ข้อ ๒ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจะนํารายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้สูงอายุไปใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 639) พ.ศ. 2560 ได้ จะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) จํานวนรายจ่ายที่จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้จะต้องเกิดจากการจ้างผู้สูงอายุเข้าทํางานเป็นลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล โดยจํานวนรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้สูงอายุ และจํานวนผู้สูงอายุนั้น ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังนี้
(ก) เป็นรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้สูงอายุในรายที่มีจํานวนไม่เกิน 15,000 บาท ในแต่ละเดือน
(ข) จํานวนผู้สูงอายุที่จะนํามาเป็นฐานในการคํานวณหารายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้สูงอายุที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถนํามาใช้สีทธิยกเว้นภาษีเงินได้นั้น ได้แก่ จํานวนผู้สูงอายุที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้สูงอายุตาม (ก) ที่ทํางานเต็มเดือนในแต่ละเดือน ทั้งนี้ เฉพาะส่วนที่ไม่เกินร้อยละสิบของจํานวนลูกจ้างทั้งหมดที่ทํางานเต็มเดือนในประเทศไทยในแต่ละเดือนในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น โดยให้คํานวณหาจํานวนผู้สูงอายุที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีสิทธินํามายกเว้นภาษีเงินได้เป็นรายเดือน
การคํานวณหาจํานวนผู้สูงอายุตามวรรคหนึ่ง หากปรากฏว่า การคํานวณหาจํานวนผู้สูงอายุที่จะใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ใด้ผลลัพธ์ไม่ลงตัว ปรากฏเศษในการคํานวณ และเศษของผลลัพธ์มีจํานวนตั้งแต่ 0.5 ให้ปัดเศษขึ้นไปให้ได้จํานวนเต็มและให้ถือเป็นจํานวนผู้สูงอายุที่จะเป็นฐานในการคํานวณหารายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้สูงอายุที่จะได้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้
(2) ต้องจัดทํารายงานเกี่ยวกับการจ้างผู้สูงอายุที่จะนํามาใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้สําหรับรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้สูงอายุ ซึ่งมีรายการและข้อความอย่างน้อยตามแบบที่แนบท้ายประกาศนี้ และเก็บรักษารายงานดังกล่าว รวมทั้งเอกสารประกอบการลงรายการในรายงานไว้ ณ สถานประกอบการ พร้อมที่จะให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้
(3) ต้องแจ้งข้อมูลของผู้สูงอายุซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจะนํามาใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้สําหรับรายจ่ายที่ได้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้สูงอายุในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีต่ออธิบดีกรมสรรพากรภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร http://www.rd.go.th โดยต้องแจ้งข้อมูลของผู้สูงอายุอย่างน้อยตามที่กําหนดในเว็บไซต์ดังกล่าว
การแจ้งข้อมูลของผู้สูงอายุตามวรรคหนึ่ง สําหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่มีวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดก่อนหรือในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560 ให้แจ้งข้อมูลของผู้สูงอายุภายในวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2560
“การแจ้งข้อมูลของผู้สูงอายุตามวรรคหนึ่ง สําหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่มีวันสุดท้ายแห่งกําหนดเวลาในการแจ้งข้อมูลของผู้สูงอายุในหรือหลังวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563 แต่ไม่เกินวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2563 ให้แจ้งข้อมูลของผู้สูงอายุภายในวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2563”
(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 379) ประกาศ ณ วันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2563)
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2560
ประสงค์ พูนธเนศ
(นายประสงค์ พูนธเนศ)
อธิบดีกรมสรรพากร