法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมบัญชีกลางว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการหักรายรับจ่ายขาดและการถอนคืนเงินรายรับ พ.ศ. 2545

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมบัญชีกลาง

ระเบียบกรมบัญชีกลาง

ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการหักรายรับจ่ายขาด

และการถอนคืนเงินรายรับ

พ.ศ.

๒๕๔๕[๑]

อาศัยอำนาจตามความนัยข้อ ๑๑ และข้อ ๑๕

แห่งระเบียบกระทรวงการคลัง

ว่าด้วยการหักรายรับจ่ายขาดและการถอนคืนเงินรายรับ พ.ศ. ๒๕๔๕ กรมบัญชีกลาง

จึงวางหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติไว้ ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมบัญชีกลาง ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการหักรายรับจ่ายขาดและการถอนคืนเงินรายรับ

พ.ศ. ๒๕๔๕”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ ๑ เมษายน ๒๕๔๕ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้หรือซึ่งขัดกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้อธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

หมวด

วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการหักรายจ่ายขาด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้หัวหน้าส่วนราชการผู้เบิกหรือหัวหน้าหน่วยงานย่อมมีอำนาจอนุมัติให้หักรายรับจ่ายขาดสำหรับรายจ่ายดังต่อไปนี้

(๑) การหักจ่ายคืนเงินที่ส่วนราชการนำเงินรายรับที่เป็นรายได้แผ่นดินส่งคลังเกินกว่าจำนวนรายรับที่ได้รับไว้

(๒)

การหักจ่ายคืนเงินที่ส่วนราชการนำเงินรายรับที่เป็นรายได้แผ่นดินส่งคลังผิดประเภทรายได้

เช่น รายได้ค่าปรับต้องส่งรหัสรายได้ ๘๑๐ ประเภทค่าปรับอื่น

แต่นำส่งเป็นรหัสรายได้ ๘๓๐ ประเภทรายได้เบ็ดเตล็ดอื่น เป็นต้น

(๓)

การหักจ่ายคืนเงินที่ส่วนราชการนำเงินรายรับที่เป็นรายได้แผ่นดินส่งคลังซ้ำกับเงินรายรับที่เป็นรายได้แผ่นดินและได้นำส่งคลังไปแล้ว

(๔) การหักจ่ายตามระเบียบที่ได้รับความตกลงจากกระทรวงการคลังเพื่อจ่ายเป็นจ่าสินบน

รางวัล หรือค่าใช้จ่ายในการจัดให้ได้มาซึ่งเงินอันพึงต้องชำระให้แก่รัฐบาล

การหักรายรับจ่ายขาดตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔)

ต้องเป็นรายรับที่ได้รับไว้ในจังหวัดเดียวกัน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

หัวหน้าส่วนราชการผู้เบิกหรือหัวหน้าหน่วยงานย่อย

ให้หักรายรับจ่ายขาดตามข้อ ๕ เมื่อตรวจสอบและพอใจในสาระสำคัญดังนี้

(๑)

เหตุผลความจำเป็นที่ต้องหักรายจ่ายจากเงินรายรับ

(๒)

ความถูกต้องของหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องในการรับเงิน การนำเงินส่งคลังและหลักฐานเอกสารอื่น

ๆ เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบนำส่งเงิน ฎีกา เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

วิธีปฏิบัติการหักรายรับจ่ายขาด ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ถ้ารายรับรายที่มีกรณีต้องหักจ่าย

ยังมิได้นำเงินส่งคลังให้หักจ่ายจากรายรับรายนั้นก่อนนำส่งคลัง

(๒)

ถ้ารายรับรายที่มีกรณีต้องหักจ่ายได้นำเงินส่งคลังแล้ว ให้หักจ่ายจากรายรับที่จะได้รับในประเภทเดียวกันกับที่ได้นำเงินส่งคลังไปแล้ว

หมวด

วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการถอนคืนเงินรายรับ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้หัวหน้าส่วนราชการผู้เบิกมีอำนาจอนุมัติการถอนคืนเงินรายรับดังต่อไปนี้

(๑)

ค่าขายเอกสารในกรณีที่มีการยกเลิกการประกวดราคาซื้อหรือจ้างและไม่มีการพิจารณาการประกวดราคาใหม่ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ

พ.ศ. ๒๕๓๕ เมื่อผู้ซื้อเอกสารได้ยื่นคำขอคืนเงินค่าซื้อเอกสารภายใน ๓๐ วัน

นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

(๒)

เงินที่ได้รับชดใช้ไว้เกินความรับผิดจากการละเมิดที่กระทรวงการคลังกำหนด

(๓) เงินที่ได้รับจากการผิดสัญญาศึกษาดูงานไว้เกินความรับผิด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

หัวหน้าส่วนราชการผู้เบิกจะอนุมัติให้ถอนคืนตามข้อ ๘

เมื่อตรวจสอบและพอใจในสาระสำคัญดังนี้

(๑)

เหตุผลความจำเป็นในการถอนคืนเงินรายรับที่นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินไว้แล้ว

(๒) ความถูกต้องของหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องในการรับเงิน

การนำเงินส่งคลังและหลักฐานเอกสารอื่น ๆ เช่น

หลักฐานแสดงการยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้าง

คำขอคืนเงินค่าซื้อเอกสารหนังสือกระทรวงการคลังแจ้งให้รับผิดชดใช้จากการละเมิด

หรือผิดสัญญาศึกษาดูงาน

หรือหนังสือของส่วนราชการที่ระบุจำนวนที่ต้องรับผิดกรณีผิดสัญญา ลาศึกษาดูงาน

เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

วิธีปฏิบัติในการถอนคืนเงินรายรับ ให้ดำเนินการดังนี้

(๑)

การถอนคืนเงินรายรับภายในปีงบประมาณที่ได้นำเงินส่งคลังไว้

ให้ส่วนราชการผู้เบิกถอนคืน โดยเบิกจากเงินรายได้ส่งเกินจ่ายคืน

ประเภทรายได้เดียวกันกับที่นำส่งเงินส่งคลังไว้

(๒) การถอนคืนเงินรายรับเมื่อพ้นปีงบประมาณที่ได้นำส่งคลังไว้

ให้ส่วนราชการผู้เบิกถอนคืน โดยเบิกจากเงินงบประมาณรายจ่ายของปีที่อนุมัติให้เบิก

หมวดรายจ่ายอื่นหรือหมวดรายจ่ายที่สำนักงบประมาณกำหนด เพื่อการถอนคืนของกระทรวง

ทบวง กรม เจ้าของรายได้ที่ต้องเบิกจ่ายถอนคืน

หมวด

การรายงาน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

เมื่อส่วนราชการผู้เบิกได้ดำเนินการหักรายรับจ่ายขาดไปแล้วทุกกรณี

ให้แจ้งกรมบัญชีกลางและสำเนาให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและส่วนราชการเจ้าของรายได้ทราบภายในวันที่

๑๕ ของเดือนถัดไปดังนี้

(๑) รายรับที่มีกรณีต้องหักรายจ่ายนั้น ได้รับไว้ในประเภทใด

เมื่อใด จำนวนเท่าใด ถ้าเงินนั้นได้นำส่งคลังไปแล้ว ให้แจ้งเลขที่คลังรับ วัน

เดือน ปี ของใบนำส่งด้วย

(๒) ได้หักจ่ายจากเงินรายได้ ประเภทใด เมื่อใด

จำนวนเท่าใด

(๓) ได้หักจ่ายเนื่องจากเหตุใด

กรณีหน่วยงานย่อยเป็นผู้ดำเนินการหักรายรับจ่ายขาด

ให้แจ้งส่วนราชการผู้เบิก ทราบภายในวันที่ ๕

ของเดือนถัดไปเพื่อรวบรวมแจ้งกรมบัญชีกลางต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

เมื่อส่วนราชการผู้เบิกได้ดำเนินการถอนคืนเงินรายรับไปแล้วทุกกรณี

ให้แจ้งกรมบัญชีกลางและสำเนาให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและส่วนราชการเจ้าของรายได้ทราบภายในวันที่

๑๕ ของเดือนถัดไปดังนี้

(๑) รายรับที่ถอนคืนนั้นเป็นเงินประเภทใด

ได้รับไว้เมื่อใด จำนวนเท่าใดและนำส่งคลังไปแล้วตามเลขที่คลังรับ วัน เดือน ปีใด

(๒) ได้ถอนคืนจากเงินประเภทรายได้

และรหัสรายได้ใด เมื่อใด จำนวนเท่าใด

(๓) ได้ถอนคืนเนื่องจากเหตุผลใด

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๕

นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ

อธิบดีกรมบัญชีกลาง

อารยา/พิมพ์

พฤศจิกายน ๒๕๕๑

ก้องเกียรติ/ผู้จัดทำ

พฤศจิกายน ๒๕๕๑

[๑]

หนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค ๐๕๑๘.๒/ว ๔๔ ลงวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๔๕

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมบัญชีกลางว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการหักรายรับจ่ายขาดและการถอนคืนเงินรายรับ พ.ศ. 2545 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_18449c232a7d4079

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com