法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า พ.ศ. 2553

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
18
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมสรรพสามิต

ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า

พ.ศ.

๒๕๕๓[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๘

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐

ประกอบกับ ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๒ และข้อ ๑๕ แห่งกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการ

และเงื่อนไขในการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า

พ.ศ. ๒๕๔๕ ออกตามความในมาตรา ๑๐๑ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓

อธิบดีกรมสรรพสามิตจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า

พ.ศ. ๒๕๕๓”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันออกระเบียบเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

สินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าที่จะได้รับการยกเว้นภาษีตามมาตรา

๑๐๑ ทวิ ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

๓.๑ เป็นสินค้าของผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามข้อ ๔

๓.๒ เป็นสินค้าประเภทหรือชนิดตามข้อ ๔

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ประสงค์จะขอยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าตามมาตรา

๑๐๑ ทวิ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

๔.๑ เป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต

๔.๒ เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย

๔.๓ มีทุนจดทะเบียนตามประเภทของสินค้า ดังนี้

(๑) ประเภทสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

ต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๒) ประเภทสินค้ารถยนต์

ต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๓) ประเภทสินค้าเครื่องปรับอากาศ

ต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า ๑๕,๐๐๐ บาท

(๔) ประเภทสินค้าแบตเตอรี่

ต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท

(๕) สินค้าอื่น ๆ นอกจาก (๑) –

(๔) ต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า ๕๐,๐๐๐ บาท

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามข้อ ๔

ที่ประสงค์จะขอยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าตามมาตรา

๑๐๑ ทวิ ยื่นคำขออนุมัติต่อสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือด่านศุลกากรที่มีการนำเข้านั้นตั้งอยู่

แล้วแต่กรณี ตามแบบ ภษ. 01-29/1 พร้อมหลักฐานที่ระบุในคำขอ

โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th

หรือทางเอกสาร

ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ขอยกเว้นภาษีตามวรรคหนึ่งจำหน่ายสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าให้แก่ตัวแทนหรือบุคคลอื่นก่อนส่งสินค้าไปให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่จะนำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีระบุรายละเอียดเกี่ยวกับตัวแทนหรือบุคคลอื่นในแบบ ภษ. 01-29/1

ด้วย

เมื่อได้รับอนุมัติแล้วให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามวรรคหนึ่ง

วางหลักประกันค่าภาษีเป็นเงินสด พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรขององค์การรัฐบาล

หรือหนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคารตามแบบท้ายระเบียบนี้ ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(๑) สินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

วงเงินประกันค่าภาษีจำนวนร้อยละ ๑๐ ของยอดค่าภาษีเฉลี่ยในระยะ ๖ เดือน

ที่ล่วงมาแล้ว แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๒) สินค้ารถยนต์ วงเงินประกันค่าภาษีจำนวนร้อยละ

๑๐ ของยอดค่าภาษีเฉลี่ยในระยะ ๖ เดือน ที่ล่วงมาแล้ว แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท

(๓) สินค้าเครื่องปรับอากาศ

วงเงินประกันค่าภาษีจำนวนร้อยละ ๑๐ ของยอดค่าภาษีเฉลี่ยในระยะ ๖ เดือน

ที่ล่วงมาแล้ว แต่ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

(๔) สินค้าแบตเตอรี่

วงเงินประกันค่าภาษีจำนวนร้อยละ ๑๐ ของยอดค่าภาษีเฉลี่ยในระยะ ๖ เดือน

ที่ล่วงมาแล้ว แต่ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท

(๕) สินค้าอื่น ๆ นอกจาก (๑) –

(๔) วงเงินประกันค่าภาษีจำนวนร้อยละ ๑๐ ของยอดค่าภาษีเฉลี่ยในระยะ

๖ เดือน ที่ล่วงมาแล้ว แต่ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท

กรณีที่ยังไม่เคยมีการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตกำหนดวงเงินประกันค่าภาษีได้ตามความเหมาะสม

และเมื่อได้มีการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนครบ ๖ เดือนแล้ว

ให้กำหนดวงเงินประกันใหม่โดยใช้หลักเกณฑ์ตามวรรคสอง

หลักประกันค่าภาษีที่วางไว้ตามวรรคสาม

ให้ถือว่าเป็นการวางประกันค่าภาษีในการขอยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าครั้งต่อไปโดยให้มีกำหนดระยะเวลา

๑ ปี นับแต่วันที่วางประกันค่าภาษีในครั้งแรก

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ก่อนนำสินค้าที่ขอยกเว้นภาษีออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือก่อนขนสินค้าออกจากอารักขาของศุลกากร

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ ๕ แจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ

สถานที่ตามข้อ ๕ ตามแบบ ภษ. 01-29/1 ก

โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th

หรือทางเอกสาร

เพื่อทำการตรวจสอบและนับจำนวนหรือปริมาณสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

ในกรณีที่เห็นสมควร ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี

๑ หรือผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี ๒

ตามสินค้าที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ แล้วแต่กรณี

จะสั่งให้ตรวจสอบสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีทางเอกสารหรือโดยวิธีการอื่นแทนก็ได้

เมื่อได้ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีแล้ว

ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตประทับตราหรือเครื่องหมายเพื่อแสดงว่าเป็นสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษี

แต่ถ้าโดยสภาพของสินค้านั้นไม่อาจกระทำการดังกล่าวได้

ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี ๑

หรือผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี ๒

ตามสินค้าที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ แล้วแต่กรณี

สั่งให้ดำเนินการอื่นใดตามที่เห็นสมควรเพื่อแสดงให้ทราบว่าเป็นสินค้าเช่นว่านั้น

ในกรณีเป็นสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

ก่อนนำสินค้าที่ขอยกเว้นภาษีออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือก่อนขนสินค้าออกจากอารักขาของศุลกากร

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ ๕

แจ้งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตที่อยู่ประจำโรงอุตสาหกรรมหรือเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ

สถานที่ตามข้อ ๕ แล้วแต่กรณี ตามแบบ ภษ. 01-29/1 ก

โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th

หรือทางเอกสาร เพื่อทำการตรวจสอบความถูกต้องและผนึกดวงตรากรมสรรพสามิตที่ท่อทางรับ-จ่ายของยานพาหนะที่ใช้ขนส่งก่อนพร้อมให้ระบุหมายเลขดวงตรากรมสรรพสามิตในแบบ

ภษ. 01-29/1 ก

ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ

๕ นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือออกจากอารักขาของศุลกากรไม่ตรงกับที่ผ่านการตรวจสอบและนับจำนวนหรือปริมาณตามวรรคหนึ่ง

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีดังกล่าวชี้แจงเหตุผลประกอบ ทั้งนี้

ให้ได้รับยกเว้นภาษีเฉพาะตามจำนวนหรือปริมาณที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรืออารักขาของศุลกากรตามที่ตรวจสอบได้จริง

แต่ไม่เกินจำนวนหรือปริมาณที่ระบุไว้ในคำขอตามข้อ ๕

เมื่อตรวจสอบและนับจำนวนหรือปริมาณสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีเสร็จแล้วให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตามวรรคหนึ่งบันทึกผลการตรวจตามแบบ

ภษ. 01-29/1 ก ไว้เป็นหลักฐานเพื่อให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีใช้เป็นเอกสารกำกับการขนสินค้าและให้สำเนาส่งไปยังสรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติให้ยกเว้นภาษีตามข้อ

๕ เพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจสอบ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

การขนสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือออกจากอารักขาของศุลกากร

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ ๕ ใช้เอกสารตามแบบ ภษ. 01-29/1 ก ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตได้ลงนามเรียบร้อยแล้ว

กำกับไปกับสินค้าดังกล่าวด้วย

สำหรับการขนน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันทางท่อ

เมื่อเจ้าพนักงานดำเนินการตรวจสอบจำนวนหรือปริมาณในแต่ละวันเรียบร้อยแล้ว

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ ๕ ส่งแบบ ภษ. 01-29/1 ก

ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตที่อยู่ประจำโรงอุตสาหกรรมที่จะนำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าในโรงอุตสาหกรรมตามข้อ

๑๑ ทราบทันที

ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ

๕ ไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองให้ถือว่าสินค้านั้นไม่ได้รับการยกเว้นภาษี

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ถ้าปรากฏว่าสินค้าที่ได้ขอรับยกเว้นภาษีสูญหายหรือขาดจำนวนไปในระหว่างการขน

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ ๕

ชำระภาษีสำหรับสินค้าตามประเภทหรือชนิดและจำนวนหรือปริมาณที่สูญหายหรือขาดไปในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่

ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

เว้นแต่จะพิสูจน์ต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติให้ยกเว้นภาษีตามข้อ ๕

ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุอันสมควร

ในกรณีที่สินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีเป็นน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

หากความแตกต่างของปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ขอยกเว้นภาษี

เปรียบเทียบกับปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ตรวจวัดได้จากโรงอุตสาหกรรมที่นำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันนั้นมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันประเภทหรือชนิดเดิมหรืออีกประเภทหรืออีกชนิดหนึ่ง

หรือเปรียบเทียบกับปริมาณน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันที่วัดได้จากโรงอุตสาหกรรมที่นำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันนั้นมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันเพื่อการส่งออก

แล้วแต่กรณี มีความแตกต่างกันเกินกว่าร้อยละ ๐.๕

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ ๕

ชำระภาษีสำหรับส่วนที่แตกต่างดังกล่าว

เว้นแต่จะพิสูจน์ต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติให้ยกเว้นภาษีตามข้อ ๕

ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือจำนวนหรือปริมาณขาดไปเพราะเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุผลอันสมควร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ

๕ จัดทำบัญชีประจำวันแสดงการผลิตและการจำหน่าย ตามแบบ ภษ.03-06

หรือแบบอื่นที่ได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี ๑

หรือผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี ๒ ตามสินค้าที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ

แล้วแต่กรณี และจัดทำงบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับวัตถุดิบการผลิต การจำหน่าย

และยอดคงเหลือสินค้า ตามแบบ ภษ. 01-42

หรือแบบอื่นที่ได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี ๑

หรือผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี ๒

ตามสินค้าที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ แล้วแต่กรณี

โดยให้ยื่นบัญชีประจำวันและงบเดือนดังกล่าวต่อสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือด่านศุลกากรที่มีการนำเข้านั้นตั้งอยู่

ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดจากเดือนที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th

หรือทางเอกสาร

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมใดที่จะนำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าตามมาตรา

๑๐๑ ทวิ จะต้องทำสัญญาตามแบบท้ายระเบียบนี้ไว้กับกรมสรรพสามิต

ว่าจะให้เบี้ยปรับตามสัญญาเท่ากับจำนวนเงินค่าภาษี

นับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น ในกรณีดังต่อไปนี้

๑๐.๑

นำไปใช้นอกเหนือจากการนำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิต

๑๐.๒ สูญหาย หรือจำนวนหรือปริมาณขาดไปในระหว่างการเก็บรักษา

ในการนี้กรมสรรพสามิตโดยสรรพสามิตพื้นที่

มีอำนาจลงนามในหนังสือสัญญาของผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่จะให้เบี้ยปรับ

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามวรรคหนึ่งยื่นสูตรการผลิตตามแบบท้ายระเบียบนี้

ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ก่อนการผลิต

โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th

หรือทางเอกสาร เพื่อให้สรรพสามิตพื้นที่พิจารณาอนุมัติสูตรการผลิตดังกล่าว

ในกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่จะนำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าได้รับอนุมัติสูตรการผลิตแล้ว

ให้สูตรการผลิตนั้นใช้ได้ต่อไปโดยให้ถือว่าได้รับอนุมัติสูตรการผลิตสำหรับการผลิตในครั้งต่อไป

เว้นแต่ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสูตรการผลิต

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กำหนดในวรรคสาม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

เมื่อได้รับอนุมัติสูตรการผลิตจากสรรพสามิตพื้นที่แล้ว

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่จะนำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าในโรงอุตสาหกรรมของตนแจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่

ตามแบบ ภษ.01-29/1 ข โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th

หรือทางเอกสาร

เพื่อทำการตรวจสอบและนับจำนวนหรือปริมาณสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีก่อนรับเข้าในโรงอุตสาหกรรมของตน

กรณีที่โรงอุตสาหกรรมน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันมีเจ้าพนักงานสรรพสามิตอยู่ประจำโรงอุตสาหกรรม

ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตที่อยู่ประจำโรงอุตสาหกรรมทำลายดวงตรากรมสรรพสามิตที่เจ้าพนักงานสรรพสามิตผนึกไว้ตามที่กำหนดในข้อ

๖ วรรคสี่

เพื่อทำการตรวจสอบจำนวนหรือปริมาณน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ได้รับยกเว้นภาษีก่อนรับเข้าในโรงอุตสาหกรรมของตน

โดยก่อนทำลายจะต้องตรวจสอบว่ามีสภาพผิดปกติหรือไม่

หากปรากฏว่ามีสภาพผิดปกติให้รายงานต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติให้ยกเว้นภาษีตามข้อ

๕ ทราบทันที

เมื่อเจ้าพนักงานได้ตรวจสอบและนับจำนวนหรือปริมาณสินค้าตามวรรคหนึ่ง

หรือวรรคสองแล้ว ให้ส่งสำเนาแบบ ภษ.01-29/1 ๑ ข

ให้สรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติให้ยกเว้นภาษี ตามข้อ ๕ ทราบทันที

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าในโรงอุตสาหกรรมของตน

จะต้องนำสินค้าที่ผลิตได้นั้นออกจากโรงอุตสาหกรรมของตนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีของสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าเกิดขึ้น

ในกรณีที่นำสินค้าที่ผลิตได้ตามวรรคหนึ่งไปเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บนต้องนำสินค้านั้นออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีของสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าเกิดขึ้น

หากไม่สามารถนำสินค้าดังกล่าวมาใช้ผลิตสินค้าได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง

หรือไม่สามารถนำออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคสองให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ

ชำระภาษีสำหรับสินค้าที่ขอยกเว้นภาษีนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีของสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าเกิดขึ้น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ในกรณีการขนส่งน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันทางท่อ

หากไม่สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

ภายในกำหนดเวลาตามข้อ ๑๒ ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ ๕

ชำระภาษีสำหรับน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันดังกล่าวนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีของน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันเกิดขึ้นในแต่ละวัน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการรับ-จ่ายสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตตามแบบ

ภษ.01-29/1 ค พร้อมกับการยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษี

หรือพร้อมกับการขอยกเว้นภาษีหรือคืนภาษีในกรณีส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรตามมาตรา ๑๐๐

โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th

หรือทางเอกสาร เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบความถูกต้อง

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า

จัดทำบัญชีประจำวันตามแบบ ภษ.01-29/1ค หรือแบบอื่นที่ได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี

๑ หรือผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี ๒

ตามสินค้าที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ แล้วแต่กรณี

และจัดทำงบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีดังกล่าวตามแบบ ภษ.01-29/1 ง

หรือแบบอื่นที่ได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี ๑

หรือผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี ๒

ตามสินค้าที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ แล้วแต่กรณี โดยให้ยื่นแบบ ภษ. 01-29/1 ค

และแบบ ภษ. 01-29/1 ง

ต่อสรรพสามิตพื้นที่ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดจากเดือนที่นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า

พร้อมทั้งส่งสำเนาบัญชีประจำวันและงบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีดังกล่าวให้สรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติให้ยกเว้นภาษีตามข้อ

๕ แล้วแต่กรณีทราบ โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th

หรือทางเอกสาร

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

สินค้าใดที่ผลิตขึ้นจากวัตถุดิบหรือมีส่วนประกอบที่เป็นสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการ

และเงื่อนไขในการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า

จะนำสินค้าที่ผลิตขึ้นดังกล่าวนั้นมาขอยกเว้นภาษีตามกฎกระทรวงดังกล่าวนี้อีกไม่ได้

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ระเบียบนี้มิให้ใช้บังคับกับผู้ประกอบอุตสาหกรรมประเภทคลังน้ำมันที่มีการปรุงแต่งน้ำมันโดยการเพิ่มสารเติมแต่ง

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนที่นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าตั้งอยู่

รวบรวม วิเคราะห์ และตรวจสอบข้อมูลการยกเว้นภาษี โดยจัดทำรายงานตามแบบ ภษ.01-29/1 จ พร้อมแนบสำเนาบัญชีประจำวันตามแบบ ภษ.01-29/1

ค หรือแบบอื่นที่ได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี ๑

หรือผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี ๒ ตามสินค้าที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ

แล้วแต่กรณี

และสำเนางบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีดังกล่าวตามแบบ

ภษ.01-29/1 ง หรือแบบอื่นที่ได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี

๑ หรือผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี ๒

ตามสินค้าที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ แล้วแต่กรณี

ให้ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคและสำเนาให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี

๑ หรือผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี ๒

ตามสินค้าที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ แล้วแต่กรณี

ทราบภายในวันที่ยี่สิบของเดือนถัดไป

โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th

หรือทางเอกสาร

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี

๑ หรือผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี ๒

ตามสินค้าที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ แล้วแต่กรณี เป็นผู้รักษาการ

และมีอำนาจวินิจฉัย สั่งการ และวางแนวทางปฏิบัติตามระเบียบนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓

อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม

อธิบดีกรมสรรพสามิต

[เอกสารแนบท้าย]

๑.

คำขอยกเว้นภาษีสรรพสามิตสำหรับสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า

ตามมาตรา ๑๐๑ ทวิ (ภษ. 01-29/1 )

๒.

แบบแจ้งการตรวจสอบสินค้าและกำกับการขนสินค้าที่ขอยกเว้นภาษีตามมาตรา ๑๐๑

ทวิ (ภษ. 01-29/1 ก)

๓.

แบบแจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิตปลายทางเพื่อตรวจสอบสินค้าที่ขอยกเว้นภาษีตามมาตรา

๑๐๑ ทวิ (ภษ. 01-29/1 ข)

๔.

บัญชีรับ-จ่ายสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต

และบัญชีประจำวัน (ภษ. 01-29/1 ค)

๕.

งบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษี (ภษ. 01-29/1 ง)

๖.

รายงานสินค้าที่ขอยกเว้นภาษีเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า

(ภษ. 01-29/1 จ)

๗.

แบบแจ้งสูตรการผลิต

๘.

หนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคาร

๙.

หนังสือสัญญาของผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่จะให้เบี้ยปรับ

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๙

มีนาคม ๒๕๕๓

นันท์นภัสร์/ตรวจ

๒๙

มีนาคม ๒๕๕๓

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๓๔ ง/หน้า ๑๖/๑๗ มีนาคม ๒๕๕๓

18 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า พ.ศ. 2553 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_108f9521fd455ad5

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com