มาตรา อารัมภบท คัดลอกการอ้างอิง
ข้อบังคับสภาทนายความ
ข้อบังคับสภาทนายความ
ว่าด้วยการเลือกตั้งนายกและกรรมการสภาทนายความ
พ.ศ. ๒๕๒๙
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘ มาตรา ๒๗ (๓)
และด้วยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ ตามมาตรา ๒๘
แห่งพระราชบัญญัติสภาทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘ คณะกรรมการสภาทนายความออกข้อบังคับว่าด้วยการเลือกตั้งนายก
และกรรมการสภาทนายความไว้ดังต่อไปนี้
มาตรา ข้อ ๑ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า ข้อบังคับสภาทนายความ
ว่าด้วยการเลือกตั้งนายกและกรรมการสภาทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๙
มาตรา ข้อ ๒ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
การเตรียมการเลือกตั้ง
ตอนที่ ๑
คณะกรรมการเลือกตั้ง
มาตรา ข้อ ๓ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓ การเลือกตั้งนายกและกรรมการสภาทนายความจะกระทำได้ต่อเมื่อประธานคณะกรรมการมรรยาททนายความได้ประกาศให้มีการเลือกตั้งนายกและกรรมการสภาทนายความแล้ว
โดยจะต้องประกาศก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน
ให้ประธานคณะกรรมการมรรยาททนายความแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการเลือกตั้งขึ้นเรียกว่า คณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้ง
โดยมีผู้อำนวยการเลือกตั้งเป็นประธานและจะต้องประกาศรายชื่อผู้อำนวยการเลือกตั้งและคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งให้สมาชิกสภาทนายความทราบก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า
๙๐ วันเช่นกัน
คณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๕๔ วรรคสอง
ของพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘
และจะต้องไม่เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกหรือกรรมการสภาทนายความในการเลือกตั้งคราวนั้น
มาตรา ข้อ ๔ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔ ให้คณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งมีอำนาจหน้าที่แต่งตั้ง
คณะกรรมการกเลือกตั้งประจำภาค คณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัด เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งทั่วไป
และคณะอนุกรรมการอื่นตามที่เห็นสมควร
เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งนายกและกรรมการสภาทนายความให้เป็นไปด้วยความถูกต้องเรียบร้อยตามข้อบังคับ
คณะกรรมการเลือกตั้งประจำภาค คณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัด
เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งทั่วไปและคณะอนุกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งจะต้องไม่เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกหรือกรรมการสภาทนายความในการเลือกตั้งคราวนั้น
ตอนที่ ๒
การประกาศวันเลือกตั้งและระยะเวลารับสมัคร
มาตรา ข้อ ๕ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๕ ให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งประกาศกำหนดวันเลือกตั้งและระยะเวลารับสมัครตามแบบ
ส.ท. ๕ และให้ปิดประกาศดังกล่าวไว้ ณ ที่ทำการสภาทนายความ
สำนักงานผู้แทนสภาทนายความประจำภาค สำนักงานผู้แทนสภาทนายความประจำจังหวัด
ศาลชั้นต้นทุกศาลและที่สาธารณะซึ่งเห็นได้ง่ายตามที่เห็นสมควร เพื่อให้สมาชิกสภาทนายความทราบโดยทั่วกัน
มาตรา ข้อ ๖ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๖ การประกาศกำหนดวันเลือกตั้งและระยะเวลารับสมัคร
ต้องกระทำก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า ๖๐ วัน
ระยะเวลารับสมัครจะต้องกำหนดไว้ไม่น้อยกว่า ๗ วัน และไม่เกิน ๑๕ วัน
โดยกำหนดวันสุดท้ายของระยะเวลารับสมัครไว้ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน
ตอนที่ ๓
หน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้ง
มาตรา ข้อ ๗ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๗ ให้กำหนดหน่วยเลือกตั้งขึ้นภายในเขตจังหวัดทุกจังหวัดโดยให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งประกาศหน่วยเลือกตั้ง
ตามแบบ ส.ท. ๖
ในกรณีที่มีเหตุสมควรที่จะต้องเปลี่ยนแปลงหน่วยเลือกตั้งที่ได้ประกาศไว้
ให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งประกาศเปลี่ยนแปลงหน่วยเลือกตั้งโดยใช้แบบ ส.ท. ๗
มาตรา ข้อ ๘ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๘ ให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งประกาศระบุที่เลือกตั้งของแต่ละหน่วยเลือกตั้งโดยใช้แบบ
ส.ท. ๘ และให้ปิดประกาศดังกล่าวไว้ ณ ที่ทำการสภาทนายความ
สำนักงานผู้แทนสภาทนายความประจำภาค สำนักงานผู้แทนสภาทนายความประจำจังหวัด
ศาลชั้นต้นทุกศาล
และที่สาธารณะซึ่งเห็นได้ง่ายในเขตของหน่วยเลือกตั้งและที่เลือกตั้งหรือบริเวณใกล้เคียงไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันเลือกตั้ง
มาตรา ข้อ ๙ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๙ ที่เลือกตั้งต้องเป็นที่ซึ่งผู้เลือกตั้งเข้าออกได้ง่าย
มีความเหมาะสมและขนาดพอที่จะทำการเลือกตั้งได้สะดวก
เพื่อให้ผู้เลือกตั้งไปทำการเลือกตั้งและตรวจดูบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งได้ง่าย
ถ้าสามารถใช้สาธารณสถานได้ก็จะเป็นการเหมาะสม
มาตรา ข้อ ๑๐ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๐ ให้คณะกรรมการเลือกตั้งและเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งจัดเตรียมหาเครื่องประกอบสำหรับที่เลือกตั้งไว้ให้พร้อมก่อนวันเลือกตั้ง
เช่น โต๊ะ เก้าอี้ สำหรับคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ ที่วางหีบบัตรเลือกตั้ง กระดานดำหรือสิ่งอื่นที่ใช้แทนได้
ป้ายปิดประกาศชื่อผู้สมัคร ป้ายบอกที่เลือกตั้ง เครื่องประกอบคูหาลงคะแนน
นอกจากนี้ให้จัดหาน้ำหมึก ปากกา ดินสอ กระดาษ ชอล์ค ครั่ง กาว หรือแป้งเปียก
และสิ่งอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ไว้ด้วย
การจัดทำอุปกรณ์และเครื่องใช้ตามความในวรรคแรกและวรรคสอง
ให้ดำเนินการโดยวิธีการประหยัดและหากจะขอยืมจากส่วนราชการที่จัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาของท้องถิ่นในจังหวัดที่มีการเลือกตั้งอยู่แล้วได้ก็จะเป็นการดี
มาตรา ข้อ ๑๑ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๑ ให้คณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดจัดทำเครื่องหมายแสดงบริเวณโดยรอบที่เลือกตั้งของทุกหน่วยเลือกตั้งโดยทำป้ายบอกบริเวณที่กำหนด
ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้ผู้ใดชักชวนขอคะแนนหรือปิดประกาศโฆษณาเพื่อการเลือกตั้ง
มาตรา ข้อ ๑๒ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดปิดป้ายบอกที่เลือกตั้งไว้ทางด้านหน้าของที่เลือกตั้งทุกแห่ง
มาตรา ข้อ ๑๓ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๓ ให้คณะกรรมการเลือกตั้งและเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งจัดทำคูหาลงคะแนนในที่เลือกตั้งให้เสร็จเรียบร้อยก่อนวันเลือกตั้งและให้ตรวจตราความเรียบร้อยด้วย
คูหาลงคะแนนให้จัดทำตามความเหมาะสมกับสภาพท้องที่
เพื่อให้ผู้เลือกตั้งไปลงคะแนนได้โดยไม่เป็นการเปิดเผย
มาตรา ข้อ ๑๔ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๔ ในที่เลือกตั้งอย่างน้อยให้มีประกาศรายชื่อผู้สมัครพร้อมเครื่องหมายประจำตัวผู้สมัครติดตั้งไว้ให้ผู้เลือกตั้งมองเห็นได้ชัดเจนขณะอยู่ในคูหาลงคะแนน
เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เลือกตั้งในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
แต่ห้ามมิให้ปิดประกาศรายชื่อผู้สมัครและเครื่องหมายประจำตัวผู้สมัครไว้ในคูหาลงคะแนน
ตอนที่ ๔
การประชาสัมพันธ์
มาตรา ข้อ ๑๕ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๕ ให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งประชาสัมพันธ์ถึงการเลือกตั้งให้สมาชิกสภาทนายความได้ทราบโดยทั่วกันตามวิธีที่เห็นสมควร
ตอนที่ ๕
คณะกรรมการเลือกตั้งประจำภาค
คณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัด
มาตรา ข้อ ๑๖ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๖ การแต่งตั้งคณะกรรมการเลือกตั้งประจำภาคและคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดตามข้อ
๔ ให้แต่งตั้งจากทนายความซึ่งมีสำนักงานตามที่จดทะเบียนไว้ต่อสภาทนายความในเขตภาคหรือจังหวัดนั้น
ๆ
มาตรา ข้อ ๑๗ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๗ ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสิบวันให้คณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งทุกหน่วยในจังหวัดนั้น
ๆ เพื่อดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้องตามข้อบังคับนี้
แล้วรายงานให้คณะกรรมการเลือกตั้งประจำภาคและผู้อำนวยการเลือกตั้งทราบ
มาตรา ข้อ ๑๘ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๘ การแต่งตั้งคณะกรรมการเลือกตั้งประจำภาค
คณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัด และเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งให้ประกาศตามแบบ
ส.ท. ๑๒ และมีหนังสือแจ้งให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งทราบตามแบบ ส.ท. ๑๓
ให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งปิดประกาศการแต่งตั้งคณะกรรมการเลือกตั้งประจำภาค คณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัด
และเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งไว้ ณ ที่ทำการสภาทนายความ
สำนักงานผู้แทนสภาทนายความประจำภาค สำนักงานผู้แทนสภาทนายความประจำจังหวัด
และที่เลือกตั้งของหน่วยเลือกตั้งหรือบริเวณใกล้เคียงกัน
มาตรา ข้อ ๑๙ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๑๙ การแต่งตั้งคณะกรรมการเลือกตั้งประจำภาคและคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัด
ให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งพิจารณาแต่งตั้งจากผู้ที่เห็นว่าจะปฏิบัติหน้าที่ได้โดยไม่เสื่อมเสียแก่ความยุติธรรมและควรจะเป็นผู้ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา
๓๕ (๕) (๖) (๗) และ (๘) ของพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘
การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้ง
ควรพิจารณาแต่งตั้งจากบุคคลที่เห็นว่าจะปฏิบัติหน้าที่ได้โดยไม่เสื่อมเสียแก่ความยุติธรรมและควรแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตที่หน่วยเลือกตั้งนั้นตั้งอยู่
มาตรา ข้อ ๒๐ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๐ คณะกรรมการเลือกตั้งและเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งซึ่งผู้อำนวยการเลือกตั้งได้ประกาศแต่งตั้งไว้แล้ว
ต่อมาปรากฏว่าผู้ใดเป็นผู้ไม่สมควรหรือมีความจำเป็นต้องให้พ้นจากหน้าที่และแต่งตั้งผู้อื่นแทนก็ให้ดำเนินการประกาศถอดถอนและแต่งตั้งใหม่โดยเร็ว ทั้งนี้ ต้องประกาศก่อนวันเลือกตั้ง
ประกาศถอดถอนและแต่งตั้งผู้อื่นแทนให้ดัดแปลงใช้แบบ ส.ท. ๑๒ โดยอนุโลม
และให้ปิดประกาศไว้ ณ สถานที่แห่งเดียวกับที่ได้ประกาศแต่งตั้งครั้งแรก
ตอนที่ ๖
การชี้แจงเจ้าหน้าที่
มาตรา ข้อ ๒๑ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๑ ก่อนวันเลือกตั้ง
ให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งจัดให้มีการชี้แจงถึงวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการเลือกตั้งตามข้อบังคับนี้ให้แก่คณะกรรมการเลือกตั้ง
เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตามสมควร
สิทธิเลือกตั้งและการสมัครรับเลือกตั้ง
ตอนที่ ๑
บัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้ง
มาตรา ข้อ ๒๒ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๒ เมื่อได้มีประกาศกำหนดวันเลือกตั้งนายกและกรรมการสภาทนายความแล้ว
ให้นายทะเบียนสภาทนายความจัดทำประกาศบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งของแต่ละหน่วยเลือกตั้งขึ้น
โดยให้ถือตามหลักฐานที่ปรากฏอยู่ในทะเบียนทนายความของสภาทนายความ
ให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งปิดประกาศรายชื่อผู้เลือกตั้งไว้ ณ
ที่ทำการสภาทนายความ สำนักงานผู้แทนสภาทนายความประจำภาค สำนักงานผู้แทนสภาทนายความประจำจังหวัด
ที่เลือกตั้งของทุกหน่วยเลือกตั้ง และมอบให้คณะกรรมการเลือกตั้งและเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้ง
เพื่อใช้ในการดำเนินการเลือกตั้งได้เพียงพอ
การปิดประกาศบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งให้กระทำไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันเลือกตั้ง
มาตรา ข้อ ๒๓ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๓ บัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งตามข้อ
๒๒ ให้ทำหน่วยเลือกตั้งละสี่ชุด
ในการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งนี้
ให้ใช้วิธีพิมพ์ลงบนกระดาษไขและอัดสำเนา
สำหรับบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งที่จัดทำเสร็จแล้ว
ให้ลงลายมือชื่อผู้พิมพ์กับผู้ทาน และชื่อย่อของนายทะเบียนทนายความกำกับไว้ทุกแผ่น
บัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งแต่ละชุดให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑) ชุดที่ ๑ ปิดในบริเวณหน่วยเลือกตั้ง
โดยให้นำบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งปิดไว้ ณ ที่ซึ่งเห็นได้ง่าย บัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งนี้ให้มีลายมือชื่อผู้แทนสภาทนายความประจำภาคกำกับใบต้นและใบท้าย
(๒) ชุดที่ ๒ และชุดที่ ๓
มอบให้เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้ง
สำหรับใช้ในการเลือกตั้ง ๑ ชุด สำรองไว้ปิด ณ ที่เลือกตั้งในวันเลือกตั้งอีก ๑ ชุด
(๓) ชุดที่ ๔ ให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งเก็บไว้เป็นหลักฐาน
มาตรา ข้อ ๒๔ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๔ ในกรณีที่มีผู้ร้องว่าตนควรมีชื่อในบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งใด
ให้ยื่นคำร้องต่อผู้อำนวยการเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า ๑๐ วัน ให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งสอบสวนหลักฐาน
ถ้าข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ร้องมีสิทธิเลือกตั้งได้ตามคำร้องก็ให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งเติมชื่อผู้ร้องลงในบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งโดยเร็ว
ถ้าผู้อำนวยการเลือกตั้งเห็นว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิเลือกตั้งก็ให้สั่งยกคำร้องและแจ้งให้ผู้ร้องทราบโดยเร็ว
มาตรา ข้อ ๒๕ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๕ ในกรณีที่ผู้อำนวยการเลือกตั้งสั่งยกคำร้องของผู้ร้องตามข้อ
๒๔ ผู้ร้องอาจยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อนายทะเบียนทนายความได้ภายในกำหนด ๕
วันก่อนวันเลือกตั้ง คำสั่งของนายทะเบียนทนายความให้เป็นที่สุด
มาตรา ข้อ ๒๖ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๖ ในกรณีที่มีผู้ยื่นคำร้องต่อผู้อำนวยการเลือกตั้งว่าตามบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งซึ่งประกาศไว้นั้น
มีชื่อบุคคลซึ่งไม่มีสิทธิเลือกตั้งและขอให้ถอนชื่อบุคคลนั้นออกเสียจากบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งก็ให้ดำเนินการตามข้อ
๒๔ และข้อ ๒๕ โดยอนุโลม
ตอนที่ ๒
การสมัครรับเลือกตั้ง
มาตรา ข้อ ๒๗ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๗ ให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งประกาศกำหนดสถานที่สมัครรับเลือกตั้งให้เหมาะสมและให้เป็นการสะดวกแก่การรับสมัครด้วย
ให้ปิดประกาศดังกล่าวไว้ ณ ที่ทำการสภาทนายความ
สำนักงานผู้แทนสภาทนายความประจำภาค และสำนักงานผู้แทนสภาทนายความประจำจังหวัด
และศาลชั้นต้นทุกศาล ก่อนวันเริ่มต้นรับสมัครไม่น้อยกว่า ๗ วัน
มาตรา ข้อ ๒๘ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๘ ให้ผู้สมัครยื่นใบสมัครตามแบบ ส.ท. ๑
ต่อผู้อำนวยการเลือกตั้งพร้อมทั้งสำเนาใบอนุญาตให้เป็นทนายความหรือสำเนาใบรับคำขอต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นทนายความหรือสำเนาคำขอรับใบแทนใบอนุญาต
มาตรา ข้อ ๒๙ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๒๙ เมื่อมีผู้มายื่นใบสมัครรับเลือกตั้งตามข้อ
๒๘ ผู้อำนวยการเลือกตั้งต้องจัดให้มีบันทึกการรับสมัครไว้เป็นหลักฐาน
และออกใบรับให้แก่ผู้มายื่นใบสมัครในวันที่รับสมัครนั้นตามแบบ ส.ท. ๒
แล้วดำเนินการสอบสวนคุณสมบัติของผู้สมัครตามลำดับที่ได้รับใบสมัคร
มาตรา ข้อ ๓๐ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๐ ในระหว่างเปิดรับสมัคร
ถ้ามีผู้สมัครมาพร้อมกันหลายคนและต่างชิงกันที่จะให้รับใบสมัครของตนก่อน
หากไม่มีทางอื่นที่จะตกลงกันได้แล้ว ก็ให้ใช้วิธีจับสลาก
ผู้สมัครจะจับสลากระหว่างกันเองหรือจะให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งดำเนินการจับให้ก็ได้
แต่ต้องกระทำโดยเปิดเผยและสลากนั้นผู้อำนวยการเลือกตั้งเป็นผู้จัดทำขึ้นเท่ากับจำนวนผู้ที่ต้องการจับสลาก
ในกรณีที่มีผู้สมัครมายื่นใบสมัครเป็นกลุ่มหรือคณะ ให้ผู้แทนผู้สมัครของกลุ่มหรือคณะนั้นคนเดียวจับสลากต่อหน้าผู้สมัครทั้งหมด
หากได้ลำดับใดให้รับสมัครเรียงลำดับกันไปตามที่กลุ่มหรือคณะนั้นได้จัดเรียงไว้แล้ว
เมื่อรับสมัครแล้วให้ออกใบรับให้ตามข้อ ๒๙
มาตรา ข้อ ๓๑ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๑ เมื่อได้รับใบสมัครรับเลือกตั้งแล้วให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งสอบสวนคุณสมบัติของผู้สมัครให้เสร็จสิ้นภายใน
๓ วันนับแต่วันปิดการรับสมัคร
ถ้าปรากฏว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งคนใดมีคุณสมบัติครบถ้วนและมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งได้ก็ให้ประกาศรับสมัครตามแบบ
ส.ท. ๓ และให้ปิดประกาศดังกล่าวไว้ ณ ที่ทำการสภาทนายความ แล้วทำหนังสือแจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็วตามแบบ
ส.ท. ๔
มาตรา ข้อ ๓๒ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๒ ในกรณีที่ผู้อำนวยการเลือกตั้งได้สอบสวนแล้วเห็นว่าผู้สมัครคนใดขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
ให้สั่งไม่รับสมัครและแจ้งการไม่รับสมัครให้ผู้นั้นทราบโดยเร็วโดยใช้แบบ ส.ท. ๙
ผู้สมัครมีสิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อประธานคณะกรรมการมรรยาททนายความ คำสั่งของประธานคณะกรรมการมรรยาททนายความให้เป็นที่สุด
มาตรา ข้อ ๓๓ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๓ การกำหนดเครื่องหมายประจำตัวผู้สมัคร
ให้ประกอบด้วยชื่อและเลขหมายประจำตัวผู้สมัคร
มาตรา ข้อ ๓๔ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๔ ในกรณีที่ผู้สมัครคนใดขอถอนการสมัครรับเลือกตั้ง
โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อผู้อำนวยการเลือกตั้ง
ให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งประกาศถอนการรับสมัครตามแบบ ส.ท. ๑๐ และให้ปิดประกาศไว้ ณ ที่ทำการสภาทนายความ และที่เลือกตั้ง แล้วรีบแจ้งให้คณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดทุกจังหวัดทราบโดยเร็ว
มาตรา ข้อ ๓๕ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๕ เมื่อพ้นกำหนดเวลารับสมัครแล้ว
ให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งตามแบบ ส.ท. ๑๑
มอบให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งหน่วยละ ๒ ฉบับ เพื่อปิดไว้
ณ ด้านหน้าของที่เลือกตั้งซึ่งเห็นได้ง่าย ๑ ฉบับ และเก็บไว้ใช้ตรวจสอบ ๑ ฉบับ
การดำเนินการเลือกตั้ง
ตอนที่ ๑
บัตรเลือกตั้งและผู้แทนผู้สมัครรับเลือกตั้ง
มาตรา ข้อ ๓๖ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๖ ผู้อำนวยการเลือกตั้งจะต้องจัดทำบัตรเลือกตั้งและหีบบัตรเลือกตั้งให้มีลักษณะเช่นเดียวกันกับบัตรเลือกตั้งและหีบบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งลงลายมือชื่อหรือประทับตราลายมือชื่อของตน
และลงหมายเลขเรียงตามลำดับต่อท้ายข้อความ บัตรเลขที่
ลงบนบัตรด้านนอกซึ่งมีตราของสภาทนายความและข้อความว่า บัตรเลือกตั้งนายก/กรรมการสภาทนายความ
ทุกฉบับ
และต้องตรวจดูให้ถูกต้องเรียบร้อยก่อนส่งมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งทุกหน่วย
มาตรา ข้อ ๓๗ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๗ ผู้อำนวยการเลือกตั้งต้องมอบหีบบัตรเลือกตั้ง
บัตรเลือกตั้ง บัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้ง (ส.ท. ๑๔)
บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง (ส.ท. ๑๑) แบบประกาศผลของการนับคะแนน (ส.ท. ๒๐)
รายงานแสดงผลการนับคะแนน (ส.ท. ๑๙) แบบกรอกคะแนน (ส.ท. ๑๗) ป้ายสำหรับปิดช่องใส่บัตรเลือกตั้ง
(ส.ท. ๑๖) และอุปกรณ์การเลือกตั้งอื่น ๆ
แก่เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งให้เสร็จเรียบร้อยก่อนการเปิดการลงคะแนน
โดยให้มีเวลาเพียงพอที่จะตรวจสอบและนับจำนวนบัตรเลือกตั้งแบบพิมพ์ และอุปกรณ์ต่าง
ๆ ที่ต้องใช้ในการเลือกตั้ง ทั้งนี้
ต้องพิจารณาและคำนวณด้วยความรอบคอบให้มีจำนวนเพียงพอที่จะใช้ในการลงคะแนนด้วย
มาตรา ข้อ ๓๘ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๘ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใดมีความประสงค์จะตั้งผู้แทนเพื่อทำหน้าที่ดูแลตรวจสอบการเลือกตั้งแทนตน
ให้ทำหนังสือแจ้งต่อผู้อำนวยการเลือกตั้งตามแบบ ส.ท. ๑๕ ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า
๗ วัน
ให้ผู้อำนวยการเลือกตั้ง ทำหนังสือแต่งตั้งผู้แทนผู้สมัครรับเลือกตั้งตามแบบ
ส.ท. ๑๕ แล้วมอบหนังสือนั้นให้แก่ผู้แทนผู้สมัครรับเลือกตั้ง
และจัดทำบัญชีรายชื่อผู้แทนผู้สมัครรับเลือกตั้งให้ตรวจสอบได้ตามแบบ ส.ท. ๒๕
ในวันเลือกตั้งให้ผู้แทนผู้สมัครรับเลือกตั้งนำหนังสือแต่งตั้งไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งที่ตนได้รับการแต่งตั้ง
ตอนที่ ๒
การลงคะแนนเลือกตั้ง
มาตรา ข้อ ๓๙ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๓๙ ในวันเลือกตั้งให้เปิดการลงคะแนนตั้งแต่เวลา
๐๙.๐๐ นาฬิกา ถึงเวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกา ต่อเนื่องกันไป
มาตรา ข้อ ๔๐ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๐ เมื่อถึงเวลา ๑๕.๐๐
นาฬิกาแล้ว ห้ามมิให้มอบบัตรเลือกตั้งให้แก่ผู้ใดอีก
แต่ต้องยินยอมให้ผู้เลือกตั้งซึ่งได้รับบัตรเลือกตั้งไปแล้วและยังอยู่ในที่เลือกตั้งดำเนินการลงคะแนนต่อไปจนเสร็จ
มาตรา ข้อ ๔๑ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๑ ก่อนเปิดการลงคะแนนให้เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งเลือกเจ้าหน้าที่คนหนึ่งขึ้นเป็นประธาน
ให้ประธานเปิดหีบบัตรให้เห็นว่าเป็นหีบเปล่าแล้วปิดหีบใส่กุญแจวางไว้ ณ
ที่วางหีบบัตรเลือกตั้งซึ่งได้จัดไว้ และให้คณะเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งบันทึกการเปิดหีบบัตรเลือกตั้งขึ้นไว้ในด้านหลังรายงานแสดงผลของการนับคะแนนตามแบบ
ส.ท. ๑๙ และหากมีผู้เลือกตั้งอยู่ ณ ที่นั้นก็ให้ผู้เลือกตั้งอย่างน้อย ๑ คน
ลงลายมือชื่อในบันทึกนั้นด้วย
เมื่อถึงเวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา ให้ประธานกล่าวเปิดการลงคะแนน เช่นกล่าวว่า บัดนี้ถึงเวลาลงคะแนนแล้ว
ขอเปิดการลงคะแนน แล้วจึงเริ่มดำเนินการลงคะแนนต่อไป
มาตรา ข้อ ๔๒ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๒ เมื่อผู้เลือกตั้งมาแสดงตนต่อเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งพร้อมทั้งแสดงหลักฐานใบอนุญาตให้เป็นทนายความ
บัตรประจำตัวสมาชิกสภาทนายความ
บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นใดที่ทางราชการหรือรัฐวิสาหกิจออกให้ ทั้งนี้ ต้องมีรูปถ่ายของบุคคลผู้นั้นติดอยู่ด้วย
เพื่อใช้สิทธิเลือกตั้ง
ให้เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งตรวจบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้ง
เมื่อพบชื่อและตรวจสอบถูกต้องแล้วให้อ่านชื่อและที่อยู่ของผู้นั้นดัง ๆ
ถ้าไม่มีผู้เลือกตั้ง ผู้สมัคร ผู้แทนผู้สมัคร ผู้ใดทักท้วง
ให้เจ้าหน้าที่จดชนิดและหมายเลขของบัตรนั้นลงในบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งและให้ผู้เลือกตั้งลงลายมือชื่อรับบัตรเลือกตั้งไว้ในบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งเป็นหลักฐานแล้วจึงมอบบัตรเลือกตั้ง
๑ ฉบับ ให้แก่ผู้เลือกตั้งนั้นไปใช้ลงคะแนนเลือกตั้ง
ในกรณีที่มีผู้ทักท้วงหรือมีกรณีเป็นที่สงสัยว่าผู้ที่เข้ามาแสดงตนนั้นมิใช่ผู้เลือกตั้งตามบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้ง
คณะเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งจะสอบสวนโดยขอให้ผู้นั้นแสดงหลักฐานอื่นนอกจากที่ได้แสดงไว้ตามวรรคหนึ่งเพื่อประกอบการวินิจฉัยว่าจะมอบหรือไม่มอบบัตรเลือกตั้งให้แก่ผู้นั้นก็ได้โดยให้บันทึกคำวินิจฉัยไว้ในด้านหลังรายงานแสดงผลของการนับคะแนน
(ส.ท. ๑๙) ด้วย
มาตรา ข้อ ๔๓ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๓ เมื่อผู้เลือกตั้งได้รับบัตรเลือกตั้งแล้ว
ให้ไปยังคูหาลงคะแนนเพื่อลงคะแนน และนำบัตรเลือกตั้งมามอบให้เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้ง
เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งนั้นรับบัตรเลือกตั้งใส่ลงในหีบบัตรเลือกตั้งต่อหน้าผู้เลือกตั้งทันที
มาตรา ข้อ ๔๔ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๔ ผู้ใดแสดงตนว่าเป็นผู้เลือกตั้ง
แต่เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งตรวจไม่พบชื่อผู้นั้นในบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งให้แจ้งแก่ผู้นั้นว่า
ไม่มีสิทธิลงคะแนน
ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งเพิ่มชื่อผู้นั้นลงไปโดยพลการ
แม้จะทราบว่าผู้นั้นมีคุณสมบัติเป็นผู้เลือกตั้งได้ก็ตาม
ในกรณีที่ผู้นั้นยังยืนยันว่าตนมีสิทธิที่จะลงคะแนนได้ เช่น อ้างว่าได้ยื่นคำร้องต่อผู้อำนวยการเลือกตั้งหรือประธานคณะกรรมการมรรยาททนายความและผู้อำนวยการเลือกตั้งหรือประธานคณะกรรมการมรรยาททนายความได้สั่งให้ลงชื่อในบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งแล้ว
แต่ผู้แทนสภาทนายความประจำจังหวัดมิได้ลงชื่อให้ เป็นต้น
ก็ให้เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งสอบสวนหลักฐานและวินิจฉัยชี้ขาดว่าจะให้ผู้นั้นลงคะแนนเลือกตั้งหรือไม่โดยบันทึกคำวินิจฉัยไว้ในด้านหลังรายงานแสดงผลของการนับคะแนน
(ส.ท. ๑๙)
ในกรณีที่คณะเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งวินิจฉัยชี้ขาดให้ผู้นั้นลงคะแนนได้
ให้หมายเหตุไว้ในบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้ง (ส.ท. ๑๔) ด้วย
มาตรา ข้อ ๔๕ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๕ ผู้ใดแสดงตนว่าเป็นผู้เลือกตั้งและมีชื่อในบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้ง
แต่คำนำหน้าชื่อหรือรายการแสดงเพศในช่อง เพศ ผิดไปจากข้อเท็จจริง
หรือการสะกดชื่อ ชื่อสกุล ผิดในเรื่องตัวอักษร สระ หรือวรรณยุกต์
ให้คณะเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งสอบสวนและวินิจฉัยชี้ขาดว่าสมควรจะมอบบัตรเลือกตั้งให้แก่ผู้นั้นไปลงคะแนนหรือไม่
แล้วบันทึกไว้ในด้านหลังรายงานแสดงผลของการนับคะแนน (ส.ท. ๑๙) ด้วย
มาตรา ข้อ ๔๖ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๖ เมื่อผู้เลือกตั้งผู้ใดได้รับแต่งตั้งให้มีหน้าที่ในการเลือกตั้งหรือเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
และไม่มีชื่อในบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งที่ตนประจำอยู่
ประสงค์จะลงคะแนน ณ หน่วยเลือกตั้งนั้น ให้คณะเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งตรวจสอบหลักฐานคำสั่งแต่งตั้งของผู้อำนวยการเลือกตั้ง
เมื่อตรวจสอบเห็นว่ามีสิทธิจะลงคะแนนได้ก็ให้เพิ่มชื่อผู้นั้นในบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้งเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหากแล้วมอบบัตรเลือกตั้งให้แก่ผู้นั้นไปลงคะแนน
มาตรา ข้อ ๔๗ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๗ เมื่อปรากฏว่าผู้เลือกตั้งคนใดได้รับบัตรเลือกตั้งแล้วแต่ไม่ประสงค์จะลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครคนใดต้องนำบัตรเลือกตั้งคืนให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้ง
เพื่อบันทึกไว้ในด้านหลังรายงานแสดงผลของการนับคะแนน (ส.ท. ๓) และในบัญชีรายชื่อผู้เลือกตั้ง
(ส.ท. ๑๔)
มาตรา ข้อ ๔๘ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๘ ในระหว่างเวลาเปิดการลงคะแนน
เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งจะออกไปจากที่เลือกตั้งได้เพียงคราวละหนึ่งคน
แต่ทั้งนี้ จะต้องมีเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งอยู่ในที่เลือกตั้งไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง
มาตรา ข้อ ๔๙ คัดลอกการอ้างอิง
ข้อ ๔๙ ในระหว่างเปิดการลงคะแนน
จะให้ผู้ใดเข้าไปในที่เลือกตั้งไม่ได้ เว้นแต่ผู้มีหน้าที่ในการเลือกตั้ง
ผู้ที่เข้าไปเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้ง ผู้สมัครและผู้แทนผู้สมัคร โดยเฉพาะที่คูหาลงคะแนน
นอกจากผู้เลือกตั้งซึ่งไปทำเครื่องหมายลงในบัตรเลือกตั้งของตนแล้วผู้ใดจะเข้าไปไม่ได้
เว้นแต่ในกรณีจำเป็น เช่น เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้งนำดินสอหรือปากกาไปแทนอันเดิมที่ใช้ไม่ได้
และให้บันทึกเหตุผลความจำเป็นไว้ในด้านหลังรายงานแสดงผลของการนับคะแนน (ส.ท. ๑๙)
ด้วย