ข้อ ๖ เมื่อองค์คณะได้รับคดีที่โอนมาแล้ว ให้พิจารณาว่าคดีนั้นอยู่ในอํานาจของศาลปกครองหรือไม่
ในกรณีที่องค์คณะเห็นว่าเป็นคดีที่ไม่อยู่ในอํานาจของศาลปกครอง ให้องค์คณะมีคําสั่งไม่รับคดีนั้นไว้พิจารณาและสั่งจําหน่ายคดีออกจากสารบบความ และให้ศาลปกครองกลางแจ้งคําสั่งดังกล่าวทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังผู้ร้องทุกข์
ผู้ร้องทุกข์มีสิทธิยื่นคําร้องอุทธรณ์คําสั่งไม่รับคดีไว้พิจารณาตามวรรคสองต่อศาลปกครองสูงสุดภายในกําหนดระยะเวลาสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคําสั่งของศาลปกครองกลาง
คําร้องตามวรรคสามให้ยื่นต่อศาลปกครองกลาง และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลปกครองกลางรีบส่งคําร้องดังกล่าวพร้อมด้วยสํานวนคดีและคําสั่งไม่รับคดีไว้พิจารณาของศาลปกครองกลางไปยังศาลปกครองสูงสุดโดยพลัน
ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดส่งคําร้องดังกล่าวให้องค์คณะในศาลปกครองสูงสุดเพื่อพิจารณาคําร้องและมีคําสั่งยืนตามคําสั่งไม่รับคดีไว้พิจารณาของศาลปกครองกลาง หรือมีคําสั่งให้รับคดีไว้พิจารณา แล้วส่งให้ศาลปกครองกลางอ่าน
คําสั่งให้รับคดีไว้พิจารณาขององค์คณะในศาลปกครองสูงสุดตามวรรคห้า ให้กําหนดด้วยว่าเป็นคดีที่อยู่ในอํานาจของศาลปกครองชั้นต้นตามมาตรา ๑๐ หรือศาลปกครองสูงสุดตามมาตรา ๑๑
ในการอ่านคําสั่งของศาลปกครองสูงสุด ให้ศาลปกครองกลางแจ้งให้ผู้ร้องทุกข์และหน่วยงานที่รับผิดชอบหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องทราบกําหนดวันอ่านคําสั่งเป็นการล่วงหน้าตามสมควร ถ้าผู้ร้องทุกข์ หน่วยงานที่รับผิดชอบ และเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือผู้แทนทั้งหมดไม่มาศาลในวันนัดอ่านคําสั่งศาล ให้ศาลงดการอ่านและบันทึกไว้ และให้ศาลปกครองกลางแจ้งคําสั่งดังกล่าวทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังผู้ร้องทุกข์ หน่วยงานที่รับผิดชอบ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งหมดหรือบางส่วนที่มิได้มาศาล
ในกรณีที่องค์คณะในศาลปกครองสูงสุดมีคําสั่งตามวรรคห้าและวรรคหกว่าเป็นคดีที่อยู่ในอํานาจของศาลปกครองชั้นต้น ให้ศาลปกครองกลางดําเนินการต่อไปโดยให้นําความในข้อ ๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลม หากมีคําสั่งว่าเป็นคดีที่อยู่ในอํานาจของศาลปกครองสูงสุด ให้ศาลปกครองสูงสุดดําเนินการต่อไปโดยให้นําความในข้อ ๘ วรรคสองและวรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม