ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
มติการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ๒๕๕๖
ของบริษัท กสท
โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)[๑]
อาศัยอำนาจตามมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๔๒
กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นทั้งหมดของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)
มีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ของการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ๒๕๕๖
ของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ดังต่อไปนี้
๑. พิจารณารับทราบผลการดำเนินงานของบริษัท
กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ในรอบปี ๒๕๕๕ และแผนงาน/โครงการในอนาคต
กระทรวงการคลังมีมติรับทราบผลการดำเนินงานประจำปี ๒๕๕๕
และแผนงาน/โครงการของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ตามที่คณะกรรมการบริษัท
กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เสนอ
๒. พิจารณาอนุมัติงบแสดงฐานะทางการเงินและงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จของบริษัท
กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) สำหรับปีบัญชี ๒๕๕๕
กระทรวงการคลังมีมติอนุมัติงบแสดงฐานะทางการเงินและงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จของบริษัท
กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) สำหรับปีสิ้นสุด ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๕
ที่ผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแล้ว ตามที่คณะกรรมการบริษัท กสท
โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เสนอ ทั้งนี้
ขอให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)
เร่งรัดดำเนินการตามข้อสังเกตของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินอย่างครบถ้วนและถูกต้อง
เพื่อผู้สอบบัญชีสามารถตรวจสอบและรับรองงบการเงินตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปได้ตั้งแต่ปีบัญชี
๒๕๕๖ เป็นต้นไป
๓. พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลและการจัดสรรเงินสำรองตามกฎหมาย
กระทรวงการคลังมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลให้แก่กระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นทั้งหมดของบริษัท
กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) จากผลการดำเนินงานในปี ๒๕๕๕ จำนวนทั้งสิ้น ๑๖,๕๐๐,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท คิดเป็น
๑๖.๕๐ บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ บริษัท กสท
โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้นำส่งเงินปันผลให้กระทรวงการคลังแล้วจำนวน ๖,๙๘๗,๔๔๔,๓๙๖.๖๒ บาท คงเหลือเงินปันผลที่บริษัท
กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ต้องจ่ายให้กระทรวงการคลังจำนวน ๙,๕๑๒,๕๕๕,๖๐๓.๓๘ บาท อย่างไรก็ตาม เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อการบริหารเงินสดของบริษัท
กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) จึงเห็นสมควรกำหนดให้นำส่งเงินปันผลโดยแบ่งออกเป็น ๕
งวด ดังนี้
งวดการนำส่ง
เวลาการนำส่ง
จำนวนเงิน/บาท
งวดที่ ๑
ภายใน
๓๐ วันหลังจากที่ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
มติการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี ๒๕๕๖ ของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
๑,๕๑๒,๕๕๕,๖๐๓.๓๘
งวดที่ ๒
ภายในวันที่
๒๕ กันยายน ๒๕๕๗
๒,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐.๐๐
งวดที่ ๓
ภายในวันที่
๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
๒,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐.๐๐
งวดที่ ๔
ภายในวันที่
๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๗
๒,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐.๐๐
งวดที่ ๕
ภายในวันที่
๒๕ มกราคม ๒๕๕๘
๒,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐.๐๐
รวม
๙,๕๑๒,๕๕๕,๖๐๓.๓๘
ทั้งนี้ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)
ได้จัดสรรทุนสำรองตามข้อบังคับของ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ข้อ ๕๒
ครบเต็มจำนวนแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ โดยมีจำนวนร้อยละสิบของทุนจดทะเบียนเป็นจำนวน ๑,๐๐๐ ล้านบาท
๔. พิจารณาเลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่ออกตามวาระ
กระทรวงการคลังพิจารณาแล้วมีมติว่ายังไม่สมควรมีการเลือกตั้งคณะกรรมการในคณะกรรมการบริษัท
กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) แทนกรรมการที่ออกตามวาระในการประชุมครั้งนี้
๕. พิจารณากำหนดค่าตอบแทนกรรมการบริษัท
กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)
กระทรวงการคลัง พิจารณาแล้วมีมติ ดังนี้
๕.๑
กำหนดอัตราค่าตอบแทนและเบี้ยประชุมกรรมการรัฐวิสาหกิจและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนและเบี้ยประชุมกรรมการรัฐวิสาหกิจ
และคณะกรรรมการชุดย่อย/คณะอนุกรรมการ/คณะทำงานอื่น ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒
กรกฎาคม ๒๕๕๖ ดังนี้
๑) กรรมการรัฐวิสาหกิจได้รับค่าตอบแทนรายเดือนไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท/คน/เดือน โดยให้ประธานกรรมการรัฐวิสาหกิจได้รับค่าตอบแทนรายเดือนเป็น
๒ เท่าของกรรมการรัฐวิสาหกิจ นอกจากนี้
กรรมการรัฐวิสาหกิจจะได้รับเบี้ยประชุมรายครั้งไม่เกิน ๑๐,๐๐๐
บาท/คน/ครั้ง ไม่เกิน ๑ ครั้งต่อเดือน
๒)
คณะกรรมการชุดย่อย/คณะอนุกรรมการ/คณะทำงานอื่นได้รับเบี้ยประชุมเป็นรายครั้งเท่ากับเบี้ยประชุมกรรมการรัฐวิสาหกิจ
เฉพาะกรรมการที่มาประชุม ทั้งนี้
ให้กรรมการรัฐวิสาหกิจได้รับเบี้ยประชุมคณะกรรมการชุดย่อย/คณะอนุกรรมการ/คณะทำงานอื่น
รวมแล้วไม่เกิน ๒ คณะ คณะละไม่เกิน ๑ ครั้งต่อเดือน กรณีเป็นบุคคลภายนอก
ให้ได้รับเบี้ยประชุมเป็นรายครั้งในอัตราไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท
เฉพาะกรรมการที่มาประชุม
กรณีเป็นบุคคลภายในของรัฐวิสาหกิจที่เป็นคณะกรรมการชุดย่อย/คณะอนุกรรมการ/คณะทำงานอื่น
ที่แต่งตั้งโดยคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจหรือฝ่ายบริหารของรัฐวิสาหกิจไม่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนเนื่องจากถือเป็นการปฏิบัติงานในหน้าที่
กรณีเป็นบุคคลภายในของรัฐวิสาหกิจที่เป็นคณะกรรมการชุดย่อย/คณะอนุกรรมการ/คณะทำงานอื่นที่ไม่ได้แต่งตั้งโดยคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจหรือฝ่ายบริหารของรัฐวิสาหกิจให้ได้รับเบี้ยประชุมเป็นรายครั้งในอัตราครั้งละไม่เกิน
๓,๐๐๐ บาท เฉพาะกรรมการที่มาประชุม
๓) ประธานกรรมการได้รับเบี้ยประชุมสูงกว่ากรรมการร้อยละ ๒๕
และรองประธานกรรมการได้รับเบี้ยประชุมสูงกว่ากรรมการร้อยละ ๑๒.๕
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๖ - ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖
ให้ถือปฏิบัติในการจ่ายค่าตอบแทนและเบี้ยประชุมกรรมการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่
๑๘ พฤษภาคม ๒๕๔๗ และนับตั้งแต่วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๖ เป็นต้นไป
ให้ถือปฏิบัติในการจ่ายค่าตอบแทนและเบี้ยประชุมกรรมการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่
๒ กรกฎาคม ๒๕๕๖
๕.๒ กระทรวงการคลังมีมติอนุมัติให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด
(มหาชน) จ่ายโบนัสกรรมการประจำปี ๒๕๕๕ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม
๒๕๒๑ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔ และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่
๒๐ มิถุนายน ๒๕๓๘ ทั้งนี้ ในปี ๒๕๕๕
บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) มีผลการประเมินผลการดำเนินงานที่ระดับ ๓.๖๖๒๖
ซึ่งกรรมการจะได้รับโบนัสเพิ่มร้อยละ ๒๕ จากฐานปกติ คิดเป็นจำนวนเงิน ๒,๐๕๔,๒๓๓.๘๘ บาท
๖. พิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชี
และการกำหนดจำนวนเงินค่าสอบบัญชี
กระทรวงการคลังมีมติอนุมัติแต่งตั้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)
โดยให้ได้รับค่าธรรมเนียมตรวจสอบบัญชี ปี ๒๕๕๖ ซึ่งเป็นอัตราที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเรียกเก็บเท่ากับปี
๒๕๕๕ ทั้งนี้ หากในปี ๒๕๕๖ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมในการสอบบัญชีใหม่ก็เห็นสมควรมีมติอนุมัติให้จ่ายค่าธรรมเนียมในการสอบบัญชีตามอัตราที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเปลี่ยนแปลงตามที่คณะกรรมการ
บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เสนอ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับบริษัท
กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ข้อ ๑๖ (๕) และข้อ ๔๖
๗. พิจารณาอนุมัติการกำหนดข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำ
กิจการโดยคนต่างด้าวของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)
กระทรวงการคลังมีมติอนุมัติร่างข้อห้ามบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด
(มหาชน) เรื่อง ห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว พ.ศ.
๒๕๕๖ ตามที่คณะกรรมการบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เสนอ
๘. รับทราบการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล
กระทรวงการคลังมีมติรับทราบการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลตามที่คณะกรรมการบริษัท
กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เสนอเพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับบริษัท กสท โทรคมนาคม
จำกัด (มหาชน) ข้อ ๕๑ วรรคสาม
๙. พิจารณาเรื่องอื่น ๆ
กระทรวงการคลังพิจารณาแล้วเห็นว่า
ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง
วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๘๔ วรรค ๓ กำหนดให้ภายใน ๓
ปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับโดยบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)
จะต้องนำรายได้จากการประกอบการอนุญาต สัมปทาน
หรือสัญญาที่ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ
ไม่ว่าจะดำเนินการทั้งหมดหรือบางส่วน
โดยให้หักค่าใช้จ่ายที่กำหนดในกฎหมายดังกล่าวแล้วเหลือเท่าใดให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินต่อไป
โดย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)
จะต้องนำส่งรายได้จากสัมปทานข้างต้นให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง
กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาตินับตั้งแต่ปี ๒๕๕๗
และเนื่องจากที่ผ่านมา บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)
มีการดำเนินงานที่พึ่งพิงรายได้จากสัมปทานซึ่งคิดเป็นจำนวนประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จึงยังทำให้ผลประกอบการมีกำไร
แต่หากไม่รวมรายได้จากสัมปทานดังกล่าวผลประกอบการของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด
(มหาชน) ลดลงอย่างมากและอาจประสบผลขาดทุนได้ ดังนั้น หากไม่มีการดำเนินการใด ๆ
ในปี ๒๕๕๗ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)
อาจประสบผลขาดทุนสุทธิจากผลกระทบดังกล่าว อย่างไรก็ตาม
คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เห็นชอบผลการประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ
ครั้งที่ ๓/๒๕๕๖ เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ที่เห็นชอบในหลักการให้บริษัท กสท
โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)
ดำเนินการตามแนวทางของแผนยุทธศาสตร์เพื่อพลิกฟื้นองค์กรและรองรับนโยบาย Smart Thailand ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอ
โดยให้รับข้อสังเกตของคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจไปใช้ในการปรับปรุงเพิ่มเติมแผนยุทธศาสตร์เพื่อพลิกฟื้นองค์กร
และรายงานความคืบหน้าให้คณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจทราบ ดังนั้น ขอให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด
(มหาชน) เร่งดำเนินการตามแนวทางและแผนงานที่กำหนดในแผนยุทธศาสตร์เพื่อพลิกฟื้นองค์กรรวมถึงข้อสังเกตของคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ
เพื่อทดแทนรายได้สัมปทานและเพื่อลดความเสี่ยงรวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อบริษัท
กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และผู้ถือหุ้น
โดยให้ถือความเห็นของกระทรวงการคลังดังกล่าวเป็นมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามนัยมาตรา
๒๓ แห่งพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. ๒๕๔๒
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ
ณ วันที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
รังสรรค์
ศรีวรศาสตร์
ปลัดกระทรวงการคลัง
ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๔ กรกฎาคม
๒๕๕๗
จุฑามาศ/ผู้ตรวจ
๑ สิงหาคม ๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๑๓๖ ง/หน้า ๑๗/๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗