ข้อ ๑ กรณีสินค้า
๑.๑ การตีความหรือการจำแนกประเภทสินค้าให้เป็นไปตามลักษณะสินค้า โดยให้ถือตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ข้อความในประเภทที่กล่าวถึงสินค้าที่ทำด้วยวัตถุหรือสารใดให้หมายถึงสินค้าทั้งที่ทำด้วยวัตถุหรือสารนั้นทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนด้วย
การจำแนกประเภทสินค้าที่ประกอบด้วยวัตถุหรือสารตั้งแต่ชนิดหนึ่งขึ้นไปให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ใน (๒)
(๒) ถ้าเห็นได้ว่าสินค้าชนิดใดอาจจัดเข้าได้สองประเภทหรือมากกว่านั้นจะด้วยเหตุผลประการใดก็ตาม ให้ถือหลักการจำแนกประเภทดังนี้
(ก) ถ้าประเภทหนึ่งระบุลักษณะของสินค้าไว้โดยชัดแจ้ง และอีกประเภทหนึ่งระบุไว้อย่างกว้าง ให้จัดสินค้าเข้าประเภทที่ระบุไว้โดยชัดแจ้ง
(ข) สินค้าซึ่งผสมหรือประกอบด้วยวัตถุต่างชนิดกัน หรือประกอบด้วยส่วนควบต่างชนิดกัน ซึ่งไม่อาจจำแนกประเภทตามความใน (๑) ได้ ให้จัดเข้าในประเภทของวัตถุหรือส่วนควบที่มีลักษณะอันเป็นสาระสำคัญสำหรับสินค้าชนิดนั้นเท่าที่จะใช้หลักเกณฑ์นี้บังคับได้
(ค) สินค้าซึ่งไม่อาจจัดเข้าในประเภทใดตามความใน (ก) หรือ (ข) ให้จัดเข้าในประเภทซึ่งมีอัตราภาษีสูงที่สุด
(๓) สินค้าครบชุดบริบูรณ์ หรือสินค้าซึ่งมีลักษณะอันเป็นสาระสำคัญที่ทำให้เห็นได้ว่าเป็นสินค้าครบชุดบริบูรณ์ที่ผลิตในราชอาณาจักรหรือนำเข้าโดยแยกออกจากกัน หรือมิได้ประกอบเข้าด้วยกัน แม้จะแยกผลิตหรือแยกนำเข้าต่างวาระกันก็ตาม ให้จัดเข้าในประเภทที่ว่าด้วยของครบชุดบริบูรณ์ได้
(๔) กรณีสินค้านำเข้าให้ใช้หลักเกณฑ์การตีความพิกัดอัตราศุลกากรเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาได้ด้วย
๑.๒ การตีความประเภทสินค้านอกจากหลักเกณฑ์ตามข้อ ๑.๑ ให้ตีความตามลักษณะของสินค้าในตอนนั้น