ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 18/2551
เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการด้านงานสนับสนุนและบริการอื่น
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
ธนาคารแห่งประเทศไทยมีนโยบายส่งเสริมให้ธนาคารพาณิชย์ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น อันเป็นการลดต้นทุนในการดําเนินงาน เพิ่มรายได้ และส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพด้านบริการของธนาคารพาณิชย์ในการให้บริการงานด้านปฏิบัติการต่าง ๆ (Back office) และบริการอื่นเพิ่มเติมเพื่ออํานวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า โดยได้อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น (Insourcing) และการให้บริการอื่นมาเป็นลําดับ
การให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่นในด้านปฏิบัติการต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นงาน Back office ธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ดําเนินการได้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2547 และต่อมาเมื่อได้มีการออกหลักเกณฑ์การกํากับแบบรวมกลุ่มขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2549 ประการหนึ่ง และหลักเกณฑ์เรื่องการประกอบธุรกิจการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2540 อีกประการหนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวเพื่อให้ธนาคารพาณิชย์สามารถให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่นได้มากขึ้น โดยให้ครอบคลุมถึงหน่วยธุรกิจทุกหน่วยในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน และครอบคลุมถึงนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ และบริษัทที่รับโอนสินทรัพย์ที่อยู่ภายใด้กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งรับโอนสินทรัพย์จากผู้ขายสินทรัพย์และออกหลักทรัพย์ขายแก่ผู้ลงทุน
สําหรับการให้บริการเพิ่มเติมอื่นเพื่ออํานวยความสะดวกแก่ลูกค้า เช่น การเป็นตัวแทนเรียกเก็บหนี้ การรับจ้างบริหารสินทรัพย์ให้แก่บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทยเมื่อมีการตรากฎหมายว่าด้วยบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย การทําหน้าที่ตัวแทนจ่ายแคชเชียร์เช็คให้แก่ลูกค้านั้นธนาคารแห่งประเทศไทยก็อนุญาตให้สถาบันการเงินดําเนินการได้เป็นการทั่วไปมาเป็นลําดับเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ดี การให้บริการดังกล่าวข้างต้นธนาคารพาณิชย์ควรมีศักยภาพเพียงพอในการให้บริการและระมัดระวังไม่ให้บริการดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหาย ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือเป็นอุปสรรคต่อการดําเนินธุรกิจปกติของธนาคาร และไม่ให้ปริมาณของงานให้บริการดังกล่าวมีมากเกินบทบาทของงานด้านการธนาคารพาณิชย์ หรือเกินกว่าความสามารถของธนาคารพาณิชย์ในการให้บริการได้ด้วยตนเอง
การออกประกาศฉบับนี้เพื่ออ้างอิงอํานาจตามกฎหมายให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 และเป็นการรวบรวมประกาศและหนังสือเวียนที่เกี่ยวข้องกับการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่นและบริการอื่นมาไว้ในฉบับเดียวกัน โดยสาระสําคัญของหลักเกณฑ์ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ใดได้ดําเนินธุรกิจดังกล่าวอยู่แล้วก็ให้ทําต่อไปได้
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยออกหลักเกณฑ์ในการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่นและบริการอื่นตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้
อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง
อื่นๆ - 4. ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก ตามเอกสารแนบ
อื่นๆ - 5. เนื้อหา
5.1 ในประกาศฉบับนี้
"บุคคลอื่น" หมายความว่า บุคคลอื่นนอกจากธนาคารพาณิชย์แห่งใดแห่งหนึ่ง ดังนี้
(1) สถาบันการเงินอื่น
(2) บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารพาณิชย์นั้น หรือบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของสถาบันการเงินอื่น ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจทางการเงินดังกล่าวข้างต้นจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน
(3) สถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น
(4) ธนาคารแห่งประเทศไทย
(5) นิติบุคคลเฉพาะกิจตามกฎหมายว่าด้วยนิติบุคคลเฉพาะกิจเพื่อการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ หรือบริษัทที่รับโอนสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งรับโอนสินทรัพย์จากผู้ขายสินทรัพย์และออกหลักทรัพย์ขายแก่ผู้ลงทุน
"บริษัท" หมายความว่า บริษัทจํากัด บริษัทมหาชนจํากัด ห้างหุ้นส่วนจํากัดห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น
"งานสนับสนุน" หมายความว่า งานปฏิบัติการที่เป็นการเอื้ออํานวยต่อการดําเนินงานปกติของสถาบันการเงิน (Back office) ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึง งานบัญชีและการเงินงานเทคโนโลยีสารสนเทศ งานตรวจสอบภายใน (Internal audit) งานด้านกํากับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance) งานบริหารจัดการในธุรกิจการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์(Securitization) หรืองานสนับสนุนที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับงานดังกล่าว
"งานเทคโนโลยีสารสนเทศ" หมายความว่า งานเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นงานสนับสนุนการให้บริการทางการเงิน เช่น งานด้านการประมวลผลข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์การพัฒนาและจําหน่ายระบบงานและ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ การจัดเก็บข้อมูล และการบํารุงรักษาและการรักษาความปลอดภัยทรัพยากร คอมพิวเตอร์ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ระบบงานและโปรแกรม ระบบเครือข่ายสื่อสาร และข้อมูล เป็นต้น
"กิจการเป็นตัวแทนเรียกเก็บหนี้" หมายความว่า กิจการให้บริการเป็นตัวแทนเรียกเก็บและรับชําระหนี้ การจัดทําบัญชี รายงาน เก็บรักษาเอกสาร ชําระภาษี หรือเบี้ยประกันภัยตลอดจนการดําเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บหนี้นั้น
5.2 หลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจ
5.2.1 การให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น (Insourcing)
ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น (Insourcing ตามที่กําหนดไว้ในข้อ 5.1 ได้ เมื่อธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติตามที่กล่าวใน (1) ถึง (7) ครบถ้วนแล้ว
(1) กําหนดนโยบายการให้บริการด้านงานสนับสนุนอย่างชัดเจน โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์ โดยคณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์อาจมอบหมายให้คณะกรรมการบริหารหรือคณะกรรมการที่รับผิดชอบด้านงานสนับสนุนของธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ให้ความเห็นชอบได้
(2) ประเมินศักยภาพและความเพียงพอของทรัพยากรของธนาคารในการให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องระมัดระวังไม่ให้บริการดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายหรือเป็นอุปสรรคต่อการดําเนินงานและการให้บริการตามปกติของธนาคาร และไม่ให้ปริมาณของงานให้บริการดังกล่าวมีมากเกินบทบาทของงานด้านธุรกิจธนาคารพาณิชย์ หรือเกินกว่าความสามารถของธนาคารพาณิชย์ในการให้ บริการได้ด้วยตนเอง โดยการให้บริการดังกล่าวจะต้องไม่ทําให้ธนาคารพาณิชย์ต้องว่าจ้างผู้อื่นมารับช่วงให้บริการแทน
(3) ประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการให้บริการด้านงานสนับสนุนโดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงต่อการดําเนินงาน ภาพลักษณ์ของธนาคารพาณิชย์ และความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งกําหนดน โยบายการบริหารความเสี่ยงไว้อย่างชัดเจน
(4) จัดทําสัญญาที่กําหนดรายละเอียดประเภทของการให้บริการ ขั้นตอนหรือวิธีการดําเนินการ ขอบเขตความรับผิดชอบ การคิดค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการระหว่างกันระบบการควบคุมภายใน และระบบการรักษาความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลและทรัพย์สินของธนาคารพาณิชย์และผู้รับบริการ
(5) จัดให้มีการบันทึกบัญชีรายได้จากการให้บริการดังกล่าวให้ถูกต้องทั้งนี้ การคิดค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการจากการให้บริการดังกล่าวต้องเป็นไปอย่างเหมาะสม
(6) จัดให้มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมและเพียงพอ มีการจัดทําแผนฉุกเฉิน ทดสอบ และปรับปรุงแผนฉุกเฉินดังกล่าวอย่างสม่ําเสมอ
(7) เก็บรักษาเอกสารตาม (1) ถึง (6) ไว้ที่ธนาคารพาณิชย์ เพื่อที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา
5.2.2 บริการอื่น
ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการอื่นได้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้
(1) การให้บริการข่าวสารข้อมูล เช่น ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจเกี่ยวกับการดําเนินธุรกิจและการลงทุนของประชาชน
(2) การจัดจําหน่ายโปรแกรมระบบงานที่ธนาคารพาณิชย์ได้นํามาพัฒนาแล้วรวมถึงการพัฒนาระบบงานด้านคอมพิวเตอร์ ธนาคารพาณิชย์อาจกระทําได้ภายใต้หลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(2.1) ต้องมิได้กระทําเป็นทางค้าปกติ
(2.2) ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการทางการเงิน
(2.3) ต้องมีลักษณะเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่แล้วให้ได้ประโยชน์มากขึ้น
(3) การจัดส่งเอกสารเกี่ยวกับรายการสินค้าหรือการให้บริการ รวมทั้งใบสั่งซื้อให้แก่ลูกค้า ธนาคารพาณิชย์อาจจะเป็นผู้รวบรวมเอกสารดังกล่าวจากผู้จําหน่ายหรือผู้ให้บริการหรือธนาคารพาณิชย์อาจจะเป็นผู้จัดพิมพ์เอกสารดังกล่าวให้เองและจัดส่งให้แก่ลูกค้าก็ได้โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
(3.1) ในใบสั่งซื้อหรือขอใช้บริการจะต้องระบุรายการให้ชัดเจนแยกตามผู้จําหน่ายอย่างน้อยต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับ ชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ หรือสถานที่ติดต่อของผู้จําหน่ายสินค้าหรือผู้ให้บริการ และถ้อยคําที่ระบุว่าธนาคารพาณิชย์มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจําหน่ายสินค้าหรือให้บริการนั้น และในกรณีที่สินค้าหรือบริการที่ให้แก่ลูกค้าชํารุดเสียหายหรือมีข้อบกพร่องใด ๆ ให้ลูกค้าติดต่อกับผู้จําหน่ายหรือผู้ให้บริการโดยตรง ตามชื่อ หมายเลขโทรศัพท์หรือสถานที่ของผู้จําหน่ายหรือผู้ให้บริการที่แจ้งไว้
(3.2) ในการรับใบสั่งซื้อจากลูกค้า โดยปกติแล้วมีเจตนาที่จะให้ผู้ขายเป็นผู้รับใบสั่งซื้อจากลูกค้าโดยตรง ไม่ควรจะเป็นธนาคารพาณิชย์ เพราะจะทําให้ประชาชนเกิดการเข้าใจผิดว่าธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ขายสินค้าหรือบริการเสียเอง อย่างไรก็ดี หากมีปัญหาหรือมีข้อขัดข้องหรือเกิดความไม่สะดวกขึ้นเป็นอย่างยิ่ง ธนาคารพาณิชย์อาจจะเป็นผู้รับใบสั่งซื้อจากลูกคําบัตรเครดิต เพื่อรวบรวมส่งต่อให้แก่ผู้จําหน่ายหรือผู้ให้บริการก็ไว้ แต่ธนาคารพาณิชย์จะต้องจดแจ้งข้อความให้เห็นโดยชัดเจนว่า การสั่งซื้อสินค้าหรือการขอใช้บริการในแต่ละครั้งนั้นเป็นการสั่งซื้อหรือการขอใช้บริการจากผู้จําหน่ายหรือผู้ให้บริการ มิใช่เป็นการสั่งซื้อหรือขอใช้บริการจากธนาคารพาณิชย์
(4) การดูแลและเก็บรักษาทรัพย์สินทั่วไป (Custodian service) มีขอบเขตรวมถึงการรับหรือส่งมอบหลักทรัพย์ การรับหรือการจ่ายเงินค่าหลักทรัพย์ การรับเงินปันผล การผลประโยชน์อันเกิดจากหลักทรัพย์นั้น ๆ การเป็นตัวแทนผู้รับมอบฉันทะจากลูกค้าในการเข้าประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นและลงคะแนนเสียง และการดูแลและเก็บรักษาเอกสารแสดงสิทธิในทรัพย์สินต่าง ๆ และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการจําหน่าย จ่ายโอน หรือประเมินมูลค่าทรัพย์สิน
(5) การเป็นที่ปรึกษาทางการเงินทั่วไป (Financial advisor) คือ การให้คําปรึกษาทางด้านการเงินในด้านต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนทางการเงินของโครงการลงทุน การจัดโครงสร้างเงินทุนของกิจการ การให้บริการจัดทําหรือวิเคราะห์ โครงการเพื่อการลงทุน (Feasibility studies) และการวางแผนทางการเงิน เป็นต้น
(6) การจัดการออกตราสารหนี้ ได้แก่ การเป็นผู้จัดการให้บริษัทจํากัดและบริษัทมหาชนจํากัด ออกตราสารแห่งหนี้เพื่อการกู้ยืมเงินจากประชาชน และรวมถึงการให้คําปรึกษาและการจัดการด้านเอกสารต่างๆ
(7) การเป็นตัวแทนจําหน่ายหลักทรัพย์รัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ซึ่งอนุญาตให้ทําได้เฉพาะตราสารแห่งหนี้ภาครัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ พันธบัตร หุ้นกู้ หรือตั๋วเงิน
(8) การติดต่อหรือแนะนําบริการของบริษัทหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้า ได้แก่ การเผยแพร่ข้อมูลและบริการของบริษัทหลักทรัพย์ให้แก่ลูกค้า และติดต่อชักชวนให้ลูกค้ามาใช้บริการของบริษัทหลักทรัพย์ เช่น การเปิดบัญชีเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งรวมถึงการแจก รวบรวม และตรวจสอบเอกสารคําขอเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์และเอกสารหลักฐานประกอบการเปิดบัญชี
(9) ผู้จัดการกองทุนในต่างประเทศ อนุญาตให้สาขาในต่างประเทศของธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศทําหน้าที่จัดการกองทุน หรือรับบริหารสินทรัพย์ให้แก่บุคคลได้ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายในประเทศนั้น
(10) การประกอบกิจการเป็นตัวแทนเรียกเก็บหนี้ให้แก่บุคคลใด ๆ โดยมีคําตอบแทนทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นหนี้ ที่เกิดจากการกู้ยืม หรือหนี้อื่นใด หรือการเป็นตัวแทนรับชําระหนี้คําสาธารณูปโภคให้กับหน่วยงานที่ให้บริการด้านสาธารณูปโภคต่าง ๆ ด้วย ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องไม่เข้ารับความเสี่ยงจากกิจการตัวแทนเรียกเก็บหนี้ เช่น เข้ามีส่วนรับผิดชอบในภาระหนี้แทนลูกหนี้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน นอกจากนี้จะต้องดําเนินการดังนี้
(10.1) จัดให้มีระบบการบัญชีและการจัดเก็บเอกสารหลักฐานของสัญญาอันเป็นบ่อเกิดแห่งหนี้ในกิจการตัวแทนเรียกเก็บหนี้ แยกต่างหากจากกิจการอื่นของธนาคารพาณิชย์
(10.2) จัดทํารายงานในกิจการตัวแทนเรียกเก็บหนี้แต่ละรายออกจากกันตามสัญญาระหว่างธนาคารพาณิชย์กับผู้ว่าจ้างแต่ละราย เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์และผู้ว่าจ้างสามารถตรวจสอบและติดตามดูแลผลการดําเนินงานได้
(10.3) ในการประกอบกิจการตัวแทนรับชําระหนี้ค่าสาธารณูปโภคนั้นธนาคารพาณิชย์จะต้องให้บริการรับชําระหนี้ค่าสาธารณูปโภคโดยวิธีหักบัญชีผู้ใช้บริการที่เป็นลูกค้าของธนาคารพาณิชย์ควบคู่ไปกับวิธีรับชําระเงินผ่านเคาน์เตอร์ และในกรณีที่หน่วยงานผู้ให้บริการสาธารณูปโภคเป็นผู้จ่ายค่าธรรมเนียมแทนผู้ใช้บริการ ธนาคารพาณิชย์จะเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมจากผู้ใช้บริการอีกไม่ได้
(11) การเป็นตัวแทนหรือรับจ้างบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทยรับโอนมาตามพระราชกําหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ. 2544 และกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องอันเนื่องมาจากการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพดังกล่าวให้แก่บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ตามที่ได้รับมอบหมายจากบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ทั้งนี้ โดยมีเงื่อนไขว่าการประกอบธุรกิจตัวแทนรับจ้างบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพดังกล่าวนั้น ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดให้มีระบบการบัญชีและการจัดเก็บเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องที่ตนรับทําหน้าที่เป็นตัวแทนรับจ้างบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพแยกต่างหากจากกิจการอื่นของธนาคารพาณิชย์
(12) การให้บุคคลภายนอกใช้บริการศูนย์ฝึกอบรมของธนาคารพาณิชย์โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้
(12.1) การกําหนดราคาให้เช่าจะต้องเหมาะสมเป็นทางการค้าปกติ
(12.2) การให้เช่าต้องกระทําเป็นครั้งคราว โดยไม่ให้มีการผูกขาดโดยบุคคลหนึ่งบุคคลใด
(12.3) ในการพิจารณาให้เช่า จะต้องคํานึงถึงประโยชน์เพื่อธนาคารพาณิชย์และพนักงานของธนาคารพาณิชย์ก่อนเป็นอันดับแรก
(13) การให้ผู้ร่วมลงทุน หรือสถาบันการเงินอื่นใช้บุคลากร สถานที่ อุปกรณ์และบริการต่าง ๆ ร่วมกัน เพื่ออํานวยความสะดวกและเป็นประโยชน์ในทางปฏิบัติที่เกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ตามข้อกําหนดดังต่อไปนี้
(13.1) ธนาคารพาณิชย์ได้รับอนุญาตให้ดําเนินการ ได้เฉพาะส่วนของสายงานปฏิบัติการ (Back office) และกับผู้ร่วมลงทุนหรือสถาบันการเงินตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเท่านั้น
งานดังกล่าวในวรรคหนึ่งประกอบด้วยงานส่วนที่เกี่ยวกับบุคลากรและส่วนที่เกี่ยวกับบุคลากร ได้แก่
ส่วนที่เกี่ยวกับสถานที่ปฏิบัติงาน ดังนี้
ก. งานลักษณะสนับสนุน เช่น งานทางด้านบุคคล ด้านการจัดจ้างจัดเก็บ ด้านการจัดซื้อ ด้านสถานที่ ด้านธุรการ ด้านสวัสดิการ ด้านรักษาความปลอดภัย เป็นต้น
ข. งานที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจตามประเภทที่ได้รับอนุญาตแต่ได้รับมอบหมายเฉพาะด้าน เช่น งานทางด้านบัญชี ด้านนายหน้าหรือตัวแทน ด้านกฎหมาย ด้านประมวลผลข้อมูล ด้านดูแลทรัพย์สิน ด้านการจัดเตรียมนิติกรรมสัญญา ด้านการพิมพ์ใบแจ้งหนี้ ด้านการติดตามหนี้ยกเว้นการรับชําระหนี้ ด้านการประเมินราคาทรัพย์สินและหลักประกันโดยธุรกรรมที่กระทําจะต้องดําเนินการผ่านธนาคารพาณิชย์
ค. งานทางด้านการกํากับดูแลให้ปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance unit)
ทั้งนี้ บุคลากรที่อาจใช้ร่วมกันได้รวมไปถึงกรรมการที่ไม่มีตําแหน่งทางด้านบริหาร โดยไม่ขัดต่อข้อกําหนดตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551
ส่วนที่เกี่ยวกับสถานที่ปฏิบัติงาน ได้แก่
ก. สถานที่ในส่วนสนับสนุนธุรกิจ เช่น สถานที่จอดรถสถานพยาบาล อาคารสันทนาการ ห้องมั่นคง ห้องคอมพิวเตอร์ และคลังสินค้า เป็นต้น
ข. สถานที่ในส่วนที่ยังไม่ได้ใช้งานของธนาคารพาณิชย์
ทั้งนี้ ผู้ร่วมลงทุนหรือสถาบันการเงินอื่นจะต้องชําระค่าใช้บริการให้แก่ธนาคารพาณิชย์ที่มีกรรมสิทธิ์หรือเป็นผู้ว่าจ้างบุคลากร และ หรือเฉลี่ยค่าใช้จ่ายจากการดําเนินงานตามสัดส่วนของต้นทุนที่เกิดขึ้น
(13.2) ธนาคารพาณิชย์ต้องกําหนดระเบียบพิธีปฏิบัติ การรักษาข้อมูลหรือความลับที่ชัดเจน เพื่อป้องกันความสับสน และนําเสนอระเบียบดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อให้ความเห็นชอบ รวมทั้งต้องตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าวโดยเคร่งครัด
(13.3) ให้ใช้เจ้าหน้าที่ซึ่งทําหน้าที่ ติดตาม และปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของลูกหนี้ที่ได้ปรับโครงสร้างหนี้ตามหลักการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทยทั้งที่เป็นลูกหนี้รายเดียวและไม่ใช่รายเดียวกัน ร่วมกับบุคคลอื่นได้
(13.4) จะต้องมีระเบียบพิธีปฏิบัติควบคุมดูแลบุคลากรที่ใช้ร่วมกับผู้อื่นและผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ให้มีการนําข้อมูลของลูกหนี้ ทั้งที่เป็นลูกหนี้ของตนเอง และของบุคคลอื่นที่อาจได้รับทราบจากการใช้บุคลากรร่วมกันไปใช้เพื่อประ โยชน์ใด ๆ โดยมิชอบ และให้มีการติดตามดูแลการปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าวโดยเคร่งครัด และมีบทกําหนดโทษสําหรับผู้ไม่ปฏิบัติตามระเบียบนั้น
(13.5) จะต้องควบคุมดูแลบุคลากรที่ใช้ร่วมกับบุคคลอื่นให้ปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ ทั้งลูกหนี้จะต้องได้รับข้อมูลที่ชัดเจนว่าบุคลากรดังกล่าวกําลังทํางานให้แก่บุคคลใดเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด และจากการที่บุคลากรนั้นทํางานให้บุคคลอื่นเกินกว่า 1 แห่งอาจก่อให้เกิดความสับสนทั้งบุคลากรและลูกหนี้ จึงต้องมีข้อกําหนดถึงบุคคลที่ต้องรับผิดชอบหากเกิดความเสียหายแก่ลูกหนี้อันเกิดจากความสับสนดังกล่าวแม้ว่าลูกหนี้ได้ใช้ความระมัดระวังตามปกติวิสัยที่พึงปฏิบัติแล้ว ทั้งนี้ บุคคลที่ต้องรับผิดชอบอาจมิใช่เจ้าหนี้ก็ได้
(14) การเป็นตัวแทนจ่ายเงิน (Paying agent) ธนาคารพาณิชย์สามารถทําหน้าที่เป็นตัวแทนจ่ายแคชเชียร์เช็ดหรือเงินสดให้แก่ลูกค้าของธนาคารพาณิชย์แห่งอื่นตามที่ ได้รับการแต่งตั้งได้ โดยให้ธนาคารพาณิชย์ทั้งที่เป็นตัวการและตัวแทนดังกล่าวทั้งสองฝ่ายยื่นขออนุญาตต่อธนาคารแห่งประเทศไทยในช่วงระยะเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน เพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้ทราบความประสงค์ของทั้งสองฝ่ายให้เป็นที่แน่ชัด โดยแสดงเหตุผลและข้อมูลตามรายการดังต่อไปนี้ และหากธนาคารแห่งประเทศไทยไม่มีหนังสือแจ้งทักท้วงหรือขอข้อมูลเพิ่มเติมภายใน 30 วันนับแต่วันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับหนังสือขออนุญาตครบถ้วนจากทั้งสองฝ่ายแล้ว ให้ถือว่าธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์นั้นดําเนินการได้ โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
(14.1) กําหนดนโยบาย กระบวนการ และวิธีปฏิบัติที่ชัดเจนในการดําเนินการเป็นตัวการและตัวแทนจ่ายเงินซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์หรือผู้บริหารระดับสูงที่ได้รับมอบหมาย เพื่อนําไปถือปฏิบัติเป็นเกณฑ์ภายในซึ่งรวมถึงการจัดตั้งระบบ การประเมินความเสี่ยง การบริหารความเสี่ยง ขั้นตอนของการบริการการส่งคําสั่งจ่ายเงินมาให้ธนาคารตัวแทน การควบคุมภายใน การตรวจสอบหลักฐานแสดงตนของผู้รับเงิน การรักษาความปลอดภัย การรักษาความลับของข้อมูล และแผนรองรับกรณีธนาคารตัวแทนไม่สามารถให้บริการได้
(14.2) จัดทําสัญญาที่กําหนดรายละเอียดประเภทของการให้บริการขั้นตอนหรือวิธีการดําเนินการ ขอบเขตความรับผิดชอบ การคิดค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการ ระบบการควบคุมภายใน และระบบการรักษาความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลของธนาคารพาณิชย์และลูกค้าหรือผู้รับบริการ
(14.3) ตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตาม (14.1) และ (14.2) อย่างเคร่งครัด รวมทั้งตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่มีกําหนดไว้ด้วยพร้อมทั้งเก็บรักษาเอกสารการให้บริการไว้ที่ธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถตรวจสอบได้เมื่อร้องขอ
ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ผู้แต่งตั้งตัวแทนง่ายเงินยังคงต้องรับผิดชอบต่อลูกค้าและบุคคลภายนอกเสมือนตนเป็นผู้ดําเนินการเอง แต่ต้องไม่ปิดกั้นหรือห้ามธนาคารพาณิชย์ที่เป็นตัวแทนจ่ายเงินทําหน้าที่นี้ให้กับธนาคารพาณิชย์อื่น
5.3 ธนาคารพาณิชย์ที่ประกอบกิจการตามที่ได้รับอนุญาตตามประกาศฉบับนี้ต้องตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามข้อ 5.2 โดยเคร่งครัด รวมทั้งตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่มีกําหนดไว้ด้วย
5.4 หากธนาคารแห่งประเทศไทยพบหรือทราบว่าการปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์ไม่เป็นไปตามที่กําหนดในข้อ 5 .2 และ ข้อ 5.3 ธนาคารแห่งประเทศไทยจะให้ธนาคารพาณิชย์ชี้แจงเหตุผลและข้อเท็จจริงของการปฏิบัติดังกล่าว หากธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาแล้วเห็นสมควร อาจกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้ธนาคารพาณิชย์นั้นปฏิบัติเพิ่มเติม หรือยกเลิกการให้อนุญาตก็ได้
อื่นๆ - 6. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2551
(นางธาริษา วัฒนเกส)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย