法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2551 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงตัวแปรด้านตลาด

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่ สนส. 12/2551

เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงตัวแปรด้านตลาด

อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ

ธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงตัวแปรด้านตลาด ได้แก่ อนุพันธ์ด้านอัตราดอกเบี้ย อนุพันธ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยน อนุพันธ์ด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อนุพันธ์ด้านตราสารหนี้ และอนุพันธ์ด้านตราสารทุน มาเป็นลําดับ โดยได้กําหนดขอบเขตของธุรกรรมอนุพันธ์ที่อนุญาตให้ทําได้ ตั้งแต่ธุรกรรมอนุพันธ์ขั้นพื้นฐาน และมีการขยายเพิ่มเติมเป็นลําดับให้สามารถทําธุรกรรมอนุพันธ์ที่มีความซับซ้อนได้มากขึ้นสําหรับอนุพันธ์ด้านอัตราดอกเบี้ยและอนุพันธ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยน

การอนุญาตของธนาคารแห่งประเทศไทยข้างต้นอยู่ภายใต้หลักการทั้ง 5 ข้อ นั่นคือ

(1) การบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ (2) การไม่เสนอธุรกรรมซึ่งอาจมีผลกระทบต่อเสถียรภาพระบบการเงิน เศรษฐกิจ และระบบสถาบันการเงิน (3) การจัดเก็บเอกสารหลักฐานและรายงานข้อมูลตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด (4) การชี้แจงให้ลูกค้าเข้าใจลักษณะธุรกรรมและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องและการพิจารณาความเหมาะสมของลูกค้า และ (5) การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลธุรกรรมอนุพันธ์ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดในช่วงเวลาที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่าตลาดอนุพันธ์ในประเทศไทยเติบโตขึ้น และธนาคารพาณิชย์มีความต้องการทําธุรกรรมอนุพันธ์ประเภทใหม่ ๆ ซึ่งไม่ได้อยู่ในกรอบการอนุญาตเดิมเพื่อสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายขึ้น จึงทําให้ต้องขออนุญาตรายกรณี ซึ่งในบางครั้งอาจไม่สามารถตอบสนองความต้องการทําธุรกรรมในตลาดได้อย่างเต็มที่ภายในเวลาที่เหมาะสม

เพื่อลดต้นทุนการเสียโอกาสที่อาจเกิดจากกระบวนการพิจารณาอนุญาตของธนาคารแห่งประเทศไทยและเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้พิจารณาขยายกรอบการอนุญาตใหม่ในครั้งนี้ภายใต้หลักการเดิมทั้ง 5 ข้อข้างต้น โดยยกเลิกรายชื่อของธุรกรรมที่อนุญาตทั้งหมด และอนุญาตเป็นการทั่วไปสําหรับธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงตัวแปรด้านตลาดที่มีแนวทางการกํากับดูแลรองรับครบถ้วน ซึ่งครอบคลุมธุรกรรมอนุพันธ์ที่สามารถแยกองค์ประกอบย่อยออกเป็นธุรกรรมอนุพันธ์ขึ้นพื้นฐานทั้งหมดโดยอาจเป็นธุรกรรมอนุพันธ์แบบผสม (Hybrid Derivatives) ซึ่งอ้างอิงตัวแปรด้านตลาดมากกว่า 1 ชนิดขึ้นไปก็ได้ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยจะเน้นที่อํานาจหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการธนาคารและผู้บริหารระดับสูงในการติดตาม กํากับดูแล และอนุมัติการทําธุรกรรม การบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพเหมาะสม และการพิจารณาความเหมาะสมของลูกค้าในการทําธุรกรรมอนุพันธ์โดยในการพิจารณาประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงและอนุมัติในการทําธุรกรรมใด ๆ คณะกรรมการธนาคารจะต้องพิจารณาผลการจัดระดับความเสี่ยงรวมด้านตลาด และด้านปฏิบัติการที่ได้รับจากการตรวจสอบประจําปีของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยจะต้องไม่มีข้อสังเกตในเรื่องธรรมาภิบาลและการปฏิบัติตามคําสั่งการของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างมีนัยสําคัญ ในขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะทําหน้าที่ติดตามดูแลการทําธุรกรรมและการบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการทําธุรกรรมผ่าน Risk based supervision และยังสงวนสิทธิในการระงับการทําธุรกรรมจํากัดปริมาณธุรกรรม การกําหนดให้สํารองเพิ่มเติมและมาตรการอื่น ๆ ที่จําเป็นในกรณีที่พบว่าธนาคารพาณิชย์ไม่ได้ปฏิบัติตามเกณฑ์ที่กําหนดหรือกรณีอื่น ๆ ตามความเหมาะสม

อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 29 มาตรา 30 มาตรา 32 มาตรา 35 มาตรา 36 มาตรา 50 มาตรา 52 และมาตรา 71 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงตัวแปรด้านตลาดตามกรอบและหลักเกณฑ์ในการทําธุรกรรมที่กําหนดในประกาศนี้

อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้

ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกธนาคาร ยกเว้นธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย

อื่นๆ - 4. ประกาศหนังสือเวียนที่ยกเลิก

ประกาศหนังสือเวียนที่ยกเลิก ตามเอกสารแนบ 1

อื่นๆ - 5. เนื้อหา

5.1 ในประกาศฉบับนี้ คําจํากัดความ ให้เป็นไปตามเอกสารแนบ 2

5.2 หลักการ

ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงตัวแปรด้านตลาดได้โดยธนาคารพาณิชย์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในประกาศฉบับนี้ และการทําธุรกรรมอนุพันธ์ดังกล่าวต้องเป็นไปตามหลักการ ดังนี้

5.2.1 ธนาคารพาณิชย์ต้องสามารถบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการทําธุรกรรมอนุพันธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีฐานะการเงินมั่นคงรวมทั้งมีเงินกองทุนเพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงจากการทําธุรกรรมดังกล่าว

5.2.2 ธนาคารพาณิชย์ต้องไม่เสนอธุรกรรมดังกล่าวในลักษณะที่อาจทําให้เกิดผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน เช่น การเสนอธุรกรรมให้กับลูกค้าในลักษณะที่เป็นตัวกลางในการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ หรือตลาดอัตราแลกเปลี่ยน โดยไม่เป็นไปตามนโยบายหรือหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน ซึ่งอาจส่งผลเสียหายแก่เสถียรภาพระบบการเงินและระบบสถาบันการเงินในประเทศได้

5.2.3 ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดทําเอกสารหลักฐานประกอบการทําธุรกรรมเพียงพอแก่การตรวจสอบของธนาคารแห่งประเทศไทย และจัดเก็บไว้ที่สถานที่ทําการของธนาคารพาณิชย์ หรือจัดส่งให้กับธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อร้องขอ พร้อมทั้งต้องรายงานข้อมูลการทําธุรกรรมตามแบบรายงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดด้วย

5.2.4 ธนาคารพาณิชย์ต้องชี้แจงให้ลูกค้าเข้าใจลักษณะธุรกรรมและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีหลักฐานแสดงว่าธนาคารพาณิชย์ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการพิจารณาความเหมาะสมของลูกค้า

5.2.5 ธนาคารพาณิชย์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลธุรกรรมอนุพันธ์ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด

5.3 ประเภทธุรกรรมอนุพันธ์ที่ได้รับอนุญาต

ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงตัวแปรด้านตลาดตามประเภทและตัวแปรอ้างอิงที่กําหนดตามข้อนี้ ได้ โดยจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในประกาศฉบับนี้ โดยธุรกรรมอนุพันธ์ที่อนุญาตได้แก่

5.3.1 ธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงตัวแปรด้านตลาดตามที่กําหนดในข้อ 5.3.4 ที่ได้รับอนุญาต ได้แก่

(1) ธุรกรรมอนุพันธ์ขั้นพื้นฐาน (Plain Vanilla Derivatives)

(2) ธุรกรรมอนุพันธ์ที่มีการกําหนดราคาใดราคาหนึ่ง หรือช่วงของราคาใดราคาหนึ่ง เพื่อระบุการมีผลหรือไม่มีผลของสัญญา (Barrier Derivatives)

(3) ธุรกรรมซื้อหรือขายสิทธิที่จะซื้อหรือสิทธิที่จะขายสินทรัพย์ล่วงหน้าที่กําหนดให้ใช้ค่าเฉลี่ยของราคาสินทรัพย์ในช่วงเวลาที่กําหนดเปรียบเทียบกับ Strike rate ที่กําหนดไว้ล่วงหน้าในการคํานวณผลกําไรหรือขาดทุนของการทําสัญญา (Average Rate Options) หรือที่กําหนดราคาสินทรัพย์ล่วงหน้า (Strike Rate) เท่ากับค่าเฉลี่ยของราคาสินทรัพย์ภายในช่วงเวลาที่กําหนด (Average Strike Options)

(4) ธุรกรรมซื้อหรือขายสิทธิที่จะทําธุรกรรมอนุพันธ์ขั้นพื้นฐานในราคาระยะเวลา และเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า ซึ่งได้แก่ ธุรกรรม Swaption, Compound Options และ Options on Forwards

(5) ธุรกรรมอนุพันธ์ที่เกิดจากการรวมกันของธุรกรรมอนุพันธ์ตาม (1) - (4) ข้างต้น

(6) ธุรกรรมอนุพันธ์ที่เกิดจากการรวมกันของธุรกรรมตาม (1) - (5) ข้างต้นกับธุรกรรมอนุพันธ์ที่มีการกําหนดผลตอบแทนเป็นจํานวนคงที่ในกรณีที่ราคาสินทรัพย์เป็นไปตามข้อกําหนดตามสัญญา (Digital Option) หรือที่ได้เพิ่มสิทธิในการยกเลิกก่อนครบกําหนด(Cancelable Option) หรือขยายระยะเวลาในการทําธุรกรรมนั้น ๆ (Extendable Option) เข้าด้วย

(7) เงินให้กู้ยืมที่นําเสนอพร้อมธุรกรรมอนุพันธ์ตามกล่าวใน (1) - (6)

ทั้งนี้ ธุรกรรมอนุพันธ์ดังกล่าวจะต้องมี Leverage ไม่เกิน 2 เท่า และธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดทําเอกสารหลักฐานที่แสดงว่าได้มีการพิจารณาแล้วว่าธุรกรรมที่ทํานั้นมี Leverage ไม่เกิน 2 เท่าก่อนที่จะทําธุรกรรมอนุพันธ์ข้างต้น เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถตรวจสอบได้ ยกเว้นธุรกรรมอนุพันธ์ขั้นพื้นฐาน (Plain Vanilla Derivatives) ซึ่งไม่มีการ Leverage

5.3.2 ธุรกรรมอนุพันธ์ประเภทอื่น เฉพาะที่ทําเพื่อป้องกันความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์เอง ทั้งนี้ จะต้องจัดทําเอกสารหลักฐานแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการทําธุรกรรมดังกล่าวเป็นการทําเพื่อป้องกันความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์เอง เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถตรวจสอบได้

5.3.3 ธุรกรรมอนุพันธ์ประเภทอื่น ๆ ที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ตาม 5.3.1 อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์สามารถทําได้หากธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาเห็นว่าสอดคล้องกับหลักการในการอนุญาตธุรกรรมตามข้อ 5.2 โดยธนาคารพาณิชย์ต้องนําส่งคําขอตามแบบฟอร์มธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงตัวแปรด้านตลาด / อนุพันธ์แฝง (เอกสารแนบ 3) และนําส่งข้อมูลตามที่กําหนดหรือข้อมูลอื่น ๆ ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยร้องขอ ทั้งนี้ คําขอที่กล่าวจะต้องลงนามโดยกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารพาณิชย์หรือผู้บริหารสูงสุดของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศ หรือผู้ที่ได้รับมอบอํานาจให้ลงนามแทนในระดับที่ไม่ต่ํากว่าผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการหรือผู้บริหารสูงสุดในสายงานที่รับผิดชอบการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยในการมอบอํานาจดังกล่าวต้องกระทําอย่างเป็นทางการ เป็นลายลักษณ์อักษรและต้องเป็นการลงนามแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารพาณิชย์หรือผู้บริหารสูงสุดของสาขาธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศเท่านั้น

5.3.4 ตัวแปรตลาดอ้างอิงที่ได้รับอนุญาตให้สามารถใช้อ้างอิงในการทําธุรกรรมตาม 5.3.1 ได้แก่ ตัวแปร กลุ่มของตัวแปร หรือดัชนีทางการเงินที่มีคุณสมบัติครบถ้วนที่คํานวณจากตัวแปร ดังนี้

(1) อัตราดอกเบี้ยทั้งในประเทศและต่างประเทศ

(2) อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ

(3) ราคาตราสารหนี้ ตามประเภทที่กําหนดในเอกสารแนบ 4

(4) ราคาตราสารทุน ตามประเภทที่กําหนดในเอกสารแนบ 4

(5) ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ตามประเภทที่กําหนดในเอกสารแนบ 4

(6) ดัชนีทางการเงินที่มีคุณสมบัติครบถ้วน

ทั้งนี้ ดัชนีทางการเงินที่จะนํามาใช้เป็นตัวแปรอ้างอิงในการทําธุรกรรมจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ดังนี้

- เป็นดัชนีทางการเงินที่พัฒนาโดยสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ

- เป็นดัชนีทางการเงินที่นิยมแพร่หลายในตลาดการเงินไทยหรือสากล

- เป็นดัชนีทางการเงินที่มีการเสนอราคาอย่างต่อเนื่องเป็นประจําทุกวันผ่านสื่อที่เสนอข่าวที่ทันสมัยทันต่อเหตุการณ์ และ

- เป็นดัชนีทางการเงินที่มีการกําหนดวิธีการคํานวณไว้อย่างชัดเจนโดยมีการระบุแหล่งข้อมูลของตัวแปรและปัจจัยที่นํามาใช้ในการคํานวณ ทั้งนี้ ตัวแปรและปัจจัยที่นํามาใช้ในการคํานวณดังกล่าวต้องมีการเคลื่อนไหวตามสภาวะตลาดอย่างเป็นอิสระ โดยไม่มีบุคคลใดสามารถมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของตัวแปร ปัจจัย หรือดัชนีทางการเงินนั้นได้

โดยในการพิจารณาคุณสมบัติของดัชนีทางการเงินนี้ ธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดทําเอกสารหลักฐานไว้ที่สถานที่ทําการ เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ หรือจัดส่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ

5.3.5 กรณีของธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ดังกล่าวข้างต้น ให้มีการส่งมอบและชําระส่วนต่างของราคาเทียบเท่าเป็นเงินสด (Cash settlement) เท่านั้น

5.3.6 หากธนาคารพาณิชย์ใดมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจว่าธุรกรรมอนุพันธ์ที่ประสงค์จะทํานั้นอยู่ในขอบเขตที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตหรือไม่ ให้ธนาคารพาณิชย์นั้นหารือกับ ธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนทําธุรกรรมดังกล่าว

5.4 หลักเกณฑ์ในการทําธุรกรรมอนุพันธ์

5.4.1 การบริหารความเสี่ยง

(1) ในการทําธุรกรรมอนุพันธ์ ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากการทําธุรกรรมอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม สอดคล้องกับลักษณะ ปริมาณ และความซับซ้อนของการทําธุรกรรม โดยจะต้องถือปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การบริหารความเสี่ยงสําหรับธุรกรรมอนุพันธ์ อย่างเคร่งครัด และ จะต้องให้ความสําคัญในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

(1.1) ธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดทําระเบียบผลิตภัณฑ์ (Product Program) สําหรับธุรกรรมอนุพันธ์ทุกประเภท ซึ่งจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการธนาคารก่อนที่จะทําธุรกรรมอนุพันธ์ประเภทใหม่ทุกครั้ง โดยต้องจัดเก็บไว้เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ หรือนําส่งธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อร้องขอ ตามรายละเอียด ดังนี้ เว้นแต่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกําหนดเป็นอย่างอื่น ซึ่งในการกําหนดดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกําหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติด้วยก็ได้

(1.1.1) สําหรับธุรกรรมอนุพันธ์ที่มียอดคงค้างอยู่ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้และธนาคารพาณิชย์ไม่ประสงค์จะทําธุรกรรมดังกล่าวเพิ่มเติม

(1.1.1.1) หากสัญญาครบกําหนดก่อนวันที่ 30 มิถุนายน 2552 ธนาคารพาณิชย์ไม่ต้องจัดทําระเบียบผลิตภัณฑ์สําหรับธุรกรรมดังกล่าว

(1.1.1.2) หากสัญญาครบกําหนดภายหลังวันที่30 มิถุนายน 2552 ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนผันให้ธนาคารพาณิชย์จัดทําระเบียบผลิตภัณฑ์สําหรับธุรกรรมดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2552

(1.1.2) สําหรับธุรกรรมอนุพันธ์ประเภทเดิมที่ธนาคารพาณิชย์เคยทํามาก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ หากธนาคารพาณิชย์ประสงค์จะทําธุรกรรมดังกล่าวเพิ่มเติม โดยยังไม่มีระเบียบผลิตภัณฑ์ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดไว้นั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนผันการจัดทําระเบียบผลิตภัณฑ์สําหรับธุรกรรมที่กล่าวให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2551

(1.1.3) สําหรับธุรกรรมอนุพันธ์ประเภทใหม่ที่ธนาคารพาณิชย์ยังไม่เคยทํามาก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังกับ ธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดทําระเบียบผลิตภัณฑ์ให้ครบถ้วนตามเกณฑ์ก่อนที่จะทําธุรกรรมอนุพันธ์นั้น ๆ

(1.2) ธนาคารพาณิชย์จะต้องไม่ทําธุรกรรมอนุพันธ์ที่ยังไม่สามารถประเมินมูลค่ายุติธรรมได้อย่างน่าเชื่อถือตามวิธีการที่กําหนดในมาตรฐานการบัญชีไทยหรือมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

(1.3) ธนาคารพาณิชย์ที่จะทําธุรกรรมอนุพันธ์ตามที่ได้รับอนุญาตในประกาศฉบับนี้ จะต้องมีฐานะการเงินที่มั่นคงและมีเงินกองทุนเพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของตัวแปรด้านตลาดหรือปัจจัยต่าง ๆ หรือความเสี่ยงด้านคู่สัญญาที่เกิดจากการทําธุรกรรมอนุพันธ์ ทั้งในภาวะปกติและภาวะที่ตลาดมีความผันผวนสูง ทั้งนี้ เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการธนาคารจะต้องกําหนดวิธีการที่ใช้ในการพิจารณาฐานะและเงินกองทุน ณ วันที่ต้องการทําธุรกรรม เพื่อพิจารณาถึงความเพียงพอของเงินกองทุนก่อนที่จะเข้าทําธุรกรรม และผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องจะต้องดูแลให้มีการปฏิบัติตามวิธีการที่กล่าวก่อนเข้าทําธุรกรรมอนุพันธ์ทุกครั้ง

(2) คณะกรรมการธนาคารและผู้บริหารระดับสูงของธนาคารพาณิชย์มีหน้าที่ต้องพิจารณาความมีประสิทธิภาพของระบบบริหารความเสี่ยงที่รองรับการทําธุรกรรมอนุพันธ์ประเภทต่าง ๆ โดยจะต้องนําผลการจัดระดับความเสี่ยงรวมด้านตลาด และด้านปฏิบัติการ ที่ได้รับจากการตรวจสอบประจําปีของธนาคารแห่งประเทศไทยมาพิจารณาประกอบ ทั้งนี้ จะต้องไม่มีข้อสังเกตในเรื่องธรรมาภิบาลและการปฏิบัติตามคําสั่งการของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างมีนัยสําคัญด้วย

5.4.2 การป้องกันผลกระทบที่อาจมีต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงิน

(1) ในการทําธุรกรรมอนุพันธ์ทุกประเภทที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 5.3 รวมทั้งการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ธนาคารพาณิชย์ต้องปฏิบัติตามหนังสือดังต่อไปนี้ หรือที่แก้ไขหรือกําหนดเพิ่มเติม โดยถือเป็นหลักเกณฑ์ในการประกอบธุรกิจนี้ด้วย

(1.1) ประกาศและหนังสือเวียนของเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ดังนี้

(1.1.1) หนังสือที่ ฝกก. (03)ว.60 / 2548 เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจในการประกอบธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านอัตราแลกเปลี่ยน ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2548

(1.1.2) หนังสือที่ ธปท. ฝกช.(02)ว.38 / 2551 เรื่อง การซักซ้อมความเข้าใจในการทําธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินด้านอัตราแลกเปลี่ยน ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551

(1.2) มาตรการป้องปรามการเก็งกําไรค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย ดังนี้

(1.2.1) หนังสือที่ นต.(ว)31 / 2541 เรื่อง หลักปฏิบัติในการปล่อยสภาพคล่องเงินบาทให้แก่ผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2541

(1.2.2) หนังสือที่ ธปท.ฝกช.(02)ว.371 / 2551 เรื่อง ขอความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการป้องปรามการเก็งกําไรค่าเงินบาท ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551

(1.3) หนังสืออื่น ๆ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดเพิ่มเติม

(2) ในการทําธุรกรรมอนุพันธ์ทุกประเภทที่ได้รับอนุญาตตามข้อ 5.3 รวมทั้งการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ธนาคารพาณิชย์จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินอย่างเคร่งครัด

5.4.3 การดูแลลูกค้า

(1) ธนาคารพาณิชย์จะต้องวิเคราะห์ลูกค้าพร้อมทั้งมีหลักฐานแสดงว่าธนาคารพาณิชย์ได้ทําตามขั้นตอนการพิจารณาความเหมาะสมของลูกค้าก่อนทําธุรกรรม (Client Suitability Analysis)

(2) ธนาคารพาณิชย์จะต้องชี้แจงให้ลูกค้าเข้าใจลักษณะธุรกรรมความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนก่อนตกลงทําสัญญา รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลแก่ลูกค้าให้เพียงพอแก่การตัดสินใจของลูกค้า

(3) ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีหน่วยงานที่ทําหน้าที่ในการรับคําร้องเรียนจากลูกค้า และมีการรายงานต่อคณะกรรมการธนาคารหรือผู้บริหารระดับสูงเพื่อพิจารณากําหนดแนวทางการแก้ไข และป้องกันการเกิดปัญหา ที่เหมาะสมทั้งนี้ ให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยมาตรฐานขั้นต่ําในการดูแลลูกค้าสําหรับการทําธุรกรรมอนุพันธ์

5.4.4 การบันทึกบัญชีและการเปิดเผยข้อมูล

ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมอนุพันธ์จะต้องบันทึกบัญชีและเปิดเผยข้อมูลให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชีไทยในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในขณะที่ยังไม่มีมาตรฐานการบัญชีไทยในเรื่องดังกล่าว ให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

5.4.5 การจัดเก็บข้อมูลและการรายงาน

(1) ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมตามข้อ 5.3 จะต้องจัดเก็บหลักฐานในการทําธุรกรรมดังกล่าวไว้ที่ธนาคารพาณิชย์เอง เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบหรือจัดส่งสําเนาให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอ

(2) ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมตามข้อ 5.3 ยกเว้นธุรกรรมอนุพันธ์ขั้นพื้นฐาน (Plain Vanilla Derivatives) ที่อ้างอิงตัวแปรตลาดเพียงชนิดเดียว จะต้องจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการทําธุรกรรมได้แก่ เลขที่อ้างอิง วันที่ทําธุรกรรม วันครบกําหนด ประเภทธุรกรรมคู่สัญญา ตัวแปรอ้างอิง ผลของธุรกรรม องค์ประกอบย่อยของอนุพันธ์พร้อมรายละเอียด ฐานะและจํานวนเงินขององค์ประกอบย่อย นั้น ๆ สกุลเงินของธุรกรรม จํานวนเงินตามสัญญา จํานวนเงินเป็นสกุลบาทเทียบเท่า มูลค่ายุติธรรมของธุรกรรม ผลกําไร/ขาดทุนจากการทําธุรกรรม ในรูปของสื่อคอมพิวเตอร์ ตามแบบรายงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด (เอกสารแนบ 5) และจัดส่งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นประจําทุกเดือนภายในวันสิ้นเดือนของเดือนถัดไป ผ่านทางระบบบริหารข้อมูลผ่านทางช่องทาง DMS DA (Extranet)

(3) ในการทําธุรกรรมตามข้อ 5.3 ยกเว้นธุรกรรมตามข้อ 5.3.1 (1) เป็นครั้งแรกหรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือองค์ประกอบของธุรกรรม หรือการเสนอดัชนีทางการเงินหรือกลุ่มของตัวแปรใดเป็นครั้งแรก รวมถึงธุรกรรมที่เคยทําไปแล้วก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ซึ่งยังไม่เคยนําส่งระเบียบผลิตภัณฑ์ที่ครบถ้วน ธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดส่งรายละเอียดการทําธุรกรรมดังกล่าวมาที่ฝ่ายกํากับสถาบันการเงิน สายกํากับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ตามแบบฟอร์มธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงตัวแปรด้านตลาด / อนุพันธ์แฝง (เอกสารแนบ 3) ภายใน15 วันทําการนับจากวันทําธุรกรรม โดยต้องนําส่ง Term Sheet และระเบียบผลิตภัณฑ์ (Product Program) ที่รองรับธุรกรรมอนุพันธ์นั้น ๆ มาพร้อมกันด้วย

อนึ่ง เพื่อให้เวลาแก่ธนาคารพาณิชย์ในการปรับตัวในการถือปฏิบัติตามประกาศฉบับนี้ สําหรับกรณีดังต่อไปนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนผันให้ธนาคารพาณิชย์จัดส่งระเบียบผลิตภัณฑ์มาที่ฝ่ายกํากับสถาบันการเงิน สายกํากับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยภายในวันที่กําหนดดังนี้ เว้นแต่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกําหนดเป็นอย่างอื่น ซึ่งในการกําหนดดังกล่าว ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกําหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติด้วยก็ได้

(3.1) สําหรับธุรกรรมอนุพันธ์ที่ไม่มีการทําธุรกรรมเพิ่มเติมและมียอดคงค้างตามสัญญาซึ่งครบกําหนดหลังวันที่ 30 มิถุนายน 2552 ให้จัดส่งภายในวันที่ดังกล่าว

(3.2) สําหรับธุรกรรมอนุพันธ์ที่เป็นธุรกรรมประเภทเดิมที่ธนาคารพาณิชย์นั้นเคยทําแล้วก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ และธนาคารพาณิชย์ประสงค์จะทําธุรกรรมเพิ่มเติม ให้จัดส่งภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2551

(4) ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงตราสารหนี้สกุลเงินบาทจะต้องรายงานการทําธุรกรรมให้สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (The Thai Bond Market Association หรือ Thai BMA) โดยมีรายละเอียดตามที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยกําหนด ทั้งนี้ ต้องจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการทําธุรกรรมดังกล่าวไว้ที่ธนาคารพาณิชย์เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทยตรวจสอบ หรือจัดส่งสําเนาให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อมีการร้องขอด้วย

5.4.6 การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด

(1) เพื่อความระมัดระวังในการพิจารณาฐานะ และความเพียงพอของเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมสําหรับการอนุญาตธุรกรรมตามประกาศฉบับนี้ โดยให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติดังนี้

(1.1) ให้ประเมินมูลค่ายุติธรรมของธุรกรรมดังต่อไปนี้อย่างต่อเนื่องเป็นประจําทุกวันสิ้นเดือน ไม่ว่าธุรกรรมดังกล่าวจะจัดอยู่ในบัญชีเพื่อการค้าหรือบัญชีเพื่อการธนาคารก็ตาม

(1.1.1 ) อนุพันธ์แฝง หรือธุรกรรมเงินฝากหรือเงินกู้ยืมที่มีอนุพันธ์แฝงทั้งจํานวนในกรณีที่ไม่สามารถประเมินมูลค่ายุติธรรมส่วนที่เป็นอนุพันธ์แฝงได้อย่างน่าเชื่อถือ

(1.1.2) ธุรกรรม Synthetic Collateralized Debt Obligations, Credit Linked Notes, first to default Credit Linked Notes, Proportionate Credit Linked Notes

(1.1.3) ธุรกรรมอื่นในบัญชีเพื่อการค้าทั้งหมด

(1.1.4) ธุรกรรมที่ใช้ในการป้องกันความเสี่ยง (Hedging Instruments) สําหรับธุรกรรมข้างต้น (ถ้ามี)

ในการประเมินมูลค่ายุติธรรมตามวรรคหนึ่ง หากปรากฏว่ามีผลขาดทุนสุทธิให้นําผลขาดทุนสุทธิดังกล่าวมาหักออกจากเงินกองทุน ณ สิ้นงวดการบัญชีล่าสุดของธนาคารพาณิชย์ และถ้ามีผลทําให้อัตราส่วนเงินกองทุนต่ํากว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกําหนดธนาคารพาณิชย์จะต้องดําเนินการตามขั้นตอนการปฏิบัติที่ได้กําหนดไว้ ซึ่งจะต้องกําหนดไว้อย่างละเอียด ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร โดยรวมถึงการกําหนดเกี่ยวกับการรายงานบุคคลที่เกี่ยวข้องตามระดับความรุนแรงและระยะเวลาในการดําเนินการในแต่ละขั้นตอนด้วย สําหรับปัญหาที่รุนแรงจะต้องรายงานต่อคณะกรรมการธนาคารเพื่อพิจารณาสั่งการและเร่งดําเนินการแก้ไข รวมทั้งจะต้องแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบถึงแนวทางการแก้ปัญหาด้วย

( 1.2) ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์จะทําธุรกรรมอนุพันธ์เพิ่มเติมธนาคารพาณิชย์จะต้องประเมินมูลค่ายุติธรรม ณ สิ้นวันก่อน ของธุรกรรมตามข้อ 5.4.6 (1.1.1) ถึงข้อ 5.4.6 (1.1.4) ถ้ามีผลขาดทุนสุทธิให้นํามาหักออกจากเงินกองทุน ณ สิ้นงวดการบัญชีล่าสุดของธนาคารพาณิชย์ ทั้งนี้เงินกองทุนที่คํานวณได้จะต้องไม่ต่ํากว่าอัตราตามที่กฎหมายกําหนดและมีเพียงพอที่จะรองรับการทําธุรกรรมอนุพันธ์ที่ต้องการจะทําเพิ่ม มิฉะนั้น ธนาคารพาณิชย์จะทําธุรกรรมดังกล่าวไม่ได้

(2) ธนาคารพาณิชย์ที่ทําธุรกรรมอนุพันธ์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การดํารงเงินกองทุน หลักเกณฑ์การกํากับลูกหนี้รายใหญ่ หลักเกณฑ์การกํากับเรื่องเงินลงทุนหลักเกณฑ์การกํากับดูแลความเสี่ยงด้านตลาด หลักเกณฑ์การดํารงฐานะเงินตราต่างประเทศ และหลักเกณฑ์การดํารงสินทรัพย์สภาพคล่อง โดยสรุปได้ตามเอกสารแนบ 6 รวมทั้งหลักเกณฑ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด

5.4.7 ข้อกําหนดอื่น

(1) ในการทําธุรกรรมอนุพันธ์ ธนาคารพาณิชย์ต้องดูแลให้สัญญามีผลบังคับตามกฎหมาย ไม่ขัดกับกฎหมายหรือกฎระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง และมีการทบทวนเป็นระยะตามความเหมาะสม

(2) ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจมีความจําเป็นต้องพิจารณาเปลี่ยนแปลงกรอบหรือหลักเกณฑ์ในการทําธุรกรรมหรือการกํากับดูแลธนาคารพาณิชย์ในการทําธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงตัวแปรด้านตลาดในอนาคตตามความเหมาะสม รวมทั้งสงวนสิทธิในการระงับการทําธุรกรรม จํากัดปริมาณธุรกรรม กําหนดให้สํารองเพิ่มเติม หรือมาตรการอื่นใด ในกรณีที่พบว่าธุรกรรมอนุพันธ์ของธนาคารพาณิชย์ใดไม่สอดคล้องตามหลักการในข้อ 5.2 หรือธนาคารพาณิชย์ใดไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด หรือพบการถือปฏิบัติของธนาคารพาณิชย์ใดที่ไม่รัดกุมหรือไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

(3) การทําธุรกรรมของสาขาธนาคารพาณิชย์ไทยในต่างประเทศ ให้อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การกํากับดูแลของประเทศที่สาขานั้นตั้งอยู่ และธนาคารพาณิชย์ดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในข้อ 5.2 ข้อ 5.4.1 และข้อ 5.4.3 ถึงข้อ 5.4.7 ของประกาศฉบับนี้ด้วย ทั้งนี้ ไม่รวมถึงกรณีสาขาที่กล่าวทําธุรกรรมกับบุคคลในประเทศไทย ซึ่งจะต้องถือปฏิบัติตามกรอบและหลักเกณฑ์ในการทําธุรกรรมตามที่กําหนดในประกาศฉบับนี้ด้วย

อื่นๆ - 6. บทเฉพาะกาล

6.1 การปฏิบัติในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ได้รับอนุญาตให้ทําธุรกรรมอนุพันธ์ที่ซับซ้อนเป็นรายกรณีไปแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงินมีผลใช้บังคับ พ.ศ. 2551 หากธุรกรรมดังกล่าวไม่อยู่ในกรอบการทําธุรกรรมที่ได้รับอนุญาตตามประกาศฉบับนี้ ธนาคารพาณิชย์จะทําธุรกรรมดังกล่าวเพิ่มอีกไม่ได้ ส่วนธุรกรรมที่ทําไปแล้ว อนุญาตให้คงธุรกรรมดังกล่าวไว้ได้จนครบกําหนดอายุตามสัญญาโดยไม่อนุญาตให้มีการต่ออายุสัญญา เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย

6.2 สําหรับธุรกรรมอนุพันธ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เคยมีหนังสืออนุญาตเป็นการทั่วไปก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ได้แก่ (1) ธุรกรรมประเภทที่มี Average Rate Option หรือ Average Strike Option เป็นธุรกรรมหลักแต่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเล็กน้อยโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงหรือลดต้นทุนในการป้องกันความเสี่ยง และ (2) ธุรกรรม Cross Currency Swaps หรือ Interest Rate Swaps ที่มีเงื่อนไขให้สัญญาสิ้นสุดลงโดยอ้างอิงกับความสามารถในการชําระหนี้ (Credit Event) นั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยยังอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์สามารถทําธุรกรรมต่อไปได้ภายใต้ข้อกําหนดเดิม และให้ปฏิบัติตามข้อ 5.2 และ 5.4 ของประกาศ ฯ ฉบับนี้ด้วยทั้งนี้ จนกว่าจะมีการออกหลักเกณฑ์การกํากับธุรกรรมอนุพันธ์แบบผสม (Hybrid Derivatives) เพิ่มเติมต่อไป

อื่นๆ - 7. วันเริ่มต้นบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2551

(นางธาริษา วัฒนเกส)

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 12/2551 เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทำธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงตัวแปรด้านตลาด (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_15e0c02878f685e4

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com