ข้อ ๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๔๑) (๔๒) และ
(๔๓) ของข้อ ๓ ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง
การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.
๒๕๓๐ ลงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง
การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.
๒๕๓๐ (ฉบับที่ ๑๘) ลงวันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
(๔๑) ของดังต่อไปนี้
ที่นำเข้ามาเพื่อประกอบหรือผลิตเป็นรถยนต์หรือยานยนต์
ที่สามารถใช้เชื้อเพลิงได้ทั้งน้ำมันเบนซินที่ไม่มีส่วนผสมของเอทานอลและน้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอลในสัดส่วนต่าง
ๆ ได้ทุกสัดส่วน ทั้งนี้
ส่วนผสมของเอทานอลที่สามารถใช้ได้ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๕ ที่มีความจุของกระบอกสูบไม่เกิน
๓,๐๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ตามประเภท ๘๗.๐๓
ให้ยกเว้นอากรสำหรับของที่นำเข้าภายในสามปี นับแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔
(๔๑.๑) ลูกสูบ (piston) ตามประเภท
๘๔.๐๙
(๔๑.๒) แหวนลูกสูบ (piston ring) ตามประเภท ๘๔.๐๙
(๔๑.๓) บ่าวาล์ว (valve seat) หรือฝาสูบที่มีบ่าวาล์วประกอบติดอยู่ด้วย
ตามประเภท ๘๔.๐๙
(๔๑.๔) วาล์วไอดี (intake valve) ตามประเภท ๘๔.๐๙
(๔๑.๕) วาล์วไอเสีย (exhaust valve) ตามประเภท ๘๔.๐๙
(๔๑.๖) ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง (fuel pump) ตามประเภท ๘๔.๑๓
(๔๑.๗) ชุดประกอบท่อดูดน้ำมัน (pipe and hose
assy, vacuum) ตามประเภท ๔๐.๐๙
(๔๑.๘) วาล์วปรับแรงดันไอน้ำมัน (valve assy,
purge solenoid) ตามประเภท ๘๔.๘๑
(๔๑.๙) ท่อน้ำมันเชื้อเพลิง (fuel pipe) ตามประเภท ๗๖.๐๘ หรือประเภท ๘๗.๐๘
(๔๑.๑๐) ถังน้ำมันเชื้อเพลิง (fuel tank) ตามประเภท ๘๗.๐๘
(๔๑.๑๑) ปะเก็นถังน้ำมันเชื้อเพลิง (fuel tank
gasket) ตามประเภท ๘๔.๘๔
(๔๑.๑๒) อุปกรณ์ควบคุมแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิง (pressure
regulator) ตามประเภท ๘๔.๘๑ หรือประเภท ๙๐.๓๒
(๔๑.๑๓) ปะเก็นท่อร่วมไอดี (intake manifold
gasket) ตามประเภท ๘๔.๘๔
(๔๑.๑๔) หัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง (fuel
injector) ตามประเภท ๘๔.๐๙ หรือประเภท ๘๔.๒๔
(๔๑.๑๕) ตัวรักษาแรงดัน (pulsation damper) ตามประเภท ๘๔.๐๙ หรือประเภท ๘๔.๘๔ หรือประเภท ๘๗.๐๘ หรือประเภท ๙๐.๓๒
การยกเว้นอากรและการกำหนดให้ของได้รับการยกเว้นอากรตาม (๔๑)
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(ก)
ผู้นำของเข้าต้องเป็นนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงงานประกอบหรือผลิตรถยนต์หรือยานยนต์
และนำของเข้ามาเพื่อใช้ในการประกอบหรือผลิตเป็นรถยนต์หรือยานยนต์ภายในโรงงานของตนเองเท่านั้น
(ข) ผู้นำของเข้าต้องยื่นสูตรการผลิตแยกตามแบบ (model)
ต่อกรมศุลกากร
(ค) แบบ (model) ตาม (ข) หมายถึง คุณลักษณะของรถยนต์หรือยานยนต์ในส่วนของรูปร่าง
ระบบเกียร์ หรือขนาดเครื่องยนต์ที่แตกต่างกันดังนี้
(๑) รูปร่างของรถยนต์ หมายถึง
รูปร่างภายนอกของตัวถังที่ประกอบจากชุดช่วยจับยึดหลักของการประกอบตัวถัง (main
assembly jig) ตัวเดียวกัน รวมถึงรูปร่างของประตูรถยนต์ เช่น รถยนต์นั่ง
๒ ประตู รถยนต์นั่ง ๔ ประตู รถยนต์นั่งตรวจการณ์ (station wagon) เป็นต้น
(๒) ระบบเกียร์ หมายถึง
เกียร์ที่ใช้กับรถยนต์หรือยานยนต์แบบใดแบบหนึ่ง เช่น เกียร์อัตโนมัติ เกียร์ ๔
จังหวะความเร็ว (4 speeds) เกียร์ ๕ จังหวะความเร็ว (5
speeds) เป็นต้น
(๓) ขนาดของเครื่องยนต์ หมายถึง
ปริมาตรความจุภายในกระบอกสูบของเครื่องยนต์ที่ใช้กับรถยนต์หรือยานยนต์
คำนวณหน่วยเป็นลูกบาศก์เซนติเมตร เช่น ๑,๓๐๐
ลูกบาศก์เซนติเมตร ๑,๕๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ๑,๘๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร เป็นต้น
(ง)
ผู้นำของเข้าต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันยานยนต์ว่าของที่นำเข้ามีลักษณะ ดังนี้
(๑) เป็นชิ้นส่วนที่ใช้สำหรับรถยนต์หรือยานยนต์ดังกล่าว
และสัมผัสกับน้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอลไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๕ โดยตรง
ซึ่งจะต้องแตกต่างจากชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์หรือยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอลไม่น้อยกว่าร้อยละ
๒๐
(๒) เป็นของที่ไม่มีการผลิตภายในประเทศ
(จ) ของที่ได้รับยกเว้นอากรดังกล่าว
หากมิได้นำมาใช้ในการผลิตภายในหนึ่งปี นับแต่วันนำของเข้า
ผู้นำของเข้าจะต้องส่งของที่เหลือออกนอกราชอาณาจักร
หรือชำระอากรตามปกติสำหรับของที่เหลือนั้นโดยใช้พิกัดอัตราอากร ณ วันที่นำของเข้า
เว้นแต่จะได้แสดงหลักฐานความจำเป็นต่ออธิบดีกรมศุลกากรและอธิบดีกรมศุลกากรได้อนุญาตให้ขยายเวลาได้ตามความเหมาะสม
แต่ต้องไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ครบหนึ่งปีนับแต่วันนำของเข้า
(ฉ) ของที่เสียหาย เศษที่ไม่ใช้หรือเศษที่ใช้ไม่ได้
จะต้องทำลาย
หรือส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือดำเนินการอย่างอื่นตามที่อธิบดีกรมศุลกากรประกาศกำหนด
หากไม่ดำเนินการดังกล่าวจะต้องชำระอากรตามปกติ โดยใช้พิกัดอัตราอากร ณ
วันที่นำของเข้า ตามจำนวนหรือปริมาณของของหรือเศษของของนั้น
(๔๒) ของดังต่อไปนี้ ไม่ว่าจะจัดเข้าพิกัดประเภทใด
ที่นำเข้ามาเพื่อประกอบหรือผลิตเป็นรถยนต์หรือยานยนต์ที่สามารถใช้เชื้อเพลิงได้ทั้งน้ำมันเบนซินที่ไม่มีส่วนผสมของเอทานอลและน้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอลในสัดส่วนต่าง
ๆ ได้ทุกสัดส่วน ทั้งนี้
ส่วนผสมของเอทานอลที่สามารถใช้ได้ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๕
ที่มีความจุของกระบอกสูบไม่เกิน ๓,๐๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ตามประเภท
๘๗.๐๓ ให้ยกเว้นอากรสำหรับของที่นำเข้า ภายในสามปีนับแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔
(๔๒.๑) ลูกสูบ (piston)
(๔๒.๒) แหวนลูกสูบ (piston ring)
(๔๒.๓) บ่าวาล์ว (valve seat) หรือฝาสูบที่มีบ่าวาล์วประกอบติดอยู่ด้วย
(๔๒.๔) วาล์วไอดี (intake valve)
(๔๒.๕) วาล์วไอเสีย (exhaust valve)
(๔๒.๖) ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง (fuel pump)
(๔๒.๗) ชุดประกอบท่อดูดน้ำมัน (pipe and hose
assy, vacuum)
(๔๒.๘) วาล์วปรับแรงดันไอน้ำมัน (valve assy,
purge solenoid)
(๔๒.๙) ท่อน้ำมันเชื้อเพลิง (fuel pipe)
(๔๒.๑๐) ถังน้ำมันเชื้อเพลิง (fuel tank)
(๔๒.๑๑) ปะเก็นถังน้ำมันเชื้อเพลิง (fuel tank
gasket)
(๔๒.๑๒) อุปกรณ์ควบคุมแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิง (pressure
regulator)
(๔๒.๑๓) ปะเก็นท่อร่วมไอดี (intake manifold
gasket)
(๔๒.๑๔) หัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง (fuel
injector)
(๔๒.๑๕) ตัวรักษาแรงดัน (pulsation damper)
การยกเว้นอากรและการกำหนดให้ของได้รับการยกเว้นอากรตาม (๔๒)
ผู้นำของเข้าต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในข้อ ๒ (๕)
ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา ๑๒
แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ ลงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา ๑๒
แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ (ฉบับที่ ๑๑) ลงวันที่ ๒๗
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
ผู้นำของเข้าต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันยานยนต์ว่าของที่นำเข้ามีลักษณะดังนี้
(๑)
เป็นชิ้นส่วนที่ใช้สำหรับรถยนต์หรือยานยนต์ดังกล่าว
และสัมผัสกับน้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอลไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๕ โดยตรง
ซึ่งจะต้องแตกต่างจากชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์หรือยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอลไม่น้อยกว่าร้อยละ
๒๐
(๒) เป็นของที่ไม่มีการผลิตภายในประเทศ
(๔๓) ของดังต่อไปนี้
ไม่ว่าจะจัดเข้าพิกัดประเภทใดที่นำเข้ามาเพื่อประกอบหรือผลิตเป็นเครื่องยนต์ที่มีความจุของกระบอกสูบไม่เกิน
๓,๐๐๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ตามประเภทย่อย ๘๔๐๗.๓๓.๐๐
และประเภทย่อย ๘๔๐๗.๓๔.๙๐ ที่สามารถใช้เชื้อเพลิงได้ทั้งน้ำมันเบนซินที่ไม่มีส่วนผสมของเอทานอลและน้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอลในสัดส่วนต่าง
ๆ ได้ทุกสัดส่วน ทั้งนี้ ส่วนผสมของเอทานอลที่สามารถใช้ได้ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ
๘๕ ให้ยกเว้นอากรสำหรับของที่นำเข้าภายในสามปี นับแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๔
(๔๓.๑) ลูกสูบ (piston)
(๔๓.๒) แหวนลูกสูบ (piston ring)
(๔๓.๓) บ่าวาล์ว (valve seat) หรือฝาสูบที่มีบ่าวาล์วประกอบติดอยู่ด้วย
(๔๓.๔) วาล์วไอดี (intake valve)
(๔๓.๕) วาล์วไอเสีย (exhaust valve)
(๔๓.๖) ปะเก็นท่อร่วมไอดี (intake manifold
gasket)
(๔๓.๗) หัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง (fuel injector)
(๔๓.๘) ตัวรักษาแรงดัน (pulsation damper)
การยกเว้นอากรและการกำหนดให้ของได้รับการยกเว้นอากรตาม (๔๓)
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(ก)
ผู้นำของเข้าต้องเป็นนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงงานประกอบหรือผลิตเครื่องยนต์และนำของเข้ามาเพื่อใช้ในการประกอบหรือผลิตภายในโรงงานของตนเองเท่านั้น
(ข) ผู้นำของเข้าต้องยื่นสูตรการผลิตแยกตามแบบ (model)
ต่อกรมศุลกากร
(ค)
ผู้นำของเข้าต้องมีหนังสือรับรองจากสถาบันยานยนต์ว่าของที่นำเข้ามีลักษณะ ดังนี้
(๑)
เป็นชิ้นส่วนที่ใช้สำหรับรถยนต์หรือยานยนต์ดังกล่าว และสัมผัสกับน้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอลไม่น้อยกว่าร้อยละ
๘๕ โดยตรง
ซึ่งจะต้องแตกต่างจากชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์หรือยานยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอลไม่น้อยกว่าร้อยละ
๒๐
(๒) เป็นของที่ไม่มีการผลิตภายในประเทศ
(ง) ของที่ได้รับยกเว้นอากรดังกล่าว หากมิได้นำมาใช้ในการผลิตภายในหนึ่งปีนับแต่วันนำของเข้า
ผู้นำของเข้าจะต้องส่งของที่เหลือออกนอกราชอาณาจักร
หรือชำระอากรตามปกติสำหรับของที่เหลือนั้นโดยใช้พิกัดอัตราอากร ณ วันที่นำของเข้า
เว้นแต่จะได้แสดงหลักฐานความจำเป็นต่ออธิบดีกรมศุลกากร และอธิบดีกรมศุลกากรได้อนุญาตให้ขยายเวลาได้ตามความเหมาะสม
แต่ต้องไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ครบหนึ่งปีนับแต่วันนำของเข้า
(จ) ของที่เสียหาย เศษที่ไม่ใช้หรือเศษที่ใช้ไม่ได้
จะต้องทำลาย
หรือส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือดำเนินการอย่างอื่นตามที่อธิบดีกรมศุลกากรประกาศกำหนด
หากไม่ดำเนินการดังกล่าวจะต้องชำระอากรตามปกติโดยใช้พิกัดอัตราอากร ณ
วันที่นำของเข้า ตามจำนวนหรือปริมาณของของหรือเศษของของนั้น