ข้อ ๖ หลักเกณฑ์การขอเงินทุนกู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
๖.๑ เงินทุนกู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในกรณีได้รับความเดือดร้อน ดังต่อไปนี้
๖.๑.๑ ประสบภัยพิบัติ ได้แก่ อัคคีภัย อุทกภัย วาตภัย และภัยแล้ง
๖.๑.๒ เพื่อการรักษาพยาบาลของตนเอง
๖.๑.๓ เพื่อปรับปรุงที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ และเครื่องมือ เครื่องใช้ในการประกอบอาชีพ
๖.๑.๔ เพื่อเป็นทุนในการประกอบอาชีพเสริม
๖.๑.๕ กรณีอื่นตามที่ผู้ว่าการกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย
วงเงินให้กู้สูงสุดในแต่ละวัตถุประสงค์ให้เป็นไปตามที่ผู้ว่าการเห็นสมควรโดยคำนึงถึงยอดเงินคงเหลือและจำนวนเงินสวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับจัดสรร
การพิจารณาให้กู้ยืมให้ผู้ว่าการหรือผู้ที่ผู้ว่าการมอบหมายมีอำนาจพิจารณาจัดลำดับความจำเป็นก่อนหลังของคำขอกู้ได้
๖.๒ เกษตรกรชาวสวนยางผู้มีสิทธิกู้เงินทุนกู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนต้องมีคุณสมบัติดังนี้
๖.๒.๑ เป็นเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้ขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย
๖.๒.๓ มีความขยันขันแข็งในการประกอบอาชีพ และประพฤติตนเรียบร้อยตามระเบียบข้อบังคับ
๖.๒.๓ ยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไข และข้อกำหนดในหลักเกณฑ์และวิธีการที่การยางแห่งประเทศไทยกำหนด
๖.๓ ให้เกษตรกรชาวสวนยางที่ประสงค์จะกู้เงินทุนกู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนยื่นคำขอตามแบบ งสก.๑ ท้ายประกาศฉบับนี้ ต่อพนักงานที่รับผิดชอบในพื้นที่พร้อมด้วยหลักฐาน ดังต่อไปนี้
๖.๓.๑ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ สำเนาบัตรประจำตัวเกษตรกรชาวสวนยาง
๖.๓.๒ เอกสารโครงการ ในกรณีขอเงินทุนในการประกอบอาชีพเสริม
๖.๓.๓ หนังสือมอบอำนาจ กรณีมอบอำนาจให้บุคคลอื่นยื่นคำขอ
๖.๔ การค้ำประกันเงินกู้ต้องเป็นเกษตรกรชาวสวนยางโดยกำหนดให้ผู้ค้ำประกันแต่ละรายสามารถค้ำประกันได้ไม่เกิน ๒ สัญญา ในกรณีผู้ที่กู้เป็นคนกรีดยางต้องให้เจ้าของสวนยางซึ่งคนกรีดยางกรีดอยู่ เป็นผู้ค้ำประกันด้วย
๖.๕ กำหนดระยะเวลาชำระหนี้ ผู้กู้ต้องชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยเป็นงวด ๆ ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาตามวัตถุประสงค์แห่งการกู้ แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน ๒ ปี
๖.๖ ให้คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๒ ต่อปี
๖.๗ หากผู้กู้ไม่สามารถชำระเงินกู้คืนได้ และติดต่อขอผ่อนผันการชำระหนี้ ให้ผู้ว่าการหรือผู้ที่ผู้ว่าการมอบหมายเป็นผู้พิจารณาผ่อนผันได้ตามเหตุผลหรือความจำเป็น แต่ต้องมีระยะเวลาไม่เกิน ๖๐ วัน นับจากวันครบกำหนดชำระของงวดนั้นโดยไม่ให้ถือว่าผู้กู้เป็นผู้ผิดนัด ทั้งนี้ การผ่อนผันการชำระหนี้จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ค้ำประกัน
๖.๘ หากผู้กู้ผิดนัดการชำระหนี้ตามสัญญาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือพ้นกำหนดผ่อนผัน และหรือพ้นกำหนดขยายเวลาการส่งใช้ ให้ถือว่าผู้กู้ผิดนัดและให้คิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปีและบังคับชำระหนี้จากผู้กู้และผู้ค้ำประกัน
ในกรณีบังคับชำระหนี้จากผู้ค้ำประกันให้ส่งหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่ผู้กู้ผิดนัดไม่ชำระหนี้
๖.๙ ให้ผู้ว่าการหรือผู้ที่ผู้ว่าการมอบหมายสามารถบอกเลิกสัญญาเงินกู้ได้ หากผู้กู้แสดงข้อความหรือหลักฐานอันเป็นเท็จในการขอกู้เงินและให้เรียกเก็บเงินกู้พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดตามกฎหมาย พร้อมทั้งตัดสิทธิการได้รับเงินทุนกู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
๖.๑๐ การติดตามหนี้กรณีที่ผู้กู้ไม่ชำระเงินกู้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้มีพนักงานผู้รับผิดชอบการออกติดตามและรายงานให้ผู้ว่าการหรือผู้ที่ผู้ว่าการมอบหมายทราบความก้าวหน้าทุก ๓ เดือน