法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่าด้วยการศึกษาขั้นปริญญาตรี พ.ศ. 2539

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
16

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ว่าด้วยการศึกษาขั้นปริญญาตรี

พ.ศ. ๒๕๓๙[๑]

อาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๖ (๒) (๓) และมาตรา ๔๘

แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พ.ศ. ๒๕๓๕

ประกอบกับมติของที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ในคราวประชุมครั้งที่ ๓/๒๕๓๙

เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๓๙ จึงให้ออกข้อบังคับว่าด้วยการศึกษาขั้นปริญญาตรีไว้ ดังต่อไปนี้

หมวดที่ ๑

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ว่าด้วยการศึกษาขั้นปริญญาตรี พ.ศ. ๒๕๓๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้

“มหาวิทยาลัย” หมายถึง

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

“สภามหาวิทยาลัย” หมายถึง

สภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

“สภาวิชาการ” หมายถึง สภาวิชาการ

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

“อธิการบดี” หมายถึง

อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

“สำนักวิชา” หมายถึง สำนักวิชาในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

“คณบดี” หมายถึง คณบดีสำนักวิชาที่นักศึกษาสังกัด

“คณะกรรมการประจำสำนักวิชา” หมายถึง

คณะกรรมการประจำสำนักวิชาของสำนักวิชาซึ่งนักศึกษาสังกัด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้อธิการบดีเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้

หมวดที่ ๒

การเข้าศึกษา

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าศึกษา

๕.๑ เป็นผู้ที่สำเร็จชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า

จากสถาบันการศึกษาที่กระทรวงศึกษาธิการรับรอง หรือ

๕.๒ เป็นผู้ที่สำเร็จอนุปริญญา หรือปริญญาชั้นใดชั้นหนึ่ง

หรือเทียบเท่า จากสถาบันอุดมศึกษาที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง หรือ

๕.๓ เป็นผู้ที่สภาวิชาการพิจารณาแล้วเห็นสมควรให้รับเข้าศึกษาได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การรับเข้าศึกษา

มหาวิทยาลัยจะรับผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๕

เข้าศึกษาโดยวิธีการที่สภาวิชาการกำหนดและประกาศให้ทราบเป็นคราว ๆ ไป

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษา

๗.๑ ผู้สมัครเป็นนักศึกษาจะมีสภาพการเป็นนักศึกษาเมื่อมหาวิทยาลัยได้ขึ้นทะเบียนผู้นั้นเป็นนักศึกษาแล้ว

๗.๒

การขึ้นทะเบียนเป็นนักศึกษาให้เป็นไปตามวิธีการที่มหาวิทยาลัยกำหนดและประกาศให้ทราบเป็นคราว

ๆ ไป

๗.๓ ค่าธรรมเนียมการศึกษาที่ต้องชำระให้แก่มหาวิทยาลัย

ให้เป็นไปตามรายละเอียดที่มหาวิทยาลัยจะกำหนดเป็นคราว ๆ ไป

หมวดที่ ๓

ระบบการศึกษา

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ระบบการศึกษา

๘.๑ เป็นระบบไตรภาค (Trimester) ปีการศึกษาหนึ่ง ๆ แบ่งเป็น

๓ ภาคการศึกษา ภาคการศึกษาหนึ่ง ๆ มีระยะเวลาการศึกษาประมาณ ๑๔ สัปดาห์

๘.๒ หน่วยกิต หมายถึง

หน่วยที่ใช้แสดงปริมาณการศึกษาการกำหนดหน่วย

กิตแต่ละรายวิชามีหลักเกณฑ์ดังนี้

๘.๒.๑ การบรรยายหรือการเรียนการสอนที่เทียบเท่า ๑

ชั่วโมงต่อสัปดาห์ตลอดภาคการศึกษา คิดเป็นปริมาณการศึกษา ๑ หน่วยกิต

๘.๒.๒ การปฏิบัติการ หรือการทดลอง

หรือการฝึกที่ใช้เวลาปฏิบัติเทียบเท่า ๒ ถึง ๓ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตลอดภาคการศึกษา

คิดเป็นปริมาณการศึกษา ๑ หน่วยกิต

๘.๒.๓

การปฏิบัติงานในสถานประกอบการที่ปฏิบัติงานตามเวลาปฏิบัติงานของสถานประกอบการ

ตลอดภาคการศึกษา คิดเป็นปริมาณการศึกษา ๖ หน่วยกิต

๘.๓ หน่วยกิตเรียน หมายถึง

จำนวนหน่วยกิตที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียน

๘.๔ หน่วยกิตเรียนในภาค หมายถึง

จำนวนหน่วยกิตรวมทั้งหมดของทุกรายวิชาที่นักศึกษาได้รับระดับคะแนนตัวอักษร A B+ B

C+ C D+ D และ F ในภาคการศึกษานั้น

๘.๕ หน่วยกิตสะสม หมายถึง

จำนวนหน่วยกิตรวมทั้งหมดของทุกรายวิชาทุกครั้งที่นักศึกษาได้รับระดับคะแนนตัวอักษร

A B+ B C+ C D+ D และ F

ในกรณีที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนซ้ำในรายวิชาใดให้นับจำนวนหน่วยกิตสะสมจากจำนวนหน่วยกิตที่ลงทะเบียนเรียนครั้งสุดท้ายเพียงครั้งเดียว

๘.๖ หน่วยกิตสอบได้ หมายถึง

จำนวนหน่วยกิตรวมของรายวิชาที่นักศึกษาได้รับระดับคะแนนตัวอักษร A B+ B C+ C D+ D หรือ

S

หมวดที่ ๔

การลงทะเบียนเรียน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การลงทะเบียนเรียน

๙.๑

นักศึกษาใหม่ที่เข้าศึกษาในภาคการศึกษาแรกจะต้องลงทะเบียนภายในเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด

มิฉะนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์การเข้าเป็นนักศึกษาและจะถูกถอนชื่อออกจากทะเบียน

๙.๒

นักศึกษาปัจจุบันจะต้องลงทะเบียนเรียนภายในเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด

มิฉะนั้นจะไม่มีสิทธิ์ลงทะเบียนเรียนและศึกษาในภาคการศึกษานั้น และเมื่อพ้นกำหนด ๒

สัปดาห์แรกของภาคการศึกษาแล้วยังไม่ลงทะเบียนเรียนจะพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา

๙.๓

นักศึกษาปัจจุบันที่มิได้ลงทะเบียนเรียนภายในเวลาตามข้อ ๙.๒

จะต้องลาพักการศึกษาต่อมหาวิทยาลัยตามข้อ ๑๘

และจะต้องชำระค่ารักษาสภาพการเป็นนักศึกษา มิฉะนั้นจะพ้นจากสภาพการเป็นนักศึกษา

๙.๔

จำนวนหน่วยกิตที่นักศึกษาจะลงทะเบียนเรียนรายวิชาในหลักสูตรได้ มีดังนี้

๙.๔.๑

นักศึกษาจะต้องลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาหนึ่ง ๆ ไม่ต่ำกว่า ๙ หน่วยกิตเรียน

และไม่เกิน ๒๐ หน่วยกิตเรียน

๙.๔.๒

ในกรณีที่นักศึกษาจะจบหลักสูตรและรายวิชาที่เหลือตามหลักสูตรมีจำนวนหน่วยกิตต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในข้อ

๙.๔.๑

หรือในกรณีที่หลักสูตรกำหนดให้ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาใดต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในข้อ

๙.๔.๑ ให้ลงทะเบียนเรียนต่ำกว่าจำนวนหน่วยกิตเรียนที่กำหนดไว้ในข้อ ๙.๔.๑ ได้

๙.๔.๓

ในกรณีที่นักศึกษามีเหตุอันควรต้องลงทะเบียนต่ำกว่า ๙ หน่วย

กิตเรียน หรือเกิน ๒๐ หน่วยกิตเรียน แต่ไม่เกิน ๒๓ หน่วยกิต

ให้คณบดีเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

๙.๕ การลงทะเบียนเรียนรายวิชา

นอกจากที่กำหนดในหลักสูตรและนักศึกษาไม่ขอรับผลการประเมินเป็นระดับคะแนนตัวอักษรตามลำดับขั้นให้กระทำได้ภายในกำหนดเวลาของการเพิ่มรายวิชาตามข้อ

๑๐.๑ โดยการยื่นคำร้องต่อศูนย์บริการการศึกษา ซึ่งจะต้องได้รับ

ความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาและได้รับการอนุมัติจากอาจารย์ผู้สอน ทั้งนี้

จำนวนหน่วยกิต

เรียนทั้งหมดให้เป็นไปตามข้อ ๙.๔

๙.๖ การลงทะเบียนเป็นผู้ร่วมเรียนให้ปฏิบัติตามข้อ ๙.๔

๙.๗ การลงทะเบียนเรียน

ให้เป็นไปตามข้อกำหนดของหลักสูตรและประกาศของมหาวิทยาลัยและต้องได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา

๙.๘ กำหนดวัน วิธีการลงทะเบียนเรียน

และรายวิชาที่เปิดให้ลงทะเบียนเรียน ให้เป็นไปตามประกาศของมหาวิทยาลัย

๙.๙

มหาวิทยาลัยอาจกำหนดเงื่อนไขการลงทะเบียนเรียนบางรายวิชา เช่น

ต้องผ่านรายวิชาบางรายวิชาก่อนจึงจะมีสิทธิลงทะเบียนเรียนรายวิชานั้น ๆ ทั้งนี้

เพื่อให้นักศึกษาสามารถเรียนรายวิชานั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การลงทะเบียนที่ผิดเงื่อนไขให้ถือเป็นโมฆะในรายวิชานั้น

หมวดที่ ๕

การขอเพิ่มและขอถอนรายวิชา

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การขอเพิ่มและขอถอนรายวิชา

๑๐.๑ การขอเพิ่มรายวิชาจะกระทำได้ภายใน ๒

สัปดาห์แรกของภาคการศึกษา

๑๐.๒ การขอถอนรายวิชาจะกระทำได้ใน ๒ กรณี

๑๐.๒.๑ ถ้าถอนภายใน ๕ สัปดาห์แรกของภาคการศึกษารายวิชาที่ขอถอนนั้นจะไม่บันทึกลงในใบแสดงผลการศึกษา

๑๐.๒.๒ ถ้าถอนหลังจาก ๕ สัปดาห์แรกของภาคการศึกษาแต่ไม่เกิน

๑๐ สัปดาห์แรกของภาคการศึกษา รายวิชาที่ขอถอนนั้นจะบันทึกลงในใบแสดงผลการศึกษา

โดยให้ระดับคะแนนตัวอักษร W

๑๐.๓ การขอเพิ่มและขอถอนรายวิชาจะกระทำได้โดยได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาและอาจารย์ผู้สอนรายวิชานั้น

๑๐.๔ การขอเพิ่มและขอถอนรายวิชานั้น

จำนวนหน่วยกิตเรียนที่เหลือจะต้องเป็นไปตามที่ระบุไว้ในข้อ ๙.๔

หมวดที่ ๖

เวลาเรียน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เวลาเรียน

นักศึกษาต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมดของรายวิชานั้นจึงจะมีสิทธิเข้าสอบในรายวิชาดังกล่าวได้

ในกรณีที่นักศึกษามีเวลาเรียนน้อยกว่านี้

อาจารย์ผู้สอนอาจพิจารณาอนุญาตให้เข้าสอบในรายวิชานั้นได้

หมวดที่ ๗

การประเมินผลการศึกษา

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การประเมินผลการศึกษา

๑๒.๑ การประเมินผลการศึกษาของแต่ละรายวิชา

จะใช้ผลการประเมินเป็นระดับคะแนนตัวอักษรตามลำดับขั้น

ซึ่งมีความหมายและแต้มระดับคะแนนของแต่ละลำดับขั้น ดังต่อไปนี้

ระดับคะแนนตัวอักษร ความหมาย แต้มระดับคะแนน

A ผลการประเมินขั้นดีเยี่ยม

(Excellent) ๔.๐๐

B+ ผลการประเมินขั้นดีมาก

(Very Good) ๓.๕๐

B ผลการประเมินขั้นดี

(Good) ๓.๐๐

C+ ผลการประเมินขั้นเกือบดี

(Fairly Good) ๒.๕๐

C ผลการประเมินขั้นพอใช้

(Fair) ๒.๐๐

D+ ผลการประเมินขั้นอ่อน

(Poor) ๑.๕๐

D ผลการประเมินขั้นอ่อนมาก

(Very Poor) ๑.๐๐

F ผลการประเมินขั้นตก

(Fail) ๐

ในกรณีที่ไม่สามารถประเมินผลเป็นระดับคะแนนตัวอักษรตามลำดับขั้นได้ให้ใช้ระดับคะแนนตัวอักษรต่อไปนี้

ระดับคะแนนตัวอักษร ความหมาย

I กระบวนการวัดผลยังไม่สมบูรณ์

(Incomplete)

M นักศึกษาขาดสอบ

(Missing)

P การสอนยังไม่สิ้นสุด

(In Progress)

S ผลการประเมินเป็นที่พอใจ

(Satisfactory)

U ผลการประเมินยังไม่เป็นที่พอใจ

(Unsatisfactory)

Au ผู้ร่วมเรียน

(Auditor)

W การขอถอนรายวิชาโดยได้รับอนุมัติ

(Withdrawal)

X ยังไม่ได้รับผลการประเมิน

(No report)

๑๒.๒ การให้ระดับคะแนนตัวอักษร

๑๒.๒.๑ การให้ A B+ B C+ C D+ D และ F จะกระทำได้ในกรณีต่อไปนี้

(๑)

ในรายวิชาที่นักศึกษาเข้าสอบและหรือมีผลงานที่ประเมินได้เป็นลำดับขั้นตามที่หลักสูตรกำหนด

(๒) เปลี่ยนจาก I M และส่งผลให้ศูนย์บริการการศึกษาภายใน ๒

สัปดาห์แรกของภาคการศึกษาถัดไป

(๓) เปลี่ยนจาก P และ X

๑๒.๒.๒ การให้ F นอกเหนือจากข้อ ๑๒.๒.๑

แล้วจะกระทำได้ในกรณีต่อไปนี้

(๑) ในรายวิชาที่นักศึกษาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสอบตามข้อ

๑๑

(๒)

เมื่อนักศึกษาทำผิดระเบียบการสอบและได้รับการตัดสินให้ได้ F ตามข้อ ๒๐

(๓) เปลี่ยนจาก I M หลังจาก ๒ สัปดาห์แรกของภาคการศึกษาถัดไป

(๔) เปลี่ยนจาก P และ X

๑๒.๒.๓ การให้ I จะกระทำได้ในกรณีต่อไปนี้

(๑)

นักศึกษาป่วยก่อนสอบเป็นเหตุให้ไม่สามารถเข้าสอบในบางรายวิชาหรือทั้งหมดได้โดยปฏิบัติถูกต้องตามข้อบังคับหรือการลาป่วยก่อนสอบ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗.๒.๑

(๒) นักศึกษาป่วยระหว่างสอบเป็นเหตุให้ไม่สามารถเข้าสอบในบางรายวิชา

หรือทั้งหมดได้โดยปฏิบัติถูกต้องตามข้อบังคับหรือการลาป่วยระหว่างสอบตามข้อ ๑๗.๒.๒

(๓)

นักศึกษาขาดสอบโดยเหตุอันพ้นวิสัยและได้รับอนุมัติจากคณบดี

(๔)

นักศึกษาทำงานที่เป็นส่วนประกอบการศึกษายังไม่สมบูรณ์และอาจารย์ผู้สอนโดยความเห็นชอบของคณบดีเห็นว่าสมควรให้รอผลการศึกษาโดยแจ้งให้ศูนย์บริการการศึกษาทราบเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมกับการส่งผลการศึกษาของนักศึกษาอื่นที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชานั้น

๑๒.๒.๔ การให้ M จะกระทำได้ในรายวิชาที่นักศึกษาขาดสอบแต่ยังไม่สามารถแสดงหลักฐานที่สมบูรณ์ในการขาดสอบได้

๑๒.๒.๕ การให้ P จะกระทำได้เมื่อสิ้นภาคการศึกษาที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนในรายวิชาที่มีการสอนและหรือทำงานต่อเนื่องกันไม่เกิน

๒ ภาคการศึกษา

๑๒.๒.๖ การให้ S จะกระทำได้เมื่อผลการประเมินเป็นที่พอใจในรายวิชาต่อไปนี้

(๑) รายวิชาที่หลักสูตรกำหนดไว้ว่า ให้ประเมินผลเป็นระดับคะแนนตัวอักษรโดยไม่เป็นลำดับขั้น

(๒) รายวิชาที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนตามข้อ ๙.๕

๑๒.๒.๗ การให้ U จะกระทำได้ในรายวิชาที่กำหนดไว้ในข้อ

๑๒.๒.๖ แต่ผลการประเมินในรายวิชานั้น ๆ ยังไม่พอใจ

๑๒.๒.๘ การให้ Au จะกระทำได้ในรายวิชาที่นักศึกษาได้รับอนุมัติให้ลงทะเบียนเรียนเป็นผู้ร่วมเรียนตามข้อ

๙.๖ โดยมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทั้งหมด

ถ้าหากไม่เป็นไปตามนั้นจะไม่บันทึกรายวิชานั้นลงในใบแสดงผลการศึกษา

๑๒.๒.๙ การให้ W จะกระทำได้หลังจาก ๕

สัปดาห์แรกของภาคการศึกษาในกรณีต่อไปนี้

(๑) ในรายวิชาที่นักศึกษาได้รับอนุมัติให้ถอนตามข้อ ๑๐.๒.๒

(๒)

นักศึกษาป่วยก่อนสอบและไม่สามารถเข้าสอบในบางรายวิชาหรือทั้งหมดได้โดยปฏิบัติถูกต้องตามข้อบังคับการลาป่วยก่อนสอบตามข้อ

๑๗.๒.๑

(๓) นักศึกษาลาพักการศึกษาเนื่องจากเหตุผลตามข้อ ๑๘.๑ หรือ

๑๘.๒

(๔) นักศึกษาถูกสั่งพักการศึกษาในภาคการศึกษานั้นด้วยเหตุผลอื่นนอกจากที่กล่าวไว้ในข้อ

๒๐

(๕) คณบดีอนุมัติให้เปลี่ยนจาก I ที่ได้รับตามข้อ ๑๒.๒.๓

(๑)

หรือข้อ ๑๒.๒.๓ (๒) หรือข้อ ๑๒.๒.๓ (๓)

เนื่องจากการป่วยหรือเหตุอันพ้นวิสัยนั้นยังไม่สิ้นสุด

(๖) ในรายวิชาที่นักศึกษากระทำผิดเงื่อนไขการลงทะเบียนเรียน

๑๒.๒.๑๐ การให้ X จะกระทำได้เฉพาะในรายวิชาที่ศูนย์บริการการศึกษายังไม่ได้รับรายงานผลการประเมินการศึกษาของรายวิชานั้น

ๆ ตามกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

การประเมินผลการศึกษาและการคำนวณแต้มระดับคะแนนเฉลี่ย

๑๓.๑

การประเมินผลการศึกษาให้กระทำเมื่อสิ้นสุดการศึกษาแต่ละภาคการศึกษา

๑๓.๒ การคำนวณแต้มระดับคะแนนเฉลี่ย

๑๓.๒.๑ แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยในภาค

ให้คำนวณจากผลการศึกษาของนักศึกษาในแต่ละภาคการศึกษา

โดยเอาผลรวมของผลคูณระหว่างจำนวนหน่วยกิตกับแต้มระดับคะแนนของแต่ละรายวิชาที่นักศึกษาได้รับ

หารด้วยจำนวนหน่วยกิตเรียนในภาค

๑๓.๒.๒ แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม

ให้คำนวณจากผลการศึกษาของนักศึกษาตั้งแต่เริ่มเข้าศึกษาจนถึงภาคการศึกษาที่กำลังคิดคำนวณโดยเอาผลรวมของผลคูณระหว่างจำนวนหน่วยกิตกับแต้มระดับคะแนนของแต่ละรายวิชาที่นักศึกษาได้

หารด้วยจำนวนหน่วยกิตสะสม

๑๓.๒.๓ การคำนวณแต้มระดับคะแนนเฉลี่ย ให้คิดทศนิยม ๒

ตำแหน่ง โดยไม่ปัดเศษจากทศนิยมตำแหน่งที่ ๓

๑๓.๒.๔ ในกรณีที่นักศึกษาได้ระดับคะแนนตัวอักษร I ในรายวิชาที่มีการประเมินผลเป็นระดับคะแนน

ให้รอการคำนวณแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยไว้ก่อน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การลงทะเบียนเรียนซ้ำ

และการเลือกเรียนรายวิชาอื่นแทน

๑๔.๑ นักศึกษาที่ได้รับ F U หรือ W ในรายวิชาบังคับจะต้องลงทะเบียนเรียนรายวิชานั้นซ้ำอีกจนกว่าจะได้รับ

A B+ B C+ C D+ D หรือ S

๑๔.๒ นักศึกษาที่ได้รับ F U หรือ W ในรายวิชาเลือกจะลงทะเบียนเรียนรายวิชานั้นซ้ำอีกหรือไม่ก็ได้

๑๔.๓ นักศึกษาอาจลงทะเบียนเรียนซ้ำในรายวิชาที่ได้รับ D หรือ

D+ อีกก็ได้

๑๔.๔

การลงทะเบียนเรียนซ้ำเป็นการเรียนเพื่อปรับระดับคะแนนตัวอักษร

ซึ่งในกรณีนี้ให้ใช้ระดับคะแนนที่ได้รับครั้งสุดท้ายสำหรับคำนวณแต้มระดับคะแนนเฉลี่ย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การจำแนกสภาพนักศึกษา

๑๕.๑

การจำแนกสภาพนักศึกษากระทำเมื่อสิ้นภาคการศึกษาเว้นแต่นักศึกษาที่เข้าศึกษาเป็นภาคการศึกษาแรก

ให้จำแนกสภาพนักศึกษาเมื่อสิ้นภาคการศึกษาที่สองนับตั้งแต่เริ่มเข้าศึกษา

๑๕.๒ สภาพนักศึกษามี ๒ ประเภท คือ สภาพปกติและสภาพรอพินิจ

๑๕.๒.๑ นักศึกษาสภาพปกติ ได้แก่

(๑)

นักศึกษาใหม่ที่ลงทะเบียนเรียนเป็นภาคการศึกษาแรก และขณะกำลังเรียนในภาคการศึกษาที่สอง

หรือ

(๒)

นักศึกษาที่สอบได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่น้อยกว่า ๒.๐๐

๑๕.๒.๒ นักศึกษาสภาพรอพินิจ ได้แก่

นักศึกษาที่สอบได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ ๑.๕๐ ขึ้นไปแต่ไม่ถึง ๒.๐๐

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ฐานะชั้นปีของนักศึกษา

เกณฑ์กำหนดฐานะชั้นปีของนักศึกษา

ให้คิดจากจำนวนหน่วยกิตสอบได้ดังนี้

ผู้ที่มีหน่วยกิตสอบได้ไม่เกิน ๔๒ หน่วยกิต มีฐานะชั้นปีที่

ผู้ที่มีหน่วยกิตสอบได้ระหว่าง ๔๓ - ๘๔ หน่วยกิต มีฐานะชั้นปีที่

ผู้ที่มีหน่วยกิตสอบได้ระหว่าง ๘๕ - ๑๒๖ หน่วยกิต มีฐานะชั้นปีที่

ผู้ที่มีหน่วยกิตสอบได้มากกว่า ๑๒๖ หน่วยกิต มีฐานะชั้นปีที่

หมวดที่ ๘

การลา

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การลาเรียนและลาสอบ

๑๗.๑ การลาระหว่างเรียน ทั้งการลาป่วยและลากิจ

ให้อยู่ในดุลยพินิจของอาจารย์ผู้สอน

๑๗.๒ การลาระหว่างสอบ

๑๗.๒.๑ การป่วยก่อนสอบ หมายถึง

นักศึกษาป่วยก่อนที่การเรียนในภาคการศึกษานั้นจะสิ้นสุดลง

และยังป่วยอยู่จนกระทั่งถึงวันสอบ

ซึ่งทำให้ไม่สามารถเข้าสอบในบางรายวิชาหรือทั้งหมดได้

ให้นักศึกษายื่นใบลาพร้อมด้วยใบรับรองแพทย์ขออนุมัติต่อคณบดีโดยผ่านความเห็นชอบของอาจารย์ผู้สอน

๑๗.๒.๒ การป่วยระหว่างสอบ หมายถึง

นักศึกษาได้ศึกษามาจนสิ้นภาคการศึกษาแล้ว

แต่เกิดป่วยจนไม่สามารถเข้าสอบในบางรายวิชาหรือทั้งหมดได้

ให้ยื่นใบลาต่อคณบดีพร้อมด้วยใบรับรองแพทย์

๑๗.๒.๓ การขาดสอบโดยเหตุสุดวิสัยให้ยื่นใบลาต่อคณบดี

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การลาพักการศึกษา

๑๘.๑

นักศึกษายื่นคำร้องต่อคณบดีเพื่อขอนุมัติลาพักการศึกษาได้ในกรณีต่อไปนี้

๑๘.๑.๑ ถูกเกณฑ์หรือระดมเข้ารับราชการทหารกองประจำการ

๑๘.๑.๒

ได้รับทุนแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างประเทศหรือทุนอื่นซึ่งมหาวิทยาลัยเห็นสมควรสนับสนุน

๑๘.๑.๓

ป่วยจนต้องพักรักษาตัวเป็นเวลานานตามคำสั่งแพทย์เกินกว่า ๓ สัปดาห์

โดยมีใบรับรองแพทย์

๑๘.๑.๔ มีความจำเป็นส่วนตัว

โดยนักศึกษาผู้นั้นได้ศึกษาในมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ภาคการศึกษา

และมีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่น้อยกว่า ๒.๐๐

๑๘.๒ เมื่อนักศึกษามีเหตุสุดวิสัย

จำเป็นต้องลาพักการศึกษาให้ยื่นคำร้องต่อคณบดีโดยเร็วที่สุด

และให้คณะกรรมการประจำสำนักวิชาที่นักศึกษาสังกัดเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

๑๘.๓ การลาพักการศึกษาตามข้อ ๑๘.๑ และข้อ ๑๘.๒

ให้อนุมัติครั้งละไม่เกิน ๒ ภาคการศึกษา

ถ้านักศึกษายังมีความจำเป็นต้องขอลาพักการศึกษาต่อไปอีกให้ยื่นคำร้องใหม่

๑๘.๔ ในกรณีที่นักศึกษาป่วยเป็นโรคจิต

ให้คณะกรรมการประจำสำนักวิชาที่นักศึกษาสังกัดเป็นผู้พิจารณาอนุมัติให้ลาพักการศึกษาได้

๑๘.๕ ในกรณีที่นักศึกษาได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษา

ให้นับระยะเวลาที่ลาพักเป็นระยะเวลาการศึกษาด้วย

เว้นแต่นักศึกษาได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษาตามข้อ ๑๘.๑.๑

๑๘.๖ ระหว่างที่ได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษา

นักศึกษาจะต้องชำระค่ารักษาสภาพการเป็นนักศึกษาทุกภาคการศึกษาตามระเบียบของมหาวิทยาลัยเว้นแต่ภาคการศึกษาที่ได้ชำระค่าหน่วยกิตแล้ว

มิฉะนั้นจะพ้นจากสภาพการเป็นนักศึกษา

๑๘.๗ นักศึกษาที่ได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษาแล้ว

เมื่อจะกลับเข้าศึกษาจะต้องยื่นคำร้องขอกลับเข้าศึกษาต่อคณบดีเพื่อพิจารณาอนุมัติ

และแจ้งผลการอนุมัติให้ศูนย์บริการการศึกษาทราบก่อนกำหนดวันลงทะเบียนเรียนในแต่ละภาคการศึกษาไม่น้อยกว่า

๑ สัปดาห์

๑๘.๘ เมื่อนักศึกษาได้รับอนุมัติให้กลับเข้าศึกษาแล้ว

ให้มีสภาพนักศึกษาเหมือนก่อนได้รับอนุมัติให้ลาพักการศึกษา

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การลาออกจากการเป็นนักศึกษา

นักศึกษาที่ประสงค์จะลาออกต้องนำใบลาออกพร้อมด้วยหนังสือรับรองจากส่วนการเงินและบัญชีที่แสดงว่านักศึกษาผู้นั้นมิได้มีหนี้สินใด

ๆ กับมหาวิทยาลัยอีกยื่นต่ออาจารย์ที่ปรึกษาผ่านคณบดีเจ้าสังกัด

และนำเสนอต่ออธิการบดีเพื่อพิจารณาอนุมัติ

ใบลาออกต้องมีลายมือชื่อของผู้ปกครองที่ให้ลายมือชื่อเป็นหลักฐานไว้แก่มหาวิทยาลัย

อนุญาตให้ลาออกถ้าผู้ปกครองที่ให้ลายมือชื่อเป็นหลักฐานไว้แก่มหาวิทยาลัยถึงแก่กรรม

ให้ผู้ปกครองคนปัจจุบันลงลายมือชื่ออนุญาตให้ลาออกพร้อมแนบหลักฐานการถึงแก่กรรม

หมวดที่ ๙

การลงโทษนักศึกษาผู้กระทำผิด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การลงโทษนักศึกษาผู้กระทำผิด

๒๐.๑ การลงโทษนักศึกษาที่กระทำผิด

หรือร่วมกระทำผิดระเบียบการสอบในการสอบประจำภาคหรือการสอบระหว่างภาค

ให้คณะกรรมการประจำสำนักวิชาที่นักศึกษาสังกัดเป็นผู้พิจารณาลงโทษ ดังต่อไปนี้

๒๐.๑.๑ ถ้าเป็นความผิดประเภททุจริต ให้ลงโทษโดยให้ได้รับ F ในรายวิชาที่กระทำผิดระเบียบการสอบ

ส่วนรายวิชาอื่นที่นักศึกษาผู้นั้นลงทะเบียนเรียนไว้ ถ้าเป็นรายวิชาที่สอบมาแล้ว

ให้ได้ผลการสอบตามที่สอบได้จริง ถ้าเป็นรายวิชาที่ยังไม่ได้สอบ

ก็ให้ดำเนินการสอบตามปกติ และให้ได้ผลการสอบตามที่สอบได้จริง

และให้พิจารณาสั่งพักการศึกษานักศึกษาผู้นั้น ๑ ภาคการศึกษาเป็นอย่างน้อย

หรืออาจให้พ้นสภาพการเป็นนักศึกษาก็ได้

๒๐.๑.๒ ถ้าเป็นความผิดประเภทส่อเจตนาทุจริต

ให้ลงโทษโดยให้ได้รับ F ในรายวิชาที่กระทำผิดระเบียบการสอบ และอาจพิจารณาสั่งพักการศึกษานักศึกษาผู้นั้นได้ไม่เกิน

๑ ภาคการศึกษา

๒๐.๑.๓

ถ้าเป็นความผิดอย่างอื่นที่ระบุไว้ในข้อปฏิบัติของนักศึกษาในการสอบ

ให้ลงโทษตามควรแก่ความผิดนั้น

แต่จะต้องไม่เกินกว่าระดับโทษต่ำสุดของความผิดประเภททุจริตตามข้อ ๒๐.๑.๑

๒๐.๒ ถ้านักศึกษากระทำผิดหรือร่วมกระทำผิดอื่น ๆ

ที่เกี่ยวกับการศึกษา

ให้คณะกรรมการประจำสำนักวิชาที่นักศึกษาสังกัดเป็นผู้พิจารณาลงโทษตามควรแก่ความผิดนั้น

๒๐.๓

ให้คณบดีดำเนินการลงโทษตามมติของคณะกรรมการประจำสำนักวิชาที่นักศึกษาสังกัด

และแจ้งมหาวิทยาลัยเพื่อดำเนินการต่อไป

๒๐.๔ การพักการศึกษาของนักศึกษาตามคำสั่ง

ให้เริ่มเมื่อสิ้นสุดภาคการศึกษาที่กระทำผิดนั้น

โดยให้มีระยะเวลาการลงโทษต่อเนื่องกัน ทั้งนี้

ให้นับระยะเวลาที่ถูกสั่งพักการศึกษาเป็นระยะเวลาการศึกษา

๒๐.๕

นักศึกษาที่ถูกสั่งพักการศึกษาจะต้องชำระค่ารักษาสภาพการเป็นนักศึกษาทุกภาคการศึกษาตามระเบียบของมหาวิทยาลัย

มิฉะนั้นจะต้องพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา

หมวดที่ ๑๐

การย้ายโอนนักศึกษา

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การรับโอนนักศึกษาจากสถาบันอื่น

๒๑.๑

มหาวิทยาลัยอาจรับโอนนักศึกษาจากสถาบันอื่นที่มีระบบและมาตรฐานเดียวกันได้โดยให้สำนักวิชาและสาขาวิชาที่จะรับเข้าศึกษาเป็นผู้พิจารณา

ทั้งนี้

ต้องมีที่ว่างพอในสาขาที่ขอเข้าศึกษา

๒๑.๒ คุณสมบัติของนักศึกษาที่จะได้รับการพิจารณารับโอน

๒๑.๒.๑ ไม่เป็นผู้ที่พ้นสภาพนักศึกษาจากสถาบันเดิม

๒๑.๒.๒

ได้ลงทะเบียนเรียนในสถาบันอุดมศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปีการศึกษา

และได้คะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า ๒.๒๕

๒๑.๓

ผู้ขอโอนต้องยื่นคำร้องต่อศูนย์บริการการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐

วันก่อนวันเปิดภาคการศึกษาที่ประสงค์จะเข้าศึกษา

๒๑.๔ หลักเกณฑ์การเทียบรายวิชา

๒๑.๔.๑

การเทียบรายวิชาที่ขอโอนให้อยู่ในดุลยพินิจของสำนักวิชาที่จะรับเข้าศึกษา

๒๑.๔.๒ หน่วยกิตที่รับโอนต้องไม่เกิน ๖๐ หน่วยกิต

๒๑.๕ ระยะเวลาที่ต้องศึกษา

นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยรับโอนมีสิทธิ์เรียนเต็มตามเวลาที่มหาวิทยาลัยกำหนด ทั้งนี้

ให้นับรวมเวลาเรียนจากสถาบันเดิมแล้วด้วย

๒๑.๖ การคิดแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม

ให้คิดคะแนนเฉลี่ยสะสมจากรายวิชาที่รับโอนรวมกับรายวิชาที่เรียนในมหาวิทยาลัยด้วย

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การย้ายสาขาวิชาหรือสำนักวิชา

๒๒.๑ คุณสมบัติของนักศึกษาที่ขอย้ายสาขาวิชาหรือสำนักวิชา

๒๒.๑.๑

มีสภาพเป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยในสาขาวิชาใดสาชาวิชาหนึ่ง

๒๒.๑.๒ เคยลงทะเบียนเรียนในสาขาวิชาเดิมมาแล้วไม่น้อยกว่า ๑

ภาคการศึกษา

๒๒.๑.๓

มีคุณวุฒิทางการศึกษาและคุณสมบัติเฉพาะตรงตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรของสาขาวิชาหรือสำนักวิชาที่ขอย้ายเข้า

๒๒.๒

ผู้ขอย้ายต้องยื่นคำร้องต่อศูนย์บริการการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐

วันก่อนวันสิ้นภาคการศึกษา

๒๒.๓ การอนุมัติการย้ายสาขาวิชาหรือสำนักวิชาจะกระทำได้ต่อเมื่อสาขาวิชาหรือสำนักวิชานั้นมีที่ว่างเมื่อสิ้นภาคการศึกษาที่นักศึกษายื่นคำร้องการพิจารณาคำขอย้ายให้อยู่ในดุลยพินิจของคณบดีของสำนักวิชาที่ขอย้ายเข้าโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการประจำสำนักวิชาและผลการย้ายสังกัดจะสมบูรณ์เมื่อได้รับการอนุมัติจากมหาวิทยาลัยแล้ว

๒๒.๔

นักศึกษาที่ได้รับอนุมัติให้ย้ายสาขาวิชาหรือสำนักวิชาจะต้องศึกษาให้ครบตามหลักสูตรของสาขาวิชาหรือสำนักวิชาใหม่

ภายในระยะเวลาที่เหลืออยู่ตามหลักสูตรของสาขาวิชาหรือสำนักวิชาที่ขอย้ายเข้าและจะยื่นคำร้องขอย้ายสาขาวิชาหรือสำนักวิชาอื่นอีกไม่ได้

๒๒.๕

การเทียบโอนหน่วยกิตให้เทียบโอนได้เฉพาะรายวิชาที่ปรากฏในหลักสูตรของสาขาวิชาหรือสำนักวิชาที่ขอย้ายเข้า

ส่วนรายวิชาอื่น ๆ จะไม่นำมาคำนวณค่าคะแนนเฉลี่ยสะสม

แต่จะแสดงผลไว้ในใบแสดงผลการศึกษา

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

การอนุมัติการโอนย้ายสาขาวิชาหรือสำนักวิชาให้ทำเป็นประกาศของมหาวิทยาลัย

หมวดที่ ๑๑

การพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา

นักศึกษาจะพ้นสภาพการเป็นนักศึกษาในกรณีดังต่อไปนี้

๒๔.๑ เสียชีวิต

๒๔.๒ เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณบดีให้ลาออก

และเสนอต่ออธิการบดี

เพื่ออนุมัติ

๒๔.๓ เมื่อขาดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าศึกษาตามข้อ ๕

๒๔.๔ เมื่อศึกษาครบตามหลักสูตร และได้รับปริญญาตามข้อ ๒๖

๒๔.๕ เมื่อพ้นกำหนดเวลา ๒

สัปดาห์แรกของภาคการศึกษาแล้วยังไม่ลงทะเบียนเรียน

หรือไม่รักษาสภาพการเป็นนักศึกษา

๒๔.๖ นักศึกษาที่พ้นสภาพการเป็นนักศึกษาตามข้อ ๒๔.๒ และ

๒๔.๕ อาจขอคืนสภาพการเป็นนักศึกษาได้ภายใน ๑ ภาคการศึกษาเรียนนับแต่วันที่พ้นสภาพ

โดยยื่นคำร้องต่ออธิการบดีเพื่อขออนุมัติ

๒๔.๗ เมื่อมีการจำแนกสภาพนักศึกษา

และได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า ๑.๕๐

๒๔.๘

เมื่อเป็นนักศึกษาสภาพรอพินิจที่มีแต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า ๑.๘๐

สองภาคการศึกษาที่มีการจำแนกสภาพนักศึกษาต่อเนื่องกัน

๒๔.๙ เมื่อเป็นนักศึกษาสภาพรอพินิจ ๔

ภาคการศึกษาที่มีการจำแนกสภาพนักศึกษาต่อเนื่องกันแล้วยังไม่พ้นสภาพรอพินิจ

๒๔.๑๐ เมื่อระยะเวลาการศึกษาครบ ๒๔

ภาคการศึกษาหรือเทียบเท่าสำหรับหลักสูตร ๔ ปีแล้ว ยังมีจำนวนหน่วยกิตสอบได้ไม่ครบตรงตามหลักสูตร

หรือได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า ๒.๐๐

๒๔.๑๑ เมื่อคณบดีสั่งให้พ้นสภาพการเป็นนักศึกษาตามข้อ ๒๐.๓

๒๔.๑๒

เมื่อทำผิดระเบียบอื่นของมหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมีประกาศให้พ้นสภาพการเป็นนักศึกษา

หมวดที่ ๑๒

การขอรับปริญญา

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ผู้มีสิทธิขอรับปริญญา

๒๕.๑ คุณสมบัติของผู้มีสิทธิรับปริญญา

นักศึกษาผู้มีสิทธิขอรับปริญญาต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนดังนี้

๒๕.๑.๑

เป็นนักศึกษาภาคการศึกษาสุดท้ายที่ลงทะเบียนเรียนครบตรงตามหลักสูตรและข้อบังคับของสำนักวิชา

๒๕.๑.๒ มีระยะเวลาการศึกษาไม่ต่ำกว่า ๑๐

ภาคการศึกษาหรือเทียบเท่าสำหรับหลักสูตร ๔ ปี

๒๕.๑.๓ ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสีย

๒๕.๑.๔ ไม่มีพันธะหนี้สินค้างชำระต่อมหาวิทยาลัย

๒๕.๒ การขอรับปริญญา

นักศึกษาผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในข้อ ๒๕.๑

จะต้องยื่นคำร้องแสดงความจำนงขอรับปริญญาต่อศูนย์บริการการศึกษาภายในระยะเวลาที่กำหนด

มิฉะนั้นอาจไม่ได้รับการพิจารณาเสนอชื่อต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่ออนุมัติปริญญาในภาคการศึกษานั้น

๒๕.๓ นักศึกษาผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในข้อ ๒๕.๑

ที่ประสงค์จะลงทะเบียนในรายวิชาต่าง ๆ เพิ่มเติมอีกในภาคการศึกษาถัดไปโดยยังไม่ขอรับปริญญา

จะต้องยื่นคำร้องต่อศูนย์บริการการศึกษา ภายใน ๒ สัปดาห์แรกของภาคการศึกษา

โดยผ่านความเห็นชอบของอาจารย์ที่ปรึกษาและให้คณบดีเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

๒๕.๔ นักศึกษาผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในข้อ ๒๕.๑

แต่มิได้ยื่นคำร้องแสดงความจำนงขอปริญญาตามข้อ ๒๕.๒

หรือยื่นคำร้องขอลงทะเบียนเรียนในรายวิชาต่าง ๆ เพิ่มเติมตามข้อ ๒๕.๓

ศูนย์บริการการศึกษาอาจรวบรวมรายชื่อเสนอต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่ออนุมัติปริญญาในภาคการศึกษาถัดไป

ทั้งนี้

นักศึกษาจะต้องรักษาสภาพการเป็นนักศึกษาในภาคการศึกษาถัดไปนั้นด้วย

หมวดที่ ๑๓

การให้ปริญญา

ปริญญาเกียรตินิยม และเหรียญรางวัล

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การให้ปริญญา

คณบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำสำนักวิชาที่นักศึกษาสังกัดเป็นผู้พิจารณาเสนอชื่อนักศึกษาที่สอบได้จำนวนหน่วยกิตครบตรงตามหลักสูตรและได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า

๒.๐๐ สมควรได้รับปริญญาต่อสภาวิชาการ เพื่อนำเสนอต่อสภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การให้ปริญญาเกียรตินิยม

๒๗.๑ นักศึกษาผู้จะได้รับปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง

ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

๒๗.๑.๑

สอบได้จำนวนหน่วยกิตครบตามหลักสูตรภายในกำหนดเวลาในหลักสูตร

๒๗.๑.๒ ไม่มีรายวิชาใดได้รับระดับคะแนนตัวอักษร F และ U

๒๗.๑.๓ ไม่เคยเรียนซ้ำรายวิชาใดเพื่อปรับระดับคะแนน

๒๗.๑.๔ ได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ ๓.๕๐ ขึ้นไป

๒๗.๒

นักศึกษาผู้ที่จะได้รับปริญญาเกียรตินิยมอันดับสองต้องมีคุณสมบัติตามข้อ ๒๗.๑.๑ -

๒๗.๑.๓ และได้แต้มระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ ๓.๒๕ ขึ้นไป

๒๗.๓

คณบดีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำสำนักวิชาที่นักศึกษาสังกัดเป็นผู้พิจารณาเสนอชื่อนักศึกษาผู้ที่สมควรได้รับปริญญาเกียรตินิยมต่อสภาวิชาการ

เพื่อนำเสนอต่อสภามหาวิทยาลัยพิจารณาอนุมัติ

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การให้เหรียญรางวัล

๒๘.๑ นักศึกษาผู้มีสิทธิได้รับเหรียญรางวัลจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

๒๘.๑.๑ ได้รับปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และ

๒๘.๑.๒

ได้แต้มระดับเฉลี่ยสะสมสูงสุดในกลุ่มผู้สำเร็จการศึกษาในหลักสูตรเดียวกันและในปีการศึกษาเดียวกัน

๒๘.๒ การพิจารณาให้เหรียญรางวัลนี้จะกระทำทุกสิ้นปีการศึกษา

ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๙

เกษม สุวรรณกุล

นายกสภามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

มณฑิตา/ผู้จัดทำ

๒๒ เมษายน ๒๕๕๔

วิภา/ผู้ตรวจ

๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖/ตอนพิเศษ ๔๗ ง/หน้า ๘๖/๕ กรกฎาคม

๒๕๔๒

16 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ว่าด้วยการศึกษาขั้นปริญญาตรี พ.ศ. 2539 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_128ac6185a7d59ae

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com