ข้อ ๘ พันธบัตรรุ่นนี้มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๑.๒๕
ต่อปี และมีส่วนชดเชยเงินเฟ้อบนดอกเบี้ย และส่วนชดเชยเงินเฟ้อบนต้นเงิน
โดยมีวิธีการคำนวณดอกเบี้ยและส่วนชดเชย ดังนี้
(๑) ดอกเบี้ยและส่วนชดเชยเงินเฟ้อบนดอกเบี้ย = ต้นเงิน x อัตราดอกเบี้ย x Index Ratio x จำนวนวันตามจริง/๓๖๕
(๒) ส่วนชดเชยเงินเฟ้อบนต้นเงิน (จ่าย ณ
วันครบกำหนด) = ต้นเงิน x Index Ratio
หมายเหตุ กระทรวงการคลังจะประกาศ Index Ratio ประมาณ ๑ เดือน
ก่อนวันจ่ายดอกเบี้ยแต่ละงวดหรือก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอน
การคำนวณดอกเบี้ยเริ่มคำนวณจากวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๖
ถึงวันก่อนวันไถ่ถอนพันธบัตรหนึ่งวัน การคำนวณดอกเบี้ยคำนวณจากมูลค่าของพันธบัตรโดยใช้หลักเกณฑ์หนึ่งปีมี
๓๖๕ วัน และนับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริงเศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
ชำระดอกเบี้ยงวดแรกในวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๖ โดยตลอดเวลาที่พันธบัตรยังมีอายุอยู่ให้แบ่งชำระดอกเบี้ยปีละสองงวด
คือ วันที่ ๑๒ มีนาคม และ ๑๒ กันยายน ของทุกปีจนกว่าพันธบัตรจะครบกำหนด
หากวันครบกำหนดชำระดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทย
ให้เลื่อนไปชำระในวันทำการถัดไปโดยไม่คำนวณดอกเบี้ยเพิ่มให้
เว้นแต่ดอกเบี้ยงวดสุดท้ายจะคำนวณดอกเบี้ยเพิ่มตามจำนวนวันที่เลื่อนออกไป
ธนาคารแห่งประเทศไทยจะโอนดอกเบี้ยเข้าบัญชีเงินฝาก
(ยกเว้นบัญชีเงินฝากประจำ) ของผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ฝากไว้ที่ธนาคารใดก็ได้
(ธนาคารในประเทศไทยเท่านั้น) ตามที่ผู้ถือกรรมสิทธิ์แจ้งไว้ในคำเสนอขอซื้อพันธบัตร
หรือตามที่มีการแจ้งเปลี่ยนแปลงต่อธนาคารแห่งประเทศไทยในภายหลังหรือตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับแจ้งจากบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
(ประเทศไทย) จำกัด กรณีผู้ถือกรรมสิทธิ์ฝากพันธบัตรไว้กับบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
(ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งในการโอนดอกเบี้ยเข้าบัญชี
ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝากอาจหักค่าธรรมเนียมการโอนเงินตามอัตราที่แต่ละธนาคารประกาศหรือกำหนด
การจ่ายดอกเบี้ยของพันธบัตรในแต่ละงวด
จะจ่ายให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์โดยถือตามรายชื่อทางทะเบียน ณ
วันทำการสุดท้ายของธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนถึงช่วงระยะเวลา ๑๐ วัน
ก่อนถึงวันกำหนดชำระดอกเบี้ย