法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2533) ออกตามความในพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2522

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
2
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๓)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม

พ.ศ. ๒๕๒๒[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘ และมาตรา ๓๙

แห่งพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ.๒๕๒๒

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในข้อ

๒ และข้อ ๓ แห่งกฎกระทรวงฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๒๓)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. ๒๕๒๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๒

การยื่นคำขอตามข้อ ๑ ให้ยื่นผ่านส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนี้ของประเทศที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนา

หน่วยงานที่รัฐบาลของประเทศนั้นมอบหมายหรือองค์การสวัสดิภาพเด็กที่รัฐบาลของประเทศนั้นอนุญาตให้ดำเนินการเพื่อให้มีการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศ

เว้นแต่กรณีที่ผู้ยื่นคำขอมีถิ่นที่อยู่ในประเทศที่สามซึ่งมีสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศไทย

มาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีก่อนวันยื่นคำขอและมีระยะเวลาสำหรับการทดลองเลี้ยงดูเด็กในประเทศนั้นได้ครบตามกำหนด

จะยื่นผ่านส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนี้ของประเทศที่ผู้นั้นมีถิ่นที่อยู่

หน่วยงานที่รัฐบาลของประเทศดังกล่าวมอบหมายหรือองค์การสวัสดิภาพเด็กที่รัฐบาลของประเทศดังกล่าวอนุญาตให้ดำเนินการเพื่อให้มีการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศก็ได้

การยื่นคำขอตามวรรคหนึ่ง

ต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้

(๑)

หนังสือรับรองจากส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนี้ของประเทศที่ผู้นั้นยื่นคำขอ

หน่วยงานที่รัฐบาลของประเทศนั้นมอบหมายหรือองค์การสวัสดิภาพเด็กที่รัฐบาลของประเทศนั้นอนุญาตให้ดำเนินการเพื่อให้มีการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศที่รับรองว่าผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม

(๒)

หนังสือรับรองจากส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนี้ของประเทศที่ผู้นั้นยื่นคำขอ

หน่วยงานที่รัฐบาลของประเทศนั้นมอบหมายหรือองค์การสวัสดิภาพเด็กที่รัฐบาลของประเทศนั้นอนุญาตให้ดำเนินการเพื่อให้มีการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศที่รับรองต่ออธิบดีว่าจะทำการควบคุมการทดลองเลี้ยงดู

และส่งรายงานผลการทดลองเลี้ยงดูให้อธิบดีทราบทุกระยะเวลาสองเดือนไม่น้อยกว่าสามครั้ง

และ

(๓)

รายงานการศึกษาสภาพครอบครัวของผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมจากส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนี้ของประเทศที่ผู้นั้นยื่นคำขอ

หน่วยงานที่รัฐบาลของประเทศนั้นมอบหมายหรือองค์การสวัสดิภาพเด็กที่รัฐบาลของประเทศนั้นอนุญาตให้ดำเนินการเพื่อให้มีการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศ

ถ้ายื่นคำขอในประเทศซึ่งมิใช่ภูมิลำเนา

ให้ส่งหนังสือรับรองจากหน่วยงานที่รับผิดชอบของประเทศนั้น

ที่รับรองถิ่นที่อยู่ของผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม และรับรองว่าผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมมีระยะเวลาเพียงพอสำหรับการทดลองเลี้ยงดูเด็กในประเทศนั้นได้ครบตามกำหนดด้วย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมจะยื่นคำขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมได้ครั้งละหนึ่งคน

เว้นแต่เด็กนั้นเป็นญาติกับผู้ขอ เป็นบุตรหรือบุตรบุญธรรมของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งหรือเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน

การยื่นคำขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมเพิ่มขึ้นหลังจากที่ได้ยื่นคำขอไว้แล้วจะยื่นได้เมื่อได้รับอนุมัติให้จดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมตามคำขอครั้งก่อนแล้ว”

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้ยกเลิกความในข้อ ๖ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๒๓)ออกตามความในพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม

พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๒๙)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ.๒๕๒๒

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๖

ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมและคู่สมรสต้องมารับเด็กไปทดลองเลี้ยงดูด้วยตนเอง

ในกรณีที่คู่สมรสไม่สามารถจะมาได้ต้องให้ความยินยอมเป็นหนังสือ

คณะกรรมการการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมอาจอนุญาตให้ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมและคู่สมรสไม่ต้องมารับเด็กไปทดลองเลี้ยงดูด้วยตนเองได้

ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) เด็กนั้นอยู่ในต่างประเทศซึ่งเป็นประเทศที่ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมและคู่สมรสมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่

หรือเด็กนั้นได้เดินทางไปยังประเทศดังกล่าวโดยชอบแล้ว

(๒)

ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมแจ้งเหตุผลอันสมควรที่ไม่สามารถจะมาได้ต่อคณะกรรมการการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม

พร้อมทั้งแสดงความจำนงเป็นหนังสือว่าจะออกค่าใช้จ่ายสำหรับพนักงานเจ้าหน้าที่และเด็กในการนำเด็กไปส่งยังประเทศที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่

เว้นแต่เป็นการขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมครั้งแรก”

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๓

บรรหาร ศิลปอาชา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒(พ.ศ.๒๕๒๓)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. ๒๕๒๒กำหนดให้ผู้มีภูมิลำเนาในต่างประเทศจะต้องยื่นคำขอพาหรือจัดส่งเด็กออกไปนอกราชอาณาจักรผ่านส่วนราชการหรือหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนี้ของประเทศที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนาเท่านั้น

ทำให้ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมที่เดินทางไปมีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศซึ่งมิใช่ภูมิลำเนาไม่ได้รับความสะดวกหรือไม่สามารถยื่นคำขอในประเทศที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนาได้

สมควรกำหนดให้ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมสามารถยื่นคำขอผ่านส่วนราชการหรือหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในเรื่องนี้ของประเทศที่ผู้นั้นมีถิ่นที่อยู่ได้

และโดยที่เป็นการสมควรให้ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมซึ่งมีภูมิลำเนาในต่างประเทศสามารถยื่นคำขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมครั้งละเกินกว่าหนึ่งคนได้

ในกรณีที่เด็กนั้นเป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง

หรือเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน

เพื่อเปิดโอกาสให้มีการรับเลี้ยงดูเด็กได้พร้อมกันซึ่งจะเป็นประโยชน์ในด้านจิตใจของเด็ก

รวมทั้งสมควรกำหนดหลักเกณฑ์การยื่นคำขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมที่เพิ่มขึ้นหลังจากที่ได้ยื่นคำขอไว้แล้ว

ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นและสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ผู้ขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมซึ่งมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศไม่ต้องมารับเด็กไปทดลองเลี้ยงดูด้วยตนเองได้ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

พัชรี/ผู้จัดทำ

๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๓

กวินทราดา/ตรวจ

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๗/ตอนที่ ๒๒๔/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๗ พฤศจิกายน ๒๕๓๓

2 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2533) ออกตามความในพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2522 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1167f8a5291b408e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com