ข้อ 4 ราคาแร่อื่นนอกจากแร่ที่ระบุในข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 3 ข้างต้น และแร่ที่มีกฎกระทรวง
กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นให้ประกาศเป็นราคาต่อหนึ่งเมตริกตัน ตามชนิดและสภาพของแร่นั้น โดยให้ถือ
ราคาตลาดโลกที่ซื้อขายกันครั้งหลังสุด
(1) สำหรับแร่ที่ผลิตขายเพื่ออุตสาหกรรม ประดิษฐกรรมหรือพลังงานภายในประเทศ นอกจาก
โลหกรรม
ให้ประกาศโดยถือราคาถัวเฉลี่ยจากราคาซื้อภายในประเทศของผู้ใช้แร่ตามชนิดและสภาพของ
แร่นั้น
(2) อัตราแลกเปลี่ยนเงินที่มิใช่เงินตราไทยนั้น
ให้ถืออัตราตามค่าเสมอภาคของบาท เศษของหนึ่ง
สตางค์ให้ปัดทิ้ง
(3)
เมื่อใดแร่ชนิดใดในสภาพใดที่ได้ประกาศราคาครั้งหลังสุดต่ำกว่าหนึ่งพันบาทต่อเมตริกตัน
มี
ราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากราคาที่ได้ประกาศไว้นั้นเกินกว่าสามสิบบาทต่อเมตริกตัน
ให้ประกาศใหม่
(4)
เมื่อใดแร่ชนิดใดในสภาพใดที่ได้ประกาศราคาครั้งหลังสุดตั้งแต่หนึ่งพันบาทขึ้นไปจนถึงหนึ่งหมื่น
บาทต่อเมตริกตัน
มีราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากราคาที่ได้ประกาศไว้นั้นเกินกว่าห้าสิบบาทต่อเมตริกตัน
ให้ประกาศใหม่
(5)
เมื่อใดแร่ชนิดใดในสภาพใดที่ได้ประกาศราคาครั้งหลังสุดสูงกว่าหนึ่งหมื่นบาทต่อเมตริกตัน
มีราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากราคาที่ได้ประกาศไว้นั้นเกินกว่าสี่ร้อยบาทต่อเมตริกตัน
ให้ประกาศใหม่
ให้ไว้ ณ วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2509
พจน์
สารสิน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ
หมายเหตุ:-เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
เนื่องจากการซื้อขายแร่ดีบุกนิยมซื้อขายกัน
โดยถือเอาโลหะดีบุกในแร่ และถือราคาตลาดที่ซื้อขายกันในสหพันธ์มาเลเซีย ส่วนการซื้อขายแร่ชนิด
ที่มีทังสติกออกไซด์ เช่น แร่วุลแฟรมไมท์
แร่ชีไลท์ที่มีทังสติกออกไซด์ ร้อยละ 65 ถือราคาตลาดที่ซื้อขาย
กันในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาแร่ทองคำถือราคาตลาดที่ซื้อขายกันในกรุงเทพ
ฯ ส่วนแร่อื่นนอกจากแร่
ที่กล่าวแล้วถือราคาตลาดโลก
เว้นแต่แร่ที่ผลิตขายเพื่ออุตสาหกรรมประดิษฐกรรมหรือพลังงานภายใน
ประเทศ ให้ถือราคาซื้อภายในประเทศของผู้ใช้แร่
สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนเงินก็ถืออัตราตามค่าเสมอ
ภาคของบาท จึงเป็นการสมควรตรากฎกระทรวงนี้ขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามความประสงค์ดังกล่าว