ข้อ ๑๔ ยาเสพติดให้โทษในประเภท ๓
ที่มียาจำพวกสงบประสาท (Tranquilizers)
ผสมอยู่ต้องมีคำเตือนและข้อควรระวังการใช้ดังนี้
คำเตือน
(๑) อาจเสพติดและให้โทษ ไม่ควรใช้ติดต่อกันเกิน ๗ วัน
ข้อควรระวัง
(๑) อาจทำให้ง่วงซึม
ไม่ควรรับประทานยานี้ร่วมกับเครื่องดื่ม อาหารหรือยาที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ ยาจำพวกบาร์บิตูเรต
(Barbiturates) หรือยาเสพติดให้โทษอื่น ๆ และไม่ควรขับขี่ยานยนต์
หรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล
แต่สำหรับยาสงบประสานจำพวกจำพวกดังต่อไปนี้
ให้มีคำเตือนและข้อความการใช้เพิ่มขึ้นดังนี้
(ก) ยาสงบประสาทจำพวกเบนโซไดอาซีพีน (Benzodiazepomes) ต้องมีคำเตือนเพิ่มขึ้นเป็น
(๒) และข้อควรระวังเพิ่มขึ้นเป็น (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) คือ
คำเตือน
(๒) ห้ามใช้กับหญิงที่คาดว่ามีครรภ์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะสามเดือนแรก เพราะอาจทำให้ทารกในครรภ์พิการ
ข้อควรระวัง
(๒) ควรใช้ด้วยความระมัดระวังเมื่อใช้กับผู้สูงอายุหรือผู้เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ
โรคตับ โรคไต หรือโรคต้อหิน (Glaucoma)
(๓) ถ้าใช้แล้วมีอาการวิตกกังวล นอนไม่หลับ ประสาทหลอน
คลื่นไส้ อาเจียน ผื่นขึ้นตามผิวหนัง หรือมีไข้ ควรหยุดยาทันที
(๔) อาจทำให้เกิดการผิดปกติของเม็ดเลือด ตับ หรือไต
(๕) ถ้าใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ยานี้สะสมในร่างกาย
และทำให้ความดันโลหิตลดต่ำลงหรือเป็นลม
(๖)
ควรใช้ด้วยความระมัดระวังเมื่อใช้ร่วมกับยาที่มีฤทธิ์ต่อศูนย์ประสาทส่วนกลางที่อาจทำให้เกิดการออกฤทธิ์ระหว่างกัน
เช่น ยาจำพวกฟีโนไทอาซีน (Phenothiazines) บาร์บิตูเรต (Barbiturates) โคเดอีน (Codeine)
และยาต้านอาการซึมเศร้า (Antidepressants)
(ข) ยาสงบประสาทจำพวกฟีโนไทอาซีน (Phenothiazines)
หรือจำพวกคาร์บาเมท (Carbamates) ต้องมีคำเตือนเพิ่มขึ้นเป็น (๒) และ (๓)
และข้อควรระวังเพิ่มขึ้นเป็น (๒) (๓) และ (๔) คือ
คำเตือน
(๒) อาจทำให้ความดันโลหิตลดต่ำหรือเกิดการผิดปกติของเม็ดเลือด
ตับ หัวใจ หรือหลอดเลือด
(๓) ห้ามใช้กับหญิงที่คาดว่ามีครรภ์หรือหญิงมีครรภ์
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะสามเดือนแรก เพราะอาจทำให้ทารกในครรภ์พิการ
ข้อควรระวัง
(๒) ควรใช้ด้วยความระมัดระวังเมื่อใช้ยานี้กับเด็ก
ผู้สูงอายุ ผู้เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคพาร์คินสัน (Parkinsonism)
โรคเนื้องอกในต่อมหมวกไต (Pheochromocytoma) หรือผู้มีความดันโลหิตต่ำ
(๓) ไม่ควรใช้ร่วมกับยาที่มีฤทธิ์กดศูนย์ประสาทส่วนกลาง
เช่น ยาจำพวกบาร์บิตูเรต (Barbiturates) ยาที่ฤทธิ์เป็นแอนติโคลิเนอร์จิก (Anticholinergics)
เช่น แอลกาลอยด์ของเบลลาดอนนา (Belladonna Alkalouds) หรือของลำโพง
ยาที่ทำให้เม็ดเลือดขาวลดลง เช่น เฟนิลบิวตาโซน (Phenylbutazone) หรือไดไพโรน (Dipyrone)
หรือยาด้านการแข็งตัวของโลหิต (Anticoagulants) เช่น ไดคูมารอล (Dicumarol)
วอร์ฟารีน (Warfarin)
(๔) ควรตรวจดูสีของผิวหนังและนัยน์ตาเป็นระยะ ๆ
ถ้ามีสีเหลืองหรือซีดลง ให้รีบปรึกษาแพทย์