ข้อ ๒
เมื่อกรรมการข้าราชการพลเรือนซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจะถึงกำหนดพ้นจากตำแหน่งตามวาระ
ให้ดำเนินการเลือกข้าราชการพลเรือนเพื่อตั้งเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.พ. วิสามัญ
เพื่อทำหน้าที่พิจารณาเรื่องการดำเนินการทางวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณ์หรือการร้องทุกข์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังนี้
(๑) ให้สำนักงาน ก.พ. แจ้งให้กรมต่าง ๆ
ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหกสิบวันและให้กรมต่าง ๆ
ดำเนินการเลือกข้าราชการพลเรือนในสังกัดเป็นผู้แทนกรม กรมละหนึ่งคน แล้วแจ้งชื่อและตำแหน่งของผู้แทนกรมไปให้สำนักงาน
ก.พ. ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้รับแจ้งจากสำนักงาน ก.พ.
(๒) ให้สำนักงาน ก.พ.
จัดทำบัญชีรายชื่อและตำแหน่งของผู้แทนกรมขึ้นไว้ แล้วส่งบัญชีนั้นไปให้ผู้แทนกรมทราบก่อนวันเลือกตาม
(๓) ไม่น้อยกว่าห้าวัน
(๓) ให้สำนักงาน ก.พ.
มีหนังสือนัดผู้แทนกรมไปออกเสียงลงคะแนนตามจำนวนวัน เวลา สถานที่
และวิธีการที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด เพื่อเลือกผู้มีชื่อในบัญชีรายชื่อนั้นเป็นอนุกรรมการใน
อ.ก.พ.วิสามัญ เพื่อทำหน้าที่พิจารณาเรื่องการดำเนินการทางวินัย การออกจากราชการ
การอุทธรณ์หรือการร้องทุกข์
การออกเสียงลงคะแนน
ผู้แทนกรมต้องไปออกเสียงลงคะแนนด้วยตนเอง
(๔) เมื่อผู้แทนกรมได้ออกเสียงลงคะแนนเสร็จแล้ว
ให้คณะกรรมการซึ่งสำนักงาน ก.พ.
แต่งตั้งมีจำนวนไม่น้อยกว่าสามคนดำเนินการตรวจนับคะแนนโดยเปิดเผยติดต่อกันไปจนเสร็จ
แล้วให้ เลขาธิการ ก.พ.ประกาศรายชื่อและตำแหน่งของผู้ได้รับเลือกเรียงตามลำดับคะแนนจากสูงลงไปหาต่ำไว้
ในที่เปิดเผย ณ สำนักงาน ก.พ.แล้วแจ้งให้กรมต่าง ๆ ทราบ
(๕) ให้สำนักงาน ก.พ.
เสนอบัญชีรายชื่อข้าราชการพลเรือนผู้ได้รับเลือกตาม (๔) ต่อ ก.พ. แล้วให้
ก.พ.ตั้งผู้ได้รับเลือกที่ได้คะแนนสูงตามลำดับเข้าร่วมเป็น อ.ก.พ. วิสามัญ
เพื่อทำหน้าที่พิจารณาเรื่องการดำเนินการทางวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณ์หรือการร้องทุกข์
จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนอนุกรรมการทั้งหมด ในกรณีที่ผู้ที่จะได้รับการตั้งได้รับเลือกด้วยคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ ก.พ. จับสลากเพื่อเรียงลำดับที่