法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติว่าด้วยวิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของวัสดุนิวเคลียร์และสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ พ.ศ. 2559

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
155
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ

ระเบียบคณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ

ว่าด้วยวิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของวัสดุนิวเคลียร์และสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

พ.ศ. ๒๕๕๙

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ (๓) (๔) แห่งพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. ๒๕๐๔ คณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติจึงออกระเบียบไว้ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ ว่าด้วยวิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของวัสดุนิวเคลียร์และสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ พ.ศ. ๒๕๕๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบคณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ ว่าด้วยวิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของวัสดุนิวเคลียร์ในสถานที่จัดเก็บ ในระหว่างการใช้งาน ในระหว่างการขนส่งหรือในกระบวนการแปรสภาพของวัสดุนิวเคลียร์ พ.ศ. ๒๕๕๔

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู” หมายความว่า ระบบอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับก่อให้เกิดพลังงานปรมาณูอันเกิดจากปฏิกิริยาการแยกหรือการรวมนิวเคลียสของปรมาณูอย่างต่อเนื่องและสามารถควบคุมได้

“เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย” หมายความว่า เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูที่ใช้เพื่อการอื่นนอกจากการผลิตไฟฟ้า

“โรงไฟฟ้านิวเคลียร์” หมายความว่า โรงไฟฟ้าที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูสำหรับการผลิตไฟฟ้าและหมายความรวมถึงอาคาร สถานที่ เครื่องจักร และอุปกรณ์อื่นใดที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้า

“วัสดุนิวเคลียร์” หมายความว่า วัสดุนิวเคลียร์พิเศษ หรือวัสดุต้นกำลังซึ่งพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติในทางเคมี

“เชื้อเพลิงนิวเคลียร์” หมายความว่า วัสดุนิวเคลียร์ที่ผ่านกระบวนการที่เหมาะสมเพื่อใช้เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานปรมาณูจากการแยก รวม หรือแปลงนิวเคลียส

“เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว” หมายความว่า เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ผ่านการใช้งานในเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูแล้ว และจะไม่นำไปใช้งานในเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูอีก

“วัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑ ประเภทที่ ๒ หรือประเภทที่ ๓” หมายความว่า วัสดุนิวเคลียร์ซึ่งมีสภาพและปริมาณดังตารางการจัดประเภทวัสดุนิวเคลียร์ในบัญชีท้ายระเบียบนี้

“วัสดุนิวเคลียร์ประเภทอื่น” หมายความว่า วัสดุนิวเคลียร์ที่ไม่จัดอยู่ในวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑ ประเภทที่ ๒ หรือประเภทที่ ๓

“สถานประกอบการทางนิวเคลียร์” หมายความว่า สถานที่ใช้ประโยชน์ ผลิต หรือจัดเก็บวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑ ประเภทที่ ๒ หรือประเภทที่ ๓ เช่น

(๑) โรงไฟฟ้านิวเคลียร์

(๒) สถานที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัย

(๓) สถานที่แปรสภาพ หรือจัดเก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว

“สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑” หมายความว่า

(๑) โรงไฟฟ้านิวเคลียร์

(๒) สถานที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์ปรมาณูวิจัยที่ผลิตความร้อนได้ตั้งแต่ ๒ เมกะวัตต์ขึ้นไป

(๓) สถานประกอบการทางนิวเคลียร์อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

“สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ประเภทที่ ๒” หมายความว่า สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่ไม่ใช่สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑

“ความมั่นคงปลอดภัย” หมายความว่า การป้องกัน การตรวจจับ และการตอบสนองต่อการโจรกรรม การก่อวินาศกรรม การเข้าถึงโดยมิชอบ การเคลื่อนย้ายโดยมิชอบ หรือการกระทำอื่นใดอันมีเจตนากระทำผิดกฎหมายต่อวัสดุนิวเคลียร์หรือสถานประกอบการทางนิวเคลียร์

“พื้นที่ภายนอก” หมายความว่า พื้นที่ที่อยู่ติดต่อหรือที่อยู่โดยรอบพื้นที่หวงกัน

“พื้นที่หวงกัน” หมายความว่า พื้นที่ตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่มีการล้อมรอบพื้นที่ด้วยรั้ว กำแพง หรือเครื่องกีดขวางใด ๆ ซึ่งใช้ป้องกันการบุกรุก และมีการควบคุมทางเข้าออกโดยพื้นที่กลางแจ้งของพื้นที่หวงกันต้องปราศจากวัตถุ สิ่งของ หรือสิ่งก่อสร้างใด ๆ ที่บุคคลอาจใช้ซ่อนเร้นกำบังกายได้

“พื้นที่หวงห้าม” หมายความว่า พื้นที่ภายในพื้นที่หวงกัน ที่มีวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑ หรือประเภทที่ ๒ หรือเป้าหมายการก่อวินาศกรรมอยู่ภายใน โดยมีการล้อมรอบพื้นที่หวงห้ามด้วยรั้ว กำแพง หรือเครื่องกีดขวางใด ๆ ซึ่งใช้ป้องกันการบุกรุก และมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเพิ่มเติม

“พื้นที่หวงห้ามชั้นใน” หมายความว่า พื้นที่ภายในพื้นที่หวงห้ามที่ผู้รับใบอนุญาตเก็บวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑

“พื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด” หมายความว่า พื้นที่ภายในพื้นที่หวงห้าม ที่มีบรรดาเครื่องมือ เครื่องจักร วัสดุนิวเคลียร์ อุปกรณ์ทั้งหลายที่สำคัญยิ่ง ซึ่งหากได้รับความเสียหายจะทำให้เกิดผลกระทบทางรังสีอย่างร้ายแรงไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

“การเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบ” หมายความว่า การกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ต่อวัสดุนิวเคลียร์ อันได้แก่ ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง และยักยอก

“การก่อวินาศกรรม” หมายความว่า การกระทำใด ๆ ต่อวัสดุนิวเคลียร์ หรือสถานประกอบการทางนิวเคลียร์โดยเจตนาให้เกิดอันตรายไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมต่อชีวิต ร่างกายอนามัยของบุคคลใด ๆ หรือต่อสิ่งแวดล้อม จากการรับรังสีหรือการแพร่กระจายของวัสดุกัมมันตรังสี

“ภัยคุกคาม” หมายความว่า บุคคลหรือคณะบุคคลที่มีเหตุจูงใจ เจตนา และความสามารถในการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบหรือการก่อวินาศกรรม

“การประเมินภัยคุกคาม” หมายความว่า การประเมินภัยคุกคามที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติจัดทำขึ้นโดยประมวลจากข่าวกรอง ข้อมูลจากทหารตำรวจ หรือแหล่งข่าวอื่น ๆ ที่ระบุได้ การประเมินจะอธิบายถึงแรงจูงใจ เจตนา และความสามารถของภัยคุกคาม

“ระบบการคุ้มครองทางกายภาพ” หมายความว่า การบูรณาการทั้งด้านบุคลากร วิธีการปฏิบัติและอุปกรณ์เครื่องมือเพื่อใช้ในการป้องกันการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบและการก่อวินาศกรรม

“ภัยคุกคามที่ออกแบบรับมือไว้” หมายความว่า ลักษณะเฉพาะของภัยคุกคามที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติจัดทำขึ้น เพื่อใช้ในการออกแบบและประเมินระบบการคุ้มครองทางกายภาพเพื่อรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว

“หน่วยกำลังตอบโต้” หมายความว่า บุคคลที่อยู่ในหรือนอกสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ซึ่งมีอาวุธและอุปกรณ์ที่เหมาะสมตามที่ได้รับการฝึกฝนมาเพื่อตอบโต้การเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบและการก่อวินาศกรรม

“ระบบคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ระบบคอมพิวเตอร์ของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่เกี่ยวข้องกับ

(๑) ความปลอดภัย

(๒) ระบบการคุ้มครองทางกายภาพ

(๓) การเตรียมความพร้อมกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

(๔) ระบบสนับสนุนอื่น ๆ ที่หากชำรุดบกพร่อง อาจทำให้ประสิทธิภาพของ (๑) (๒) หรือ (๓) ลดลง

“การขนส่ง” หมายความว่า การรับขนวัสดุนิวเคลียร์ไม่ว่าจะภายในหรือภายนอกราชอาณาจักรด้วยวิธีใด ๆ จากสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ของผู้ส่งไปยังสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ของผู้รับ

“ผู้รับใบอนุญาต” หมายความว่า ผู้รับใบอนุญาตผลิต มีไว้ในครอบครองหรือใช้ซึ่งวัสดุนิวเคลียร์หรือพลังงานปรมาณู เว้นแต่พลังงานจากรังสีเอ็กซ์

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้รับใบอนุญาตต้องมีวิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของวัสดุนิวเคลียร์และสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ตลอดอายุใบอนุญาต โดยคำนึงถึงประเภทของวัสดุนิวเคลียร์และสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ และวิธีการนั้นต้องไม่ด้อยไปกว่าวิธีการที่ระบุไว้ในระเบียบนี้

วิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามวรรคหนึ่งต้องมีการทบทวนและทดสอบอย่างน้อย ๑ ครั้งต่อปีเพื่อให้เชื่อได้ว่า วิธีการดังกล่าวยังคงมีประสิทธิภาพ

กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะปรับปรุงหรือแก้ไขเพิ่มเติมวิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามวรรคหนึ่ง ผู้รับใบอนุญาตต้องยื่นขอปรับปรุงหรือแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวต่อคณะกรรมการหากคณะกรรมการมิได้แจ้งผลการพิจารณาให้ความเห็นชอบภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติได้รับคำขอและเอกสารที่เกี่ยวข้องครบถ้วน ให้ถือว่าคณะกรรมการให้ความเห็นชอบในการปรับปรุงหรือแก้ไขเพิ่มเติมนั้นแล้ว

อุปกรณ์และเครื่องมือใด ๆ ที่อยู่ในวิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามวรรคหนึ่งต้องอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ตลอดเวลา และมีการทดสอบอุปกรณ์และเครื่องมือเหล่านั้นอย่างสม่ำเสมอ หากพบว่าอุปกรณ์หรือเครื่องมือใดมีความชำรุดบกพร่อง ผู้รับใบอนุญาตต้องซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอุปกรณ์หรือเครื่องมือนั้นทันที

ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดเตรียมระบบไฟฟ้าสำรองให้พร้อมใช้ในกรณีที่ระบบไฟฟ้าหลักประสบปัญหาไม่อาจจ่ายไฟฟ้าให้แก่สถานประกอบการทางนิวเคลียร์ได้อย่างเพียงพอ เพื่อให้อุปกรณ์และเครื่องมือใด ๆ ซึ่งใช้ไฟฟ้าที่อยู่ในวิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามวรรคหนึ่งยังคงอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ตามปกติจนกว่าจะมีไฟฟ้าใช้ได้ตามปกติหรือมีมาตรการอื่น ๆ มาทดแทนหน้าที่การทำงานของอุปกรณ์และเครื่องมือเหล่านั้น

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้รับใบอนุญาตที่เป็นผู้ประกอบการของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ประเภทที่ ๒ อาจลดการปฏิบัติตามส่วนที่ ๒ ถึงส่วนที่ ๖ ในหมวด ๒ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เป็นไปได้ในข้อ ๕๘ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ กรณีการขนส่งวัสดุนิวเคลียร์ ผู้ส่ง ผู้รับ และผู้ขนส่งต้องเป็นผู้รับใบอนุญาต หรือเป็นตัวแทนของผู้รับใบอนุญาต

การตั้งตัวแทนตามวรรคหนึ่งต้องทำเป็นหนังสือ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้ที่ประสงค์จะเป็นผู้รับใบอนุญาตต้องยื่นวิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของวัสดุนิวเคลียร์และสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่ไม่ด้อยไปกว่าวิธีการรักษาที่ระบุไว้ในระเบียบนี้ประกอบคำขออนุญาต

วิธีป้องกันการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบในระหว่างการใช้งานและการจัดเก็บ

วิธีป้องกันสำหรับวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการเก็บวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑ ภายในพื้นที่หวงห้ามชั้นในและใช้งานวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๑ ภายในพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการตรวจจับ การควบคุมการเข้าออก และการหน่วงเวลาในพื้นที่หวงห้ามชั้นในและพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด เพิ่มขึ้นอีกชั้นหนึ่งจากที่มีอยู่ในพื้นที่หวงห้ามเพื่อป้องกันการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบ เมื่อไม่ใช้งานพื้นที่หวงห้ามชั้นในและพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการปิดพื้นที่หวงห้ามชั้นในและพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดอย่างถูกต้องเหมาะสมและมีการเปิดสัญญาณเตือนภัยในพื้นที่ดังกล่าว

การหน่วงเวลาตามวรรคหนึ่งต้องนานพอที่จะมีการตอบสนองที่เหมาะสมและทันท่วงทีต่อการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบ การออกแบบมาตรการหน่วงเวลาต้องคำนึงถึงความสามารถของผู้ร้ายที่อาจเป็นได้ทั้งบุคคลภายในหรือภายนอกสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ รวมทั้งพิจารณาอย่างทั่วถึงและสมดุลถึงจุดอ่อนของพื้นที่หวงห้ามชั้นในและพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดที่อาจเป็นเป้าหมายการบุกรุก

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้พื้นที่หวงห้ามชั้นในและพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดมีช่องทางเข้าออกทางเดียว เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการให้มีมากกว่าหนึ่งช่องทางเข้าออกจุดทุกจุดที่อาจใช้เข้าออกได้ต้องมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเหมาะสมและติดตั้งสัญญาณเตือนภัย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการล้อมรอบพื้นที่หวงห้ามด้วยรั้ว กำแพง หรือเครื่องกีดขวางอย่างอื่น อีกทั้งมีการตรวจจับและการประเมินการบุกรุกเพื่อตรวจจับการเข้าถึงโดยมิชอบมาตรการป้องกันเหล่านี้ต้องมีการปรับแต่งให้มีเวลาในการประเมินสาเหตุของสัญญาณเตือนภัยและให้มีการหน่วงเวลาอย่างเพียงพอสำหรับการตอบสนองอย่างเหมาะสมภายใต้ทุกสถานการณ์ สัญญาณเตือนภัยอันเกิดจากอุปกรณ์รับรู้การตรวจจับการบุกรุกต้องได้รับการประเมินโดยพลันและอย่างถูกต้อง และมีการดำเนินการตามมาอย่างเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีจำนวนช่องทางเข้าออกพื้นที่หวงห้ามให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นจุดทุกจุดที่อาจใช้เข้าออกได้ต้องมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเหมาะสมและติดตั้งสัญญาณเตือนภัย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการติดตั้งเครื่องกีดขวางยานพาหนะห่างจากพื้นที่หวงห้ามชั้นในและพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดในระยะที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการล่วงล้ำจากผู้ร้ายที่ใช้ยานพาหนะทั้งทางบกและทางน้ำในการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบและการก่อวินาศกรรม ตามที่ระบุในภัยคุกคามที่ออกแบบรับมือไว้ นอกจากนี้ ผู้รับใบอนุญาตต้องมีมาตรการการป้องกันภัยคุกคามทางอากาศตามที่ระบุในภัยคุกคามที่ออกแบบรับมือไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ บุคคลผู้ได้รับสิทธิจากผู้รับใบอนุญาตเท่านั้นจึงจะสามารถผ่านเข้าออกพื้นที่หวงห้ามชั้นในและพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมการเข้าออกเพื่อให้สามารถตรวจจับและป้องกันการเข้าถึงโดยมิชอบ บุคคลผู้มีสิทธิผ่านเข้าออกพื้นที่หวงห้ามชั้นในและพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดต้องมีจำนวนน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น และได้ผ่านการตรวจสอบความน่าเชื่อถือแล้วเว้นแต่ในกรณีพิเศษและเฉพาะช่วงเวลาสั้น ๆ บุคคลผู้ยังไม่ผ่านการตรวจสอบความน่าเชื่อถือจะสามารถเข้ามายังพื้นที่หวงห้ามชั้นในและพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดได้ก็ต่อเมื่ออยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของบุคคลผู้มีสิทธิผ่านเข้าออก

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ บุคคลผู้ได้รับสิทธิจากผู้รับใบอนุญาตเท่านั้นจึงจะสามารถผ่านเข้าออกพื้นที่หวงห้ามผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมการเข้าออกเพื่อให้สามารถตรวจจับและป้องกันการเข้าถึงโดยมิชอบ บุคคลผู้มีสิทธิผ่านเข้าออกพื้นที่หวงห้ามต้องมีจำนวนน้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นและได้ผ่านการตรวจสอบความน่าเชื่อถือแล้ว บุคคลผู้ยังไม่ผ่านการตรวจสอบความน่าเชื่อถือ เช่น ช่างก่อสร้างหรือช่างซ่อมและผู้เข้ามาเยี่ยมชม จะสามารถเข้ามาในพื้นที่หวงห้ามได้ก็ต่อเมื่ออยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของบุคคลผู้มีสิทธิผ่านเข้าออก

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการพิสูจน์ยืนยันรูปพรรณของบุคคลผู้มีสิทธิผ่านเข้าออกพื้นที่หวงห้ามก่อนเข้ามายังพื้นที่หวงห้าม และกำหนดให้บุคคลดังกล่าวติดบัตรผ่านหรือบัตรประจำตัวให้เห็นเด่นชัดตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่หวงห้าม

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการควบคุมบุคคล ยานพาหนะ หรือสิ่งของที่ผ่านเข้าพื้นที่หวงห้ามชั้นในและพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด เพื่อตรวจจับและป้องกันการเข้าถึงโดยมิชอบและการนำวัสดุต้องห้ามเข้าไป และจัดให้มีการควบคุมบุคคล ยานพาหนะ หรือสิ่งของที่ออกจากพื้นที่หวงห้ามชั้นในและพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด เพื่อตรวจจับและป้องกันการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบ การควบคุมการเข้าออกอาจใช้เครื่องตรวจจับวัสดุนิวเคลียร์ เครื่องตรวจจับโลหะ และเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการควบคุมบุคคล ยานพาหนะ หรือสิ่งของที่ผ่านเข้าออกพื้นที่หวงห้าม เพื่อตรวจจับและป้องกันการเข้าถึงโดยมิชอบ การนำวัสดุต้องห้ามเข้าไป และการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบ นอกจากนี้ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการจำกัดการนำยานพาหนะให้เข้าไปในพื้นที่หวงห้ามได้น้อยที่สุดและให้จอดยานพาหนะในบริเวณซึ่งจัดเตรียมไว้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ผู้รับใบอนุญาตต้องไม่ให้มีการนำยานพาหนะส่วนบุคคลเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามชั้นในและพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการบันทึกประวัติการเข้าออกของบุคคลทุกคนที่เข้าออกพื้นที่หวงห้ามชั้นในและพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด นอกจากนี้ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีทะเบียนบุคลากรที่สามารถเข้าถึงหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งกุญแจ บัตรผ่านอิเล็กทรอนิกส์ ระบบคอมพิวเตอร์ หรือระบบอื่นใดที่สามารถควบคุมการเข้าออกพื้นที่หวงห้ามชั้นในและพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีทะเบียนบุคลากรที่สามารถเข้าถึงหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งกุญแจ บัตรผ่านอิเล็กทรอนิกส์ ระบบคอมพิวเตอร์ หรือระบบอื่นใดที่สามารถควบคุมการเข้าถึงวัสดุนิวเคลียร์

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้การเคลื่อนย้ายวัสดุนิวเคลียร์ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ระหว่างพื้นที่หวงห้ามด้วยกัน เป็นไปตามวิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของวัสดุนิวเคลียร์ระหว่างการขนส่งเมื่อได้พิจารณาถึงการป้องกันการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์แล้ว

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้วัสดุนิวเคลียร์ในพื้นที่หวงห้ามชั้นในเก็บรักษาไว้ในห้องนิรภัยหรือห้องมั่นคงที่มีการตรวจจับและการหน่วงเหนี่ยวการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์เพิ่มอีกชั้นหนึ่ง บริเวณที่เก็บรักษาวัสดุนิวเคลียร์ต้องใส่กุญแจและเปิดสัญญาณเตือนภัยไว้ตลอดเวลาเว้นแต่ขณะเข้ามาเอาวัสดุนิวเคลียร์ตามตารางการใช้งาน เมื่อใดก็ตามที่วัสดุนิวเคลียร์อยู่นอกบริเวณที่เก็บรักษาซึ่งอาจอยู่ในบริเวณนั้นข้ามคืนโดยไม่มีผู้ดูแล ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทดแทนดังเช่นเดียวกันกับวัสดุนิวเคลียร์นั้นอยู่ในบริเวณที่เก็บรักษา

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการเฝ้าตรวจตราพื้นที่หวงห้ามชั้นในและพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดอย่างสม่ำเสมอเมื่อมีบุคคลอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว โดยอาจใช้วิธีการเฝ้าสังเกตระหว่างบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป (Two-person rule) หรือการเฝ้าสังเกตจากระบบโทรทัศน์วงจรปิด เพื่อป้องกันภัยคุกคามที่เป็นบุคคลภายใน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและหน่วยกำลังตอบโต้มีการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงทีเพื่อไม่ให้ผู้ร้ายกระทำการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบได้สำเร็จ การประเมินและทดสอบบุคลากร วิธีการปฏิบัติ และอุปกรณ์เครื่องมือเพื่อใช้ในการป้องกันการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบและการก่อวินาศกรรม ต้องกระทำอย่างน้อย ๑ ครั้ง ต่อปีเพื่อให้มั่นใจได้ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามที่ออกแบบไว้ และยังเหมาะกับสิ่งแวดล้อมด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจากธรรมชาติ จากอุตสาหกรรม หรือจากภัยคุกคาม รวมทั้งเป็นไปตามข้อกำหนดการประเมินประสิทธิภาพที่วางไว้ การประเมินและทดสอบดังกล่าวต้องรวมการฝึกฝนเพื่อดูว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและหน่วยกำลังตอบโต้ยังสามารถตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดตั้งสถานีเตือนภัยกลางที่มีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ตลอดเวลาเพื่อเฝ้าระวัง ประเมินสัญญาณเตือนภัย เริ่มต้นการตอบสนอง และติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หน่วยกำลังตอบโต้ และฝ่ายสถานที่ของสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ ข้อมูลในสถานีเตือนภัยกลางต้องมีการเก็บรักษาให้ปลอดภัย สถานีเตือนภัยกลางต้องตั้งอยู่ภายในพื้นที่หวงห้ามและมีการปกป้องให้ดำเนินการได้แม้มีภัยคุกคาม เช่น การเพิ่มความแข็งแรงทนทานให้กับสถานีเตือนภัยกลาง นอกจากนี้ การเข้าออกสถานีเตือนภัยกลางต้องถูกจำกัดและควบคุม

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีมาตรการต่าง ๆ ที่รวมเอาการทำสำรอง (redundancy) เพื่อให้สถานีสัญญาณเตือนภัยกลางยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่องแม้เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น เช่น การมีสถานีสัญญาณเตือนภัยสำรอง

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้อุปกรณ์เตือนภัย ช่องทางการสื่อสารสัญญาณเตือนภัยและสถานีเตือนภัยกลางมีเครื่องสำรองไฟฟ้าและมีการป้องกันการลักลอบเข้าถึงข้อมูลการเฝ้าระวังการล่อลวงและการปลอมแปลง

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีระบบวิทยุสื่อสารสองทางระหว่างสถานีเตือนภัยกลางกับหน่วยกำลังตอบโต้ที่เป็นการเฉพาะ มีการเตรียมระบบสำรอง การรักษาความปลอดภัย และมีความหลากหลาย เพื่อใช้ในการตรวจจับการบุกรุก การประเมินผลสัญญาณ และการตอบสนอง รวมทั้งจัดให้มีระบบวิทยุสื่อสารสองทางระหว่างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกับสถานีเตือนภัยกลางที่เป็นการเฉพาะและมีการรักษาความปลอดภัย

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด ๒๔ ชั่วโมง และหน่วยกำลังตอบโต้ที่พร้อมจะเข้าระงับการพยายามใด ๆ ในการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบบุคลากรในสถานีเตือนภัยกลางและหน่วยกำลังตอบโต้ภายนอกสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ต้องมีการติดต่อสื่อสารกันเป็นระยะ ๆ ตามช่วงเวลาที่ได้กำหนดกันไว้ ทั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและหน่วยกำลังตอบโต้ต้องผ่านการฝึกฝนและมีอุปกรณ์เครื่องมือรวมถึงการพกพาอาวุธอย่างเพียงพอภายใต้กฎหมายเพื่อปฏิบัติหน้าที่

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำการสุ่มลาดตระเวนพื้นที่หวงห้าม เพื่อป้องกันผู้ร้าย ตรวจจับการบุกรุก ตรวจตราอุปกรณ์เครื่องมือในระบบการคุ้มครองทางกายภาพ ช่วยเสริมระบบการคุ้มครองทางกายภาพ และให้การตอบสนองขั้นแรก

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการประเมินและทดสอบบุคลากร วิธีการปฏิบัติและอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในการป้องกันการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบเพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่ออกแบบไว้ และยังเหมาะกับสิ่งแวดล้อมด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจากธรรมชาติ จากอุตสาหกรรมหรือจากภัยคุกคาม รวมทั้งเป็นไปตามข้อกำหนดการประเมินประสิทธิภาพที่วางไว้ การประเมินดังกล่าวต้องรวมถึงระบบการคุ้มครองทางกายภาพต้องมีการตอบสนองอย่างทันท่วงทีจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและหน่วยกำลังตอบโต้ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการประเมินและทดสอบเป็นประจำอย่างน้อย ๑ ครั้งต่อปี เพื่อพิจารณาความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพต่อการป้องกันภัยคุกคาม การประเมินและทดสอบต้องกระทำลงด้วยความร่วมมือกันระหว่างผู้รับใบอนุญาตและหน่วยกำลังตอบโต้ ข้อบกพร่องที่สำคัญจากการประเมินและทดสอบรวมถึงการดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่องต้องมีการรายงานต่อสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้การตรวจสอบการบุกรุก อีกทั้งมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและหน่วยกำลังตอบโต้อย่างเพียงพอพร้อมที่จะปฏิบัติงานเมื่อเกิดเหตุที่ประเมินแล้วว่าเกี่ยวข้องกับการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบหรือการก่อวินาศกรรม

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีขั้นตอนปฏิบัติในการรับช่วงการถือครองวัสดุนิวเคลียร์จากบุคลากรผู้หนึ่งไปยังบุคลากรอีกผู้หนึ่ง และให้บุคลากรทุกคนตรวจสอบอย่างรัดกุมก่อนที่จะรับช่วงการถือครองวัสดุนิวเคลียร์ว่า ไม่มีเหตุแทรกแซงหรือการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบ

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการป้องกันวิธีและขั้นตอนทางเทคนิคในการควบคุมการเข้าถึงวัสดุนิวเคลียร์ เช่น กุญแจและรายชื่อในระบบคอมพิวเตอร์ของผู้มีสิทธิเข้าออก ไม่ให้ตกเป็นอันตรายจากการล่อลวง หรือการปลอมแปลง เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดทำแผนเผชิญเหตุเพื่อรับมือกรณีที่เกิดหรือมีความพยายามทำให้เกิดการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบหรือการก่อวินาศกรรม และเพื่อให้มีการปฏิบัติการที่เหมาะสมจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหรือหน่วยกำลังตอบโต้ อีกทั้งแผนเผชิญเหตุดังกล่าวต้องบรรจุแผนการฝึกให้บุคลากรทุกคนปฏิบัติยามเกิดเหตุ

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้หน่วยกำลังตอบโต้คุ้นเคยกับสถานประกอบการทางนิวเคลียร์และตำแหน่งของวัสดุนิวเคลียร์ อีกทั้ง หน่วยกำลังตอบโต้ต้องมีความรู้อย่างเพียงพอในการป้องกันอันตรายจากรังสี เพื่อเตรียมพร้อมกับการปฏิบัติการที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยทางรังสี

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการป้องกันระบบคอมพิวเตอร์สำหรับระบบการคุ้มครองทางกายภาพ ระบบความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ และระบบการทำบัญชีควบคุมวัสดุนิวเคลียร์ไม่ให้ตกเป็นอันตรายจากการกระทำ เช่น การโจมตีทางคอมพิวเตอร์ (cyber attack) การล่อลวง หรือการปลอมแปลง เป็นต้น การป้องกันอันตรายดังกล่าวต้องสอดคล้องกับการประเมินภัยคุกคามหรือภัยคุกคามที่ออกแบบรับมือไว้

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการประเมินและจัดการกับระบบการคุ้มครองทางกายภาพไม่ให้ทำงานขัดแย้งกับระบบความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และระบบการทำบัญชีควบคุมวัสดุนิวเคลียร์หากเป็นไปได้ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีระบบทั้งสามทำงานเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน

วิธีป้องกันสำหรับวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๒

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการจัดเก็บหรือใช้งานวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๒ ภายในพื้นที่หวงห้ามเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ให้นำความในข้อ ๑๒ ข้อ ๑๓ ข้อ ๑๖ ข้อ ๑๗ ข้อ ๑๙ ข้อ ๒๒ ข้อ ๒๓ ข้อ ๒๗ และข้อ ๒๙ ถึงข้อ ๔๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

วิธีป้องกันสำหรับวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๓

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการจัดเก็บหรือใช้งานวัสดุนิวเคลียร์ประเภทที่ ๓ ภายในพื้นที่หวงกัน

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีมาตรการในการเคลื่อนย้ายวัสดุนิวเคลียร์ในสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ภายในพื้นที่หวงห้าม ต้องมีมาตรการทุกอย่างที่จำเป็นและผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วสำหรับการป้องกันการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบ มาตรการดังกล่าวต้องประกอบด้วยบุคลากรวิธีการปฏิบัติ และอุปกรณ์เครื่องมือในการป้องกันการเอาไปซึ่งวัสดุนิวเคลียร์โดยมิชอบข้อ ๔๕ ให้นำความในข้อ ๓๔ ถึงข้อ ๔๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

วิธีป้องกันสำหรับวัสดุนิวเคลียร์ประเภทอื่น

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งให้บุคลากรทุกคนทราบถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของวัสดุนิวเคลียร์และจัดฝึกอบรมในด้านขั้นตอนการปฏิบัติให้กับบุคลากรเป็นประจำ

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ผู้รับใบอนุญาตต้องจำกัดการเข้าถึงวัสดุนิวเคลียร์เฉพาะแต่บุคลากรผู้รับผิดชอบ

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีการเก็บรักษาวัสดุนิวเคลียร์ในห้องหรือภาชนะที่ใส่กุญแจไว้ตลอดเวลา

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีบัญชีวัสดุนิวเคลียร์ รายชื่อบุคลากรผู้สามารถเข้าถึงวัสดุนิวเคลียร์ บัญชีการใช้วัสดุนิวเคลียร์ และรายงานการเข้าออกห้องที่เก็บวัสดุนิวเคลียร์หรือการไขกุญแจภาชนะที่เก็บรักษาวัสดุนิวเคลียร์

มาตรา ข้อ ๕๐

ข้อ ๕๐ ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งให้สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติทราบโดยพลันเมื่อวัสดุนิวเคลียร์สูญหาย

การค้นหาและการเอากลับมาซึ่งวัสดุนิวเคลียร์ที่สูญหายหรือถูกลักไป

155 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติว่าด้วยวิธีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของวัสดุนิวเคลียร์และสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ พ.ศ. 2559 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_19029adc160bf470

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com