法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย ว่าด้วยการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ การทดสอบความรู้และการรับรองสถาบันหรือสถานพยาบาล พ.ศ. 2550

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
39
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย

ว่าด้วย การอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ การทดสอบความรู้

และการรับรองสถาบันหรือสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๐

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๑ วรรคสอง ข้อ ๔ และข้อ ๕ ของกฎกระทรวงว่าด้วยการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ในวิชาชีพ สำหรับผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๕ และมาตรา ๔๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย ว่าด้วยการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ การทดสอบความรู้ และการรับรองสถาบันหรือสถานพยาบาล พ.ศ. ๒๕๕๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“ครูผู้รับมอบตัวศิษย์” หมายความว่า ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย ที่ได้รับหนังสือรับรองการเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์ จากคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย

“ศิษย์” หมายความว่า ผู้เข้ารับการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ จากครูผู้รับมอบตัวศิษย์โดยมีหลักฐานการรับมอบตัวศิษย์จากครูผู้รับมอบตัวศิษย์

“หนังสือรับรองการอบรม” หมายความว่า หนังสือที่ครูผู้รับมอบตัวศิษย์ออกให้กับศิษย์เพื่อรับรองว่าศิษย์ได้ผ่านการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ตามประเภท และระยะเวลาที่กำหนดแล้ว

“สถาบัน” หมายความว่า สถานศึกษาของรัฐหรือสถานศึกษาของเอกชนที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งตามกฎหมาย และให้หมายรวมถึงสถานศึกษาขององค์กรหรือนิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไร

“สถานพยาบาล” หมายความว่า สถานพยาบาลของรัฐหรือสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล

การขึ้นทะเบียนเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย ที่จะรับมอบตัวศิษย์ไว้เพื่อให้การอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ในวิชาชีพที่เกี่ยวกับการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย จะต้องยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์ ตามแบบ พท. ๑๐ ที่กำหนดท้ายระเบียบนี้ และได้รับหนังสือรับรองการเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์จากคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย ที่ประสงค์จะยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(๑) มีความรู้ความสามารถและทักษะในการประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยในประเภทที่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี

(๒) ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทย หรือประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทยประยุกต์และได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทยอยู่ในขณะที่ขอเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์

(๓) ไม่มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือขัดต่อศีลธรรม

(๔) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือเป็นความผิดลหุโทษ

(๕) ไม่เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ

การยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์ สำหรับผู้มีภูมิลำเนาในเขตกรุงเทพฯ ให้ยื่น ณ กองการประกอบโรคศิลปะ สำหรับผู้มีภูมิลำเนาในต่างจังหวัด ให้ยื่น ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่ตนมีภูมิลำเนา หรือ ณ กองการประกอบโรคศิลปะ ก็ได้

เมื่อนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดได้รับคำขอพร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ให้ตรวจสอบเอกสารและหลักฐาน ถ้าเห็นว่าครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอแล้วให้เก็บหลักฐานไว้และส่งต่อข้อมูลไปยังกองการประกอบโรคศิลปะ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์ จะต้องผ่านการอบรมความรู้การเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยกำหนด

ให้คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย ออกหนังสือรับรองการเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์ให้แก่ผู้ยื่นคำขอที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๕ และผ่านการอบรมความรู้การเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์

หนังสือรับรองการเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์ ให้เป็นไปตามแบบ พท. ๑๑ ที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ภายในระยะเวลาสามปี นับตั้งแต่วันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๐ มิให้นำความในข้อ ๕ (๑) (๒) และข้อ ๖ วรรคแรก มาใช้บังคับแก่ผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย ประเภทการนวดไทย ที่ประสงค์จะขึ้นทะเบียนเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์เพื่อให้การอบรมหรือถ่ายทอดความรู้แก่ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย ประเภทการนวดไทย ตามข้อ ๙ (๔)

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ภายในระยะเวลาห้าปี นับตั้งแต่วันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๐ ให้ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย ประเภทเวชกรรมไทย ที่ได้รับหนังสือรับรองการเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์เพื่อให้การอบรม หรือถ่ายทอดความรู้และผ่านการประเมินจากคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยแล้ว สามารถขึ้นทะเบียนเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์ เพื่อให้การอบรมหรือถ่ายทอดความรู้แก่ผู้ขอขึ้นทะเบียน และรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยประเภทการนวดไทย ตามข้อ ๙ (๔) ได้

การรับมอบตัวศิษย์

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ครูผู้รับมอบตัวศิษย์ จะรับศิษย์ได้เฉพาะในประเภทที่ตนได้หนังสือรับรองการเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์เท่านั้น โดยครูผู้รับมอบตัวศิษย์

(๑) ประเภท เวชกรรมไทย รับมอบตัวศิษย์ได้ในประเภทเวชกรรมไทย

(๒) ประเภท เภสัชกรรมไทย รับมอบตัวศิษย์ได้ในประเภทเภสัชกรรมไทย

(๓) ประเภท การผดุงครรภ์ไทย รับมอบตัวศิษย์ได้ในประเภทการผดุงครรภ์ไทย

(๔) ประเภท การนวดไทย รับมอบตัวศิษย์ได้ในประเภทการนวดไทย

ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย ประเภทเวชกรรมไทย ที่ได้รับหนังสือรับรองการเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์ประเภทการนวดไทย ให้มีสิทธิ์รับมอบตัวศิษย์ในประเภทการนวดไทยได้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ครูผู้รับมอบตัวศิษย์จะให้การอบรม หรือถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์ได้ ก็ต่อเมื่อครูผู้รับมอบตัวศิษย์และศิษย์มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดหรือเขตการสอบเดียวกัน ตามที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ศิษย์ผู้ใดประสงค์จะขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ จะต้องยื่นหลักฐานใบมอบตัวศิษย์ผู้รับการอบรม หรือถ่ายทอดความรู้ตามแบบ พท. ๗ และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสียหาย ซึ่งคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย เห็นว่าอาจจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ

(๒) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย เห็นว่าอาจจะนำมาซึ่งความเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ

(๓) ไม่เป็นผู้ติดยาเสพติดให้โทษ

(๔) ไม่เป็นโรคที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย เห็นว่าไม่สมควรให้ประกอบโรคศิลปะ

(๕) ไม่เป็นคนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

การยื่นหลักฐานใบมอบตัวศิษย์ผู้รับการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้สำหรับผู้มีภูมิลำเนาในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่น ณ กองการประกอบโรคศิลปะ สำหรับผู้มีภูมิลำเนาในต่างจังหวัด ให้ยื่น ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดที่ตนมีภูมิลำเนา หรือ ณ กองการประกอบโรคศิลปะก็ได้

เมื่อนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดได้รับใบมอบตัวศิษย์พร้อมเอกสารหลักฐาน ให้ตรวจสอบเอกสารหลักฐาน ถ้าเห็นว่าครบถ้วนถูกต้อง ตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอแล้ว ให้เก็บข้อมูลหลักฐานไว้และให้ส่งต่อข้อมูลไปยังกองการประกอบโรคศิลปะ

เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับใบมอบตัวศิษย์ผู้รับการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้แล้ว ให้จัดทำสมุดทะเบียนผู้มอบตัวศิษย์ ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้ให้กับศิษย์ไว้เป็นหลักฐาน

การอบรมหรือถ่ายทอดความรู้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ครูผู้รับมอบตัวศิษย์ต้องมีสถาบัน หรือสถานพยาบาลที่คณะกรรมการวิชาชีพ สาขาการแพทย์แผนไทยรับรอง สำหรับการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ครูผู้รับมอบตัวศิษย์ต้องให้การอบรมหรือถ่ายทอดความรู้แก่ศิษย์ตามความรู้และตำราแบบไทย ที่ได้รับการถ่ายทอดและพัฒนาสืบต่อกันมาเป็นหลัก

ตำราที่ใช้ในการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ครูผู้รับมอบตัวศิษย์ จะต้องจัดทำแผนการเรียนการสอนตลอดระยะเวลาที่ให้การอบรม หรือถ่ายทอดความรู้ โดยมีระยะเวลาดังนี้

(๑) ประเภทเวชกรรมไทย ต้องมีระยะเวลาการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้เป็นเวลารวมกันไม่น้อยกว่าสามปี โดยครูผู้รับมอบตัวศิษย์ สาขาการแพทย์แผนไทย ประเภทเวชกรรมไทย และต้องมีการเรียนการสอนไม่น้อยกว่า ๑,๒๐๐ ชั่วโมง

(๒) ประเภทเภสัชกรรมไทย ต้องมีระยะเวลาการอบรม หรือถ่ายทอดความรู้เป็นเวลารวมกันไม่น้อยกว่าสองปี โดยครูผู้รับมอบตัวศิษย์ สาขาการแพทย์แผนไทย ประเภทเภสัชกรรมไทย และต้องมีการเรียนการสอนไม่น้อยกว่า ๘๐๐ ชั่วโมง

(๓) ประเภทการผดุงครรภ์ไทย ต้องมีระยะเวลาการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้เป็นเวลารวมกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปี โดยครูผู้รับมอบตัวศิษย์ สาขาการแพทย์แผนไทย ประเภทการผดุงครรภ์ไทย และต้องมีการเรียนการสอนไม่น้อยกว่า ๔๐๐ ชั่วโมง

(๔) ประเภทการนวดไทย ต้องมีระยะเวลาการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้เป็นเวลารวมกันไม่น้อยกว่าสองปี โดยครูผู้รับมอบตัวศิษย์ สาขาการแพทย์แผนไทย ประเภทการนวดไทย และต้องมีการเรียนการสอนไม่น้อยกว่า ๘๐๐ ชั่วโมง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ศิษย์จะต้องลงลายมือชื่อ ในการเข้ารับการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ ตลอดหลักสูตรและต้องเก็บหลักฐาน การอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ไว้อย่างน้อยสามปีนับแต่วันที่รับมอบตัวศิษย์

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ครูผู้รับมอบตัวศิษย์ จะต้องมีการทดสอบความรู้ศิษย์อย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ และต้องเก็บหลักฐานการทดสอบความรู้นั้นไว้ อย่างน้อยสามปีนับแต่วันที่รับมอบตัวศิษย์

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ครูผู้รับมอบตัวศิษย์ต้องเก็บสำเนาหนังสือรับรองการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ตามแบบ พท. ๙ และการฝึกปฏิบัติของศิษย์ไว้เป็นหลักฐานจนกว่าศิษย์จะสอบขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยได้

สำหรับใบมอบตัวศิษย์ และใบรายงายแสดงความรู้ความชำนาญ ซึ่งได้ออกให้ตามพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙ ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ใช้ได้ตามระยะเวลาที่เหลืออยู่

ใบมอบตัวศิษย์และใบรายงานแสดงความรู้ความชำนาญตามวรรคสองที่ได้ยื่นต่อผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะ ก่อนวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๐ ให้ถือเป็นใบมอบตัวศิษย์ ผู้รับการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ และหนังสือรับรองการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ที่ได้ยื่นไว้ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ในวิชาชีพสำหรับผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ครูผู้รับมอบตัวศิษย์ ต้องจัดทำทะเบียนศิษย์ในแต่ละรุ่น ตามแบบ พท. ๑๒ ที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยกำหนดท้ายระเบียบนี้ และต้องจัดส่งทะเบียนศิษย์ไปยังผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะ ภายในเดือนกันยายนของทุกปี

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เมื่อศิษย์ผ่านการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ตามประเภทและระยะเวลาตามที่กำหนดแล้ว ให้ครูผู้รับมอบตัวศิษย์ออกหนังสือรับรองการอบรม หรือถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์ ตามแบบ พท. ๙

การเปลี่ยนครู ผู้รับมอบตัวศิษย์

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ศิษย์ผู้ใดมีความประสงค์จะขอเปลี่ยนครูผู้รับมอบตัวศิษย์ในระหว่างการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑) จะต้องมีระยะเวลาการอบรม หรือถ่ายทอดความรู้เหลืออยู่ไม่น้อยกว่าหกเดือนของระยะเวลาที่กำหนดในแต่ละประเภท ตามข้อ ๑๔

(๒) ครูผู้รับมอบตัวศิษย์คนใหม่จะต้องมีหนังสือรับรองการรับมอบตัวศิษย์เข้ามาอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ตามแบบ พท. ๑๓ ท้ายระเบียบนี้ว่า มีความต่อเนื่องกับองค์ความรู้เดิมที่ศิษย์ได้รับการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้จากครูผู้รับมอบตัวศิษย์คนเดิม และต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดหรือเขตการสอบเดียวกัน

(๓) ศิษย์จะต้องยื่นหลักฐานใบมอบตัวศิษย์ที่แสดงถึงการเปลี่ยนครูผู้รับมอบตัวศิษย์ตามแบบ พท. ๘ และระบุเหตุผลและความจำเป็นในการเปลี่ยนครูผู้รับมอบตัวศิษย์ ให้ผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะ หรือนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดที่ศิษย์มีภูมิลำเนาอยู่ ภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่มีการเปลี่ยนครูผู้รับมอบตัวศิษย์

(๔) ให้ครูผู้รับมอบตัวศิษย์คนใหม่นับระยะเวลาการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ต่อเนื่องจากครูผู้รับมอบตัวศิษย์คนเดิม

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีที่ครูผู้รับมอบตัวศิษย์ตายหรือพ้นสภาพจากการเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์ ให้ศิษย์สามารถยื่นหลักฐาน ใบมอบตัวศิษย์กับครูผู้รับมอบตัวศิษย์คนใหม่ได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในข้อ ๒๐ (๑) ภายใน ๓๐ วัน นับแต่ครูผู้รับมอบตัวศิษย์ตาย หรือพ้นสภาพจากการเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์ และให้นับระยะเวลาการอบรม หรือถ่ายทอดความรู้ต่อเนื่องจากเดิมได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การขอเปลี่ยนครูผู้รับมอบตัวศิษย์ในกรณีอื่นนอกจากที่กล่าวไว้ข้างต้น ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ เมื่อศิษย์ผ่านการอบรม หรือถ่ายทอดความรู้แล้วครูผู้รับมอบตัวศิษย์คนใหม่จะต้องออกหนังสือรับรองการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์ตามประเภทและระยะเวลาที่กำหนดตามแบบ พท. ๙

การพ้นจากการเป็นศิษย์

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ศิษย์ผู้ใดประสงค์จะขอลาออกจากการอบรม หรือถ่ายทอดความรู้จากครูผู้รับมอบตัวศิษย์ก่อนครบกำหนดระยะเวลาตามข้อ ๑๔ ให้มีหนังสือแจ้งขอลาออกจากการเป็นศิษย์ ต่อครูผู้รับมอบตัวศิษย์ และผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะหรือนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดที่ศิษย์มีภูมิลำเนา ภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ขอลาออก และให้ศิษย์ผู้นั้นพ้นจากการเป็นศิษย์

ศิษย์ที่ขอลาออกจากการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้จากครูผู้รับมอบตัวศิษย์แล้ว หากประสงค์จะรับการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้จากครูผู้รับมอบตัวศิษย์คนใหม่ จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การขอเปลี่ยนครูผู้รับมอบตัวศิษย์ตามข้อ ๒๐ ภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ขอลาออกจากการเป็นศิษย์

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ศิษย์ผู้ใดขาดการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้จากครูผู้รับมอบตัวศิษย์ เป็นเวลาต่อเนื่องกันเกินกว่า ๓๐ วัน โดยไม่มีหนังสือแจ้งให้ครูผู้รับมอบตัวศิษย์ทราบ ให้ถือว่าศิษย์ผู้นั้นพ้นจากการเป็นศิษย์

การเพิกถอนหนังสือรับรองการเป็นครู

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ เมื่อปรากฏแก่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยว่า ครูผู้รับมอบตัวศิษย์ผู้ใดขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๕ ให้คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองการเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์ของผู้นั้น

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ครูผู้รับมอบตัวศิษย์ผู้ใดฝ่าฝืนจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพของผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย และคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย สั่งลงโทษตามมาตรา ๔๔ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยอาจสั่งให้ครูผู้รับมอบตัวศิษย์พ้นจากการเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ครูผู้รับมอบตัวศิษย์ผู้ใด ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหมวด ๓ ว่าด้วยการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ศิษย์ คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยอาจสั่งให้ครูผู้รับมอบตัวศิษย์พ้นจากการเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ครูผู้รับมอบตัวศิษย์ ที่ถูกเพิกถอนหนังสือรับรองการเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์หรือพ้นจากการเป็นครู ให้ครูผู้รับมอบตัวศิษย์ผู้นั้นส่งคืนหนังสือรับรองการเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์ ให้กับคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย ภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งการเพิกถอนหนังสือรับรองการเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์ หรือพ้นจากการเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์

ครูผู้รับมอบตัวศิษย์ซึ่งถูกสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองการเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์ อาจขอรับหนังสือรับรองการเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์อีกได้ เมื่อพ้นสองปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองการเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์

แต่ถ้าคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยปฏิเสธการออกหนังสือรับรองการเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์ ครูผู้รับมอบตัวศิษย์ดังกล่าวมีสิทธิ์อุทธรณ์เป็นหนังสือต่อประธานกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย

ถ้าประธานกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยมีความเห็นยืนตามความเห็นของคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย ครูผู้รับมอบตัวศิษย์ดังกล่าวเป็นอันหมดสิทธิ์ขอหนังสือรับรองการเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์อีกต่อไป

การทดสอบความรู้

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ศิษย์ที่ผ่านการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ตามประเภทและระยะเวลาตามที่กำหนดแล้ว และได้รับหนังสือรับรองการอบรม หรือถ่ายทอดความรู้ ให้มีสิทธิยื่นคำขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย ตามประเภทที่ได้รับการอบรม

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ให้บุคคลที่ยื่นคำร้องขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทยทุกประเภทต้องผ่านการทดสอบความรู้จากคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยประกาศกำหนด

การรับรองสถาบันหรือสถานพยาบาล

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ สถาบันหรือสถานพยาบาลที่มีความประสงค์จะจัดการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ในหลักสูตรการแพทย์แผนไทย ต้องมีคุณสมบัติและมีความพร้อมในการให้การอบรมหรือถ่ายทอดความรู้และมีทรัพยากรด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

(๑) สถานที่ที่ทำการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ต้องมีความพร้อมและเหมาะสมในการจัดการศึกษาและต้องเป็นสถาบันหรือสถานพยาบาล

(๒) บุคลากรด้านครู อาจารย์

(๓) จำนวนการรับศิษย์

(๔) หลักสูตรการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้

(๕) อุปกรณ์เครื่องมือและสื่อการสอนต่าง ๆ

(๖) หนังสือหรือตำราที่ใช้ประกอบการสอนที่ได้มาตรฐาน

รายละเอียดดังกล่าวให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การยื่นคำขอการรับรองสถาบันหรือสถานพยาบาลให้ยื่นตามแบบ พท. ๑๔ ท้ายระเบียบนี้สำหรับผู้มีสถาบันหรือสถานพยาบาลในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่นคำขอการรับรองสถาบันหรือสถานพยาบาล ณ กองการประกอบโรคศิลปะ สำหรับสถาบันหรือสถานพยาบาลในต่างจังหวัด ให้ยื่นคำขอการรับรองสถาบันหรือสถานพยาบาล ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ที่เป็นที่ตั้งของสถาบันหรือสถานพยาบาลหรือ ณ กองการประกอบโรคศิลปะก็ได้

เมื่อนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดได้รับคำขอพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานแล้วให้ตรวจสอบเอกสารและหลักฐาน ถ้าเห็นว่าครบถ้วนถูกต้องตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอแล้วให้เก็บเอกสารหลักฐานไว้ และให้ส่งต่อข้อมูลไปยังกองการประกอบโรคศิลปะ

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ เมื่อคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยได้รับคำขอการรับรองสถาบันหรือสถานพยาบาล ให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการวิชาชีพ เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจประเมินเพื่อรับรองสถาบันหรือสถานพยาบาล ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยได้พิจารณาผลการตรวจประเมินแล้วเห็นว่าสถาบันหรือสถานพยาบาลใดมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดให้คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยออกหนังสือรับรองสถาบันหรือสถานพยาบาลตามแบบท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ให้คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยทำการตรวจประเมินสถาบันหรือสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองแล้วอย่างน้อย ๒ ปีต่อครั้ง

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ เมื่อปรากฏว่าสถาบันหรือสถานพยาบาลใดขาดคุณสมบัติหรือไม่สามารถจัดการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ให้กับศิษย์ผู้รับการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ได้ ให้คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย มีคำสั่งเพิกถอนการรับรองสถาบันหรือสถานพยาบาลนั้น

สถาบันหรือสถานพยาบาล ซึ่งถูกสั่งเพิกถอนการรับรองสถาบันหรือสถานพยาบาลอาจขอรับการรับรองสถาบันหรือสถานพยาบาลอีกได้ เมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนการรับรองสถาบันหรือสถานพยาบาล โดยสถาบันหรือสถานพยาบาลต้องดำเนินการขอรับรองสถาบันหรือสถานพยาบาลใหม่ตามข้อ ๓๒

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ในกรณีที่มีปัญหาการปฏิบัติตามระเบียบนี้ให้ประธานกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ให้ประธานกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทยเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

วิชัย โชควิวัฒน

ประธานกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย

[เอกสารแนบท้าย]

๑. หนังสือรับรองการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ในวิชาชีพ สำหรับผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนไทย (แบบ พท.๙)

๒. คำขอขึ้นทะเบียนเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์ สาขาการแพทย์แผนไทย ประเภท................................. (แบบ พท.๑๐)

๓. หนังสือรับรองการเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์ (แบบ พท. ๑๑)

๔. ทะเบียนศิษย์ (แบบ พท. ๑๒)

๕. หนังสือรับรองการรับมอบตัวศิษย์เข้ามาอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ จากครูผู้รับมอบตัวศิษย์คนใหม่ (แบบ พท. ๑๓)

๖. หนังสือรับรองการเป็นครูผู้รับมอบตัวศิษย์

๗. คำขอการรับรองสถาบันหรือสถานพยาบาลที่จัดการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้สาขาการแพทย์แผนไทย ประเภท........................ (แบบ พท.๑๔)

๘. สมุดทะเบียนผู้มอบตัวศิษย์เพื่อขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนไทย

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/จัดทำ

๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

โชติกานต์/ปรับปรุง

๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๒๙ ง/หน้า ๕/๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

39 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแพทย์แผนไทย ว่าด้วยการอบรมหรือถ่ายทอดความรู้ การทดสอบความรู้และการรับรองสถาบันหรือสถานพยาบาล พ.ศ. 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_156865d5d80af073

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com