法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎ ก.พ. ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ว่าด้วยการเลือกข้าราชการพลเรือนเข้าร่วมเป็น อ.ก.พ. วิสามัญ เพื่อทำหน้าที่พิจารณาเรื่องการดำเนินการทางวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณ์หรือการร้องทุกข์

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
3
มาตรา อารัมภบท

กฎ ก

กฎ ก.พ.

ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๓๕)

ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน

พ.ศ.๒๕๓๕

ว่าด้วยการเลือกข้าราชการพลเรือนเข้าร่วมเป็น

อ.ก.พ. วิสามัญ

เพื่อทำหน้าที่พิจารณาเรื่องการดำเนินการทางวินัย

การออกจากราชการ

การอุทธรณ์หรือการร้องทุกข์[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ (๕) และมาตรา ๑๑ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ ก.พ. จึงออกกฎ ก.พ.

ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้กรมแต่ละกรม เป็นหน่วยเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อเป็นผู้แทนกรมไปเลือกกันเองเป็น

อ.ก.พ. วิสามัญ เพื่อทำหน้าที่พิจารณาเรื่องการดำเนินการทางวินัย การออกจากราชการ

การอุทธรณ์หรือการร้องทุกข์ สำหรับสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงและสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีว่าการทบวง

ให้อยู่ในหน่วยเลือกของสำนักงานปลัดกระทรวงหรือสำนักงานปลัดทบวง แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

เมื่อกรรมการข้าราชการพลเรือนซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจะถึงกำหนดพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

ให้ดำเนินการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. วิสามัญ

เพื่อทำหน้าที่พิจารณาเรื่องการดำเนินการทางวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณ์หรือการร้องทุกข์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังนี้

(๑) ให้สำนักงาน ก.พ. แจ้งให้กรมต่าง ๆ

ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกสิบวันและให้กรมต่าง ๆ

ดำเนินการเลือกข้าราชการพลเรือนในสังกัดเป็นผู้แทนกรม กรมละหนึ่งคน แล้วแจ้งชื่อและตำแหน่งของผู้แทนกรมไปให้สำนักงาน

ก.พ. ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้รับแจ้งจากสำนักงาน ก.พ.

(๒) ให้สำนักงาน ก.พ.

จัดทำบัญชีรายชื่อและตำแหน่งของผู้แทนกรมขึ้นไว้ แล้วส่งบัญชีนั้นไปให้ผู้แทนกรมทราบก่อนวันเลือกตาม

(๓) ไม่น้อยกว่าห้าวัน

(๓) ให้สำนักงาน ก.พ.

มีหนังสือนัดผู้แทนกรมไปออกเสียงลงคะแนนตามจำนวนวัน เวลา สถานที่

และวิธีการที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด เพื่อเลือกผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อนั้นเป็นอนุกรรมการใน

อ.ก.พ.วิสามัญ เพื่อทำหน้าที่พิจารณาเรื่องการดำเนินการทางวินัย การออกจากราชการ

การอุทธรณ์หรือการร้องทุกข์

การออกเสียงลงคะแนน

ผู้แทนกรมต้องไปออกเสียงลงคะแนนด้วยตนเอง

(๔) เมื่อผู้แทนกรมได้ออกเสียงลงคะแนนเสร็จแล้ว

ให้คณะกรรมการซึ่งสำนักงาน ก.พ.

แต่งตั้งมีจำนวนไม่น้อยกว่าสามคนดำเนินการตรวจนับคะแนนโดยเปิดเผยติดต่อกันไปจนเสร็จ

แล้วให้ เลขาธิการ ก.พ.ประกาศรายชื่อและตำแหน่งของผู้ได้รับเลือกเรียงตามลำดับคะแนนจากสูงลงไปหาต่ำไว้

ในที่เปิดเผย ณ สำนักงาน ก.พ.แล้วแจ้งให้กรมต่าง ๆ ทราบ

(๕) ให้สำนักงาน ก.พ.

เสนอบัญชีรายชื่อข้าราชการพลเรือนผู้ได้รับเลือกตาม (๔) ต่อ ก.พ. แล้วให้

ก.พ.ตั้งผู้ได้รับเลือกที่ได้คะแนนสูงตามลำดับเข้าร่วมเป็น อ.ก.พ. วิสามัญ

เพื่อทำหน้าที่พิจารณาเรื่องการดำเนินการทางวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณ์หรือการร้องทุกข์

จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนอนุกรรมการทั้งหมด ในกรณีที่ผู้ที่จะได้รับการตั้งได้รับเลือกด้วยคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ ก.พ. จับสลากเพื่อเรียงลำดับที่

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ในกรณีที่ตำแหน่งอนุกรรมการซึ่ง ก.พ. ตั้งจากข้าราชการพลเรือนผู้ได้รับเลือกตาม

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ (๕) ว่างลง ให้สำนักงาน ก.พ. เสนอบัญชีรายชื่อข้าราชการพลเรือนผู้ได้รับเลือกตามข้อ

๒ (๕) ต่อ ก.พ.เพื่อพิจารณาตั้งผู้ได้รับเลือกลำดับที่ถัดลงไปเป็นอนุกรรมการแทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

การเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อตั้งผู้ได้รับเลือกเข้าร่วมเป็น อ.ก.พ. วิสามัญ

ทำหน้าที่พิจารณาเรื่องการดำเนินการทางวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณ์หรือการร้องทุกข์

ในระยะเริ่มแรกที่ใช้บังคับพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ ให้กรมต่าง

ๆ ดำเนินการเลือกข้าราชการพลเรือนในสังกัดเป็นผู้แทนกรมกรมละหนึ่งคน แล้วแจ้งชื่อและตำแหน่งของผู้แทนกรมไปให้สำนักงาน

ก.พ.ทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันถัดจากวันที่กฎ ก.พ.นี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

และให้สำนักงาน ก.พ. ดำเนินการต่อไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.พ. นี้

โดยอนุโลม

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๕

เกษม สุวรรณกุล

รองนายกรัฐมนตรี

ผู้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี

ประธาน ก.พ.

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.พ. ฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๑ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕

กำหนดว่าการเลือกข้าราชการพลเรือนเข้าร่วมเป็น อ.ก.พ. วิสามัญ เพื่อทำหน้าที่พิจารณาเรื่องการดำเนินการทางวินัย

การออกจากราชการ การอุทธรณ์หรือการร้องทุกข์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ

ก.พ. จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.พ. นี้

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๙๖/หน้า ๑๕/๑๔ กันยายน ๒๕๓๕

3 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎ ก.พ. ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535 ว่าด้วยการเลือกข้าราชการพลเรือนเข้าร่วมเป็น อ.ก.พ. วิสามัญ เพื่อทำหน้าที่พิจารณาเรื่องการดำเนินการทางวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณ์หรือการร้องทุกข์ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1302133114b36dec

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com