法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการประชุมและการลงมติของ ก.บ.ศป. พ.ศ. 2561

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
22
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับ ก.บ.ศป.

ว่าด้วยการประชุมและการลงมติของ ก.บ.ศป.

พ.ศ. ๒๕๖๑

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๑/๙ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๖๐ ประกอบกับมาตรา ๔๑ วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ และมติ ก.บ.ศป. ในการประชุมครั้งที่ ๑ - ๑/๒๕๖๑ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ก.บ.ศป. จึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการประชุมและการลงมติของ ก.บ.ศป. พ.ศ. ๒๕๖๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้

“ประธาน” หมายความว่า ประธานกรรมการบริหารศาลปกครอง

“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการบริหารศาลปกครอง

“เลขานุการ” หมายความว่า เลขานุการ ก.บ.ศป.

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การนัดประชุมของ ก.บ.ศป. ให้ประธานเป็นผู้เรียกประชุมโดยแจ้งกรรมการทุกคนทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวัน เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ประธานจะนัดประชุม โดยแจ้งให้กรรมการทราบล่วงหน้าน้อยกว่าสามวันก็ได้

การจัดระเบียบวาระการประชุม ให้จัดเรียงตามลำดับความสำคัญและความเร่งด่วนของเรื่องที่เสนอให้พิจารณา แต่ถ้ามีเรื่องที่ค้างพิจารณาจากการประชุมครั้งก่อน ให้พิจารณาเรื่องดังกล่าวให้เสร็จก่อนเริ่มพิจารณาเรื่องใหม่ เว้นแต่ ก.บ.ศป. จะกำหนดเป็นอย่างอื่น

ให้ดำเนินการออกและจัดส่งหนังสือแจ้งวันนัดประชุมกับระเบียบวาระการประชุม พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องให้กรรมการทราบ

ในกรณีที่ตำแหน่งประธานศาลปกครองสูงสุดว่างลงหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานศาลปกครองสูงสุดทำหน้าที่ประธาน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ กรรมการจำนวนไม่น้อยกว่าสี่คนอาจขอให้บรรจุเรื่องใดเข้าในระเบียบวาระการประชุมครั้งใดก็ได้ เมื่อมีการขอให้บรรจุเรื่องใดเข้าในระเบียบวาระ ให้ประธานบรรจุเรื่องนั้นเข้าในระเบียบวาระการประชุม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ กรรมการจำนวนไม่น้อยกว่าสี่คนอาจเข้าชื่อกันเพื่อขอให้นัดประชุม ก.บ.ศป. ได้ โดยแจ้งให้เลขานุการออกหนังสือนัดประชุม

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การประชุมของ ก.บ.ศป. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม โดยในวันประชุมถ้าพ้นกำหนดเวลาเริ่มประชุมไปแล้วสามสิบนาทีกรรมการยังไม่ครบองค์ประชุม ให้งดการประชุมนั้น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในวันประชุม ถ้าประธานไม่อาจมาประชุมได้ ให้รองประธานศาลปกครองสูงสุดปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมแทน ถ้าไม่มีรองประธานศาลปกครองสูงสุด หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

ในระหว่างการประชุม ถ้าประธานไม่อยู่ในที่ประชุม ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

ในการประชุม ให้ประธานในที่ประชุมมีหน้าที่และอำนาจดำเนินการประชุม และให้มีอำนาจออกคำสั่งใด ๆ ตามความจำเป็นเพื่อรักษาความเรียบร้อยในการประชุมได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ที่ประชุมดำเนินการประชุมตามลำดับระเบียบวาระการประชุมที่จัดไว้

การเปลี่ยนลำดับระเบียบวาระการประชุม การเลื่อนการประชุมหรือการปิดประชุมหรือการเลิกประชุม ในกรณีที่การพิจารณาตามระเบียบวาระการประชุมยังไม่แล้วเสร็จ จะกระทำได้ต่อเมื่อที่ประชุมให้ความเห็นชอบ

ประธานในที่ประชุมมีอำนาจปรึกษาที่ประชุมในปัญหาใด ๆ หรือสั่งให้พักการประชุมได้ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในการประชุมของ ก.บ.ศป. ถ้ากรรมการผู้ใดมีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณาห้ามมิให้ผู้นั้นร่วมประชุมหรือลงมติในเรื่องนั้น แต่หากผู้นั้นได้เข้าประชุมอยู่ก่อนแล้วและการไม่มีสิทธิร่วมประชุมและลงมตินั้นเป็นการชั่วคราว ก็ให้นับผู้นั้นเป็นองค์ประชุมในเรื่องนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ก.บ.ศป. อาจอนุญาตหรือเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องหรือบุคคลที่อาจให้ข้อมูลในเรื่องที่พิจารณาเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงหรือให้ข้อมูลหรือความเห็นได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การออกเสียงลงคะแนน ให้กระทำโดยเปิดเผยโดยใช้วิธียกมือ เว้นแต่ ก.บ.ศป. มีมติให้ลงคะแนนลับ ซึ่งจะกระทำด้วยวิธีใด ให้ ก.บ.ศป. กำหนดตามความเหมาะสมเป็นกรณี ๆ ไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เว้นแต่ข้อบังคับนี้หรือมีหลักเกณฑ์เฉพาะเรื่องกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวด้วยคุณสมบัติหรือการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการหรือการบังคับใช้ข้อบังคับนี้ ให้ ก.บ.ศป. เป็นผู้วินิจฉัย

ในการประชุมเพื่อวินิจฉัยชี้ขาดเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการคนใดให้กรรมการผู้นั้นมีสิทธิชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุม เสร็จแล้วต้องออกจากที่ประชุม

การพ้นจากตำแหน่งของกรรมการไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามหน้าที่และอำนาจก่อนมีการวินิจฉัยชี้ขาด เว้นแต่ ก.บ.ศป. จะเห็นสมควรให้ดำเนินการในเรื่องนั้นใหม่

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การเสนอเรื่องต่อที่ประชุมเพื่อพิจารณาตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๔๑/๘ (๑๓) ให้กรรมการทำเป็นหนังสือยื่นต่อประธานและต้องมีกรรมการอื่นลงลายมือชื่อรับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของกรรมการทั้งหมด

เมื่อได้รับเรื่องตามวรรคหนึ่ง ให้ประธานสั่งบรรจุเรื่องดังกล่าวในระเบียบวาระการประชุมเป็นการด่วน และให้มีหนังสือแจ้งวันนัดประชุมให้ผู้บริหารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ ประกาศ หรือหลักเกณฑ์ดังกล่าว ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามวันเพื่อให้เข้าชี้แจงและตอบข้อซักถามในที่ประชุม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในระหว่างการพิจารณาเรื่องที่เสนอตามข้อ ๑๕ ถ้า ก.บ.ศป. เห็นว่า หากให้การดำเนินการที่ถูกเสนอนั้นดำเนินการต่อไปจะเป็นที่เสียหายอย่างร้ายแรงต่อประโยชน์ของทางราชการหรือต่อประชาชน ก.บ.ศป. จะมีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระงับการการดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวเนื่องเป็นการชั่วคราวก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ มติของ ก.บ.ศป. ที่ให้ยับยั้งการดำเนินการตามข้อ ๑๕ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ และต้องระบุถึงการดำเนินการที่ถูกยับยั้งให้ชัดเจนพร้อมทั้งเหตุผล และให้เลขานุการแจ้งมตินั้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ

ในการประชุมครั้งถัดไป ประธานอาจเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาทบทวนมติตามข้อ ๑๖ หรือตามวรรคหนึ่งได้ และในการประชุมครั้งหลังนี้ หาก ก.บ.ศป. มีมติยืนยันมติดังกล่าวด้วยคะแนนเสียงไม่ถึงสองในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ให้มติตามข้อ ๑๖ หรือตามวรรคหนึ่ง ดังกล่าว แล้วแต่กรณี เป็นอันถูกเพิกถอน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ระเบียบ ประกาศ หรือหนังสืออื่นใดของ ก.บ.ศป. ให้ประธานเป็นผู้ลงนาม เว้นแต่ ก.บ.ศป. จะกำหนดเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้เลขานุการมีหน้าที่จัดทำรายงานการประชุมและดำเนินการใด ๆ ตามข้อบังคับนี้ หรือตามที่ประธานหรือ ก.บ.ศป. มอบหมาย ตลอดจนดำเนินงานด้านธุรการของ ก.บ.ศป.

ผู้มีส่วนได้เสียอาจขอคัดสำเนารายงานการประชุมได้

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง เลขานุการจะมอบหมายให้ผู้ช่วยเลขานุการหรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดดำเนินการแทนก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในกรณีจำเป็น ก.บ.ศป. อาจมีมติให้งดใช้ข้อบังคับนี้ข้อหนึ่งข้อใดทั้งหมดหรือบางส่วน นอกจากข้อ ๗ ข้อ ๘ วรรคสอง และวรรคสาม และข้อ ๑๓ เป็นการชั่วคราวเฉพาะกรณีได้

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้ ก.บ.ศป. มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้ประธานรักษาการตามข้อบังคับนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๑

ปิยะ ปะตังทา

ประธานศาลปกครองสูงสุด

ประธานกรรมการบริหารศาลปกครอง

ปุณิกา/จัดทำ

๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๑

นุสรา/ตรวจ

๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนที่ ๔๔ ก/หน้า ๑๕/๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๑

22 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับ ก.บ.ศป. ว่าด้วยการประชุมและการลงมติของ ก.บ.ศป. พ.ศ. 2561 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_188c68829823fbc7

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com