法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี พ.ศ. 2557

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
22
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เรื่อง

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี

พ.ศ. ๒๕๕๗[๑]

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขปรับปรุงประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี พ.ศ. ๒๕๕๕ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ วรรคท้าย

แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า

“ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี

พ.ศ. ๒๕๕๗”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี พ.ศ. ๒๕๕๕ ลงวันที่ ๒๘

พฤษภาคม ๒๕๕๕

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศฉบับนี้

“สำนักงานบัญชี” หมายถึง

บุคคลธรรมดา หรือคณะบุคคล หรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนและมีสถานที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย

ซึ่งให้บริการด้านการทำบัญชี

“หัวหน้าสำนักงาน” หมายถึง

ผู้รับผิดชอบการดำเนินงานของสำนักงานบัญชีในการให้บริการจัดทำบัญชีแก่ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี

“ผู้ทำบัญชี” หมายถึง

ผู้ทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๓ ที่สังกัดในสำนักงานบัญชี

“ผู้ตรวจประเมิน” หมายถึง

ผู้ทำหน้าที่ตรวจประเมินสำนักงานบัญชีที่ยื่นขอรับการรับรองคุณภาพและตรวจติดตามการดำเนินงานของสำนักงานบัญชีคุณภาพ

“ข้อกำหนดการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี” หมายถึง ข้อกำหนดการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชีที่แนบท้ายประกาศนี้

“หนังสือรับรอง” หมายถึง

หนังสือรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชีที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกให้แก่สำนักงานบัญชีที่ผ่านการตรวจประเมินตามข้อกำหนดการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี

“กรม” หมายถึง

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

“อธิบดี” หมายถึง

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ สำนักงานบัญชีที่จะยื่นขอรับหนังสือรับรองต้องมีคุณสมบัติ

ดังนี้

(๑) รับทำบัญชีของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามมาตรา ๘

วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๓ ไม่น้อยกว่า ๓๐ ราย

และประกอบกิจการด้านการจัดทำบัญชีมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี

(๒) มีหัวหน้าสำนักงานที่มีคุณสมบัติ ดังนี้

(ก)

มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบัญชีหรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษา ซึ่งคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน

(ก.พ.)

หรือกระทรวงศึกษาธิการเทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบัญชีปฏิบัติงานเต็มเวลา

และมีประสบการณ์ด้านการจัดทำบัญชีไม่น้อยกว่า ๕ ปี

(ข)

ได้แจ้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการทำบัญชีตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง

กำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขของการเป็นผู้ทำบัญชี พ.ศ. ๒๕๔๓

(๓)

มีผู้ช่วยทำบัญชีที่มีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบัญชีหรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษา

ซึ่งคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)

หรือกระทรวงศึกษาธิการเทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบัญชี

และปฏิบัติงานเต็มเวลาอย่างน้อย ๑ คน

(๔) มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร

(๕) กรณีผู้เป็นเจ้าของ หรือผู้เป็นหุ้นส่วน

หรือกรรมการ เป็นหัวหน้าสำนักงาน ผู้เป็นเจ้าของหรือผู้เป็นหุ้นส่วน หรือกรรมการ

แล้วแต่กรณี ต้องมีคุณสมบัติตามข้อ ๔ (๒)

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ สำนักงานบัญชีที่จะยื่นขอรับหนังสือรับรองต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม

ดังนี้

(๑) เคยถูกเพิกถอนหนังสือรับรอง

เว้นแต่พ้นระยะเวลาที่ถูกเพิกถอนมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี

(๒) ฝ่าฝืนเงื่อนไขตามข้อ ๑๔ และข้อ ๑๘

เว้นแต่พ้นระยะเวลาที่ฝ่าฝืนมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑ ปี

(๓) หัวหน้าสำนักงานเป็นบุคคลล้มละลาย

(๔) กรณีผู้เป็นเจ้าของ หรือผู้เป็นหุ้นส่วน

หรือกรรมการ เป็นหัวหน้าสำนักงาน ผู้เป็นเจ้าของหรือผู้เป็นหุ้นส่วน หรือกรรมการ

แล้วแต่กรณี ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๕ (๓)

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ สำนักงานบัญชีที่ยื่นขอรับหนังสือรับรองต้องปฏิบัติ

และผ่านขั้นตอนการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี ดังนี้

(๑)

แจ้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการขอรับรองคุณภาพตามแบบคำขอหนังสือรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี

(แบบ ร.สบ. ๑) ที่แนบท้ายประกาศฉบับนี้ พร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบ ร.สบ.

ในกรณีสำนักงานบัญชีมีสำนักงานหลายแห่งแยกต่างหากจากกันให้แยกคำขอของแต่ละสำนักงานที่ประสงค์จะขอหนังสือรับรอง

(๒)

เข้ารับและผ่านการตรวจประเมินคุณภาพตามข้อกำหนดการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี โดยผู้ตรวจประเมินจากหน่วยงานที่กรมกำหนด

ดังนี้

(ก) สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) หรือ

(ข) หน่วยงานอื่นตามที่อธิบดีให้ความเห็นชอบ

ทั้งนี้

สำนักงานบัญชีเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมการตรวจประเมินคุณภาพตามอัตราที่หน่วยตรวจประเมินเรียกเก็บ

กรณีสำนักงานบัญชีที่ยื่นขอรับหนังสือรับรอง

ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพจากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.)

หรือหน่วยงานอื่นตามที่อธิบดีให้ความเห็นชอบแล้ว จะได้รับยกเว้นการตรวจประเมินคุณภาพในข้อกำหนดการรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ

แต่ต้องได้รับการตรวจสอบเกี่ยวกับมาตรฐานทางบัญชี

และข้อกำหนดอื่นที่กรมกำหนดเพิ่มเติมโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม

(๓) ผ่านความเห็นชอบจากกรม

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ สำนักงานบัญชีที่ผ่านขั้นตอนการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชีแล้วจะได้รับหนังสือรับรองและจะได้รับการเผยแพร่ชื่อและที่ตั้งของสำนักงานบัญชีให้สาธารณชนทราบ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ หนังสือรับรองมีกำหนดอายุ ๓ ปี

นับแต่วันที่ออกหนังสือรับรอง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ตลอดระยะเวลาอายุหนังสือรับรอง

สำนักงานบัญชีที่ได้รับหนังสือรับรองต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) ปฏิบัติตามข้อกำหนดการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี

ซึ่งรวมถึงในกรณีที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดในภายหลัง

(๒)

เข้ารับการตรวจประเมินคุณภาพจากผู้ตรวจประเมินอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง

ซึ่งอาจเป็นการตรวจประเมินใหม่ทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนตามความเหมาะสม

โดยสำนักงานบัญชีเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมการตรวจประเมินคุณภาพตามอัตราที่หน่วยตรวจประเมินเรียกเก็บ

กรณีสำนักงานบัญชีที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ

จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.)

หรือหน่วยงานอื่นตามที่อธิบดีให้ความเห็นชอบแล้ว

จะต้องเข้ารับการตรวจประเมินคุณภาพอย่างน้อยปีละ ๑ ครั้ง

โดยจะได้รับยกเว้นการตรวจประเมินคุณภาพในข้อกำหนดการรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ

แต่ต้องได้รับการตรวจสอบเกี่ยวกับมาตรฐานทางบัญชีและข้อกำหนดอื่นที่กรมกำหนดเพิ่มเติม

โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม

หากสำนักงานบัญชีมีความประสงค์เข้ารับการตรวจประเมินคุณภาพพร้อมกันในคราวเดียวกับการตรวจประเมินมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพของสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ

(สรอ.) หรือหน่วยงานอื่นตามที่อธิบดีให้ความเห็นชอบก็สามารถดำเนินการได้

โดยสำนักงานบัญชีเป็นผู้รับผิดชอบเฉพาะค่าใช้จ่ายในการตรวจตามมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพตามอัตราที่สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ

(สรอ.) หรือหน่วยงานอื่นตามที่อธิบดีให้ความเห็นชอบเรียกเก็บ

(๓)

ให้ความร่วมมือกับผู้ตรวจประเมินทุกครั้งที่รับการตรวจประเมิน

และยินยอมให้หน่วยงานอื่นที่กรมเห็นชอบเข้าร่วมสังเกตการณ์ตรวจประเมินรวมทั้งส่งมอบเอกสารหลักฐานต่าง

ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับรองคุณภาพแก่ผู้ตรวจประเมินและกรมเมื่อได้รับการร้องขอ

(๔)

ไม่นำหนังสือรับรองไปใช้ในทางที่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อกรมหรือนำไปใช้อ้างอิงต่อบุคคลอื่นในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

(๕)

ในกรณีที่กรมแจ้งเรื่องร้องเรียนของบุคคลที่สามเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี

สำนักงานบัญชีจะต้องดำเนินการพิจารณาข้อร้องเรียนดังกล่าวและแจ้งผลการดำเนินการให้กรมทราบภายในระยะเวลาที่กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ กรมมีอำนาจกำหนดให้มีการตรวจประเมินคุณภาพเพิ่มเติมหรือตรวจประเมินคุณภาพใหม่ทั้งหมด

โดยไม่แจ้งให้สำนักงานบัญชีที่ได้รับหนังสือรับรองทราบล่วงหน้าได้ตลอดระยะเวลาอายุหนังสือรับรอง

เมื่อมีเหตุดังต่อไปนี้

(๑) มีเหตุที่น่าเชื่อว่าคุณภาพของสำนักงานบัญชีลดลง

ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี

(๒)

มีการเปลี่ยนแปลงในสำนักงานที่เป็นสาระสำคัญและมีผลต่อการดำเนินงานของสำนักงานบัญชีที่ได้รับหนังสือรับรอง

(๓)

มีข้อร้องเรียนที่มีมูลเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กรณีหนังสือรับรองสิ้นอายุและสำนักงานบัญชีมีความประสงค์ต่ออายุหนังสือรับรองให้ดำเนินการ

ดังนี้

(๑) แจ้งรายละเอียดที่เกี่ยวข้องตามแบบคำขอต่ออายุหนังสือรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี

(แบบ ร.สบ. ๒) ที่แนบท้ายประกาศฉบับนี้

พร้อมด้วยหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบ ร.สบ. ๒ ภายใน ๙๐ วัน

ก่อนวันที่หนังสือรับรองสิ้นอายุ

(๒) ผ่านขั้นตอนการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชีตามข้อ ๖

(๒) และ (๓)

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีมีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นสาระสำคัญในสำนักงานที่ได้รับหนังสือรับรองแล้ว

เช่น ย้ายที่ตั้งสำนักงาน การโอนกิจการ การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารระดับสูง

การเปลี่ยนแปลงสถานะของสำนักงานบัญชี เป็นต้น

สำนักงานบัญชีที่ได้รับหนังสือรับรองจะต้องแจ้งการย้ายหรือการเปลี่ยนแปลงเช่นว่านั้นต่อกรมภายใน

๓๐ วันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง แล้วแต่กรณี ตามแบบคำขอทั่วไป (แบบ ร.สบ. ๓) ที่แนบท้ายประกาศฉบับนี้

พร้อมกับแนบเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดไว้ในแบบ ร.สบ. ๓ และในกรณีดังกล่าว

สำนักงานบัญชีนั้นจะต้องรับการตรวจประเมินคุณภาพใหม่ทั้งหมดหรือบางส่วนตามความเหมาะสม

ซึ่งเมื่อผ่านการตรวจประเมินแล้วจะได้รับหนังสือรับรองฉบับใหม่ที่มีอายุเท่ากับหนังสือรับรองฉบับเดิม

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่ประสงค์จะยกเลิกการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชีหรือเลิกประกอบกิจการด้านการทำบัญชี

ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้กรมทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๔๕ วัน

นับแต่วันที่สำนักงานบัญชีมีมติยกเลิกการรับรอง หรือเลิกประกอบกิจการ

โดยใช้แบบคำขอทั่วไป (แบบ ร.สบ. ๓) ที่แนบท้ายประกาศฉบับนี้

พร้อมกับแนบเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดไว้ในแบบ ร.สบ. ๓

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่ถูกเพิกถอนหนังสือรับรองหรือมีการแจ้งขอยกเลิกการรับรอง

หรือเลิกประกอบกิจการด้านการทำบัญชีจะต้องส่งคืนหนังสือรับรองให้แก่กรมภายใน ๑๕

วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่งหรือวันยกเลิกการรับรองหรือวันเลิกประกอบกิจการ

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ กรมอาจมีคำสั่งให้พักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองได้

ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) หัวหน้าสำนักงาน หรือผู้เป็นเจ้าของ

หรือผู้เป็นหุ้นส่วน หรือกรรมการ แล้วแต่กรณี เป็นบุคคลล้มละลายถูกห้ามประกอบวิชาชีพบัญชีหรือถูกเพิกถอนสมาชิกภาพจากสภาวิชาชีพบัญชี

(๒) ไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติผิดเงื่อนไขที่กำหนดในข้อ ๙

(๓) กรณีอื่น ๆ ที่กรมพิจารณาแล้วเห็นว่าสำนักงานบัญชีอาจกระทำให้เกิดความเสียหายหรือมีผลกระทบต่อการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ หากสำนักงานบัญชีถูกพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองและถ้าปรากฏว่าสำนักงานบัญชีนั้นมีสำนักงานบัญชีแห่งอื่นหรือสำนักงานสาขาที่มีหัวหน้าสำนักงานหรือผู้เป็นเจ้าของหรือผู้เป็นหุ้นส่วนหรือกรรมการ

เป็นคนเดียวกันหรือกลุ่มเดียวกัน

ผู้ตรวจประเมินจะเข้าไปตรวจประเมินคุณภาพสำนักงานบัญชีแห่งอื่นหรือสำนักงานสาขานั้น

ๆ ด้วยและถ้ามีความเสียหายหรือมีผลกระทบต่อการรับรองคุณภาพ

สำนักงานบัญชีแห่งอื่นหรือสำนักงานสาขานั้น อาจถูกพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การพักใช้หนังสือรับรองครั้งหนึ่งมีกำหนดระยะเวลา

๑๘๐ วัน

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในกรณีที่ถูกพักใช้หรือเพิกถอนหนังสือรับรองหรือมีการแจ้งขอยกเลิกการรับรองหรือเลิกประกอบกิจการด้านการทำบัญชีต้องยุติการใช้สิ่งพิมพ์

สื่อโฆษณา ที่มีการอ้างอิงถึงการได้รับการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี

เมื่อได้รับการแจ้งหรือแจ้งโดยทันที

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ สำนักงานบัญชีที่ได้รับหนังสือรับรองรายใดถูกสั่งพักใช้หนังสือรับรองแล้ว

หากมีเหตุที่กรมอาจสั่งพักหรือเพิกถอนหนังสือรับรองตามข้อ ๑๕

ซ้ำอีกภายในกำหนดระยะเวลา ๓ ปี นับแต่วันถูกสั่งพักใช้หนังสือรับรองครั้งแรกกรมจะเพิกถอนหนังสือรับรอง

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ กรณีที่หนังสือรับรองชำรุดหรือสูญหายหรือมีการเปลี่ยนชื่อสำนักงานบัญชี

ให้สำนักงานบัญชียื่นคำร้องต่อกรมภายใน ๓๐ วัน

นับแต่วันที่หนังสือรับรองชำรุดหรือสูญหายหรือมีการเปลี่ยนชื่อสำนักงานบัญชี

เพื่อขอรับใบแทนหนังสือรับรอง

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ บรรดาผู้ตรวจประเมินที่อธิบดีให้ความเห็นชอบตามข้อ

๖ (๒) (ข)

และสำนักงานบัญชีที่ได้รับหนังสือรับรองอยู่ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ

ให้ถือว่าเป็นผู้ตรวจประเมินที่ได้รับความเห็นชอบและเป็นสำนักงานบัญชีที่ได้รับหนังสือรับรองตามประกาศฉบับนี้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ สำนักงานบัญชีใดที่ได้ยื่นขอรับหนังสือรับรองตามแบบคำขอรับหนังสือรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี

(แบบ ร.สบ. ๑)

หรือได้ยื่นคำขอต่ออายุหนังสือรับรองตามแบบคำขอต่ออายุหนังสือรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี

(แบบ ร.สบ. ๒) หรือได้ยื่นคำขอทั่วไป (แบบ ร.สบ. ๓)

ไว้ก่อนประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าได้ยื่นคำขอดังกล่าว แล้วแต่กรณี

ตามประกาศฉบับนี้

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๗

ผ่องพรรณ

เจียรวิริยะพันธ์

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ข้อกำหนดการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี (เอกสารแนบท้าย ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี พ.ศ. ๒๕๕๗)

๒. คำขอรับหนังสือรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี (แบบ ร.สบ. ๑)

๓. คำขอต่ออายุหนังสือรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี (แบบ ร.สบ. ๒)

๔. คำขอทั่วไป (แบบ ร.สบ. ๓)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๕ กุมภาพันธ์

๒๕๕๗

อุษมล/ผู้ตรวจ

๒๖ กุมภาพันธ์

๒๕๕๗

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๓๔ ง/หน้า ๒๙/๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗

22 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี พ.ศ. 2557 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_18b8d9b199ba466c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com