ดิน

เรียกว่า “สมาชิกนิคม”

ซึ่งคุณสมบัติของสมาชิกนิคมที่จะได้รับหนังสือแสดงการทำประโยชน์ (น.ค. ๓)

เพื่อนำไปขอออกโฉนดที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน ต้องเป็นสมาชิกนิคมเกินกว่า ๕ ปี

ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินจากอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการหรือผู้ชึ่งอธิบดีมอบหมาย

ไม่มีหนี้สินค้างชำระอยู่กับกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการชำระเงินช่วยเหลือทุนที่รัฐลงไปในการจัดนิคมสร้างตนเอง

ในอัตราไร่ละ ๑๐ บาท และเมื่อสมาชิกนิคมมีคุณสมบัติครบหลักเกณฑ์ ให้นำหลักฐาน คือ

สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาบัตรทะเบียนสมาชิกนิคม (ถ้ามี)

ใบยื่นคำร้อง (น.ค. ๒) เพื่อขอออก น.ค. ๓ ณ ที่ทำการนิคมที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนั้น

สถานที่ติดต่อ :

กลุ่มประสานการจัดสวัสดิการสังคมในพื้นที่เฉพาะ โทร. ๐-๒๒๘๒-๑๓๒๖

หรือนิคมสร้างตนเอง ๔๓ แห่ง

ประกาศ

ณ วันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

มุนินทร ติยายน

อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

ศุภชัย/พิมพ์

๑๓

มิถุนายน ๒๕๔๘

พุทธพัท/สุนันทา/ตรวจ

๒๙

มิถุนายน ๒๕๔๘

A+B

[๑] รก.๒๕๔๗/๑๑๗ง/๒๑/๓๐ ธันวาคม

๒๕๔๗

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เรื่อง การดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1076504d185d99cb

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com