法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา พ.ศ. 2548

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
29
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบ

ระเบียบ

ว่าด้วยวิธีพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา

พ.ศ. ๒๕๔๘

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๒๗ ของประมวลจริยธรรมของสมาชิกวุฒิสภาและกรรมาธิการ

พ.ศ. ๒๕๔๕ และด้วยความเห็นชอบจากวุฒิสภา คณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา จึงออกระเบียบว่าด้วยวิธีพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบว่าด้วยวิธีพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา

พ.ศ. ๒๕๔๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้ คำว่า

“ประมวลจริยธรรม” หมายถึง ประมวลจริยธรรมของสมาชิกวุฒิสภาและกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๕

“คณะกรรมการ” หมายถึง คณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา

“ประธานคณะกรรมการ” หมายถึง ประธานคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา

“กรรมการ” หมายถึง กรรมการจริยธรรมวุฒิสภา

“สมาชิก” หมายถึง สมาชิกวุฒิสภา

“กรรมาธิการ” หมายถึง กรรมาธิการสามัญ หรือกรรมาธิการวิสามัญซึ่งวุฒิสภาตั้งขึ้น

และหมายความรวมถึงอนุกรรมาธิการที่คณะกรรมาธิการตั้งขึ้นด้วย

“เลขาธิการ” หมายถึง เลขาธิการวุฒิสภา หรือรองเลขาธิการวุฒิสภาที่ได้รับมอบหมาย

“คำร้อง” หมายถึง ข้อกล่าวหาว่าสมาชิกหรือกรรมาธิการฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม

“ผู้ร้อง” หมายถึง ผู้เสนอคำร้องต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัย

“ผู้ถูกร้อง” หมายถึง สมาชิกหรือกรรมาธิการที่ถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ประธานคณะกรรมการรักษาการตามระเบียบนี้

การยื่นและถอนคำร้อง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ คำร้องต้องทำเป็นหนังสือ ใช้ถ้อยคำสุภาพและต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อและที่อยู่ของผู้ร้องพร้อมทั้งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรที่ทางราชการออกให้

(๒) ข้อกล่าวหาที่ระบุว่าสมาชิกหรือกรรมาธิการคนใดฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมในเรื่องใด

โดยระบุเรื่องอันเป็นเหตุให้ต้องใช้สิทธิยื่นคำร้อง พร้อมทั้งข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ตามสมควรเกี่ยวกับการกระทำดังกล่าว

(๓) ลงลายมือชื่อผู้ร้อง ถ้าเป็นการร้องแทนผู้อื่นจะต้องแนบหนังสือมอบอำนาจให้เป็นผู้ร้องมาด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการให้กระทำได้ ดังต่อไปนี้

(๑) ให้ยื่นด้วยตนเอง หรือมอบฉันทะให้บุคคลอื่นยื่น ณ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา

และให้เจ้าหน้าที่ผู้รับคำร้องออกใบรับคำร้องให้กับผู้ร้อง หรือ

(๒) ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปยังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา

ใบรับคำร้องจะต้องระบุวัน เดือน ปี ที่รับคำร้อง และลงลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ผู้รับคำร้อง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้เลขาธิการตรวจสอบคำร้องเบื้องต้นว่า

(๑) ผู้ร้องมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ และเป็นเจ้าของคำร้องจริงหรือไม่

(๒) คำร้องเป็นไปตามระเบียบนี้หรือไม่

ให้เลขาธิการเสนอคำร้องต่อคณะกรรมการโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ คำร้องตามข้อ ๕ เมื่อได้ยื่นแล้ว ผู้ร้องจะถอนในเวลาใดก็ได้ แต่ถ้าคณะกรรมการเห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมจะพิจารณาคำร้องนั้นต่อไปก็ได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่อปรากฏหลักฐานว่าสมาชิก หรือกรรมาธิการมีพฤติกรรมอันน่าจะเป็นการฝ่าฝืนประมวลจริยธรรม คณะกรรมการอาจมีมติให้นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาตามระเบียบนี้ได้

มติดังกล่าวต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

การคัดค้านกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้องอาจคัดค้านกรรมการคนใดว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องในเรื่องที่ขอให้พิจารณาก็ได้

เมื่อมีการคัดค้านกรรมการผู้ใด ถ้ากรรมการผู้นั้นไม่ขอถอนตัวออกจากการพิจารณาเรื่องนั้น

ให้คณะกรรมการพิจารณาตามที่เห็นสมควร ถ้าคณะกรรมการเห็นชอบด้วยกับคำร้องคัดค้านกรรมการ กรรมการผู้นั้นจะร่วมพิจารณาหรือออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น มิได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กรรมการผู้ใดมีเหตุที่อาจถูกคัดค้าน กรรมการผู้นั้นต้องแถลงต่อคณะกรรมการแสดงเหตุที่ตนอาจถูกคัดค้าน เมื่อมีกรณีดังกล่าวให้คณะกรรมการพิจารณาตามที่เห็นสมควร

การตรวจสอบคำร้องและคำชี้แจง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อคณะกรรมการได้รับคำร้อง ให้พิจารณาและลงมติจะรับคำร้องนั้นไว้พิจารณาหรือไม่ โดยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องจากเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ คำร้องที่คณะกรรมการมีมติรับไว้พิจารณา ให้ดำเนินการพิจารณาต่อไป

คำร้องที่คณะกรรมการมีมติไม่รับไว้พิจารณา ให้จำหน่ายคำร้องนั้นเสีย และแจ้งให้ผู้ร้องทราบ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อคณะกรรมการมีมติรับคำร้องไว้พิจารณาตามข้อ ๑๓ วรรคแรกแล้วให้ประธานคณะกรรมการจัดส่งสำเนาคำร้องแก่ผู้ถูกร้อง และให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง

การส่งสำเนาคำร้องหรือหนังสืออื่นใด ให้ส่งแก่ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้อง ณ ภูมิลำเนาหรือสถานที่ติดต่อแห่งใดแห่งหนึ่งตามที่ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้องได้แจ้งไว้

ในกรณีที่ไม่สามารถส่งสำเนาคำร้องและหนังสือกำหนดเวลาให้ยื่นคำชี้แจงแก่ผู้ถูกร้องได้

หรือผู้ถูกร้องไม่ยอมรับสำเนาคำร้องและหนังสือกำหนดเวลาให้ยื่นคำชี้แจง ให้ประธานคณะกรรมการสั่งให้ปิดประกาศ ณ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อให้ผู้ถูกร้องมารับสำเนาคำร้องและส่งหนังสือกำหนดเวลาให้ยื่นคำชี้แจงภายในสิบห้าวันนับแต่วันปิดประกาศ และส่งสำเนาประกาศทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับให้แก่ผู้ถูกร้อง ณ สถานที่ตามวรรคสองในวันปิดประกาศนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เมื่อผู้ถูกร้องได้รับสำเนาคำร้องแล้วและได้ยื่นคำชี้แจง หรือผู้ถูกร้องไม่ยื่นคำชี้แจงภายในเวลาที่กำหนด หรือไม่มารับสำเนาคำร้องและหนังสือกำหนดเวลาให้ยื่นคำชี้แจงตามประกาศตามข้อ ๑๔ วรรคสาม ให้คณะกรรมการกำหนดวันพิจารณาครั้งแรก

ผู้ร้องจะขอแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องที่ยื่นไว้แล้วก็ได้ แต่ต้องเป็นสาระสำคัญอันควรแก่การแก้ไขและเกี่ยวกับเรื่องเดิม โดยให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อคณะกรรมการก่อนวันพิจารณาครั้งแรก

คำขอแก้ไขเพิ่มเติมคำร้องตามวรรคสอง คณะกรรมการจะอนุญาตหรือไม่ก็ได้แล้วแต่จะเห็นสมควร

กำหนดการพิจารณาของคณะกรรมการ ให้เลขาธิการแจ้งเป็นหนังสือไปยังกรรมการ ผู้ร้องและผู้ถูกร้องทุกคนไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนวันพิจารณา

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ กรณีที่ผู้ร้องไม่ดำเนินการตามคำสั่งของคณะกรรมการหรือไม่ดำเนินการภายในเวลาที่กำหนดโดยไม่มีเหตุอันสมควรให้ถือว่าผู้ร้องทิ้งคำร้อง และคณะกรรมการอาจสั่งจำหน่ายคำร้องก็ได้

การพิจารณา

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การพิจารณาของคณะกรรมการ ให้สมาชิกและผู้ซึ่งได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการมีสิทธิเข้าฟังการพิจารณา

ในกรณีประชุมลับผู้ที่จะเข้าฟังการพิจารณาของคณะกรรมการได้ต้องเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ผู้ร้องและผู้ถูกร้องมีสิทธิเข้าฟังการพิจารณาของคณะกรรมการ และสามารถอ้างตนเอง และพยานหลักฐานอื่นเป็นพยานได้ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร และมีสิทธิขอตรวจดูเอกสารหรือพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับตนได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การยื่นเอกสารหรือพยานหลักฐานต่อคณะกรรมการ ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้องจะยื่นด้วยตนเองหรือมอบฉันทะให้บุคคลใดยื่นต่อคณะกรรมการหรือเลขาธิการก็ได้

การมอบฉันทะให้ผู้อื่นยื่นเอกสารหรือพยานหลักฐานให้ทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้มอบ

ผู้รับมอบ และพยาน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ต้นฉบับเอกสารเท่านั้นที่อ้างเป็นพยานได้ ถ้าหาต้นฉบับไม่ได้ สำเนาที่รับรองว่าถูกต้อง หรือพยานบุคคลที่รู้ข้อความก็อ้างเป็นพยานได้

การอ้างหนังสือราชการเป็นพยาน แม้ต้นฉบับยังมีอยู่ จะส่งสำเนาที่รับรองว่าถูกต้องก็ได้

เว้นแต่คณะกรรมการจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ พยานจะให้การด้วยวาจาหรือให้การเป็นหนังสือก็ได้ ในกรณีให้การเป็นหนังสือ

คณะกรรมการจะสั่งให้พยานมาให้ถ้อยคำประกอบก็ได้

พยานที่ให้ถ้อยคำแล้วอาจถูกเรียกมาให้ถ้อยคำอีกในวันเดียวกันหรือวันอื่นและอาจถูกเรียกมาให้ถ้อยคำพร้อมพยานคนอื่นในเรื่องเดียวกันได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเรื่องใด ๆ ต้องมีการจัดทำบันทึกการประชุมของคณะกรรมการทุกครั้ง

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้ร้องและผู้ถูกร้องอาจทำคำแถลงการณ์เป็นหนังสือสรุปความเห็นของตนเสนอต่อคณะกรรมการก่อนการวินิจฉัยก็ได้ ส่วนการแถลงการณ์ด้วยวาจาต่อคณะกรรมการให้กระทำได้ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร

คำแถลงการณ์ของผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ต้องกระทำหลังจากวันพิจารณานัดสุดท้ายภายในเวลาที่คณะกรรมการเห็นสมควร

ในการแถลงการณ์ด้วยวาจา ให้ผู้ร้องเป็นผู้แถลงก่อนและให้ผู้ถูกร้องแถลงในลำดับถัดไป

ในการแถลงการณ์ด้วยวาจาของแต่ละฝ่าย คณะกรรมการจะซักถามข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากผู้แถลงในระหว่างการแถลงหรือภายหลังการแถลงก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในการพิจารณา คณะกรรมการจะให้ผู้ร้องหรือผู้ถูกร้องให้ข้อเท็จจริงหรือความเห็นเป็นหนังสือก็ได้

การสืบพยานบุคคลหรือพยานผู้เชี่ยวชาญ ให้กระทำได้เท่าที่จำเป็น

ในการพิจารณา ให้คณะกรรมการมีอำนาจซักถามพยาน หรือเรียกพยาน หรือหลักฐานใด ๆ มาประกอบการพิจารณาตามที่เห็นสมควรก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ คณะกรรมการอาจสั่งให้งดการสืบพยานหลักฐานใด ๆ ที่เห็นว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องที่จะพิจารณาวินิจฉัย หรือไม่มีความจำเป็นแก่การพิจารณาวินิจฉัย หรือจะทำให้การพิจารณาวินิจฉัยล่าช้าโดยไม่สมควรก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การพิจารณาของคณะกรรมการให้กระทำด้วยความรวดเร็วและต่อเนื่องจนกว่าจะแล้วเสร็จ เว้นแต่มีเหตุจำเป็น คณะกรรมการจะสั่งเลื่อนการพิจารณาออกไปก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ เพื่อประโยชน์ในการรักษาความสงบเรียบร้อยของการพิจารณา คณะกรรมการมีอำนาจสั่งให้บุคคลใดออกไปนอกสถานที่พิจารณาได้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของคณะกรรมการ คณะกรรมการมีอำนาจขอเอกสารใด ๆ ของวุฒิสภาได้

คำวินิจฉัย

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การประชุมของคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่จึงจะเป็นองค์ประชุม การลงมติวินิจฉัยข้อปรึกษาใด ๆ ให้ถือเอาเสียงข้างมาก เว้นแต่การลงมติวินิจฉัยว่าสมาชิกหรือกรรมาธิการผู้ใดฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมข้อใด

ให้ถือเอาคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในห้าของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่

คำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้ทำเป็นหนังสือและให้แสดงเหตุผลประกอบการวินิจฉัยนั้นด้วย

ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

สุชน ชาลีเครือ

ประธานคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา

วชิระ/ตรวจ

๑๔

กรกฎาคม ๒๕๔๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๒/ตอนพิเศษ ๓๗ ง/หน้า ๗๑/๙ พฤษภาคม ๒๕๔๘

29 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบ ว่าด้วยวิธีพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา พ.ศ. 2548 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_10b9321e4934e706

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com