法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณา และพิพากษาคดีปกครองที่โอนมาจากเรื่องร้องทุกข์ตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๔๔

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
10
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด

ว่าด้วยการดําเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาคดีปกครอง

ที่โอนมาจากเรื่องร้องทุกข์ตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกา

พ.ศ. ๒๕๔๔

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๐๓ วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง

พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดออกระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยการดําเนินกระบวนพิจารณาและพิพากษาคดีปกครองที่โอนมาจากเรื่องร้องทุกข์ตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๔๔”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้สํานักงานศาลปกครองเสนอบัญชีเรื่องร้องทุกข์ตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกาที่โอนมาเป็นคดีของศาลปกครองตามมาตรา ๑๐๓ วรรคสาม พร้อมสํานวนเรื่องร้องทุกข์ดังกล่าวต่ออธิบดีศาลปกครองกลางภายในสามสิบวันนับแต่วันเปิดทําการศาลปกครองกลาง

บัญชีตามวรรคหนึ่ง ให้แยกเป็นประเภท ลักษณะ และขั้นตอนที่ค้างอยู่ในเรื่องร้องทุกข์ที่โอนมาเป็นคดีของศาลปกครอง

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลลงทะเบียนคดีที่โอนมาตามข้อ ๓ ในสารบบความ

คดีที่โอนมาตามข้อ ๓ ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลทุกชั้นศาล

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้อธิบดีศาลปกครองกลางพิจารณาจ่ายสํานวนคดีที่โอนมาให้แก่องค์คณะเพื่อพิจารณาพิพากษาต่อไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เมื่อองค์คณะได้รับคดีที่โอนมาแล้ว ให้พิจารณาว่าคดีนั้นอยู่ในอํานาจของศาลปกครองหรือไม่

ในกรณีที่องค์คณะเห็นว่าเป็นคดีที่ไม่อยู่ในอํานาจของศาลปกครอง ให้องค์คณะมีคําสั่งไม่รับคดีนั้นไว้พิจารณาและสั่งจําหน่ายคดีออกจากสารบบความ และให้ศาลปกครองกลางแจ้งคําสั่งดังกล่าวทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังผู้ร้องทุกข์

ผู้ร้องทุกข์มีสิทธิยื่นคําร้องอุทธรณ์คําสั่งไม่รับคดีไว้พิจารณาตามวรรคสองต่อศาลปกครองสูงสุดภายในกําหนดระยะเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคําสั่งของศาลปกครองกลาง

คําร้องตามวรรคสามให้ยื่นต่อศาลปกครองกลาง และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลปกครองกลางรีบส่งคําร้องดังกล่าวพร้อมด้วยสํานวนคดีและคําสั่งไม่รับคดีไว้พิจารณาของศาลปกครองกลางไปยังศาลปกครองสูงสุดโดยพลัน

ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดส่งคําร้องดังกล่าวให้องค์คณะในศาลปกครองสูงสุดเพื่อพิจารณาคําร้องและมีคําสั่งยืนตามคําสั่งไม่รับคดีไว้พิจารณาของศาลปกครองกลาง หรือมีคําสั่งให้รับคดีไว้พิจารณา แล้วส่งให้ศาลปกครองกลางอ่าน

คําสั่งให้รับคดีไว้พิจารณาขององค์คณะในศาลปกครองสูงสุดตามวรรคห้า ให้กําหนดด้วยว่าเป็นคดีที่อยู่ในอํานาจของศาลปกครองชั้นต้นตามมาตรา ๑๐ หรือศาลปกครองสูงสุดตามมาตรา ๑๑

ในการอ่านคําสั่งของศาลปกครองสูงสุด ให้ศาลปกครองกลางแจ้งให้ผู้ร้องทุกข์และหน่วยงานที่รับผิดชอบหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องทราบกําหนดวันอ่านคําสั่งเป็นการล่วงหน้าตามสมควร ถ้าผู้ร้องทุกข์ หน่วยงานที่รับผิดชอบ และเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือผู้แทนทั้งหมดไม่มาศาลในวันนัดอ่านคําสั่งศาล ให้ศาลงดการอ่านและบันทึกไว้ และให้ศาลปกครองกลางแจ้งคําสั่งดังกล่าวทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังผู้ร้องทุกข์ หน่วยงานที่รับผิดชอบ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งหมดหรือบางส่วนที่มิได้มาศาล

ในกรณีที่องค์คณะในศาลปกครองสูงสุดมีคําสั่งตามวรรคห้าและวรรคหกว่าเป็นคดีที่อยู่ในอํานาจของศาลปกครองชั้นต้น ให้ศาลปกครองกลางดําเนินการต่อไปโดยให้นําความในข้อ ๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม หากมีคําสั่งว่าเป็นคดีที่อยู่ในอํานาจของศาลปกครองสูงสุด ให้ศาลปกครองสูงสุดดําเนินการต่อไปโดยให้นําความในข้อ ๘ วรรคสองและวรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีที่องค์คณะซึ่งได้รับคดีที่โอนมาเห็นว่าเป็นคดีที่อยู่ในอํานาจของศาลปกครองชั้นต้นตามมาตรา ๑๐ ให้องค์คณะมีคําสั่งรับคดีไว้พิจารณา แล้วพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป โดยให้ถือว่าผู้ร้องทุกข์เป็นผู้ฟ้องคดี และหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งองค์คณะกําหนดเป็นผู้ถูกฟ้องคดี

ในการพิจารณาพิพากษาคดีตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นอํานาจขององค์คณะที่จะงดเว้นกระบวนพิจารณาใดเพราะเหตุที่ได้มีการดําเนินการมาแล้วโดยสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมาย

ก่อนที่องค์คณะจะมีคําพิพากษาหรือคําสั่งชี้ขาดคดี ให้ตุลาการผู้แถลงคดีเสนอคําแถลงการณ์ด้วยวาจาต่อองค์คณะ เว้นแต่องค์คณะจะเห็นสมควรให้จัดทําคําแถลงการณ์เป็นหนังสือ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่องค์คณะซึ่งได้รับคดีที่โอนมาเห็นว่าเป็นคดีที่อยู่ในอํานาจของศาลปกครองสูงสุดตามมาตรา ๑๑ ให้องค์คณะเสนออธิบดีศาลปกครองกลาง เพื่อพิจารณาสั่งให้ส่งคดีไปยังศาลปกครองสูงสุดเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลปกครองสูงสุดลงทะเบียนคดีดังกล่าวในสารบบความ แล้วเสนอประธานศาลปกครองสูงสุดเพื่อจ่ายสํานวนให้แก่องค์คณะในศาลปกครองสูงสุด

ถ้าองค์คณะในศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าเป็นคดีที่อยู่ในอํานาจของศาลปกครองสูงสุด ให้มีคําสั่งรับคดีไว้พิจารณา แล้วให้ดําเนินการต่อไป โดยให้นําความในข้อ ๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ถ้าองค์คณะในศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าเป็นคดีที่อยู่ในอํานาจของศาลปกครองชั้นต้น ให้เสนอความเห็นต่อประธานศาลปกครองสูงสุดเพื่อสั่งให้ส่งคดีนั้นคืนศาลปกครองกลาง และให้ศาลปกครองกลางดําเนินการตามข้อ ๕ และข้อ ๗ ต่อไป

ในกรณีที่องค์คณะในศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าคดีที่ส่งมาไม่อยู่ในอํานาจของศาลปกครอง ให้มีคําสั่งไม่รับคดีนั้นไว้พิจารณาและจําหน่ายคดีออกจากสารบบความ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ นอกจากวิธีพิจารณาคดีปกครองที่กําหนดไว้โดยเฉพาะในระเบียบนี้ ให้นําวิธีพิจารณาคดีปกครองที่กําหนดไว้ในระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยองค์คณะการจ่ายสํานวนการโอนคดี การปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการในคดีปกครอง การคัดค้านตุลาการศาลปกครอง การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานคดีปกครอง และการมอบอํานาจให้ดําเนินคดีปกครองแทนและระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับกับการดําเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาคดีปกครองที่โอนมาตามข้อ ๓ โดยอนุโลม แต่ในการพิจารณาอุทธรณ์ ให้ตุลาการผู้แถลงคดีเสนอคําแถลงการณ์ด้วยวาจา เว้นแต่องค์คณะในศาลปกครองสูงสุดจะเห็นสมควรให้จัดทําคําแถลงการณ์เป็นหนังสือ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอํานาจวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ กับให้มีอํานาจออกประกาศหรือคําสั่งเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ผู้มีอํานาจลงนาม ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๔

อักขราทร จุฬารัตน

ประธานศาลปกครองสูงสุด

10 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณา และพิพากษาคดีปกครองที่โอนมาจากเรื่องร้องทุกข์ตามกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๕๔๔ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_172123c3e6af14ed

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com