法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2560 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่ ๓/๒๕๖๐

เรื่อง

การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง

ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้กำหนดนโยบายการปฏิรูปประเทศในด้านต่าง

ๆ การรักษาความสงบเรียบร้อย

และการสร้างความสามัคคีปรองดองในระยะแรก

เพื่อเตรียมการไปสู่การกำหนดยุทธศาสตร์ชาติระยะยาวอันจะทำให้ประชาชนทราบถึงเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาและการแก้ปัญหาประเทศในช่วงเวลาต่าง

ๆ อย่างชัดเจนนั้น ต่อมาเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว

ก็ได้มอบให้รัฐบาลรับไปดำเนินการในระยะที่สอง ซึ่งหลังจากนั้น มีข้อเสนอจากสภาปฏิรูปแห่งชาติและสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ตลอดจนภาคส่วนต่าง ๆ

เช่น กลุ่มสานพัฒนาตามแนวทางประชารัฐ สื่อมวลชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ผู้เคยมีบทบาททางการเมืองในอดีต และผู้ทรงคุณวุฒิ

ส่งเรื่องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และรัฐบาลพิจารณาดำเนินการเป็นจำนวนมาก

นับว่าเป็นความปรารถนาดีต่อส่วนรวม อันควรนำมาพิจารณาอย่างเป็นระบบ มีการกลั่นกรอง

จัดลำดับความสำคัญและความเป็นไปได้แล้วเริ่มดำเนินการไปพลางก่อน

ซึ่งเรื่องนี้จะต้องดำเนินการอยู่แล้วภายหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แต่แม้จะประกาศใช้ในเวลาต่อไป

ก็ยังต้องรอการตรากฎหมาย

และการใช้เวลารับฟังความเห็นจากประชาชนเพื่อยกร่างแผนการปฏิรูปประเทศ

และยุทธศาสตร์ชาติอีกระยะหนึ่ง รัฐธรรมนูญดังกล่าวจึงได้บัญญัติว่า

ในระหว่างนี้ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการโดยอาศัยหน้าที่และอำนาจที่มีอยู่แล้วไปพลางก่อน เพื่อจะส่งต่อให้รัฐบาล

และองค์กรที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบรับไปดำเนินการในระยะที่สามต่อไป

คณะรักษาความสงบแห่งชาติพิจารณาแล้ว

สมควรกำหนดกลไกให้รัฐบาลสามารถบูรณาการการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์

แผนต่าง ๆ

ของชาติและนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคณะรัฐมนตรีซึ่งได้ประกาศให้สาธารณชนทราบแล้ว

อีกทั้งสมควรกำหนดกลไกให้สามารถขับเคลื่อนภารกิจที่จำเป็นและประชาชนรอคอยให้ดำเนินต่อไปได้อย่างรวดเร็ว

มีประสิทธิภาพ ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ปฏิบัติมีความรับผิดชอบร่วมกัน ปราศจากการทุจริต

และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล

ทั้งสามารถเชื่อมโยงการทำงานกับสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ

และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อันจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๔

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่ง

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้มีคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ

ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง เรียกโดยย่อว่า “ป.ย.ป.” ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นกรรมการ

เมื่อมีการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับหน่วยงานใด

นายกรัฐมนตรีอาจให้รัฐมนตรีที่บังคับบัญชาหรือกำกับดูแลการบริหารราชการของหน่วยงานนั้น

หรือเชิญประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเข้าร่วมประชุมในฐานะกรรมการเฉพาะวาระนั้น

ให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งเลขานุการ

ป.ย.ป. คนหนึ่ง ซึ่งอาจแต่งตั้งจากกรรมการก็ได้ และแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการได้ตามความเหมาะสม

ให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรี

เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเข้าประชุมด้วยในฐานะผู้ให้ข้อมูลด้านการบริหาร

กฎหมาย แผนพัฒนา บุคลากร ระบบราชการ และงบประมาณ

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ นายกรัฐมนตรีจะสั่งการให้พิจารณาหรือติดตามความก้าวหน้า

ปัญหา อุปสรรคในเรื่องใด ซึ่งเสนอมาจากคณะกรรมการตามข้อ ๔

หรือให้นำเรื่องใดมาพิจารณาโดยตรง แล้วเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไปก็ได้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้มีคณะที่ปรึกษา ของ ป.ย.ป.

ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน ได้แก่ ผู้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน

(กรอ.) และคณะกรรมการหรือคณะทำงานสานการพัฒนาตามนโยบายประชารัฐ

และผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและอื่น ๆ ตามจำนวนและรายชื่อที่นายกรัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในการพิจารณากลั่นกรองเรื่องเสนอ

ป.ย.ป. ให้มีคณะกรรมการ ๔ คณะ ได้แก่

(๑)

คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์

มีหน้าที่พิจารณากลั่นกรองเรื่องโครงการ หรือแนวทางการแก้ปัญหาต่าง ๆ

ในเชิงยุทธศาสตร์และในลักษณะบูรณาการเพื่อการขับเคลื่อนที่รวดเร็ว

(๒)

คณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ

มีหน้าที่เตรียมการเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศในด้านหรือประเด็นต่าง ๆ

(๓)

คณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ มีหน้าที่เตรียมการเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติ

(๔)

คณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง

มีหน้าที่เตรียมการเกี่ยวกับการสร้างความสามัคคีปรองดอง

คณะกรรมการแต่ละคณะประกอบด้วย

บุคคลตามจำนวนและรายชื่อที่นายกรัฐมนตรีกำหนด และให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติและรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศคนหนึ่งตามที่ประธานสภามอบหมาย

เป็นกรรมการโดยตำแหน่งในคณะกรรมการตาม (๒) (๓) และ (๔)

เว้นแต่จะไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว

คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจกลั่นกรอง

ตรวจสอบ กำหนด เสนอแนะ จัดลำดับความสำคัญ พิจารณาความเป็นไปได้ และติดตามการดำเนินการด้านการบริหารราชการแผ่นดิน

การปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ

หรือการสร้างความสามัคคีปรองดองในส่วนที่เกี่ยวข้องตามที่นายกรัฐมนตรีกำหนด

คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานได้

มติของ

ป.ย.ป. และคณะกรรมการตามข้อนี้หากเกี่ยวข้องกับงานในอำนาจหน้าที่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

หรือสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ให้แจ้งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศทราบ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้จัดตั้งสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรีขึ้นเป็นหน่วยงานภายในสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

มีหน้าที่กลั่นกรอง ตรวจสอบ ประเมินผล กำหนดตัวชี้วัด

และติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินการตามมติของ ป.ย.ป. และคณะกรรมการตามข้อ ๔

หรือตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสร้างความรับรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน โดยมุ่งเน้นภารกิจเชิงยุทธศาสตร์

(Agenda) และเชิงบูรณาการตามพื้นที่หรือกลุ่มภารกิจ (Area) ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่ในทางวิชาการและธุรการให้

ป.ย.ป. เลขานุการ ป.ย.ป. คณะกรรมการตามข้อ ๔ และคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานต่าง ๆ

ให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรีขึ้นตรงต่อเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

และประสานกับเลขานุการ ป.ย.ป. ในการขับเคลื่อนงานต่าง ๆ ให้บังเกิดผลสัมฤทธิ์

และให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจัดให้สำนักงานดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่

งบประมาณสถานที่ทำงาน อุปกรณ์

เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำงานและสามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ตามที่ ป.ย.ป. กำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

และสามารถรับโอนทรัพย์สินของสำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

สำนักงานสภาพัฒนาการเมือง และสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายมาดูแลรักษา ใช้สอย

รวมทั้งรับโอนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานดังกล่าวและส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นตลอดจนจ้างผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมมาบรรจุ

แต่งตั้ง หรือปฏิบัติงานในสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรีได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในส่วนของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์

ซึ่งกลั่นกรองการขับเคลื่อนภารกิจปกติ

(Function) ภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ (Agenda) และภารกิจเชิงพื้นที่หรือกลุ่มภารกิจ

(Area) ในเชิงยุทธศาสตร์ให้จัดระดับความรับผิดชอบในการดำเนินการเพื่อการทำงานที่ประสานเชื่อมโยงกันเป็น

๓ ระดับดังนี้

(๑)

ระดับหน่วยงานหรือกลุ่มงานที่เกี่ยวข้อง

ให้รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบแต่ละกระทรวงหรือหน่วยงาน

บังคับบัญชาหรือกำกับดูแลการบริหารราชการแผ่นดินในส่วนของตนหรือที่ตนเป็นหน่วยงานหลักให้เป็นไปโดยเรียบร้อยในลักษณะบูรณาการ

โดยใช้กลไกการบริหารราชการแผ่นดิน

การร่วมมือและประสานงานกับรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภารกิจนั้น ๆ

การบริหารงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี

และระเบียบราชการที่เกี่ยวข้อง

(๒)

ระดับกำกับการบริหารราชการ

ให้รองนายกรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบการกำกับดูแลการบริหารราชการแผ่นดินดังนี้

๒.๑

กำกับการบริหารราชการกระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ ตามคำสั่งที่คณะรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรีมอบหมายหรือมอบอำนาจ

๒.๒

สั่งและปฏิบัติราชการในฐานะเจ้ากระทรวงหรือเจ้าสังกัดหน่วยงานต่าง ๆ ตามคำสั่งที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมายหรือมอบอำนาจ

๒.๓

ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ หรือกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ

ตามคำสั่งที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมายหรือมอบอำนาจ

๒.๔

ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ

หรือกรรมการในคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินคณะต่าง ๆ

ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

๒.๕

กำกับติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคในจังหวัด กลุ่มจังหวัด

หรือเขตตรวจราชการที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

๒.๖

รับผิดชอบ ขับเคลื่อน หรือติดตามความคืบหน้าโครงการ แผนงาน ยุทธศาสตร์ หรือประเด็นปัญหาเฉพาะเรื่องตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

๒.๗ รับผิดชอบ ขับเคลื่อน หรือกำกับดูแลกลุ่มงาน (Cluster) ในลักษณะบูรณาการ เช่น การบูรณาการกลุ่มกระทรวง

งบประมาณหรือกลุ่มภารกิจตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

(๓)

ระดับบัญชาการ

ในกรณีมีปัญหา

อุปสรรค

หรือจำเป็นต้องขับเคลื่อนเรื่องใดให้บังเกิดผลสัมฤทธิ์ในเชิงยุทธศาสตร์โดยเร็ว

นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจสั่งการให้นำเรื่องนั้นเข้าพิจารณากลั่นกรองในคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ในระดับบัญชาการก่อนเสนอ

ป.ย.ป. หรือจะให้เสนอ ป.ย.ป. พิจารณาโดยตรงก็ได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบในการสร้างความรับรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ

ป.ย.ป. คณะกรรมการตามข้อ ๔ และสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี

โดยประสานกับโฆษกหรือผู้รับผิดชอบด้านการประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรมประชาสัมพันธ์

และสื่อต่าง ๆ ของรัฐทุกประเภท รวมทั้งการประสานกับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์และหน่วยงานอื่น

ๆ เพื่อการสร้างสื่อความรับรู้ความเข้าใจ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ นายกรัฐมนตรีอาจเสนอให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งนี้ได้ตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๑] คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๑๗

มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ปุณิกา/ปริยานุช/จัดทำ

๑๘ มกราคม ๒๕๖๐

นุสรา/ตรวจ

๒๓ มีนาคม ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๑๙ ง/หน้า ๓๗/๑๗ มกราคม ๒๕๖๐

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2560 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_1815936a9b3ab9c8

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com