ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของข้อ ๒
แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
พ.ศ. ๒๕๔๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ถ้านายจ้างและลูกจ้างตกลงกันกำหนดเวลาทำงานปกติตามวรรคหนึ่งเกินกว่าวันละแปดชั่วโมงสำหรับลูกจ้างซึ่งไม่ได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือนให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างในวันทำงานสำหรับการทำงานแปดชั่วโมงและจ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำเกินหรือไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้ในชั่วโมงที่ทำเกินสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
และถ้าเป็นการทำงานในวันหยุดให้จ่ายค่าทำงานในวันหยุดสำหรับการทำงานแปดชั่วโมงและจ่ายค่าตอบแทนไม่น้อยกว่าสามเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำเกิน
หรือไม่น้อยกว่าสามเท่าของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้ในชั่วโมงที่ทำเกินโดยคำนวณเป็นหน่วย
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๓
จองชัย
เที่ยงธรรม
รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่กฎกระทรวง ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
พ.ศ. ๒๕๔๑ ได้กำหนดการคุ้มครองแรงงานในกิจการปิโตรเลียมตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม
แตกต่างไปจากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑
และกฎกระทรวงดังกล่าวได้กำหนดเวลาทำงานปกติสำหรับลูกจ้างในกิจการปิโตรเลียมตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม
รวมตลอดถึงงานซ่อมบำรุงและงานให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับงานดังกล่าวเฉพาะที่ทำในแปลงสำรวจและพื้นที่ผลิต
วันละไม่เกินสิบสองชั่วโมง โดยมิได้กำหนดกรอบเวลาทำงานปกติต่อสัปดาห์ไว้ด้วย
เป็นเหตุให้ลูกจ้างไม่ได้รับค่าล่วงเวลาหรือค่าทำงานในวันหยุดเมื่อทำงานเกินสี่สิบแปดชั่วโมงต่อหนึ่งสัปดาห์
ดังนั้น เพื่อให้ลูกจ้างได้รับค่าล่วงเวลาหรือค่าทำงานในวันหยุด สมควรปรับปรุง
โดยกำหนดเวลาทำงานปกติไม่เกินสี่สิบแปดชั่วโมงต่อหนึ่งสัปดาห์ นอกจากนี้
กฎกระทรวงดังกล่าวยังได้กำหนดให้ในกรณีที่นายจ้างและลูกจ้างรายวันหรือลูกจ้างตามผลงานตกลงกันกำหนดเวลาทำงานปกติเกินกว่าวันละแปดชั่วโมงสำหรับงานที่ใช้วิชาชีพหรือวิชาการ
งานด้านบริหารและงานจัดการ งานเสมียนพนักงาน งานอาชีพเกี่ยวกับการค้า
งานอาชีพด้านบริการ งานที่เกี่ยวกับการผลิต หรืองานที่เกี่ยวข้องกับงานดังกล่าว
โดยให้ได้รับค่าตอบแทนในเวลาที่เกินกว่าแปดชั่วโมงเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานหรือเท่ากับอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้นั้น
มีผลกระทบต่อค่าตอบแทนในการทำงานของลูกจ้างดังกล่าว สมควรปรับปรุงให้ลูกจ้างได้รับค่าตอบแทนในอัตราที่สูงขึ้น
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๗/ตอนที่ ๗ ก/หน้า ๔/๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓