ข้อ ๕ กรณีผู้ขายส่ง ( ป.1) ผู้ขายส่งช่วง (ป.2) หรือผู้ขายปลีก (ป.3) ตามข้อ 1 เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เงินได้พึงประเมินจากการขายสินค้ายาสูบไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ดังนั้น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องนําเงินได้พึงประเมินจากการขายสินค้ายาสูบดังกล่าวมารวมคํานวณเป็นรายได้ในการคํานวณกําไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล สําหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่ขายสินค้ายาสูบนั้นตามเกณฑ์สิทธิ ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร และหากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น มีหลักฐานการเสียภาษีแทนผู้ขายสินค้ายาสูบเป็นบัญชีแสดงรายการภาษีเงินได้ชําระล่วงหน้า (บ.ช. 17) ที่โรงงานยาสูบออกให้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลดังกล่าวมีสิทธินําภาษีที่โรงงานยาสูบเสียแทน มาถือเป็นเครดิตภาษีในการคํานวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ตามมาตรา 65 จัตวา วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร
ตัวอย่าง
(ก) บริษัท ข จํากัด ประกอบกิจการเป็นผู้ขายส่งบุหรี่ (ป.1) ของโรงงานยาสูบ มีเงินได้พึงประเมินจากการขายส่งบุหรี่ตามเกณฑ์สิทธิ ในปีภาษี 2555 จํานวน 5,000,000 บาท และมีหลักฐานการเสียภาษีแทนผู้ขายส่งบุหรี่ เป็นบัญชีแสดงรายการภาษีเงินได้ชําระล่วงหน้า (บ.ช. 17) ที่โรงงานยาสูบออกให้ จํานวน 6,768.95 บาท บริษัท ข จํากัด ต้องนําเงินได้พึงประเมินจากการขายส่งบุหรี่จํานวน 5,000,000 บาท ดังกล่าวมารวมคํานวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.51 และ ภ.ง.ด.50) สําหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2555 ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร และมีสิทธินําภาษีที่โรงงานยาสูบเสียแทนผู้ขายส่ง มาถือเป็นเครดิตภาษีในการคํานวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้
(ข) บริษัท ข จํากัด ประกอบกิจการเป็นผู้ขายส่งช่วงบุหรี่ (ป.2) ของโรงงานยาสูบ มีเงินได้พึงประเมินจากการขายส่งช่วงบุหรี่ตามเกณฑ์สิทธิ ในปีภาษี 2555 จํานวน 5,000,000 บาท และไม่มีหลักฐานการเสียภาษีแทนผู้ขายส่งช่วงบุหรี่ (บ.ช. 17) ที่โรงงานยาสูบออกให้ บริษัท ข จํากัด ต้องนําเงินได้พึงประเมินจากการขายส่งช่วงบุหรี่จํานวน 5,000,000 บาท ดังกล่าวมารวมคํานวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.51 และ ภ.ง.ด.50) สําหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2555 ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร และไม่มีสิทธินําภาษีที่โรงงานยาสูบเสียแทนผู้ขายส่งช่วง มาถือเป็นเครดิตภาษีในการคํานวณภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่อย่างใด