ข้อ ๒
การนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดหรือการนำเข้าสินค้าที่ได้รับการอุดหนุนในปริมาณดังต่อไปนี้ให้ถือเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำเพื่อใช้พิจารณาในการยุติการพิจารณาตอบโต้การทุ่มตลาดหรือการพิจารณากำหนดอากรตอบโต้การอุดหนุน
(๑) ในกรณีการทุ่มตลาด การนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากประเทศผู้ส่งออกแต่ละประเทศมีปริมาณคิดเป็นร้อยละสามของปริมาณการนำเข้าทั้งหมดของสินค้าชนิดเดียวกันมายังประเทศไทย
เว้นแต่การนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากประเทศผู้ส่งออกแต่ละประเทศดังกล่าวรวมกันแล้วมีปริมาณเกินกว่าร้อยละเจ็ดของปริมาณการนำเข้าทั้งหมดของสินค้าชนิดเดียวกันมายังประเทศไทย
(๒) ในกรณีการอุดหนุน
การนำเข้าสินค้าที่ได้รับการอุดหนุนจากประเทศที่ให้การอุดหนุนแต่ละประเทศมีปริมาณ
ดังต่อไปนี้
(ก)
ร้อยละสามของปริมาณการนำเข้าทั้งหมดของสินค้าชนิดเดียวกันมายังประเทศไทยเว้นแต่การนำเข้าสินค้าที่ได้รับการอุดหนุนจากประเทศผู้ส่งออกแต่ละประเทศดังกล่าวรวมกันแล้วมีปริมาณเกินกว่าร้อยละเจ็ดของปริมาณการนำเข้าทั้งหมดของสินค้าชนิดเดียวกันมายังประเทศไทย
หรือ
(ข)
ร้อยละสี่ของปริมาณการนำเข้าทั้งหมดของสินค้าชนิดเดียวกันมายังประเทศไทยสำหรับสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดและส่งมาจากประเทศกำลังพัฒนา
เว้นแต่การนำเข้าสินค้าที่ได้รับการอุดหนุนจากแต่ละประเทศดังกล่าวรวมกันแล้วมีปริมาณเกินกว่าร้อยละเก้าของปริมาณการนำเข้าทั้งหมดของสินค้าชนิดเดียวกันมายังประเทศไทยสำหรับสินค้าที่มีแหล่งกำเนินและส่งมาจากประเทศกำลังพัฒนา
ให้ไว้ ณ วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓
ศุภชัย พานิชภักดิ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
บัญชีท้ายกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๔๓)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน
ซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๔๒
(๑)
ประเทศสมาชิกองค์การค้าโลกที่อยู่ในบัญชีรายชื่อประเทศพัฒนาน้อยที่สุดขององค์การสหประชาชาติ
(๒)
ประเทศสมาชิกองค์การการค้าโลกที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติเฉลี่ยต่อหัวน้อยกว่า
๑,๐๐๐ เหรียญสหรัฐ ฯ ต่อปี ได้แก่
(ก) สาธารณรัฐโบลิเวีย
(ข) สาธารณรัฐแคเมอรูน
(ค) สาธารณรัฐคองโก
(ง) สาธารณรัฐโกตดิวัวร์
(จ) สาธารณรัฐโดมินิกัน
(ฉ) สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์
(ช) สาธารณรัฐกานา
(ซ) สาธารณรัฐกัวเตมาลา
(ฌ) สาธารณรัฐสหกรณ์กายอานา
(ญ) สาธารณรัฐอินเดีย
(ฎ) สาธารณรัฐอินโดนีเซีย
(ฏ) สาธารณรัฐเคนยา
(ฐ) ราชอาณาจักรโมร๊อกโก
(ฑ) สาธารณรัฐนิการากัว
(ฒ) สหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย
(ณ) สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน
(ด) สาธารณรัฐฟิลิปปินส์
(ต) สาธารณรัฐเซเนกัล
(ถ) สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา
(ท) สาธารณรัฐซิมบับเว
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๘
แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.
๒๕๔๒ บัญญัติให้การพิจารณาตอบโต้การทุ่มตลาดเป็นอันยุติ
หากปรากฏว่าส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาดหรือปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดมีจำนวนน้อยกว่าเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง
ประกอบกับมาตรา ๗๐ได้กำหนดให้นำเอาหลักเกณฑ์ตามมาตรา ๒๘ ดังกล่าวมาใช้บังคับการพิจารณากำหนดอากรตอบโต้การอุดหนุน
ซึ่งพิจารณาจากประโยชน์ที่ได้รับการอุดหนุน
หรือปริมาณการนำเข้าสินค้าที่ได้รับการอุดหนุนด้วย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
วิภา/ผู้จัดทำ
๑ กันยายน ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๗/ตอนที่ ๒๗ ก/หน้า ๑๖/๒๘ มีนาคม ๒๕๔๓