ประกาศกองบัญชาการทหารสูงสุด
ประกาศกองบัญชาการทหารสูงสุด
ออกตามความในประกาศแก้ไขเพิ่มเติมการใช้
กฎอัยการศึก ลงวันที่ ๒๔ เมษายน
พุทธศักราช ๒๔๘๕ (ฉบับที่ ๒)[๑]
อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๑
แห่งประกาศแก้ไขเพิ่มเติมการใช้กฎอัยการศึก ลงวันที่ ๒๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๕
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ประกาศกำหนดไว้ดังต่อไปนี้
โดยที่เห็นสมควรให้ศาลทหารพิจารณาพิพากษาคดีความผิดทางอาญา
ดังต่อไปนี้ คือ
(ก)
ความผิดฐานใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริต ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายลักษณะอาญา
ตั้งแต่มาตรา ๑๒๙ ถึงมาตรา ๑๔๖
(ข)
ความผิดตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๑๑๘, มาตรา
๑๕๕ ถึงมาตรา ๑๖๒, มาตรา ๒๒๖ และมาตรา ๒๓๐
ฉะนั้น
คดีดังกล่าวนี้ซึ่งความผิดเกิดขึ้นภายหลังวันที่ ๑๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๔ เวลา
๒๐.๔๕ นาฬิกา ให้ฟ้องให้ศาลทหารพิจารณาพิพากษา เว้นแต่คดีที่ความผิดเกิดขึ้นภายหลังวันที่
๒๕ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๘๕ เวลา ๐๖.๐๐ นาฬิกา และได้ฟ้องไว้ต่อศาลพลเรือนแล้ว
ก่อนวันใช้ประกาศนี้บังคับ จึงให้ศาลพลเรือนมีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไปได้
ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๕
จอมพล ป.
พิบูลสงคราม
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
คำชี้แจง
ตั้งแต่เริ่มประกาศใช้กฎอัยการศึกทุกจังหวัดทั่วราชอาณาจักรเมื่อวันที่
๑๐ ธันวาคม ๒๔๘๔ เวลา ๒๐.๔๕ นาฬิกา เป็นต้นมา
ผู้กระทำผิดอาญาทั้งปวงย่อมถูกฟ้องยังศาลทหารตามกฎอัยการศึกทั้งสิ้น
ต่อมาได้มีประกาศกองบัญชาการทหารสูงสุด (ฉบับที่
๑) บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๔๘๕ ให้ศาลพลเรือนมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญาดังที่ระบุไว้ในประกาศนั้นได้
ซึ่งคดีเหล่านี้มีคดีความผิดฐานใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริต
และคดีความผิดเกี่ยวแก่ความเท็จรวมอยู่ด้วย
ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๔๘๕
เป็นต้นมา คดีความผิดตามประกาศกองบัญชาการทหารสูงสุด ฉบับที่ ๒ นี้
จึงฟ้องที่ศาลพลเรือนเรื่อยมา
แต่บัดนี้ได้มีประกาศกองบัญชาการทหารสูงสุด
ฉบับที่ ๒ นี้ สั่งให้ฟ้องคดีความผิดดังกล่าวยังศาลทหารดังเดิมอีก
ประกาศนี้ได้กำหนดไว้ดังจะแยกอธิบายได้เป็นตอน ๆ
ดังนี้
๑.
ความผิดดังที่ระบุไว้ในประกาศฉบับที่ ๒ นี้
ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่วันบังคับใช้ประกาศฉบับที่ ๒ นี้เป็นต้นไป
ต้องฟ้องศาลทหารทั้งสิ้น
๒.
ถ้าความผิดเกิดขึ้นภายหลังวัน เวลา ประกาศ กฎอัยการศึก คือ วันที่ ๑๐
ธันวาคม ๒๔๘๔ เวลา ๒๐.๔๕ นาฬิกา เป็นต้นมาจนบัดนี้ และต่อ ๆ ไป ถ้ายังมิได้ฟ้อง
ก็ให้ฟ้องที่ศาลทหาร (มีผลย้อนหลัง)
๓.
ถ้าความผิดเกิดขึ้นระหว่างภายหลังวันบังคับใช้ประกาศ ฉบับที่ ๑ คือวันที่
๒๕ มิถุนายน ๒๔๘๕ ถึงวันบังคับใช้ตามประกาศฉบับที่ ๒ นี้
ถ้าได้ฟ้องไว้ยังศาลพลเรือนก่อนวันใช้ประกาศฉบับที่ ๒ นี้บังคับแล้ว
ก็เป็นอันให้ศาลพลเรือนพิจารณาพิพากษาต่อไปได้จนคดีถึงที่สุด
๔.
ส่วนความผิดที่เกิดขึ้นภายหลังวันประกาศใช้กฎอัยการศึก (วันที่ ๑๐ ธันวาคม
๒๔๘๔) จนวันบังคับใช้ประกาศ ฉบับที่ ๑ (วันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๔๘๕) นั้น
ย่อมต้องขึ้นศาลทหารอยู่แล้วเสมอไป
นายพลอากาศตรี ภ. เกสสำลี
เสนาธิการกองทัพสนาม
สุกัญญา/ผู้จัดทำ
๘
เมษายน ๒๕๕๓
นฤดล/ตรวจ
๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๙/ตอนที่ ๕๒/หน้า ๑๔๒๔/๔ สิงหาคม ๒๔๘๕