ข้อ ๑๒ ขอบเขตและเงื่อนไขการอนุญาต
(๑) ใบอนุญาตเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ได้รับใบอนุญาต จะโอนแก่กันมิได้
ต้องประกอบกิจการด้วยตนเอง
จะมอบการบริหารจัดการทั้งหมดหรือบางส่วนหรือยินยอมให้บุคคลอื่นเป็นผู้มีอำนาจประกอบกิจการแทนมิได้
หรือจะโอนสิทธิในใบอนุญาตไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนให้กับบุคคลอื่น อันทำให้มีผลกระทบต่อการประกอบกิจการตามที่ได้รับใบอนุญาตไม่ได้
(๒) ผู้รับใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ ๖
ตลอดระยะเวลาที่ได้รับใบอนุญาต
(๓) ผู้รับใบอนุญาตต้องเริ่มดำเนินการโครงสร้างพื้นฐาน
หรือสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อการให้บริการกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ตามที่ได้รับอนุญาต
แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินสองปี
นับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต เว้นแต่คณะกรรมการจะกำหนดเป็นอย่างอื่น
(๔) ผู้รับใบอนุญาตต้องให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน
หรือสิ่งอำนวยความสะดวก
เพื่อการให้บริการกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ได้ตามระยะเวลาที่คณะกรรมการอนุญาต
และหากประสงค์จะเลิกการให้บริการดังกล่าวก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ
จะต้องแจ้งเหตุแห่งการบอกเลิกประกอบกิจการพร้อมทั้งกำหนดมาตรการเยียวยาผู้ใช้บริการให้คณะกรรมการเห็นชอบล่วงหน้าก่อนเลิกกิจการโดยจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดก่อนเลิกกิจการ
(๕) ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ต้องชำ
ระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปีในอัตราร้อยละ ๒ ของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่าย
โดยให้ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ในการประเมินค่าธรรมเนียมรายปีที่ต้องชำระและจัดทำรายละเอียดการคำนวณค่าธรรมเนียมรายปีตามที่ผู้รับใบอนุญาตประเมินยื่นให้สำนักงาน
กสทช. หากไม่ชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนด
ผู้รับใบอนุญาตจะต้องชำระค่าธรรมเนียมเพิ่มตามอัตราที่คณะกรรมการกำหนด
มิฉะนั้นจะถือว่าผู้ขอรับใบอนุญาตสละสิทธิ์ในการขอรับใบอนุญาต
กรณีผู้รับใบอนุญาตไม่ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันครบกำหนดชำระค่าธรรมเนียมให้ถือว่าใบอนุญาตนั้นสิ้นผลนับถัดจากวันครบกำหนดการชำระค่าธรรมเนียมโดยจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดก่อนเลิกกิจการ
เพื่อประโยชน์ในการคำนวณค่าธรรมเนียมรายปีของผู้รับใบอนุญาต
ให้ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่จัดส่งงบการเงินประจำปีที่มีการแยกรายได้และต้นทุนตามประเภทบริการที่ได้รับใบอนุญาตอย่างชัดเจนที่ผ่านการรับรองจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามกฎหมายให้แก่คณะกรรมการหรือข้อมูลอื่นที่จำเป็นต่อการพิจารณากำหนดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตตามที่คณะกรรมการจะกำหนด
(๖) ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ต้องนำส่งเงินรายปีเข้ากองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง
กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะในอัตราร้อยละ ๒
ของรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่าย หรือตามที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์
และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติกำหนด
(๗)
ผู้รับใบอนุญาตต้องให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์จากคณะกรรมการเท่านั้น
(๘)
ผู้รับใบอนุญาตต้องให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์แก่ผู้รับใบอนุญาตรายอื่นอย่างเท่าเทียมกัน
ไม่มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติหรือกีดกันการแข่งขันเสรีอย่างเป็นธรรม
(๙) การประกอบกิจการตามที่ได้รับอนุญาต
ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดทำข้อเสนอการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์
และเผยแพร่ต่อสาธารณะ
(๑๐) ในกรณีที่มีภัยพิบัติหรือมีเหตุฉุกเฉิน
หรือกรณีซึ่งมีความจำเป็นเพื่อรักษาประโยชน์สาธารณะผู้รับใบอนุญาตต้องให้บริการแพร่ภาพหรือกระจายเสียง
แจ้งข่าวหรือเตือนภัยให้ประชาชนทราบ
เมื่อรัฐหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องร้องขอ หรือตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
(๑๑)
กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตควบรวมกิจการหรือเข้าร่วมกันเป็นบริษัทคู่ค้ากับผู้รับใบอนุญาตรายอื่นหรือมีการทำสัญญาใดที่ให้ผู้รับใบอนุญาตอีกฝ่ายมีอำนาจควบคุมกำกับดูแล
หรือสั่งการ หรือกระทำการแทนคู่สัญญาอีกฝ่ายที่เป็นผู้รับใบอนุญาต
หรือล่วงรู้ข้อมูลทางการค้าของผู้รับใบอนุญาต
อีกฝ่ายจะต้องขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการก่อน
ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่าการดำเนินการตามวรรคหนึ่งมีผลที่เป็นหรืออาจเป็นการกีดกันการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในตลาด
คณะกรรมการอาจกำหนดมาตรการเฉพาะให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติก็ได้
(๑๒) ผู้รับใบอนุญาตจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้า
และจะต้องไม่กระทำการใดที่คณะกรรมการเห็นว่ามีวัตถุประสงค์หรือมีผลกระทบ
หรืออาจมีผลกระทบต่อการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในตลาดอย่างมีนัยสำคัญสำหรับการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวก
และบริการกิจการกระจายเสียง หรือกิจการโทรทัศน์ที่ได้รับอนุญาตของผู้รับใบอนุญาต
หรือเครื่องอุปกรณ์กระจายเสียงหรือโทรทัศน์ของบุคคลอื่น โดยรวมถึงกรณีดังต่อไปนี้
(๑๒.๑) การเข้าทำสัญญา หรือความตกลงอื่นใดโดยสมรู้กัน
หรือดำเนินการร่วมมือกับบุคคลอื่นอันส่งผลกระทบต่อสภาวการณ์การแข่งขันของผู้รับใบอนุญาตรายอื่นและผู้บริโภค
(๑๒.๒) การเข้าทำสัญญา
หรือความตกลงกับบุคคลอื่นใดเกี่ยวกับค่าบริการหรือค่าธรรมเนียม
หรือเครื่องอุปกรณ์กระจายเสียงหรือโทรทัศน์อันมีลักษณะเป็นการทำลาย กีดกัน บั่นทอน
หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือขัดขวางต่อการเข้าตลาดของผู้ประกอบกิจการรายใหม่
(๑๒.๓) การร่วมกันไม่ขายหรือให้บริการกับผู้รับใบอนุญาตรายอื่น
หรือบุคคลอื่นที่มิใช่บริษัทลูก หรือบริษัทในเครือของตน
(๑๒.๔) การเข้าจัดการแต่เพียงผู้เดียว หรือร่วมกันหลายคน โดยมีผล
หรืออาจมีผลเป็นการกีดกันไม่ให้คู่แข่งเข้าถึง หรือมีช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์
หรือบริการที่จะแข่งขันกันผลิตภัณฑ์หรือบริการของผู้รับใบอนุญาต หรือของบุคคล
หรือนิติบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นของตน
(๑๒.๕) การทำสัญญา หรือความตกลงใด ๆ
กับผู้ประกอบกิจการในธุรกิจกระจายเสียงหรือโทรทัศน์
หรือผู้ให้บริการเกี่ยวกับเครื่องอุปกรณ์กระจายเสียงหรือโทรทัศน์รายอื่น
เพื่อแบ่งส่วนแบ่งทางการตลาดโดยการตกลงแบ่งตามแนวพื้นที่ทางภูมิศาสตร์
หรือแนวทางอื่นใดที่คณะกรรมการเห็นว่าเป็นการตกลงแบ่งส่วนแบ่งทางการตลาด
หรือจัดระเบียบของตลาดโดยมิชอบ
(๑๒.๖) การให้สิทธิพิเศษอย่างไม่เหมาะสม หรือการรับประโยชน์อันไม่เป็นธรรมจากบริษัทในเครือหรือการเลือกปฏิบัติใด
ๆ
อันมีผลกระทบต่อการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในตลาดหากคณะกรรมการเห็นว่าผู้รับใบอนุญาตรายอื่นอาจตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบในการแข่งขันอย่างมากหรือทำให้การแข่งขันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
หรือจะมีผลเป็นการกีดกันการเข้าตลาดของผู้ประกอบกิจการรายใหม่
(๑๒.๗) การดำเนินการอื่นใดอันมีผลทำให้มีการอุดหนุนการบริการ
การอุดหนุนไขว้ การถือครองธุรกิจในประเภทเดียวกัน
การใช้อำนาจทางการตลาดที่ไม่เป็นธรรม การทุ่มตลาดการกำหนดราคาต่ำกว่าต้นทุน
การกำหนดราคาที่มีผลทำให้ผู้รับใบอนุญาตรายอื่นไม่สามารถแข่งขันได้หรือเลือกปฏิบัติในทางราคา
(๑๓)
ผู้รับใบอนุญาตจะต้องเปิดเผยข้อมูลการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นให้กับคณะกรรมการทุกไตรมาส
(๑๔) ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตาม ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง
หรือมาตรการที่คณะกรรมการกำหนดเกี่ยวกับเรื่อง ดังนี้
(๑๔.๑) การแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม
(๑๔.๒) การใช้ทรัพยากรกระจายเสียงหรือโทรทัศน์
(๑๔.๓) การเชื่อมต่อและใช้ในกิจการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์
(๑๔.๔) การใช้สิทธิในการปักหรือตั้งเสา หรือเดินสาย วางท่อ
หรือติดตั้งอุปกรณ์ในการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์
(๑๔.๕) การคุ้มครองผู้บริโภค
(๑๔.๖) การปฏิบัติในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินหรือภัยพิบัติ
(๑๔.๗) ค่าธรรมเนียม และค่าบริการ
(๑๔.๘) การระงับข้อพิพาท
(๑๔.๙) หลักเกณฑ์หรือมาตรการอื่นใดที่คณะกรรมการกำหนดเพิ่มเติม
(๑๔.๑๐) ตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
(๑๕) ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์
หรือมาตรการอื่นใดอันเกี่ยวข้องกับการแข่งขันที่คณะกรรมการประกาศกำหนดเพิ่มเติม
(๑๖)
ผู้รับใบอนุญาตต้องรายงานผลการประกอบกิจการที่ได้รับใบอนุญาตต่อคณะกรรมการตามแบบรายงานที่คณะกรรมการกำหนดเป็นประจำทุกปี
ภายในระยะเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดชำระค่าธรรมเนียมรายปี
(๑๗) ผู้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ต้องบำรุง ดูแล รักษา
และปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านกระจายเสียง
หรือโทรทัศน์ให้มีประสิทธิภาพพร้อมให้บริการตลอดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต
(๑๘) การตั้งหรือการขอเปลี่ยนแปลงความสูงสายอากาศของสถานีวิทยุกระจายเสียง
สำหรับผู้รับใบอนุญาตที่ตั้งอยู่ในบริเวณเขตปลอดภัยการเดินอากาศ
จะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการเดินอากาศก่อนการยื่นขอใบอนุญาตตั้งสถานีวิทยุคมนาคมต่อคณะกรรมการ
(๑๙) การจัดตั้งหรือสร้างสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ติดตั้งสายอากาศจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
(๒๐)
ผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดไว้ในใบอนุญาตโดยเคร่งครัด