法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อกำหนดกรมตำรวจ เรื่อง สัญญาณจราจร เครื่องหมายจราจรและความหมายของสัญญาณจราจร และเครื่องหมายจราจร

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11
มาตรา อารัมภบท

ตราครุฑ

ตราครุฑ

ข้อกำหนดกรมตำรวจ

เรื่อง สัญญาณจราจร เครื่องหมายจราจร

และความหมายของสัญญาณจราจร

และเครื่องหมายจราจร

อาศัยตามความในมาตรา 21

แห่งพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 อธิบดีกรมตำรวจ

กำหนดสัญญาณจราจร

เครื่องหมายจราจร

และความหมายของสัญญาณจราจร

และเครื่องหมายจราจร

ไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1

ให้ใช้สัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจรตามแบบที่กำหนดโดยภาพตัวอย่างท้ายข้อกำหนด

นี้ทั่วราชอาณาจักร

ตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

ส่วนสัญญาณจราจรและเครื่องหมายจราจรแบบเก่าที่ใช้

อยู่ก่อนวันประกาศ

และยังมิได้เปลี่ยนแปลงเป็นแบบใหม่

ก็ให้ใช้ได้ไปพลางก่อนจนกว่าจะได้เปลี่ยน

เป็นแบบใหม่ตามข้อกำหนดนี้

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 สัญญาณจราจร เครื่องหมายจราจร และความหมายของสัญญาจราจรและเครื่องหมาย

จราจรตามข้อกำหนดนี้

ให้ใช้ในเขตทางตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกทั่วราชอาณา

จักร

สัญญาณจราจร

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3 สัญญาณไฟจราจร หมายถึง สัญญาณจราจรที่ใช้ควบคุมการจราจร โดยโคมสัญญาณไฟ

จราจรประกอบด้วยดวงโคมอย่างน้อยสามดวง สัญญาณไฟจราจรสีแดงอยู่ตอนบน สัญญาณไฟจราจรสี

เหลืองอำพันอยู่ตอนกลาง

และสัญญาณไฟจราจรสีเขียวอยู่ตอนล่าง

ในบางกรณีอาจมีโคมสัญญาณไฟจราจร

ลูกศรสีเขียวประกอบได้

โคมสัญญาณไฟจราจรทั่วไปมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกว้าง 20 มิลลิเมตร โคม

สัญญาณไฟจราจรลูกศรสีเขียว โดยทั่วไปมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 300 มิลลิเมตร สัญญาณไฟจราจรให้

ติดตั้งบนเสาในลักษณะที่สามารถมองเห็นได้โดยชัดเจนในแต่ละทิศทางของการจราจรต้องมีสัญญาณไฟ

จราจรอย่างน้อย 2 ชุด

ชุดแรกติดตั้งบนขอบทางด้านซ้ายมือใกล้ทางแยก ในกรณีทางนั้น ๆ มีช่องทางเดินรถ

หลายช่องทางจะติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบนเกาะกลางทางเพิ่มขึ้นก็ได้ ชุดที่สองติดตั้งบนเกาะกลางทาง

หรือเกาะกลางทางฝั่งตรงข้ามของทางแยกนั้น ๆ

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4

สัญญาณด้วยมือและแขนของพนักงานเจ้าหน้าที่ หมายถึงสัญญาณจราจรที่พนักงานเจ้าหน้าที่

แสดงให้ปรากฏข้างหน้า

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5 สัญญาณนกหวีด หมายถึง สัญญาณจราจรที่พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงด้วยเสียงสัญญาณนกหวีด

เครื่องหมายจราจร

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6 เครื่องหมายจราจร แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

(1) เครื่องหมายจราจรชนิดแผ่นป้ายทำด้วยแผ่นโลหะหรือไม้ หรือวัตถุอื่นที่แทนกันได้

(2) เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง ขอบทาง ขอบวงเวียน เสา

หลัก ราว

สะพาน

กำแพง รั้ว และที่อื่น ๆ โดยใช้สี หมุดโลหะ กระเบื้องเคลือบ หรือวัตถุอื่นที่แทนกันได้

ทา ตอก หรือฝังไว้

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7 เครื่องหมายจราจรตามข้อ

6 (1) แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

(1) ประเภทบังคับ ได้แก่เครื่องหมายกำหนด บังคับ ห้ามหรือจำกัด บางประการ

เพื่อบังคับการจราจรในทาง

(2) ประเภทเตือน

ได้แก่เครื่องหมายเตือนให้ผู้ใช้ทางระวังอันตรายตามความหมายใน

แผ่นเครื่องหมายนั้น ๆ

เครื่องหมายจราจรประเภทบังคับ

มาตรา ข้อ 8

ข้อ 8

ให้ผู้ขับรถปฏิบัติตามความหมายแห่งเครื่องหมายนั้น ๆ ดังต่อไปนี้

(1) เครื่องหมาย `หยุด' หมายความว่า รถทุกชนิดต้องหยุดให้รถและคนเดินเท้าใน

ทางขวางหน้าผ่านไปก่อน

เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่เป็นการกีดขวางการจราจรที่บริเวณทางแยกนั้นแล้ว

จึงให้เคลื่อนรถต่อไปได้ด้วยความระมัดระวัง (บ. 1)

(2) เครื่องหมาย `ให้ทาง' หมายความว่า รถทุกชนิดต้องระมัดระวังและให้ทางแก่

รถและคนเดินเท้าในทางขวางหน้าผ่านไปก่อน

เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่เป็นการกีดขวางการจราจร

ที่บริเวณทางแยกนั้นแล้ว

จึงให้เคลื่อนรถต่อไปได้ด้วยความระมัดระวัง (บ. 2)

(3) เครื่องหมาย `หยุดตรวจ' หมายความว่า ให้ผู้ขับรถหยุดรถที่เครื่องหมายนี้

เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจและเคลื่อนรถต่อไปได้เมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจแล้วเท่านั้น

(บ. 3)

(4) เครื่องหมาย `ห้ามเข้า' หมายความว่า ห้ามมิให้รถทุกชนิดเข้าไปในทางที่ติดตั้ง

เครื่องหมาย (บ. 4)

(5) เครื่องหมาย `ห้ามเลี้ยวซ้าย' หมายความว่า ห้ามมิให้เลี้ยวรถไปทางซ้าย

(บ. 5)

(6) เครื่องหมาย `ห้ามเลี้ยวขวา' หมายความว่า ห้ามมิให้เลี้ยวรถไปทางขวา

(บ. 6)

(7) เครื่องหมาย `ห้ามกลับรถ' หมายความว่า ห้ามมิให้กลับรถไม่ว่าด้วยด้วยวิธี

ใด ๆ

ในเขตทางที่ติดตั้งเครื่องหมาย (บ. 7)

(8) เครื่องหมาย `ห้ามแซง' หมายความว่า ห้ามมิให้ขับรถแซงขึ้นหน้ารถคันอื่นใน

เขตทางที่ติดตั้งเครื่องหมาย (บ. 8)

(9) เครื่องหมาย `ห้ามรถบรรทุกหนักแซง' หมายความว่า ห้ามมิให้ขับรถบรรทุกที่

มีน้ำหนักมากแซงขึ้นหน้ารถคันอื่นในเขตทางที่ติดตั้งเครื่องหมาย

(บ. 9)

(10) เครื่องหมาย `ห้ามรถยนตร์' หมายความว่า ห้ามรถยนตร์ทุกชนิดผ่านเข้าไปใน

เขตทางที่ติดตั้งเครื่องหมาย (บ. 10)

(11) เครื่องหมาย `ห้ามรถบรรทุก' หมายความว่า ห้ามรถบรรทุกทุกชนิดผ่านเข้าไป

ในเขตที่ติดตั้งเครื่องหมาย (บ. 11)

(12) เครื่องหมาย `ห้ามรถยนตร์ที่ใช้ในการเกษตร' หมายความว่า ห้ามรถยนตร์

ที่ใช้ในการเกษตรทุกชนิดผ่านเข้าไปในเขตทางที่ติดตั้งเครื่องหมาย

(บ. 12)

(13) เครื่องหมาย `ห้ามรถพ่วง' หมายความว่า ห้ามรถพ่วงทุกชนิดผ่านเข้าไปใน

เขตทางที่ติดตั้งเครื่องหมาย (บ. 13)

(14) เครื่องหมาย `ห้ามรถจักรยานยนตร์' หมายความว่าห้ามรถจักรยานยนตร์ผ่าน

เข้าไปในเขตทางที่ติดตั้งเครื่องหมาย (บ. 14)

(15) เครื่องหมาย `ห้ามรถจักรยาน' หมายความว่า ห้ามรถจักรยานผ่านเข้าไปใน

เขตทางที่ติดตั้งเครื่องหมาย (บ. 15)

(16) เครื่องหมาย `ห้ามรถสามล้อ' หมายความว่า ห้ารถสามล้อผ่านเข้าไปใน

เขตทางที่ติดตั้งเครื่องหมาย (บ. 16)

(17) เครื่องหมาย `ห้ามรถยนตร์สามล้อ' หมายความว่า ห้ามรถยนตร์สามล้อผ่าน

เข้าไปในเขตทางที่ติดตั้งเครื่องหมาย (บ. 17)

(18) เครื่องหมาย `ห้ามรถจักรยานยนตร์และรถยนตร์' หมายความว่า ห้ามรถจักร

ยานยนตร์และรถยนตร์ทุกชนิดผ่านเข้าไปในเขตทางที่ติดตั้งเครื่องหมาย

(บ. 18)

(19) เครื่องหมาย `ห้ามรถจักรยาน รถสามล้อและรถจักรยานยนตร์' หมายความว่า

ห้ามรถจักรยาน

รถสามล้อ

และรถจักรยานยนตร์ผ่านเข้าไปในเขตทางที่ติดตั้งเครื่องหมาย (บ. 19)

(20) เครื่องหมาย `ห้ามล้อเลื่อนลากเข็น' หมายความว่า ห้ามเฉพาะล้อเลื่อนลาก

เข็นผ่านในเขตทางที่ติดตั้งเครื่องหมาย (บ. 20)

(21) เครื่องหมาย `ห้ามเกวียน' หมายความว่า ห้ามเกวียนทุกชนิดผ่านเข้าไปใน

เขตทางที่ติดตั้งเครื่องหมาย (บ. 21)

(22) เครื่องหมาย `ห้ามคน' หมายความว่า ห้ามคนผ่านเข้าไปในเขตทางที่ติดตั้ง

เครื่องหมาย (บ. 22)

(23) เครื่องหมาย `ห้ามใช้เสียง' หมายความว่า ห้ามมิให้ใช้เสียงสัญญาณหรือทำ

ให้เกิดเสียงที่ก่อการรบกวนด้วยประการใด ๆ

ในเขตที่ติดตั้งเครื่องหมาย (บ. 23)

(24) เครื่องหมาย `ห้ามรถหนักเกินกำหนด' หมายความว่า ห้ามมิให้รถทุกชนิดที่มี

น้ำหนักเกินกว่ากำหนด

หรือเมื่อรวมน้ำหนักรถกับน้ำหนักบรรทุกเกินกว่าที่กำหนดไว้เป็น `ตัน' ตาม

จำนวนเลขในเครื่องหมายนั้น ๆ

เข้าไปในเขตทางที่ติดตั้งเครื่องหมาย (บ. 24)

(25) เครื่องหมาย `ห้ามรถกว้างเกินกำหนด' หมายความว่าห้ามมิให้รถทุกชนิดที่มี

ขนาดกว้างเกินกำหนดเป็น `เมตร' ตามจำนวนเลขในเครื่องหมายนั้น

ๆ เข้าไปในเขตทางที่ติดตั้ง

เครื่องหมาย (บ. 25)

(26) เครื่องหมาย `ห้ามรถสูงเกินกำหนด' หมายความว่า ห้ามมิให้รถทุกชนิดที่มี

ความสูงรวมทั้งของที่บรรทุกเกินกว่ากำหนดเป็น `เมตร' ตามจำนวนเลขมนเครื่องหมายเข้าไปใน

เขตทางหรืออุโมงค์ที่ติดตั้งเครื่องหมาย (บ. 26)

(27) เครื่องหมาย `ห้ามรถยาวเกินกำหนด' หมายความว่าห้ามมิให้รถทุกชนิดที่มี

ขนาดยาวเกินกำหนดเป็น `เมตร' ตามจำนวนเลขในเครื่องหมายนั้น

ๆ เข้าไปในเขตทางที่ติดตั้ง

เครื่องหมาย (บ.27)

(28) เครื่องหมาย `จำกัดความเร็ว' หมายความว่า ห้ามมิให้ผู้ขับรถทุกชนิดให้ความ

เร็วเกินกว่าที่กำหนดเป็นกิโลเมตรต่อชั่วโมงตามจำนวนตัวเลขในแผ่นเครื่องหมายนั้น

ๆ ในเขตทางที่ติด

ตั้งเครื่องหมายจนกว่าจะพ้นที่สุดระยะที่จำกัดความเร็วนั้น

(บ. 28)

(29) เครื่องหมาย `สุดเขตจำกัดความเร็ว' หมายความว่า ผู้ขับรถทุกชนิดจะใช้

ความเร็วเกินกว่าที่กำหนดเป็นกิโลเมตรต่อชั่วโมงตามจำนวนตัวเลขในแผ่นเครื่องหมายนั้น

ๆ ในเขตทาง

ที่ติดตั้งเครื่องหมายนั้นได้

แต่ต้องไม่เกินความเร็วตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (บ. 29)

(30) เครื่องหมาย `ห้ามจอดรถ' หมายความว่า ห้ามจอดรถทุกชนิดมนเขตทางที่ติด

ตั้งเครื่องหมาย (บ. 30)

(31) เครื่องหมาย `ห้ามหยุดรถ' หมายความว่า ห้ามหยุดรถทุกชนิดในเขตทางที่ติด

ตั้งเครื่องหมาย (บ. 31)

(32) เครื่องหมาย `ห้ามจอดรถในวันคี่' หมายความว่า ห้ามจอดรถทุกชนิดในวันคี่

ในเขตทางที่ติดตั้งเครื่องหมาย (บ. 32)

(33) เครื่องหมาย `ห้ามจอดรถในวันคู่' หมายความว่า ห้ามจอดรถทุกชนิดในวันคู่

ในเขตทางที่ติดตั้งเครื่องหมาย (บ. 33)

(34) เครื่องหมาย `ให้รถสวนทางมาก่อน' หมายความว่า ให้ผู้ขับรถทุกชนิดหยุดรถ

ตรงเครื่องหมาย

เพื่อให้รถที่กำลังแล่นสวนทางมาก่อน

ถ้ามีรถข้างหน้าหยุดรออยู่ก่อนก็ให้หยุดรอถัดต่อ

กันมาตามลำดับเมื่อรถสวนทางมาได้ผ่านไปหมดแล้วจึงให้รถหยุดรอตามเครื่องหมายนี้เคลื่อนไปได้

(บ. 34)

(35) เครื่องหมาย `ห้ามรถบรรทุกหนักใช้ช่องเดินรถที่กำหนด' หมายความว่า ห้าม

รถบรรทุกหนักใช้ช่องเดินรถที่กำหนดในแผ่นเครื่องหมายในเขตทางที่ติดตั้งเครื่องหมาย

(บ. 35)

(36) เครื่องหมาย `ให้รถตรงไป' หมายความว่า ให้ขับรถตรงไปห้ามมิให้ไปทาง

ซ้ายหรือไปทางขวา (บ. 36)

(37) เครื่องหมาย `ให้ชิดซ้าย' หมายความว่า ให้ขับรถไปทางด้านซ้ายของเครื่อง

หมาย (บ. 37)

(38) เครื่องหมาย `ให้ชิดขวา' หมายความว่า ให้ขับไปทางด้านขวาของเครื่อง

หมาย (บ. 38)

(39) เครื่องหมาย `ทางเดินรถทางเดียวไปทางซ้าย' หมายความว่า ให้ขับรถเลี้ยว

ไปทางซ้ายแต่ทางเดียวห้ามมิให้เลี้ยวขวาหรือตรงไป (บ. 39)

(40) เครื่องหมาย `ทางเดินรถทางเดียวไปทางขวา' หมายความว่า ให้ขับรถเลี้ยว

ไปทางขวาแต่ทางเดียว

ห้ามมิให้เลี้ยวซ้ายหรือตรงไป (บ. 40)

(41) เครื่องหมาย `ให้เลี้ยวซ้าย' หมายความว่า ให้ขับรถเลี้ยวไปทางซ้ายแต่ทาง

เดียว

ห้ามมิให้เลี้ยวขวาหรือตรงไป (บ. 41)

(42) เครื่องหมาย `ให้เลี้ยวขวา' หมายความว่า ให้ขับรถเลี้ยวไปทางขวาแต่ทาง

เดียว

ห้ามมิให้เลี้ยวซ้ายหรือตรงไป (บ. 42)

(43) เครื่องหมาย `ให้เลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา' หมายความว่าให้ขับรถเลี้ยวไปทาง

ซ้าย

หรือไปทางขวา ห้ามตรงไป (บ. 43)

(44) เครื่องหมาย `ให้ไปทางซ้ายหรือไปทางขวา' หมายความว่า ให้ขับรถไปทาง

ซ้ายหรือไปทางขวาของเครื่องหมายห้ามตรงไป (บ. 44)

(45) เครื่องหมาย `วงเวียน' หมายความว่า ให้รถทุกชนิดเดินวนทางซ้ายของวง

เวียน

และรถที่เริ่มจะเข้าสู่ทางรวมบริเวณวงเวียนต้องหยุดให้สิทธิแก่รถที่แล่นอยู่ในทางรอบวงเวียนผ่าน

ไปก่อน

ห้ามขับรถแทรกหรือตัดหน้ารถที่อยู่ในเขตทางรอบบริเวณวงเวียน (บ. 45)

(46) เครื่องหมาย `เริ่มช่องเดินรถประจำทาง' หมายความว่าบริเวณที่ติดตั้งเครื่อง

หมายเป็นบริเวณที่เริ่มต้นของช่องเดินรถประจำทาง

ห้ามมิให้รถอื่นนอกจากรถโดยสารประจำทาง หรือ

รถบรรทุกคนโดยสารประเภทที่อธิบดีกำหนดเข้าไปในช่องเดินรถประจำทางภายในกำหนดระยะเวลาที่

กำหนด (บ. 46)

(47) เครื่องหมาย `ช่องเดินรถประจำทาง' หมายความว่า บริเวณที่ติดตั้งเครื่อง

หมายเป็นบริเวณที่กำหนดให้เป็นช่องทางเดินรถประจำทางห้ามมิให้รถอื่นนอกจากรถโดยสารประจำทาง

หรือรถบรรทุกคนโดยสารประเภทที่อธิบดีกำหนดให้ช่องเดินรถประจำทางภายในระยะเวลาที่กำหนด

(บ. 47)

(48) เครื่องหมาย `ห้ามเข้ายกเว้นรถที่กำหนด' หมายความว่า ห้ามมิให้นำรถไปใน

ทางที่ติดตั้งเครื่องหมายยกเว้นรถที่ได้กำหนดไว้ในป้ายประกอบเครื่องหมายนั้น

(บ. 48)

เครื่องหมายจราจรประเภทเตือน

มาตรา ข้อ 9

ข้อ 9

เครื่องหมายประเภทนี้ใช้ติดตั้งในเขตทางที่อาจเกิดอันตรายหรืออุบัติเหตุขึ้นได้ เพื่อป้องกัน

อันตรายหรืออุบัติเหตุดังกล่าว

ให้ผู้ขับรถปฏิบัติตามความหมายแห่งเครื่องหมายนั้น ๆ

(1) เครื่องหมาย `ทางโค้งซ้าย' หมายความว่า ทางข้างหน้าไปทางซ้าย ให้ขับรถให้ช้า

ลงพอสมควรและเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง (ต. 1)

(1) เครื่องหมาย `ทางโค้งซ้าย' หมายความว่า ทางข้างหน้าโค้งไปทางซ้าย ให้ขับรถ

ให้ช้าลงพอสมควรและเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง (ต.

1)

(2) เครื่องหมาย `ทางโค้งขวา' หมายความว่า ทางข้างหน้าโค้งไปทางขวา ให้ขับรถ

ให้ช้าลงพอสมควรและเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง (ต.

2)

(3) เครื่องหมาย `ทางโค้งรัศมีแคบเลี้ยวซ้าย' หมายความว่า ทางข้างหน้าเป็นทางโค้ง

รัศมีแคบไปทางซ้าย

ให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควรและเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง (ต. 3)

(4) เครื่องหมาย `ทางโค้งรัศมีแคบเลี้ยวขวา' หมายความว่า ทางข้างหน้าเป็นทางโค้ง

รัศมีแคบไปทางขวา

ให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควรและเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง (ต. 4)

(5) เครื่องหมาย `ทางโค้งกลับเริ่มซ้าย' หมายความว่า ทางข้างหน้าเป็นทางโค้งไปทาง

ซ้ายแล้วกลับให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควร และเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง

(ต. 5)

(6) เครื่องหมาย `ทางโค้งกลับเริ่มขวา' หมายความว่า ทางข้างหน้าเป็นทางโค้งไปทาง

ขวาแล้วกลับให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควร และเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง

(ต. 6)

(7) เครื่องหมาย `ทางโค้งกลับรัศมีแคบริมซ้าย' หมายความว่า ทางข้างหน้าเป็นทางโค้ง

รัศมีแคบไปทางซ้ายแล้วกลับให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควร และเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง

(ต. 7)

(8) เครื่องหมาย `ทางโค้งกลับรัศมีแคบเริ่มขวา' หมายความว่า ทางข้างหน้าเป็นทาง

โค้งรัศมีแคบไปทางขวาแล้วกลับให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควร และเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง

(ต. 8)

(9) เครื่องหมาย `ทางคดเคี้ยวเริ่มซ้าย' หมายความว่า ทางข้างหน้าเป็นทางคดเคี้ยว

โดยเริ่มไปทางซ้ายให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควรและเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง

(ต. 9)

(10) เครื่องหมาย `ทางคดเคี้ยวเริ่มขวา' หมายความว่า ทางข้างหน้าเป็นทางคดเคี้ยว

โดยเริ่มคดเคี้ยวไปทางขวา

ให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควรและเดินรถชิดด้านซ้ายด้วยความระมัดระวัง (ต. 10)

(11) เครื่องหมาย `ทางโทตัดทางเอก' หมายความว่า ทางข้างหน้ามีทางโทตัดให้ขับรถ

ด้วยความระมัดระวัง (ต. 11)

(12) เครื่องหมาย `ทาโทแยกทางเอกทางซ้าย' หมายความว่า ทางข้างหน้ามีทางโทแยก

ไปทางซ้ายให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง (ต. 12)

(13) เครื่องหมาย `ทางโทแยกทางเอกทางขวา' หมายความว่า ทางข้างหน้ามีทางโทแยก

ไปทางขวาให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง (ต. 13)

(14) เครื่องหมาย `ทางโทแยกทางเอกเยื้องกันเริ่มซ้าย' หมายความว่า ทางข้าหน้ามีทาง

โทแยกไปทางซ้ายและหลังจากนั้นมีทางโทแยกไปทางขวา ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง (ต. 14)

(15) เครื่องหมาย `ทางโทแยกทางเอกเยื้องกันเริ่มขวา' หมายความว่า ทางข้างหน้ามี

ทางโทแยกไปทางขวาและหลังจากนั้นมีทางโทแยกไปทาซ้าย ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง (ต. 15)

(16) เครื่องหมาย `ทาโทเชื่อมทางเอกทางซ้าย' หมายความว่าทางข้างหน้ามีทางโทเข้ามา

เชื่อมด้ายซ้าย

ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง (ต. 16)

(17) เครื่องหมาย `ทางโทเชื่อมทางเอกจากขวา' หมายความว่า ทางข้างหน้ามีทางโท

เข้ามาเชื่อมด้านขวา

ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง (ต. 17)

(18) เครื่องหมาย `ทาโทแยกทางเอกทางซ้ายรูปตัววาย' หมายความว่า ทางข้างหน้ามี

ทางโทแยกจากทางเอกไปทางซ้ายเป็นรูปตัววาย ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง (ต. 18)

(19) เครื่องหมาย `ทางโทแยกทางเอกทางขวารูปตัววาย' หมายความว่า ทางข้างหน้ามี

ทางโทแยกจากทางเอกไปทางขวาเป็นรูปตัววาย ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง (ต. 19)

(20) เครื่องหมาย `ทางข้ามทางรถไฟไม่มีเครื่องกั้นทาง' หมายความว่า ทางข้างหน้ามี

ทางรถไฟตัดผ่านและไม่มีเครื่องกั้นทาง ให้ขับรถให้ช้าลงให้มาก และสังเกตุดูรถไฟทั้งทางขวาและทาง

ซ้าย

ถ้ามีรถไฟกำลังจะผ่านมาให้หยุดรถห่างจากรถไฟอย่างน้อย 5 เมตร แล้วรอคอยจนกว่ารถไฟนั้น

จะผ่านพ้นไปและปลอดภัยแล้ว

จึงเคลื่อนรถต่อไปได้ห้ามมิให้ขับรถตัดหน้ารถไฟในระยะที่อาจจะเกิด

อันตรายได้เป็นอันขาด (ต. 20)

(21) เครื่องหมาย `ทางข้ามทางรถไฟมีเครื่องกั้นทาง' หมายความว่า ทางข้างหน้ามีทาง

รถไฟตัดผ่านและมีรั้วหรือมีเครื่องกีดขวางกั้นทางก่อนที่จะขับรถผ่านเครื่องหมายนี้ ให้ขับรถให้ช้าลงและ

พร้อมที่จะหยุดรถได้เมื่อมีเสียสัญญาณของเจ้าหน้าที่ดังขึ้นหรือเจ้าหน้าที่ได้กั้นทางหรือมีเครื่องหมาย

กั้นทางปิดกั้น

ถ้ามีรถข้างหน้าหยุดรออยู่ก่อนก็ให้หยุดรอถัดต่อมาตามลำดับ เมื่อเปิดเครื่องกั้นทาง

แล้วให้รถที่หยุดรอเคลื่อนตามกันไปได้ (ต. 21)

(22) เครื่องหมาย `สัญญาณจราจร' หมายความว่า ทางข้างหน้ามีสัญญาณไฟจราจร

ให้ขับรถให้ช้าลงและพร้อมที่จะปฏิบัติตามสัญญาณไฟจราจร (ต.

22)

(23) เครื่องหมาย `ทางแคบลงทั้งสองด้าน' หมายความว่า ทางข้างหน้าแคบลงกว่าที่

กำลังผ่านทั้งสองด้าน

ผู้ขับรถจะต้องขับรถให้ช้าลงและเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น ขณะที่รถผ่านทางแคบ

ผู้ขับรถจะต้องระมัดระวังมิให้รถชนหรือเสียดสีกัน

(24) เครื่องหมาย `ทางแคบด้ายซ้าย' หมายความว่า ทางข้างหน้าด้านซ้ายแคบลงกว่าทาง

ที่กำลังผ่าน

ผู้ขับรถจะต้องขับรถให้ช้าลงและเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น (ต. 24)

(25) เครื่องหมาย `ทางแคบด้านขวา' หมายความว่า ทางข้างหน้าด้านขวาแคบลงกว่าทาง

ที่กำลังผ่าน

ผู้ขับรถจะต้องขับรถให้ช้าลงและเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น (ต. 25)

(26) เครื่องหมาย `ทางคู่ข้างหน้า' หมายความว่า ทางข้างหน้าจะเป็นทางคู่มีเกาะหรือสิ่ง

อื่นใดแบ่งการจราจรออกเป็นสองทางไปทางหนึ่งมาทางหนึ่ง ให้ขับรถชิดไปทางด้ายซ้ายด้วยความ

ระมัดระวัง (ต. 26)

(27) เครื่องหมาย `สิ้นสุดทางคู่' หมายความว่า ทางข้างหน้าเป็นทางร่วมที่ไม่มีเกาะหรือ

สิ่งอื่นใดแบ่งการจราจร

ให้ขับรถให้ช้าลงและชิดด้านซ้ายของทาง และเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขั้น

(ต. 27)

(28) เครื่องหมาย `ช่องทางจราจรปิด' หมายความว่าช่องทางจราจรข้างหน้าจะปิด งดการ

จราจรข้างหน้าจะปิด

งดการสัญจรในช่องทางตามความหมายในเครื่องหมายให้ผู้ขับรถเปลี่ยนให้ช่องทาง

ที่เหลืออยู่ด้วยความระมัดระวัง (ต. 28)

(29) เครื่องหมาย `วงเวียนข้างหน้า' หมายความว่า ทางข้างหน้าจะเป็นทางแยกมีวง

เวียน

ให้ขับรถให้ช้าลงและขับรถเข้าสู่วงเวียนด้วยความระมัดระวัง (ต. 29)

(30) เครื่องหมาย `สะพานแคบ' หมายความว่า

ทางข้างหน้ามีสะพานแคบรถเดินหลีกกันไม่

ได้

ให้ขับรถให้ช้าลงและระมัดระวังอันตรายจากรถที่จะสวนมาจากอีกฟากหนึ่งของสะพาน ถ้ามีเครื่อง

หมายอื่นติดตั้งอยู่ก็ให้ปฏิบัติตามเครื่องหมายนั้นด้วย (ต.

30)

(31) เครื่องหมาย `ทางแคบ' หมายความว่า ทางข้างหน้าแคบลงกว่าทางที่กำลังผ่าน มี

ขนาดตามตัวเลขเป็น `เมตร' ที่แสดงไว้ที่เครื่องหมายนั้น รถที่มีขนาดกว้างไม่เกินจำนวนตัวเลขที่

บอกไว้มนเครื่องหมายให้ผ่านเข้าไปได้

แต่ให้ขับรถให้ช้าลงและเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ถ้ามี

เครื่องหมายอื่นติดตั้งไว้ก็ให้ปฏิบัติตามเครื่องหมายนั้น ๆ

ด้วย (ต. 31)

(32) เครื่องหมาย `ทางลอดต่ำ' หมายความว่า ทางข้างหน้าจะต้องลอดช่องลอดต่ำ

มีขนาดตามตัวเลขเป็น `เมตร' ที่แสดงไว้ที่เครื่องหมายนั้น รถที่มีความสูงรวมทั้งสิ่งของที่บรรทุกสูง

ไม่เกินจำนวนตัวเลขที่บอกไว้ในเครื่องหมายให้ผ่านเข้าไปได้ แต่ให้ขับรถให้ช้าลงและเพิ่มความ

ระมัดระวังเป็นพิเศษ

ถ้ามีเครื่องหมายอื่นติดตั้งไว้ก็ให้ปฏิบัติตามเครื่องหมายนั้น ๆ ด้วย (ต.

32)

(33) เครื่องหมาย `ทางขึ้นลาดชัน' หมายความว่า ทางข้างหน้าเป็นทางลาดชันขึ้นเขาหรือ

ขึ้นเนิน

สันเขา หรือสันเนิน มีความลาดตามตัวเลขเป็น `ร้อยละ' ตามที่ปรากฏในเครื่องหมาย

อาจกำบังสายตาไม่ให้มองเห็นรถที่สวนมา

ให้ขับรถให้ช้าลงและเดินรถใกล้ของทางด้ายซ้ายให้มาก

กับให้ระมัดระวังอันตรายจากรถที่สวนทางมา (ต. 33)

(34) เครื่องหมาย `ทางลงลาดชัน' หมายความว่า ทางข้างหน้าเป็นทางลาดลงเขาหรือลง

เนิน

มีความลาดตามตัวเลขเป็น `ร้อยละ' ตามที่ปรากฏในเครื่องหมาย ให้ขับรถให้ช้าลง เดินรถ

ใกล้ขอบทางด้านซ้ายให้มาก

และผู้ขับรถไม้ควรปลดเกียร์หรือดับเครื่องยนต์เป็นอันขาดในกรณีที่เป็นทาง

ลงเขาหรือเนินที่ชันมากให้ใช้เกียร์ต่ำเพื่อความปลอดภัย (ต.

34)

(35) เครื่องหมาย `เตือนรถกระโดด' หมายความว่า ทางข้างหน้าเปลี่ยนระดับอย่าง

กระทันหัน

เช่น บริเวณคอสะพาน

ทางข้ามท่อระบายน้ำเป็นต้น

ให้ขับรถให้ช้าลงและเพิ่มความ

ระมัดระวัง (ต. 35)

(36) เครื่องหมาย `ผิวทางขรุขระ' หมายความว่า ทางข้างหน้าขรุขระมาก มีหลุมบ่อ

หรือเป็นสันติดต่อกัน

ให้ขับรถให้ช้าลงและเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ (ต. 36)

(37) เครื่องหมาย `ทางเป็นแอ่ง' หมายความว่า ทางข้างหน้าเปลี่ยนระดับลงกระทันหัน

หรือเป็นแอ่ง

ให้ขับรถให้ช้าลงและเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ (ต. 37)

(38) เครื่องหมาย `ทางลื่น' หมายความว่า

ทางข้างหน้าลื่นอาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายให้

ขับรถให้ช้าลงให้มากและระมัดระวังการลื่นไถลอย่าให้ห้ามล้อโดยแรงและทันที การหยุดรถ การเบารถ

หรือเลี้ยวรถในทางลื่นต้องกระทำด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ

(ต. 38)

(39) เครื่องหมาย `ผิวทางร่วน' หมายความว่า ทางข้างหน้ามีวัสดุผิดทางหลุดกระเด็นเมื่อ

ขับรถด้วยความเร็วสูงให้ขับรถให้ช้าลง

และระมัดระวังอันตรายอันอาจเกิดจากวัสดุผิดทาง (ต. 39)

(40) เครื่องหมาย `ระวังหินร่วง' หมายความว่า ทางข้างหน้าอาจมีหินร่วงลงมาใน

ผิวทาง

ทำให้กีดขวางการจราจร

ให้ขับรถให้ช้าลงและระมัดระวังอันตรายเป็นพิเศษ (ต. 40)

(41) เครื่องหมาย `สะพานเปิดได้' หมายความว่า

ทางข้างหน้าจะต้องผ่านสะพานที่เปิดให้

เรือลอด

ให้ขับรถให้ช้าลงและระมัดระวังในการหยุดรถเมื่อเจ้าหน้าที่จะปิดกั้นทางเพื่อเปิดสะพานให้เรือ

ผ่านเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อรถข้างหน้าและรถข้างหลัง (ต.

41)

(42) เครื่องหมาย `ทางกำลังซ่อม' หมายความว่า ทางข้างหน้ากำลังมีการซ่อมอาจวาง

เครื่องกีดขวางไว้

หรือมีคนงานกำลังซ่อมทาง

ให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควรและระมัดระวังคนงานซ่อม

ทางและสิ่งกีดขวางเพื่อการซ่อมทางตอนนั้น (ต. 42)

(43) เครื่องหมาย `ระวังคนข้ามถนน' หมายความว่า ทางข้างหน้าทีทางสำหรับคน

ข้ามถนน

หรือมีหมู่บ้านราษฎรอยู่ข้างทาง

ซึ่งมีคนเดินข้ามไปมาอยู่เสมอ

ให้ขับรถให้ช้าลงพอสมควร

และระมัดระวังคนข้ามถนน

ถ้ามีคนกำลังเดินข้ามถนนให้หยุดรถให้คนเดินข้ามถนนไปได้โดยปลอดภัย

(ต. 43)

(44) เครื่องหมาย `โรงเรียนระวังเด็ก' หมายความว่า ทางข้างหน้ามีโรงเรียนตั้งอยู่

ข้างทาง

ให้ขับรถให้ช้าลงและระมัดระวังอุบัติเหตุซึ่งอาจเกิดขึ้นแก่เด็กนักเรียน ถ้ามีเด็กนักเรียนกำลัง

เดินข้ามถนนให้หยุดรถให้เด็กนักเรียนเดินข้ามถนนไปได้โดยปลอดภัย ถ้าเป็นเวลาที่โรงเรียนกำลังสอน

ให้งดใช้เสียงสัญญาณและห้ามมิให้ทำให้เกิดเสียงรบกวนด้วยประการใด

ๆ (ต. 44)

(45) เครื่องหมาย `ระวังเครื่องบินบินต่ำ' หมายความว่า ทางข้างหน้าเข้าใกล้สนามบิน

และอาจมีเครื่องบินบินขึ้นลงในระดับต่ำให้ขับรถให้ช้าลง

หากเห็นเครื่องบินกำลังขึ้นหรือลงผ่านทาง

ข้างหน้า

ให้หยุดรถให้เครื่องบินผ่านโดยปลอดภัย (ต. 45)

(46) เครื่องหมาย `ระวังทางข้ามวิ่งของเครื่องบิน' หมายความว่า ทางข้างหน้าจะตัดผ่าน

ทางวิ่งของเครื่องบิน

ให้ขับรถให้ช้าลงและระมัดระวังเป็นพิเศษ ถ้ามีเครื่องหมายอื่นติดตั้งไว้ก็ให้

ปฏิบัติตามเครื่องหมายนั้น ๆ ด้วย (ต. 46)

(47) เครื่องหมาย `ระวังสัตว์' หมายความว่า ทางข้างหน้าอาจมีสัตว์ข้ามทาง ให้

ขับรถให้ช้าลง

และระมัดระวังอันตรายเป็นพิเศษ (ต. 47)

(48) เครื่องหมาย `ระวังอันตราย' หมายความว่า ทางข้างหน้ามีอันตราย เช่น เกิด

อุบัติเหตุ

ทางทรุด เป็นต้น ให้ขับรถให้ช้าลงให้มาก และระมัดระวังอันตรายเป็นพิเศษ (ต. 48)

(49) เครื่องหมาย `สายไฟแรงสูงพาดต่ำ' หมายความว่า ทางข้างหน้ามีสายไฟแรงสูงพาด

ต่ำ

ให้ขับรถให้ช้าลงและระมัดระวังอันตรายอันอาจเกิดขึ้น (ต. 49)

(50) เครื่องหมาย `เตือนทางโค้ง' หมายความว่า ทางข้างหน้าตอนนั้นเป็นทาง

โค้งอันตราย

ให้ขับรถให้ช้าลงให้มากและเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ (ต. 50)

(51) เครื่องหมาย `ทางเดินรถสองทาง' หมายความว่า ทางข้างหน้าเป็นทางเดินรถสอง

ทาง

ให้ขับรถให้ช้าลงและเดินรถใกล้ขอบทางด้านซ้าย กับให้ระมัดระวังอันตรายจากรถที่จะสวนทาง

มา (ต. 51)

(52) เครื่องหมาย `ทางเดินรถสองทางตัดผ่าน' หมายความว่าทางข้างหน้าจะเป็นทางเดิน

รถสองทางตัดผ่าน

ให้ขับรถให้ช้าลง

และถ้ามีเครื่องหมายอื่นติดตั้งไว้ก็ให้ปฏิบัติตามเครื่องหมายนั้น ๆ

ด้วย (ต.52)

(53) เครื่องหมาย `ให้เปลี่ยนช่องทางจราจร' หมายความว่าช่องทางจราจรข้างหน้าปิดให้

เปลี่ยนช่องทางจราจรตามสัญญลักษณ์ในเครื่องหมาย

ให้ขับรถให้ช้าลงและระมัดระวังอันตรายเป็นพิเศษ

(ต. 53)

เครื่องหมายจราจรบนพื้นทาง

มาตรา ข้อ 10

ข้อ 10 เครื่องหมายจราจรตามข้อ

6 (2)

เป็นเครื่องหมายประเภทบังคับให้ผู้ขับรถปฏิบัติตาม

ความหมายของเครื่องหมายนั้น ๆ ดังต่อไปนี้

(1) เครื่องหมาย `เส้นแบ่งทิศทางจราจรปกติ' หมายความว่า เส้นแสดงการแบ่งแยกการ

จราจรของยวดยานที่มีทิศทางตรงกันข้าม โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ที่ศูนย์กลางของผิวจราจร เป็นเส้นปะ

สีขาว

ขนาดกว้าง 15 เซนติเมตร ยาว

200 เซนติเมตร เว้นช่องห่าง 200

เซนติเมตร ให้ขับ

รถไปทางด้านซ้ายของเส้นแบ่งทิศทางจราจร ยกเว้นในกรณีที่ต้องการจะเลี้ยวขวา หรือแซงขึ้นหน้ารถ

คันอื่นอาจจะข้ามเส้นดังกล่าวได้ด้วยความระมัดระวัง (ผ.

1/1)

(2) เครื่องหมาย `เส้นทางแบ่งทิศทางจราจรเตือน' หมายความว่า เส้นแสดงการแบ่ง

แยกการจราจรของยวดยานที่มีทิศทางตรงกันข้ามเป็นเส้นปะสีขาว ขนาดกว้าง 15 เซนติเมตร ยาว

300 เซนติเมตร

เว้นช่องห่าง 100 เซนติเมตร

แสดงให้ทราบว่าใกล้จะถึงเส้นแบ่งทิศทางจราจร

เตือนยกเว้นในกรณีที่ต้องการจะเลี้ยวขวาหรือแซงขึ้นหน้ารถคันอื่น

อาจจะข้ามเส้นดังกล่าวได้ด้วยความ

ระมัดระวังเป็นพิเศษ (ผ. 1/2)

(3) เครื่องหมาย `เส้นแบ่งทิศทางจราจรห้ามแซง' หมายความว่า เส้นแสดงการแบ่งแยก

การจราจรของขวดขายมรามีทิศทางตรงกันข้ามเป็นเส้นทึบสีขาว ขนาดกว้าง 15 เซนติเมตร ให้ขับรถ

ไปทางด้านซ้ายของเส้นแบ่งทิศทางจราจรห้ามแซง ห้ามขับรถผ่านหรือคล่อมโดยเด็ดขาด (ผ.

1/3)

(4) เครื่องหมาย `เส้นแบ่งทิศทางจราจรคู่' หมายความว่า เส้นแสดงการแบ่งแยกการ

จราจรของยวดยานที่มีทิศทางตรงกันข้าม เป็นเส้นทึบสีขาว ขนาดกว้าง 10 เซนติเมตร ขนานไปกับ

เส้นปะสีขาว

ขนาดกว้าง 10 เซนติเมตร ยาว

200 เซนติเมตร เว้นช่องห่าง 200

เซนติเมตร

เส้นทั้งสองมีระยะห้างกัน 15 เซนติเมตร

ห้ามขับรถที่อยู่ในทิศทางของเส้นทึบผ่านหรือคล่อมเส้นทึบโดย

เด็ดขาด

รถที่อยู่ในทิศทางของเส้นอาจจะข้ามเส้นดังกล่าวนี้ได้ด้วยความระมัดระวัง

(ผ. 1/4)

(5) เครื่องหมาย `เส้นแบ่งทิศทางจราจรห้ามแซงคู่' หมายความว่า เส้นแสดงการแบ่งแยก

การจราจรของยวดยานที่มีทิศทางตรงกันข้ามเป็นเส้นทึบสีขาว ขนาดกว้าง 10 เซนติเมตร ขนานกันมี

ระยะห่างระหว่างเส้น 15 เซนติเมตร

ห้ามขับรถผ่านหรือคล่อมโดยเด็ดขาดทั้งสองทิศทาง (ผ. 1/5)

(6) เครื่องหมาย `เส้นแบ่งช่องเดินรถปกติ' หมายความว่า เส้นแบ่งช่องเดินรถโดยทั่ว ๆ

ไป

เป็นเส้นปะสีขาวขนาดกว้าง 10 เซนติเมตร ยาว 100 เซนติเมตร เว้นช่องห่าง 300

เซนติเมตร ให้ขับรถภายในช่องเดินรถ ห้ามขับคล่อมเส้นแบ่งช่องเดินรถ เว้นแต่จะเปลี่ยนช่องเดินรถ

(ผ. 2/1)

(7) เครื่องหมาย `เส้นแบ่งช่องเดินรถเตือน' หมายความว่า เส้นแบ่งช่องเดินรถประเภท

เตือน

เป็นเส้นปะสีขาว ขนาดกว้าง 10

เซนติเมตร ยาว 300 เซนติเมตร เว้นช่องห่าง

100 เซนติเมตร

แสดงให้ทราบว่าใกล้จะถึงเส้นแบ่งช่องเดินรถห้ามแซง ห้ามขับรถคล่อมเส้นช่องเดิน

รถ

เว้นแต่จะเปลี่ยนช่องเดินรถ (ผ. 2/2)

(8) เครื่องหมาย `เส้นแบ่งช่องเดินรถห้ามแซง' หมายความว่า เส้นแบ่งช่องเดินรถห้าม

แซง

เป็นเส้นทึบสีขาว ขนาดกว้าง

10 เซนติเมตร

ห้ามขับรถผ่านหรือคล่อมเส้นแบ่งช่องเดินรถ

ห้ามแซงโดยเด็ดขาด (ผ.2/3)

(9) เครื่องหมาย `เส้นขอบทาง' หมายความว่า เส้นแสดงแนวของทางเป็นเส้นปะสีขาว

ขนาดกว้าง 10 เซนติเมตร ยาว 30 เซนติเมตร เว้นช่องห่าง 60 เซนติเมตร ให้ขับรถในช่อง

จราจรด้านขวาของเส้นนั้น (ผ. 3)

(10) เครื่องหมาย `เส้นแบ่งช่องทางเดินรถประจำทาง' หมายความว่า เส้นแบ่งช่องทาง

เดินรถที่กำหนดให้เป็นช่องเดินรถสำหรับรถโดยสารประจำทางหรือรถบรรทุกคนโดยสารประเภทที่อธิบดี

กำหนดเป็นเส้นทึบสีเหลืองขนาดกว้าง 20 เซนติเมตร ห้ามขับรถประเภทอื่นเข้าไปในช่องเดินรถประจำ

ทาง (ผ.4/1)

(11) เครื่องหมาย `เส้นแบ่งช่องเดินรถประจำทางสามารถข้ามผ่านได้' หมายความว่า

เส้นแบ่งช่องเดินรถที่กำหนดให้เป็นช่องเดินรถสำหรับรถโดยสารประจำทางหรือรถบรรทุกคนโดยสาร

ประเภทที่อธิบดีกำหนดเป็นเส้นปะสีเหลืองขนาดกว้าง 20

เซนติเมตร ยาว 60 เซนติเมตร เว้นช่องห่าง

30 เซนติเมตร

รถประเภทอื่นอาจจะผ่านเส้นดังกล่าวนี้ได้ด้วยความระมัดระวัง (ผ. 4/2)

(12) เครื่องหมาย `เส้นห้ามหยุดรถหรือจอดรถ' หมายความว่า ห้ามมิให้หยุดรถหรือจอด

รถทุกชนิดตรงแนวนั้นเป็นอันขาด เป็นเส้นสีขาวสลับแดงมีขนาดยาว 50

เซนติเมตร แสดงที่ของทาง

ของวงเวียนและที่อื่น ๆ (ผ. 5/1)

(13) เครื่องหมาย `เส้นห้ามจอดเว้นแต่หยุดรับ-สังชั่วขณะ' หมายความว่า ห้ามมิให้จอดรถ

ทุกชนิดระหว่างแนวนั้น

เว้นแต่การหยุดรับ-ส่งคนงานหรือสิ่งของชั่วขณะ ซึ่งต้องกระทำโดยมิชักช้าเป็น

เส้นสีขาวสลับเหลืองขนาดยาว 50 เซนติเมตร แสดงที่ขอบทางวงเวียนและที่อื่น ๆ (ผ.5/2)

(14) เครื่องหมาย `เส้นแนวหยุด' หมายความว่า เส้นขวางถนน เป็นเส้นทึบสีขาวขนาด

กว้าง 40 เซนติเมตร

ให้ผู้ขับรถหยุดรถก่อนถึงแนวเส้นขวางทุกครั้ง และให้ดูจังหวะที่รถว่าง เมื่อไม่

เป็นเหตุให้กีดขวางการจราจรและไม่เกิดอันตรายแล้วจึงให้ขับรถผ่านเส้นขวางไป

(ผ. 6)

(15) เครื่องหมาย `เส้นให้ทาง' หมายความว่า เส้นขวางถนนเป็นเส้นปะสีขาว ขนาด

กว้าง 40 เซนติเมตร

ยาว 60 เซนติเมตร

เว้นช่องห่าง 30 เซนติเมตร

ให้ขับรถให้ช้าลงแล้วดู

ความปลอดภัยจากรถอื่นและคนเดินเท้าในทางที่ขวางหน้ารถและให้คนเดินเท้าในทางขวางหน้าผ่านไปก่อน

เมื่อเห็นว่าปลอดภัยและไม่เป็นการกีดขวางการจราจรแล้ว

จึงให้เคลื่อนรถต่อไปได้ด้วยความระมัดระวัง

(ผ. 7)

(16) เครื่องหมาย `เส้นทะแยงสำหรับทางแยก' หมายความว่า เป็นเส้นทึบสี

เหลืองขนาดกว้าง 15 เซนติเมตร ลากทะแยงตัดกันทำมุม 44 องศา ห่างกัน 200 เซนติเมตร

ภายในกรอบเส้นทึบสีเหลืองขนาดกว้าง 20 เซนติเมตร ห้ามหยุดรถทุกชนิดภายในกรอบเส้นทะแยง

สำหรับทางแยกยกเว้นรถที่หยุดรอเพื่อเลี้ยวขวา (ผ. 8)

(17) เครื่องหมาย `เส้นจอดรถ' หมายความว่า เป็นเส้นทึบสีขาวขนาดกว้าง 10

เซนติเมตร

ให้จอดรถภายในเส้นจอดรถ

ห้ามจอดรถคล่อมเส้นหรือทำให้ส่วนใดของรถล้ำออกไปนอกแนวที่

กำหนด (ผ. 9)

(18) เครื่องหมาย `ลูกศรชี้ตรงไปข้างหน้า' หมายความว่า ลูกศรสีขาวโดยมีปลาย

ลูกศรชี้ตรงไปข้างหน้าผู้ขับรถในช่องเดินรถนั้นต้องขับรถตรงไปข้างหน้าห้ามเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา

(ผ. 10)

(19) เครื่องหมาย `ลูกศรเลี้ยวซ้าย' หมายความว่า ลูกศรทึบสีขาวโดยมีปลายลูกศรเฉียง

ไปทางขวาผู้ขับรถในช่องเดินรถนั้นต้องขับรถเลี้ยวซ้ายห้ามขับตรงไปหรือเลี้ยวขวา

(ผ. 11)

(20) เครื่องหมาย `ลูกศรเลี้ยวขวา' หมายความว่า ลูกศรทึบสีขาวโดยมีปลายลูกศรเฉียง

ไปทางขวาผู้ขับรถในช่องทางเดินรถนั้นต้องขับรถเลี้ยวขวาห้ามขับรถตรงไปหรือเลี้ยวซ้าย

(ผ. 12)

(21) เครื่องหมาย `ลูกศรตรงไปและเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา' หมายความว่า ลูกศรทึบ

สีขาวมีปลายลูกศรแยกออกเป็นสองทางชี้ตรงทางหนึ่งกับเฉียงซ้ายอีกทางหนึ่ง หรือชี้ตรงกับเฉียงขวาให้

ผู้ขับรถในช่องเดินรถนั้นขับรถตรงไปกับเลี้ยวซ้าย

หรือตรงไปกับเลี้ยวขวาตามแนวนั้นร่วมกันแล้วแต่กรณี

(ผ. 13)

(22) เครื่องหมาย `ลูกศรเลี้ยวซ้ายกับเฉียงขวา' หมายความว่า ลูกศรทึบสีขาวมีปลายลูก

ศรแยกออกเป็นสองทาง

ชี้เฉียงซ้ายทางหนึ่งกับเฉียงขวาอีกทางหนึ่ง ให้ผู้ขับรถในช่องเดินรถนั้น

เลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาห้ามขับรถตรงไป (ผ. 14)

(23) เครื่องหมาย `เส้นทางข้าม' หมายความว่า เส้นทึบมีขาวขนาดกว้าง 75

เซนติเมตร

ยาวอย่างต่ำ 250 เซนติเมตร

วางขนานกับแนวถนนห่างกัน 50 เซนติเมตร และมีเส้นแนว

หยุดหรือเส้นให้ทางก่อนถึงเส้นทางข้ามอย่างน้อย 50

เซนติเมตร

ผู้ขับรถทุกชนิดจะต้องขับรถให้ช้าลง

และพร้อมที่จะหยุดรถได้ทันท่วงที เมื่อมีคนเดินข้ามถนน ณ ทางข้ามนั้น ในเขตทางข้ามถนนที่ไม่มีเจ้า

หน้าที่หรือเครื่องสัญญาณควบคุม ให้ผู้เดินข้ามถนนมีสิทธิไปก่อน ฉะนั้นในขณะที่มีคนกำลังเดินอยู่ในทาง

ข้ามถนน

ให้ผู้ขับรถหยุดรถก่อนถึงเส้นแนวหยุดหรือเส้นให้ทาง และเมื่อคนเดินข้ามไปโดยปลอดภัยแล้ว

จึงจะเคลื่อนรถต่อไปได้

ทางข้ามที่มีเจ้าหน้าที่หรือสัญญาณควบคุมคนเดินเท้าทีสิทธิที่จะเดินข้ามทางได้ โดยรถต่าง ๆ ต้อง

หยุดให้ในขณะที่มีสัญญาณห้ามรถด้านนั้น

เมื่อรถข้างหน้าได้หยุดเพื่อให้ผู้เดินเท้าข้ามถนนตรงทางข้าม ให้ผู้ขับรถที่ตามมาข้างหลังหยุดรถ

ต่อกันไปตามลำดับ

ห้ามมิให้แซงรถที่หยุดคอยข้างหน้าขึ้นไป

ห้ามมิให้หยุดหรือจอดรถทุกชนิดตรงข้ามถนนไม่ว่าในกรณีใด ๆ

ถ้ามีสัญญาณให้รถหยุดหรือการจราจร

ข้างหน้าติดขัดรถทุกคันจะต้องหยุดก่อนถึงเส้นแนวให้ทาง ห้ามมิให้หยุดล้ำเข้าไปในเขตทางข้ามถนน

มาตรา ข้อ 11

ข้อ 11

ถ้าเจ้าพนักงานจราจรได้เขียนข้อความอย่างใด หรือใช้วัตถุอย่างอื่น ฝัง

ตอก หรือ

ติดไว้เป็นอักษรบนพื้นทาง เช่น หยุด ขับช้า ๆ เลี้ยวขวา ฯลฯ ก็ให้ผู้ขับรถปฏิบัติตามข้อความนั้น

ทั้งนี้

ตั้งแต่วันถักจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

กำหนด ณ วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2522

พลตำรวจเอก มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น

อธิบดีกรมตำรวจ

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อกำหนดกรมตำรวจ เรื่อง สัญญาณจราจร เครื่องหมายจราจรและความหมายของสัญญาณจราจร และเครื่องหมายจราจร (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_114cbafa84974191

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com